"หวานใจ" (หนุ่มมาดเท่ห์กับสาวจอมแก่น) บทที่ 20





ในที่สุดตอนที่ 20 ก็ออกมาจนได้ หลังจากถูกสาวปลิวเอาไม้ตีโลกส่วนตัวแตกกระจาย ส่วนเพชรพระอุมาที่ทำให้ต้องไปอยู่ในโลกส่วนตัว ก็อ่านได้ 15 เล่มแล้วค่ะ คาดว่าถ้าอ่านจบ คงจะได้ตอน21มาอีกสักบท และข้าเจ้าได้เปลี่ยนชื่อนิยายใหม่เป็น "หวานใจ" เหตุผลในการเลือกจะบอกหลังจากที่ทุกคนอ่านตอนที่20จบแล้ว..หุหุ


ศาลานั่งเล่นกลางเก่ากลางใหม่หลังคาเป็นแบบทรงไทย รอบบริเวณมีต้นไม้ใหญ่หลายต้นขึ้นปกคลุมทำให้อากาศเย็นสบาย บริเวณใกล้เคียงมีเรือนกระจกตอนนี้ใช้เป็นที่ปลูกกล้วยไม้ นา นา พรรณ ต้นดอกแก้วที่ปลูกเรียงรายไว้ริมรั้วหลายต้นกำลังแตกช่อบานสะพรั่ง กลิ่นหอมโชยมาจาง ๆ เคล้ากับสายลม ดวงอาทิตย์ทอแสงแรงขึ้นเป็นลำดับ

หญิงสาวนั่งเอามือเท้าคางสายตาเหม่อลอย หัวคิ้วขมวดหากันเล็กน้อยคล้ายกับกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ แต่ยังคิดไม่ตก จนกระทั่งรู้สึกได้ว่ามีคนมายืนใกล้ ๆ ใบหน้าเนียนที่ติดจะบึ้งตึง เคร่งขรึม แสดงความไม่พอใจด้วยสายตา ที่จู่ ๆ ชายหนุ่มเข้ามาไม่ให้สุ้มเสียง

“หวาน”

เสียงทุ้มเรียกอ่อนโยน แววตาอบอุ่นทอดมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกภายใน ที่ยากจะอธิบายในสภาวะคนหนึ่งยืนอีกคนนั่ง ตาทั้งสองสบประสานกันอย่างจะหยั่งลึกถึงความคิดอีกฝ่าย จนนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเมินหลบไปทางอื่น

“ได้ข่าวว่าจะไปเรียนต่อที่ปารีสเหรอ?”

คำถามตรงประเด็นไม่อ้อมค้อมพร้อมกับหย่อนตัวลงนั่งตรงกันข้าม

“ใช่ค่ะ ได้ข่าวเร็วจังนะคะ”

หางเสียงติดประชด พลางค้อนอย่างน่ากลัวเลยไปให้คนที่บอกให้ชายหนุ่มรู้ด้วย ซึ่งคงไม่ใช่ใครที่ไหน คงจะเป็นพ่อตัวเองนั้นแหละ ทั้งที่เพิ่งจะคุยกันเรื่องไปเรียนต่อที่ปารีสเมื่อคืนนี่เอง นี่คงจะหาตัวช่วยมาช่วยเกลี้ยกล่อมไม่ให้ไปละซิ แต่พ่อจะรู้ไหมว่าหาตัวช่วยผิดคนซะแล้ว

“อย่าประชดได้ไหมหวาน บอกเหตุผลพี่ซิว่าทำไมถึงต้องไปเรียนต่อที่ปารีส ถึงแม้ว่าที่นั่นจะเป็นบ้านหลังหนึ่งของหวานก็ตาม แต่ที่นี่ก็มีสถาบันการศึกษาให้เลือกตั้งมากมายทำไมต้องไปไกลถึงขนาดนั้น ถ้ามีเหตุผลที่รับฟังได้ พี่จะช่วยพูดกับคุณกฤษให้”

หญิงสาวมองใบหน้าขรึมแต่อ่อนโยนนั้นด้วยสายตาฉงน นึกว่าจะถูกต่อว่า เรื่องกลับกลายเป็นเหนือความคาดหมาย

“จะช่วยพูด”

หญิงสาวทวนคำ อย่างไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน

“ใช่”

เสียงรับคำหนักแน่นดังมาจากปากคนที่นั่งกอดอกรอฟังเหตุผลอย่างตั้งใจ แต่หญิงสาวเห็นว่านั้นเป็นเพียงการทะเพื่อประชดเธอเท่านั้น

“ทำไมจะต้องบอก ในเมื่อฉันอยากไปก็ต้องไปให้ได้ ไม่มีใครมาขัดขวางได้หรอกแม้แต่..คุณ”

หญิงสาวเน้นตรงคำว่าคุณหนักแน่น เพื่อชายหนุ่มจะได้รู้ว่าเขาไม่มีความหมายกับเธอมากถึงกับจะมาเปลี่ยนความคิดเธอได้ พลางมองคนตรงหน้าด้วยสายตาตรง ปนท้ายทาย ก็เห็นเพียงแววตาขบขัน ในขณะที่ใบหน้ายังเรียบเฉยเป็นปกติอยู่เหมือนเดิม นั่นยิ่งสร้างความหงุดหงิดให้แก่หญิงสาวเป็นอย่างมาก มันคล้ายกับว่าเธอเป็นตัวตลกให้เขาหัวเราะเยาะ

“พี่เพิ่งรู้ว่าหวานเป็นคนที่ขาดเหตุผล ไม่สนใจความรู้สึกของคนรอบข้าง ไม่รู้หรือว่าคุณกฤษเหลือหวานเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่เป็นชีวิตของท่าน ถ้าหวานไป แล้วใครจะดูแลท่านล่ะ แม้ว่าจะมีคนดูแลมากมาย แต่คนอื่นก็เป็นคนอื่นวันยังค่ำ ไหนเลยจะเหมือนมีลูกมาอยู่ใกล้ ๆ”

