พฤศจิกายน 2554

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
24
25
26
27
28
29
30
 
 
23 พฤศจิกายน 2554
Hongkong - Macau ฉบับหมดตัว
Thailand - Macau - Hongkong part 1

ในตอนแรกจองตั๋วไว้ 8-10 พย กะจะไปแค่มาเก๊า อาศัยเนียนกับช่วงน้ำท่วม
เลยโทรไปเลื่อนตั๋วเป็น 6-10 พย แทนกว่าจะโทรติด cc ยากมาก รอสายจนท่องได้
ถ้าได้ยินเสียงกัปตันเก่าประสบการณ์ที่ไหน คงจำได้


6.11.2011
ออกจากบ้านตอนตีสี่ เพื่อให้ทันไฟล์ทมาเก๊า ตอนหกโมงเช้า จากพระราม 3
แท็กซี่ขึ้นทางด่วน สองด่าน ค่าแท็กซี่ก็ปาเข้าไปเกือบสี่ร้อยแล้ว
มาเจอแถว air asia OMG คนต่อคิวเยอะ แล้ว จนท ตามเค้าเตอร์ก็ไม่มี
เรารอ verify document อย่างเดียวยังกินเวลาไปเกือบครึ่ง ชม
ผ่าน ตม ก็มาเจอ จนท ที่เป็นคนบ้านเดียวกันซะด้วย ถามเป็นภาษาอีสานใหญ่เลย
"สิไปเที่ยวไส" "ไปมาเก้า" "บ้านอยู่อำเภอใด๋"
"บ้านอยู่ในเมือง แถวโรงเรียนเบญ" "นี่คนวาริน 55"
นั่นคือคำสนทนาในระหว่างที่ยืนถ่ายรูปที่ ตม (ต้องออกเสียงซาวน์แทรกเพื่อความสมจริง)

ขอตัดไปที่มาเก๊าเลยล่ะกัน
สิบโมงกว่าๆ เครื่องลงตรงเวลาแป๊ะ ขณะที่เครื่องกำลังวิ่งช้าๆ เพื่อจอดนั้น
สัญญาณรัดเข็มขัดยังไม่ดับ
ผู้โดยสารชาวจีนทั้งหลายพากันลุกขึ้นหมด แอร์พยายามบอกให้นั่งลงก่อน
ไม่มีใครฟังสักคน 55 ยืนกันสักพักจนเครื่องจอดสนิท
พอลงจากเครื่องปุ๊ป มีรถ shutter bus มารอรับ
ขึ้นไปยืนได้สองวินาที อ้าวถึง terminal แล้ว ไรเนี่ย ฉันเดินไปเองก็ได้นะ
ระยะทางประมาณห้าสิบเมตร ยังมีรถมารับ services ดีโคตร


เข้ามาข้างใน โห คนเยอะมาก ตม เปิด 5 ช่อง
หนึ่งช่องเป็นของพลเมืองมาเก๊า ที่เหลือคิวยาวมาก มีคนไทยไปเยอะเหมือนกันนะเนี่ย
แต่อากง อาเจ๊ก อาม้า ทั้งหลายก็อย่างที่รู้ๆ กัน แซงได้เป็นแซง
ขนาดเค้าต่อแถวกันอยู่ ลากกระเป๋า มายืนข้างหน้าเฉยเลย
ถึงที่นี่คนเยอะ แต่ก็รอคิวไม่นาน ประมาณสิบนาทีก็เสร็จพิธีการ

ออกจาก ตม เลี้ยวขวา เดินออกทางที่จอดรถ
(จริงๆมองจากจุดจอดเครื่องบินก็จะเห็นรถของโรงแรมต่างๆ และเเท็กซี่จอดอยู่)



แท็กซี่ที่นี่เก่าเหมือนในหนังเจ้าพ่อสมัยก่อนเลยแฮะ แต่ดีตรงที่ประตูผู้โดยสารเป็นแบบอัตโนมัติ
คนขับเปิดให้

ตรงนี้ข้างๆจะเจอรถของ venetian จอดอยู่ขึ้นไปได้เลย รอคนเต็มแล้วเค้าก็ออก
ระหว่างทาง ไปเวเนเชี่ยน




รถมาถึง venetian จอดฝั่ง north lobby
ส่วนนี้จะเป็นที่ฝากกระเป๋าและเช็คอินโรงแรม เราต้องเดินผ่านไปตามลูกศรที่บอกว่าไป
west lobby ระหว่างทางไปนี่ผ่านคาสิโนด้วย
พอมาถึงทางออก ก็จะเจอ บขส เอ๊ย ป้ายรถเมล์ เอ๊ย จุดจอดรถเวียนของโรงแรมของทัวร์เราเลือกไปตรงที่เค้าเขียนว่า
Macau Ferry & Taipa Ferry แล้วก็ไปยืนต่อแถวที่จุดของ Macau Ferry รถที่จะไปท่าเรือ จอดตรงนี้แหละ