แววตาตาของหญิงสาวไหววูบด้วยความละอายใจ ที่ลืมคิดถึงข้อนี้ไป แต่ด้วยทิฐิจึงไม่ยอมรับเหตุผลตามที่ชายหนุ่มพูด

“คุณพ่อต้องเข้าใจ ในเมื่อที่ฉันทำไปมันคืออนาคตของตัวเองและของโรงแรมที่ในอีกไม่ช้าฉันจะต้องเข้าไปดูแลกิจการต่อ เป็นถึงลูกสาวเจ้าของโรงแรมระดับห้าดาวเรียนแค่ในประเทศใครจะเชื่อมั่น ถึงแม้ว่าบ้างสถาบันจะเป็นที่ยอมรับกันในวงกว้างแล้วก็ตาม ”

หญิงสาวเถียงไม่ออกในครั้งแรก แต่พอได้พูดไปบ้างเสียงเริ่มหนักแน่นและมั่นใจมากขึ้น

“เอาเถอะเมื่อหวานเห็นว่าไปเพื่ออนาคตของตัวเองและของโรงแรม ไม่ได้เป็นเพราะจะหนีหน้าใครก็แล้วไป พี่จะช่วยพูดให้ก็แล้วกัน”

แววตาแพรวพราวขยิบตาล้อเลียนเมื่อพูดจบประโยค หญิงสาวออกจะอึ้งกับคำพูดเหน็บของชายหนุ่ม และนั้นเท่ากับว่าเขาเท่าทันความคิดเธอมาตลอด ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความคิดในระยะแรก ๆ ที่อยากจะหนีหน้าใครบางคนตามที่เขาว่านั้นก็จริง แต่ตอนนี้ไม่ไม่ใช่แบบนั้นเสียหน่อย แต่เรื่องอะไรที่เธอจะยอมรับ

“ใครหนีใคร หมายความว่ายังไงไม่ทราบ”

เสียงกร้าวขึ้นมาทันที รอยยิ้มชนิดหนึ่งผ่านเข้าไปในดวงตาสีเข้ม ชนิดที่คนเห็นใบหน้าร้อนผะผ่าว แม้จะเป็นเพียงแวบเดียว แต่ก็ทำให้หญิงสาวเข้าใจได้ทันทีว่าทั้งหมดที่ชายหนุ่มพูดมานั้น เป็นแต่เพียงพูดไปเพื่อจะยั่วให้เธอโกรธเท่านั้น

“ยังไม่มีใครว่าอะไรเลย อย่าร้อนตัวไปก่อนซิ”

เสียงกระเซ้า ในขณะที่ใบหน้าฉาบด้วยรอยยิ้ม ความอายแล่นเป็นริ้วขึ้นมาที่ใบหน้าจนหญิงสาวทนไม่ได้ต้องเดินหนี แต่เสียงนุ่มนวลยังแว่ว ๆ ปนเย้า เปรยมาตามหลัง

“หวานจะหนีความรู้สึกของตัวเองไปถึงไหน”

“ฉันไม่ได้หนี”

หญิงสาวแหวหางเสียสะบัด ใบหน้าซีดสลับแดงอยู่เป็นระลอกที่ถูกจี้ใจดำ

“ถ้างั้นก็อมรับมาเสียทีซิคะ จะให้พี่รอจนแก่เลยหรือไง”

หญิงสาวหยุดเดิน หันไปเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่เดินทอดน่องตามมาช้า ๆ เมื่อได้ยินประโยคนั้นจบลง ซึ่งใบหน้านั้นยังคงยิ้มละไม แต่ยังอ่านความคิดไม่ออกว่าหมายความว่าอย่างไร

“หมายความว่าไง”

หญิงสาวพึมพำถามไม่เกินเสียงกระซิบ

“ต้องให้พี่คุกเข่าขอความรักจากหวานเหมือนในละครหรือยังไง หวานถึงจะเข้าใจและเชื่อว่า หัวใจทั้งหมดของพี่เป็นของหวานมาตั้งนานแล้ว”

หญิงสาวตะลึงพรึงเพริดกับคำพูดตรงไปตรงมา แบบไม่มีพิธีรีตองของชายหนุ่ม ซึ่งกว่าจะรู้ก็ตัวก็ตกอยู่ในอ้อมกอดเขาแล้ว ตาทั้งสองสบประสานกันในระประชิด รู้สึกถึงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของเขาที่แนบชิดกัน ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งหัวใจของหญิงสาวเหมือนได้น้ำทิพย์มาชโลมหัวใจที่กำลังจะหมดแรง

“ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้ค่ะ หวานเชื่อแล้ว”

เสียงเบาหวิวผ่านลำคอไม่เกินกระซิบ เมื่อเห็นชายหนุ่มผละออกและทำท่าจะคุกเข่าจริงอย่างที่บอก

และแล้วความเยียบเย็นก็เร้นหาย
หลังอุ่นอายทิวากาลได้ผ่าน-เผย
ความมืดหม่นทั้งปวงก็ล่วงเลย
ให้ชิดเชยระยับช่วง..แห่งดวงวัน


“แล้วทีนี้หวานยังจะไปเรียนต่ออีกไหม”

ชายหนุ่มถามเสียงนุ่ม พลางเชยคางมนสั่นไปมาอย่างมั่นเขี้ยว ใบหน้ายิ้มละไม เต็มไปด้วยความสุขที่พูดสิ่งที่เก็บไว้ในใจออกมาเสียได้

“อ้อ! เข้าใจล่ะ ที่ทำทั้งหมดนี่เป็นแผนที่จะขัดขวางไม่ให้หวานไปเรียนล่ะซิ”

หญิงสาวพูดสะบัด หันหลังให้ อย่างแสนงอน

“พี่ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นซะหน่อยหวานนี่ ชอบหาเรื่องซะจริง พี่หมายถึงว่า ไม่อยากให้หวานไปไหนไกล ถ้าอยากจะเรียนก็เรียนเสียที่นี่ก็ได้ พี่จะส่งหวานเรียนจนหวานขี้เกียจไปข้างหนึ่งเลยดีไหม”