ถึงท่าเรือเดินลากกระเป๋าอุโมงมาได้เลย ซื้อตั๋วของ First Ferry ไปเกาลูน ราคา 154 HKD อีกสิบห้านาทีเรือออก แต่เราก็เดินอย่างใจเย็น ไปหา ตม ขาออก ใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีก็เสร็จ


เรือออกตรงเวลาดีมาก เที่ยวนี้ผู้โดยสารบางตา มีแค่คนนั่งริมหน้าต่าง
ส่วนตรงกลางโบ๋ มีแต่เก้าอี้เปล่า เรือแล่นเร็วและหวาดเสียวเป็นระยะ
เวลาที่ปะทะกับคลื่น เอิ่ม ลอยได้เลยล่ะ




ตม ฮ่องกงอาเฮียถามเราด้วยอ่ะ มากี่คน มาจากไหน
ออกจากนี้แล้วจะไปไหน มากี่วัน กลับวันไหน ทำงานอะไร แต่ก็ไม่มีอะไรปล่อยผ่าน
พาสปอร์ตฉันก็มีตราปั้มออกจะหลายประเทศอยู่ แล้วแต่ช่องจริงๆ
ตม ช่องอื่นก็ไม่เห็นถามไรเลย


ถึงแล้วเกาลูน ออกจากเรือผ่านตึก harbour city เดินมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ ไป canton road หลงอยู่นานกว่าจะเจอตึก Chung King Mansion
จาก mtr exit c เจอตึก sun flower ตึกอยู่ตรงข้ามกัน ต้องสังเกตดีๆหน่อย เพราะว่าตอนที่เรามานี้ เค้าทำทางเข้าตึกใหม่ ป้ายตึกตัวเล็กมาก เป็นป้ายผ้าด้วย
เดินเข้าไปในตึก แค่ทางเข้าก็น่ากลัวซะแล้ว มีแขกโพกหัวและคนดำเยอะมาก คอยยืนหาลูกค้าอยู่
ทำตามที่อ่านมาคือ อย่าไปสบตาเค้า แต่เค้าเหล่านั้นก็พยายามจะยิ้มให้ในลิฟท์

เกสต์เฮ้าต์ที่จองไว้ชื่อ New China Guest House Tsim Sha Tsui
คนดูแลที่นี่พุดภาษาอังกฤษได้ดี พอเราไปถึงเค้าบอกว่าที่เราจองมันเต็มแล้ว เดี๋ยวจะพาไปอีกที่หนึ่งบล๊อกข้างๆตึกนี้แหละ เป็นเกสต์เฮ้าท์เครือเดียวกัน ทุกอย่างเหมือนกัน (เค้าว่างั้นนะ)

สภาพห้องจริงๆก็โอเค เล็กแต่สะอาด มีเตียง 3.5 สองเตียง ไม่มีกลิ่นบุหรี่ มีแอร์ พัดลม น้ำอุ่น ทีวี ไม่มีเคเบิ้ล มีไวไฟฟรี น้ำร้อน ตู้เย็น ออกไปกดเอาข้างนอก
ราคาสองคืน 74.52 US ตกคนละประมาณพันสอง กะไว้นอนอย่างเดียว
จัดของเสร็จออกไปเดินหา the peak


การเดินทางของเราก็ตามที่ใครๆ รีวิวไว้เป๊ะ
ออกจาก mrt central หาป้ายรถเมล์ที่ IFC mall เดินไกลมาก
ตรงนี้เราหลงกระจุย เดินหาป้ายรถเมล์จนเหนื่อย ที่ไหนได้มันอยู่ใต้ตึก

ขึ้น 15C ไป the peak รถขับขึ้นเขา น่ากลัวและหวาดเสียวสุดๆ เพราะว่าเป็นรถเมล์สองชึ้น
แล้วก็ดันไปนั่งชั้นสองริมหน้าต่างฝั่งเดียวกับขอบถนน มองทีไรก็เสียวไส้ทุกครั้ง แถมป้ายรถเมล์
บนเขานี่ก็น่ากลัวจริงๆ อยู่ตามโค้งซะส่วนใหญ่ กว่าจะถึงเล่นเอาสวดมนต์ซะหลายรอบเหมือนกัน