ชายหนุ่มรีบบอก พร้อมกับรวบเอวเข้ามากอดเกยคางวางไว้บนไหล่อย่างเอาใจ

“บ้า! เงินหวานก็มีเรื่องอะไรต้องใช้เงินคุณด้วยล่ะ”

“อ้าว! ก็เงินสามีก็เหมือนเงินภรรยานั้นแหละ”

ชายหนุ่มพูดหน้าตาเฉย หญิงสาวหันมาทุบอกออย่างเขินอาย นั่นเท่ากับว่าตัวเองเสียเปรียบอย่างหมดรูป ถ้าพีรภัสจะฉวยโอกาสรังแก เธอไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อีกแล้ว

“บ้า! ใครไปรับปากคุณว่าจะแต่งงานด้วย”

หญิงสาวพูดแก้เก้อ พยายามเบี่ยงตัวหลบริมฝีปากที่เคลียแก้มอยู่ขณะนี้

“คำก็บ้า สองคำก็บ้า เดียวจูบให้ขาดใจตายเลยเด็กนี่”

“หวานไม่ใช่เด็กแล้วนะ”

หญิงสาวแหวเสียงเขียวอย่างไม่พอใจ เมื่อถูกกล่าวหาว่ายังเป็นเด็ก มันเป็นปมในใจเธอมานานแล้ว ที่จะอย่างไรก็ยังเป็นเด็กในสายตาเขาตลอดเวลา

“อย่างนี้ต้องขอพิสูจน์หน่อยละ ว่าโตแล้วจริงหรือเปล่า”

ว่าพลางก็กระชับวงแขนเข้ามาอีก ทั้งที่ร่างกายก็เบียดกันแนบแน่นจนแม้แต่ลมก็ไม่อาจพัดผ่านได้ พร้อมกับโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กลิ่นหอมจาง ๆจากพวงแก้มที่บัดนี้เปลี่ยนมาเป็นสีกุหลาบ ริมฝีปากอวบอิ่มที่กำลังเผยอนิด ๆนั้น มันช่างเย้ายวนให้ขาดสติ ริมฝีปากหนาจูบเบา ๆ อย่างอดใจไม่ไหว มารู้สึกตัวอีกทีเมื่อหญิงสาวในอ้อมแขนสั่นอย่างหวาดกลัว ขนตายาวงอนที่ปิดสนิทเต้นระริก เมื่อนั้นสติเขาจึงกลับมา ถอนริมฝีปากออกอย่างแสนเสียดาย

ระยะเวลาผ่านไปอึดใจหญิงสาวจึงค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นอย่างเกรง ๆ พร้อมกับที่ชายหนุ่มคลายวงแขนออก นัยน์สีน้ำตาลอ่อนเห็นเพียงรอยยิ้มอ่อนโยนกับประกายความปราถนาที่จางลงบางส่วน ก่อนที่หญิงสาวจะเบี่ยงตัวออกมาจากอ้อมแขนนั้น ซึ่งชายหนุ่นก็ยอมปล่อยแต่โดยดี ด้วยความกระดากอายทำให้เธอตัดสินใจไม่ถูกว่าจะทำอะไรต่อไปดี จึงวิ่งเข้าบ้าน ด้วยหัวใจที่เต้นระทึก นึกตำหนิตัวเองที่เอนโอนไปตามอารมณ์ ดีที่เขาไม่ทำอะไรมากกว่านั้น ไม่งั้นไม่รู้จะหน้าไปไว้ที่ไหน

ชายหนุ่มยอมปล่อยคนในอ้อมแขนไป เมื่อเห็นแววตาตื่นตระหนกและกริ่งเกรงของหญิงสาว ได้แต่บอกตัวเองให้อดทนไว้ก่อน เขาไม่อยากทำอะไรผลีผลาม จนเสียความไว้วางใจจากหญิงสาวอีกเหมือนคราวที่แล้ว จนทำให้เธอหวาดระแวงจนไม่กล้าเข้ามาใกล้ หลบหน้าเขาอยู่พักนึง จนกระทั่งมีเหตุการณ์มาแทรกเรื่องนั้นเลยเลือน ๆไป





เมื่อการเดินทางมาถึงทุกคนต่างรู้สึกใจหาย ที่พริกหวานจะไปเรียนต่อ ทั้งที่ได้ทำใจกันไว้บ้างแล้วก็ตาม

“คุณหนู ดูแลตัวเองดี ๆ นะคะ ถ้ามีอะไรขาดเหลือก็โทรมาบอก นมจะรีบส่งไปให้”

นมอุ่นบอกเสียงเครือ

“หวานไปปารีสนะคะ ไม่ได้ไปชายแดน จะได้มีอะไรขาด แต่ถ้ามีของเหลือจะให้หวานส่งกลับมาไหมคะ”

หญิงสาวว่าเสียงเย้า พร้อมกับก้มลงจูบแก้มซ้ายขวาด้วยความรัก ท้ายประโยคบอกห่วงใยเช่นกัน

“นมก็อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยนะคะ หวานไปล่ะ”

หญิงสาวโบกมือลาทุกคน ที่มายืนส่ง ก่อนเดินไปขึ้นรถที่จอดรอ พอถึงเวลาไปจริง ๆ ก็รู้สึกใจหาย บ้านจะมีความหมายที่สุดเมื่อรู้ว่ากำลังจะเดินจากไป เมื่อครั้งยังเด็กแทบไม่รู้สึกอะไรเลย เหมือนว่าแม่พาไปเที่ยวกระนั้น หรืออาจเป็นเพราะคราวนี้ไปคนเดียว ถึงแม้ว่าที่นั้นจะเป็นบ้านอีกหลังก็ตาม ใจก็ยังหวิว ๆพิกล

สนามบินสุวรรณภูมิ
ผู้คนเดินกันขวักไขว่ เสียจอแจ เสียงประกาศของประชาสัมพันธ์ดังเป็นระยะ ๆ หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่ง แต่งกายรัดกุม สบหน้าลงกับไหล่ชายวันเกือบห้าสิบ ที่ยังดูปาดเปรียว น้ำตาคลอ ก่อนจะผละออก พร้อมกับรอยยิ้มกระจ่างใบหน้า ถึงแม้ขนตายังมีหยาดน้ำใส่ ๆ เกราะพราว

“พ่อดูและตัวเองด้วยนะคะ ห้ามพาสาวเข้าบ้านตอนหวานไม่อยู่ด้วยล่ะ”

น้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น

“หวานก็ดูแลตัวเองด้วยนะ อย่าหักโหมจนเกินไป อ้อ! แล้วก็อย่าไปมีเรื่องกับใครล่ะ”

รอยยิ้มที่พยายามจะให้ดูสดใส แต่ก็ยากเต็มทีสำหรับคุณกฤษ

“ค่ะพ่อ”

พริกหวานโผเข้ากอดกันอีกครั้ง ซึมซับความอบอุ่น ความห่วงใยของกันและกันไว้เต็มหัวใจ ก่อนผละจากอ้อมแขนของผู้เป็นพ่อ เดินมาหาคนที่ยืนเงียบขรึม ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยความห่วงใย

“การจากกันคราวนี้ เพื่อที่จะพบกันใหม่ ในสภาวะที่หวานจะเหมาะสมกับพี่พีทุกประการ ไม่ใช่เด็กกะโปโลเหมือนตอนนี้อีกแล้ว”

หญิงสาวแกล้งว่าด้วยใบหน้ายิ้ม ๆ สายตาจับอยู่ที่ใบหน้าคมเข้มตลอดเวลา

“ที่พี่ให้หวานไปเรียนต่อ ไม่ใช่ว่าจะให้หวานไปปรับเปลี่ยนตัวเพื่อให้เหมาะสมกับพี่ แต่พี่เห็นว่าการที่หวานไปเรียนเพื่อหาความรู้เพิ่มเติมเป็นสิ่งที่ดี”

ชายหนุ่มบอกยิ้ม ๆเช่นกัน

ทั้งสองสบตากันอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่พีรภัสจับมือพริกหวานขึ้นมาจูบเบา ๆ ที่นิ้วนางข้างซ้าย หญิงสาวตะลึงงันอย่างคาดไม่ถึงว่าเขาจะทำโรแมนติกต่อหน้าธารกำนัล นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเป็นประกายขวยเขิน จนใบหน้าซับโลหิตเป็นสีกุหลาบ แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาที เหมือนมีมนต์สะกดให้หญิงสาวไม่อาจดึงมือกลับได้ ทั้งที่ผู้คนเดินกันขวักไขว่ ราวกับว่าทั้งสองอยู่ในโลกส่วนตัวกระนั้น ดวงตาสีเข้มเงยขึ้นมาสบตา ก่อนบอกอย่างนุ่มนวล

“พี่จะไม่ใช้แหวนในการผูกมัดตัวหวานไว้ เพราะมันจะไม่มีค่าอะไร หากวันหนึ่งหวานไม่ต้องการมัน นี่เป็นสัญญาใจว่าพี่จะรอหวานจนกว่าหวานจะกลับมา”

สายตาทั้งสองสบประสานกัน อย่างจะหยั่งให้รู้ความรู้สึกภายในของกันและกัน เพียงเท่านั้นโดยไม่ต้องเอ่ยวาจาใดอีก พริกหวานยกมือข้างนั้นขึ้นแตะริมฝีปากเบา ๆ บ่งบอกว่าเธอจะมีเขาเพียงคนเดียวตลอดไป

แม้นได้เป็นคนดีพี่หมายรัก
ย่อมคุ้มค่าใจภักดิ์สมัครมั่น
เพียงเศษเสี้ยวคำนึงส่งถึงกัน
สุขเกินกว่าไต่ชั้นสวรรคา


เสียงประกาศเรียกผู้โดยสารเตือนมาอีก พริกหวานเดินเข้าไปสวมกอดพ่ออีกครั้ง ก่อนตัดใจเดินเข้าห้องพักผู้โดยสาร หยาดน้ำตาแห่งความปลื้มปีติไหลอาบสองแก้ม ทั้งที่พยามอดกลั้นไว้แล้วแท้ ๆ หญิงสาวปาดน้ำตาทิ้งก่อนเดินเชิดหน้าไปบนหนทางที่ตัวเองได้เลือกแล้ว








คุยต่อจากข้างบน
ที่เลือก "หวานใจ" เป็นชื่อเรื่องใหม่เพราะเห็นว่าเป็นชื่อของนางเอง และพริกหวานยังเป็นคนที่พีรภัสรักมาตั้งแต่ต้น ไม่วอกแวกไปสนใจคนอื่นเลย ต่างคนต่างเป็นหวานใจของกันและกัน จึงคิดว่าชื่อนี้น่าจะเหมาะที่สุด(ในขณะนี้) ขอบคุณ สาวปลิว เจ้าของชื่อเรื่อง คุณกระบี่ฯ คุณจีน นกจ๋า คุณนาง ที่ช่วยตั้งชื่อเรื่องให้คะ


ป.ล. 1. ขอบคุณกลอนจาก ๐ พี่สดายุ ๐ ค่ะ ถ้าสนใจอ่านกลอนแบบเต็ม ๆ บท ของพี่สดายุ ก็เข้าไปอ่านได้จากที่นี่เลยค่ะ ๐ สายใย ๐ คลิ๊กเข้าไปดูได้เลยค่ะ

ป.ล. 2. ขอบคุณกลอนจาก ๐ สาวปลิวตามลม ๐ ที่เอื้อเฟื้อ







อ่านย้อนหลังได้ที่นี่เลยค่ะ


หนุ่มมาดเท่ห์กับสาวจอมแก่น บทที่ 19

หนุ่มมาดเท่ห์กับสาวจอมแก่น บทที่ 18(ต่อ)

หนุ่มมาดเท่ห์กับสาวจอมแก่น บทที่ 18

หนุ่มมาดเท่ห์กับสาวจอมแก่น บทที่ 17

หนุ่มมาดเท่ห์กับสาวจอมแก่น บทที่ 16

หนุ่มมาดเท่ห์กับสาวจอมแก่น บทที่ 15

หนุ่มมาดเท่ห์กับสาวจอมแก่น บทที่ 14























 

Create Date : 03 สิงหาคม 2551
39 comments
Last Update : 3 สิงหาคม 2551 17:33:48 น.
Counter : 585 Pageviews.