อีกแล้ว คนเยอะอีกแล้ว The Peak ลมก็แรง แรงจนทรงตัวไม่อยู่
เสื้อที่ใส่ไปก็ตัวบางๆ ยังดีหน่อยที่ใส่กางเกงขายาว
เสียตังค์ขึ้นไป The peak tower เพื่อถ่ายรูปข้างบน
ยืนก็แทบไม่อยู่ ลมมาแต่ละทีจนจะปลิว ไม่คุ้มเลยกับการเสียตังค์ขึ้นไป




อยู่ได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง รอดูตึกเปิดไฟ พอให้ถ่ายรูปเป็นฉากหลังเสร็จก็ลงมา
เนื่องจากหนาวจนปากสั่น อิอิ รูปที่ถ่ายมาก็ดูแทบไม่ได้
ผมเผ้าเป็นกระเซิง เพื่อนร่วมเฟรมเพียบ




ขากลับเปลี่ยนมานั่งรถราง รวดเร็วทันใจดีมาก แต่ก็เสียเวลาต่อแถวซื้อตั๋วนานเหมือนกัน
รถรางวิ่งถอยหลัง (เพราะว่าเรานั้งหันไปอีกด้าน)

ลงมาถึงก็รอรถไปช็อปปิ้งที่ Mong Kok เดินเข้าร้านนู้น ออกร้านนี้จนเหนื่อย
แต่ก็ไม่ได้ซื้ออะไร ตอนไปกินข้าวเห็นร้านนึงมีเด็กขึ้นไปบนตึกนี้เยอะดีเลยเดินตาม
ไปถึงก็มีเมนูเป็น set ไว้ทั้งภาษาจีนและอังกฤษ
พอสั่งเสร็จจ่ายตังค์จะได้ใบเสร็จมา ของเพื่อนมีเลขคิวแต่ของเราไม่มี ตอนแรกก็ไม่ได้สังเกต

นั่งไปแปปนึงมีพนักงานเดินมาขอดูบิลและก็ชี้ว่าให้เราเดินไปตรงช่องโน้น
เราเลยเดินตามไป ยื่นใบเสร็จได้ของทันทีเลย อุตส่าห์นั่งรอตั้งนาน

วันแรกเดินประมาณสิบกิโลได้ วนไปวนมา ร้านไหนๆ มันก็หน้าตาเหมือนกันหมด sasa bonjounr เต็มไปหมด เลยไม่รู้ว่าตัวเองอยู่จุดไหน
ยังดีที่มองเห็น mtr เลยกลับที่พักถูก 55

ขากลับแวะ 7-11 แถวที่พัก เจอคนผิวสีผู็้หญิงแต่งตัวจัดจ้าน + เซ็กซี่
ยืนหน้าเซเว่นเยอะแฮะ แถมผู้ชายผิวสีก็เยอะเช่นกันนั่ง ยืนจิบเบียร์กัน

เฮ่อ น่ากัวอ่า

ถึงที่พักประมาณห้าทุ่มเศษๆ ตามเวลาที่โน่น
ร้านค้าข้างล่างตึกเริ่มปิดซะส่วนใหญ่ ตอนเดินมาก็กล้าๆ กลัวๆ เหมือนกันแฮะ
พี่มืดพี่แขกเยอะมาก แต่ก็ไม่มีไร ลิฟท์ที่นี่มีวงจรปิดให้ดูจอด้านล่างซึ่งบางจุดจะมี รปภ ยืนอยู่
แต่ก็ไม่ทุกจุดอีกอย่าง ลิฟต์ที่นี่ช้ามากกกกกว่าจะมาแถมยังจุคนได้หกคนต้องรอกันไป

จบวันที่หนึ่งแล้ว เดี๋ยวไว้ว่างจะมาต่อวันที่สองนะ



Create Date : 23 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 16 มีนาคม 2557 13:04:11 น.
Counter : 662 Pageviews.

2 comments
  
ตามมาเที่ยวด้วยคนนะคะ
โดย: หนีแม่มาอาร์ซีเอ วันที่: 23 พฤศจิกายน 2554 เวลา:22:26:25 น.
  
เคยไปแบบเดียวกันครับไปลงมาเก๊าแล้วต่อเรือไปฮ่องกง
โดย: Zabby วันที่: 24 พฤศจิกายน 2554 เวลา:0:53:42 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ตาดำด้วยสโมกกี้อาย
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



คบฉันไว้เหมือนเป็นเพื่อน ช่วยเตือนเภทภัย
ทุกข์เมื่อไหร่ปลอบใจ ร้องไห้คราใดจะคอยเช็ดน้ำตา