 

ชื่อเรื่องใหม่นาห์ว่าเหมาะกว่านะคะ
เพราะดูๆไปความเท่ห์ของคุณพีไม่ค่อยมีมากเท่าความใจดี อบอุ่นน่ารัก อิอิ

...นานแค่ไหนก็รอค่ะ
ติดตามแล้วก็ต้องตามให้จบ จะได้เป็นกำลังใจให้คุณฝนด้วยไงค่ะ

 

โดย: มัยดีนาห์ 3 สิงหาคม 2551 19:21:38 น.  

 

emo

 

โดย: ปลิวตามลม 3 สิงหาคม 2551 21:33:25 น.  

 


ดีจ้า...หวานจ้า...
เพลงก็หวานเช่นกันจ๊า...ฮ่า
ขอให้เจ้าบ้านสุขภาพดีจ้า
อย่าได้เบาหวานเลย..อิ..ๆ

 

โดย: กระบี่ไล่ล่า //// IP: 58.147.40.226 4 สิงหาคม 2551 16:56:23 น.  

 


คุณนาห์..1
ขอบคุณนะคะ ที่แวะมาให้กำลังใจกันเสมอ
ชื่อเรื่องเปลี่ยนใหม่ ดูอะไร ๆ ก็หวาน
ไปหมดเลย ไม่ใครก็ใคร คงเป็น
เบาหวานกันบ้างแน่ ๆ...เอิ๊กกกก







สาวปลิว..2
ระหว่าเราสองคน ไม่รู้จะขอบคุณ
อะไรกันอีกแล้วเน๊อะ ส่วนเรื่องต่อไป
กำลังคิดอยู่นะ ว่าจะให้ออกมาแนวไหนดี
แต่ยังคิดไม่ออก..แฮ่







คุณกระบี่ฯ..3
ดีค่ะ..แฮ่ม อย่าแช่งกันซิ
คุณกระบี่ฯสบายดีนะคะ เห็นหายไปเลย
นึกว่าจะลืมกันซะแล้ว..เอิ๊กกกก

 

โดย: ไลเดเลีย 4 สิงหาคม 2551 18:53:58 น.  

 

 

โดย: taibangplee 5 สิงหาคม 2551 9:58:53 น.  

 

นอนไม่หลับครับ

ช่วยด้วย...

 

โดย: มหาสำลี 5 สิงหาคม 2551 21:49:19 น.  

 

ไม่ได้อยู่ในโลกส่วนตัวนะ
แต่... กลับดึก

ยังไงตัวเองไปพักผ่อนก็ดีแล้ว
จะได้มีแรงค้นหาไอเดียสำหรับ
บทอวสานไง

อ้อ... แล้วหาภาพที่หวานกว่านี้
ได้รึยัง?
เอาแบบน้ำตาล น้ำอ้อย น้ำผึ้ง ต้องอาย
อิอิ

ฝันดีเน้อ


glitter-graphics.com

 

โดย: ปลิวตามลม 5 สิงหาคม 2551 22:50:48 น.  

 

เฮ้อ วันนี้ทำตัวเหมือนอู้งานค่ะ ได้โอกาสมานั่งอ่านพริกหวานให้สมใจที่คอยนาน

 

โดย: ม่านแพร IP: 125.27.171.96 6 สิงหาคม 2551 10:31:29 น.  

 

ไว้เดี๊ยว เจอคนสวยก็
หายไม่มีไรหรอก

 

โดย: มหาสำลี 6 สิงหาคม 2551 13:49:19 น.  

 


หญิงวี..5
นั่งรอตั้งนานนะ รอดูว่าตัวเขียนอะไรหรือป่าว
ฮ่า ๆๆๆ ไม่เห็นมีอะไร มาแบบว่างเปล่า








คุณมหา..6,9
ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว หวังว่าคืนนี้คงจะนอนหลับนะคะ
เอ! หรือว่าเจอคนนั้นแล้ว..อิอิ








สาวปลิว..7
ตัวกลับดึกจังเลย งานยังยุ่งอยู่เหรอ?
ยังไงตัวก็อย่านอนดึกนักนะ

ภาพที่หวานกว่านี้ยังหาไม่ได้เลย
คงต้องรอไปอีก จนกว่า wallco
จะเอามาลงใหม่..หุหุ

ส่วนไอเดียตอนก็ยังตันอยู่เหมือนเดิม
คิดไม่ออกจนถึงบัดนี้..ฮ่า ๆๆๆ








น้องม่าน..8
หายไปนานมากเลยนะ งานคงยุ่ง
จนไม่ค่อยเห็นกันเลย พี่ยัง
คิดถึงน้องม่านอยู่เสมอนะคะ

 

โดย: ไลเดเลีย 6 สิงหาคม 2551 21:27:07 น.  

 

สวัสดีตอนเช้าครับ ...

 

โดย: มหาสำลี 7 สิงหาคม 2551 5:01:50 น.  

 

emoคิดถึงครับ รักษาสุขภาพด้วย

 

โดย: มหาสำลี 8 สิงหาคม 2551 6:39:22 น.  

 

เมื่อคืนหลับไม่ค่อยได้แฮะ...

แถมยังลุกมาซะเช้าเลย...

เช้านี้ก็หน้าบล็อกใหม่อีก ตามระเบียบ
(ระเบียบกรมไหนหว่า ฮี่ ๆ ๆ)

เตรียมตัวกลับบ้านดี ๆ เน้อ
ซื้อของฝากไปให้แม่ด้วยสิ

สุขสันต์วันศุกร์นะ
emo

 

โดย: ปลิวตามลม 8 สิงหาคม 2551 7:35:37 น.  

 

เข้ามาเห็นว่าขึ้นตอนใหม่แล้วหลายวัน
แต่เพิ่งมีเวลามาอ่านจนจบเรื่อง

หวาน...สมชื่อจริงๆ ค่ะ

 

โดย: เพรง.พเยีย 10 สิงหาคม 2551 6:50:51 น.  

 


สวัสดีวันจันท์
สร้าง Comment ง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง..คลิ๊กที่นี่

<
<
ดีใจจัง สาวไทยได้เหรียญทอง

 

โดย: มหาสำลี 11 สิงหาคม 2551 6:10:23 น.  

 

ตามหาคนหาย

 

โดย: tai (taibangplee ) 11 สิงหาคม 2551 22:16:37 น.  

 

อืม... ไม่เอาหรอก พุง น่ะ

แต่ถ้าเป็นพุงปลาอาจจะโอเค อิอิ

คืนนี้... นี่อากาศเย็นสบาย

ก็เลยอยากให้ฝนหลับอิ่ม ๆ
ดูดนิ้วจุ๊บ ๆ ด้วยเน้อ ฮิ ๆ ๆ

emo

 

โดย: ปลิวตามลม 13 สิงหาคม 2551 22:23:11 น.  

 


สวัสดี ตอนเช้าครับ

<
<
emo

 

โดย: มหาสำลี 14 สิงหาคม 2551 6:19:21 น.  

 

งานเข้าแระ

 

โดย: tai (taibangplee ) 14 สิงหาคม 2551 10:54:03 น.  

 

อ่านให้ชื่นใจฉ่ำปอดไปเลยนะเพื่อน

อ่านจน..ดารินย้ายไปคู่กับแงซาย..
ให้ได้นะ 555+

ติดซะจนไม่รู้จะพูดยังไง

emo


ฝันดีเน้อ

emo

 

โดย: ปลิวตามลม 14 สิงหาคม 2551 21:42:56 น.  

 

คุณมหา..11,12,15,18
ชนะเลิศไปเลย 4 เม้นท์

ขอบคุณนะคะที่มาฝากความคิดถึงไว้
ถึงแม้เจ้าบ้านจะไม่ค่อยอยู่เฝ้าบ้านก็ตาม
กำลังติดเพชรฯนะคะ ทั้งที่อ่าน
ไปหลายรอบแล้ว ความสนุกก็ยังไม่จาง







อัล..13,17
นู๋ฝนขอตัวไปอ่านเพชรฯต่อให้จบก่อนเน้อ
แล้วจะหากลอน(เพลง)บทนั้น มาให้ยล
ถ้าไม่ขี้เกียจอะนะ..เอิ๊กกก







คุณนาง..14
ต้องยกนิ้วให้คนตั้งชื่อล่ะค่ะ
เข้าใจตั้งให้เหมาะกับเรื่องที่เขียน

ตอนจบเลยไม่รู้จะเขียนต่อไงดี
กลัวมันจะไม่หวานเท่านี้







หญิงวี..16,19
งานยุ่งก็ ระวังสุขภาพด้วยนะจ๊ะ

 

โดย: ไลเดเลีย 14 สิงหาคม 2551 21:43:24 น.  

 


คุณหญิงดาริน ไม่มีทางเปลี่ยนใจ
จาก "จอมพรานใจฉกาจ" ได้หร๊อก

แงซายมี"เมยานี"เป็นจอมใจแล้วด้วย

ฮ่า ฮ่า ลัน ลัน ลา

 

โดย: ไลเดเลีย 14 สิงหาคม 2551 21:50:25 น.  

 

เหอะ... อ่านซ้ำบ่อย ๆ น่ะ
คุณหญิงดารินไม่เบื่อ
รพินทร์ให้มันรู้ไป 555+

(ประมาณว่า รักกันจนเบื่อ)

..แบร่ ๆ..

emoemoemo

 

โดย: ปลิวตามลม 15 สิงหาคม 2551 15:37:01 น.  

 

ไปนอนก่อนน่ะ
เหนื่อย
//www.central.co.th/lovetheearth/gallery.php?con=1
เข้าไปโหวตภาพถ่ายของเพื่อนหน่อยน่ะ
ชื่อภาพความจริง

 

โดย: tai (taibangplee ) 15 สิงหาคม 2551 23:19:24 น.  

 

อรุณสวัสดิ์เพื่อน
ใช่เมื่อคืนเพ่งถึงบ้าน
น้องโทรมาหาให้ช่วยหน่อย
วันนี้โหวตได้อีกน่ะตัว

 

โดย: tai (taibangplee ) 16 สิงหาคม 2551 9:02:48 น.  

 

ไม่ได้หายไปไหน...
มัว..มั่ว..นิยายเรื่องใหม่อยู่
เดี๋ยวส่งไปให้อ่านตอนแรก

(เขียนเอง อ่านเอง ยังแปลก ๆ
..เขียนอะไร.. 555+)

 

โดย: ปลิวตามลม 16 สิงหาคม 2551 12:21:43 น.  

 

ตื่นยัง?

อย่าบอกนะ หลับยาวววววว
555+

emo

 

โดย: ปลิวตามลม 17 สิงหาคม 2551 13:55:52 น.  

 

 

โดย: มหาสำลี 18 สิงหาคม 2551 6:42:40 น.  

 

emoemo

 

โดย: มหาสำลี 19 สิงหาคม 2551 6:12:33 น.  

 


Morning ครับ
สร้าง Comment ง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง..คลิ๊กที่นี่

<
<
พี่ไม่เป็นไร จริงๆๆๆยังสบายดีอยู่

 

โดย: มหาสำลี 20 สิงหาคม 2551 5:44:10 น.  

 

ขอบคุณที่สนใจบล๊อค แบกกราว

มีลายสวยๆเพิ่มอีกแล้ว...

 

โดย: ยายเก๋า (ชมพร ) 20 สิงหาคม 2551 10:56:06 น.  

 

เมื่อวานหัวหมุนเลย
วันนี้เลยชดเชยนิดหน่อย
ทำบล็อกไป 5 หน้า...
แล้วก็ตระเวน ..ยิ้มกว้าง..

แล้วเดี๋ยวก็ไปหมุนต่อ
emo

 

โดย: ปลิวตามลม 20 สิงหาคม 2551 11:21:50 น.  

 

 

โดย: มหาสำลี 21 สิงหาคม 2551 5:36:35 น.  

 

 

โดย: มหาสำลี 22 สิงหาคม 2551 6:17:33 น.  

 

เอารูป ฝนน้อย มาวางที่นี่อีกรอบ
กลัวไม่เห็น 555+
(นี่ไม่ใช่รูป ตอนตัวเองถือขวดเน้อ)

 

โดย: ปลิวตามลม 22 สิงหาคม 2551 10:38:07 น.  

 

ตอบบล็อกมั่งดิ
เดี๋ยวก็ร้างหรอก!

ภาพวาดนั่นน่ะ ถ้าวาดเสร็จ
จะสแกนมาให้ดู อิอิ

emo

 

โดย: ปลิวตามลม 24 สิงหาคม 2551 19:17:18 น.  

 

เค้าก็คิดถึงตัวเองเหมือนกัน

 

โดย: tai (taibangplee ) 25 สิงหาคม 2551 9:33:51 น.  

 

มาเม้นท์ครับ

 

โดย: Ahoahoman IP: 114.162.165.205 19 สิงหาคม 2552 20:16:02 น.  

 

ดีจ้า

เดือนกลับมาแล้ว

อืม..ใช้คำนี้คงถูกนะ

เพราะว่าหลงลืมรหัสผ่านไปนานมากมาย

ครบปีเพิ่งได้กลับมานี่ล่ะ

เป็นกำลังใจให้เหมือนเดิมจ้า

 

โดย: ดุจเดือน 22 กันยายน 2552 11:21:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ไลเดเลีย
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ร้อยรส...กลอนกานท์




O ฤดูลม...O

O ฉับพลันฝนก็เร้นเก็บเส้นสาย
ดวงวันฉายแสงช่วงโลมห้วงหน
ขับความชื้นลบเลือนรอยเปื้อนปน
ลบหมองหม่นแผ่นฟ้าจนพร่าเลือน

O คล้ายเมฆสีเทาทึมเมื่อครึ้มฝน
ถูกแสงสรวงเบื้องบนเข้าปนเปื้อน
ย้อมสีเทาเป็นขาว..เมื่อหนาวเยือน
มาตามเตือนเลื่อนยามให้งามตา

O ลมต้นหนาวเกรียวกรูเสียงวู่ไหว
โลมกิ่งใบไม้ตื่นทั้งผืนป่า
เขยื้อนขยับยวบไหวอยู่ไปมา
เหมือนบอกลาล่วงพ้น..คาบฝนปลาย

O ความเปลี่ยนแปลงผ่านสู่..ให้รู้เห็น
จากเมื่อสีเลื่อนเส้น..แล่นเป็นสาย
เสียงครืนครั่นก้องอยู่ไม่รู้วาย
แปลบปลาบว่ายเวียนย้ำโลมค่ำคืน

O จนฟ้าเปลี่ยนไม้ใบสั่นไหวระริก
น้ำก็พลิกแผ่นผิว..เป็นริ้วตื่น
จึงบัดนั้น..ภูมิทัศน์ก็หยัดยืน
ด้วยสายลมเย็นชื่น..เพื่อฟื้นตัว

O ถึงคราลมเย็นรื่น..วกคืนย้อน-
พรมสายอ่อนโอนระลอกเข้าหยอกยั่ว
ยอดหญ้าเรียวโค้งนั้น..ย่อมสั่นรัว
รอเกลือกกลั้วรับรู้..ฤดูลม

O จากยึดโยงรากแทงลงแหล่งดิน
ตราบฝนรินหยาดหลั่งลงสั่งสม
คลายความชุ่มความชื้นเหนือพื้น, พรม-
ภาวะอันอุดม..ห้อมห่มไพร

O เหยียดยอดเสียดขึ้นแทงรับแรงฝน
ที่คอยหล่นร่วงหยาด..ก่อนลาดไหล
ยืนต้นตั้งเป็นแถว..เป็นแนวไป
รอลมไหววาดวี..จักมีมา

O ไม่นานเลย..จากฝนฟ้าหม่นหลัว
จนยอดไม้ส่ายรัวอยู่ทั่วหน้า
โลกต่ำ-ใบขาบเขียวทุกเรียวคา-
จะออดอ้อนลมถา..อยู่คาพื้น

O ระบำแถวยอดหญ้าตรงหน้านั้น
จะค่อยสั่นใบพลิ้วเป็นริ้วตื่น
เขียวจากฝนฝากตอนจะย้อนคืน-
เป็นแพรผืนโยนระลอกยั่วหยอกลม

O ร้อนจะรุมสุมมาจากฟ้าไหน
เรียวจะไหววาดรับช่วยขับข่ม
รอค่ำคืนน้ำค้างมาพร่างพรม
เพื่อรับฉมชื่นมาลย์..กลิ่นซ่านซ้อน

O กาลย่อมผ่านโดยช่วงของดวงวัน
จากเม็ดพันธุ์แตกหน่อเป็นช่ออ่อน
จนกลีบใบเรียวแรกเริ่มแตก..ชอน-
ไชขึ้นอ้อนออดรู้ฤดูกาล

O ฝน..หนาว..ร้อนรุ่มถึงขุมขน
แล้วเวียนรอบให้ฝน..อีกฝนผ่าน
เพื่อหยัดกลีบเรียวช่อ..ขึ้นรอบาน
พร้อมเรณูหอมซ่านขึ้นหว่านรส

O ช้าเร็ว..มวลผึ้งภู่ย่อมรู้กลิ่น
เมื่อลมรินรวยเท..หันเหบท
คอยดูเถิดอีกประเดี๋ยว..การเลี้ยวลด-
เข้าจ่อจดหวานหอม..จะพร้อมแล้ว

O ฤดูลมพรมพรำ..อยู่ค่ำเช้า
อาจรุมเร้า, อ่อนโรย..จนโชยแผ่ว
รอกวัดใบหญ้าเต้นจนเป็นแนว
ซ้ำบทแล้วบทเล่า..แต่เช้าวัน

O เมื่อสายลมผ่านสู่..ฤดูล่อง
และฟ้าผ่องแผ้วงามสีครามนั่น
ก็เมื่อผิวต้องหนาวจนหนาวครัน
จึงบัดนั้นโลกกว้างย่อมวางรอ

O ให้ฟังเสียงลมเท..มาเห่กล่อม
สูดกลิ่นหอมเรณูที่ชูช่อ
ทั้งเสียงไม้เสียดยอด..แสงทอดทอ-
ลอดพุ่มกอก้านใบ..ที่ไหวรับ

O พอลมล่องลาดเทมาเห่กล่อม
โลกที่ล้อมรอบล้วนคล้ายครวญขับ-
ผ่านบทเพลงร่ายรำ..เพื่อสำทับ-
การเขยื้อนการขยับลำดับนั้น

O ก็ใช่- เป็นเพียงฤดูลม
หมุนรอบมาห้อมห่มให้ซมสั่น
เปลี่ยนผ่านสภาพธรรมเข้าค้ำยัน
ให้จิตใจทั้งนั้นรู้ผันแปร

O เมื่อเม็ดน้ำขาดช่วงจากห้วงหน
เมฆขาวบนฟ้าพลอย..เลื่อนลอยแผ่
เมื่อขาวครามกลมเกลียวให้เหลียวแล
ก็เห็นแต่ภาพงามของยามนี้

O โอบโลกให้งดงามอยู่ท่ามกลาง-
ดวงวันพร่างแสงพร้อยเรียงสร้อยสี
ลมหนาวร่ำสายผ่านลงคว้านตี
เมื่อปีกผีเสื้อลายบินบ่ายย้อน

O ช่องโสตก็จะแว่วเสียงแจ้วเจื้อย-
ของนก, ลมโชยเฉื่อยคล้ายเหนื่อยอ่อน
ผืนแผ่นน้ำครวญครางในต่างตอน
จักซ้ำซ้อนภาพลวงอีกดวงวัน

O ให้มองเห็นลอยดวงบนสรวงฟ้า
ทั้งแจ่มจ้ายิ่งล้ำกลางน้ำนั่น
เท็จ-จริง..ที่มองผ่านก็ปานกัน
ย่อมแปรผันโดยจิต..การคิดตรอง

O ก็ใช่ – ที่เป็นเพียงธรรมชาติ
ทั้งดวงวันโอภาสคอยสาดส่อง
หรือคลื่นน้ำไหลลาดลงฟาดฟอง
และปีกผีเสื้อล่องบนท้องฟ้า

O เห็นไหมเล่ากลีบผการะย้าย้อย
ทุกช่อที่เคยช้อยอยู่คอยท่า
รอฝน..ต้องฝน..หมดฝนพา-
กันอ่อนโรยอ่อนล้า..ซบคาพื้น

O ฤๅ - อาจรู้ลูบโลมด้วยลมหนาว
หรือแสงงามวับวาวจากดาวดื่น
ครั้นสิ้นรอบลมร่ำกลางค่ำคืน
ฤๅ – อาจรู้ฉ่ำชื้นของพื้นดิน

O เพียงกาลผ่านเวียนแล้วเปลี่ยนช่วง
งามทั้งปวงถ้วนบทก็หมดสิ้น
ปีกลวดลายลมโชยเคยโบยบิน
อาจลาถิ่นไพรเถื่อนลับเลือนแล้ว

O ที่ไหนเล่าโลกกว้างและทางแคบ
เพียงหนีบแนบกลีบใบที่ไหวแผ่ว
ที่ไหนเล่าดีร้ายที่ปลายแนว-
ของเทือกแถวดอกมาลย์หอมหวานนั้น

O ก็นั่นแหละรูปธรรมในธรรมชาติ
ลมไหววาดแสงฉายน้ำพรายสั่น
ปีกลวดลายบินหยุด..ดอมบุษบัน
เกสรกลั่นหวานรส..อาจหมดฤๅ

O หากอีกสภาพธรรมในธรรมชาติ
เมื่อลมลาดล่องอยู่อาจรู้หรือ-
ว่าร้อน..ฝน..จนหนาว..อีกหนาวคือ-
การยึดถือตีความเอาตามใจ

O ฤดูลม-ยอดไม้ส่ายไหวอยู่
ปีกลวดลายหรุบชูก่อนลู่ไหล-
ลอดกลีบดอกนุ่มบางแทรกร่างไป
หวานเยี่ยงไรเล่าหนอ..จึ่งพอเพียง ?

O ฤดูลม..หวนระลอก, ดวงดอกไม้-
ก็หอมให้แถวถิ่นรู้กลิ่น, เสียง-
นกไพรเถื่อนก้องกรู..คล้ายอยู่เคียง-
ศัพท์สำเนียงก้องรัว..บางหัวใจ !



จากบล็อกพี่ สดายุ ค่ะ

: รอยจารึก


Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2551
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
3 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ไลเดเลีย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.