สวนสัตว์เชียงใหม่ มีอะไรให้ดูอีกเยอะ




     จาก Blog ที่แล้ว (//www.bloggang.com/mainblog.php?id=lekatuayao&month=14-09-2010&group=13&gblog=1) เรามาเดินเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่กันต่อดีกว่าค่ะ



ออกจากอควาเรียมแล้วก็ต้องเดินขึ้นเนินกันอีกนิด ด้านขวามือจะเป็นสวนกุหลาบเวียงพิงค์ เดินหอบแฮ่กๆ มาสักพักก็จะเป็นบ้านของน้องโคอะล่าจอมหลับ (สงสัยจะทำสถิติแข่งกับบ้านยายคำสะหลี)


     ครั้นไปวันที่เค้าตื่นฝนก็ดันตกซะนี่ ถ่ายภาพโดยใช้แฟลชก็ไม่ได้ ภาพชัดที่สุดก็เป็นเจ้าตัวที่อยู่ในบ้านที่มีแสงไฟสีแดง ภาพถึงออกมาสีอย่างนี้แหละค่ะ แต่ก็ดีใจที่ได้เห็นเค้าขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว ทำกิจกรรมอะไรให้เห็นบ้าง Smiley











     ออกจากบ้านโคอะล่าก็จะเป็นส่วนของสวนสัตว์เด็กและ Adventure Park เดินไปตาม Walk way ที่สวนสัตว์จัดทำไว้เราก็จะผ่านลำห้วยเล็กๆ ปีนขึ้นไปอีกนิด (จากบ้านยายคำสะหลีมานี่เป็นขาขึ้นเขาอย่างเดียวเลย เดินไปหอบไปจนหิวแล้วนะเนี่ย) อ้อ เจอพี่คนนี้กลางทางด้วย ล่ำสันอวบอั๋นจริงๆ พี่ขา





     เดินหอบมาอีกสองสามยกก็จะถึงบ้านพี่อุรังอุตังจอมแก่นแสนซน ตรงข้ามกับบ้านพี่เค้าเป็นร้านอาหารที่เราชอบมานั่งทานอาหาร เพราะบรรยากาศดีอาหารก็รสชาติใช้ได้ มีทั้งอาหารตามสั่ง ข้าวซอย ส้มตำ และก๋วยเตี๋ยว











     จากความซ่าส์ส์ส์ส์ส์ส์ของคุณอุรังอุตัง เราแวะเข้าไปดูนกสวยงามกันค่ะ





























     คุณนกยูงบ้านยายคำสะหลีนี่มีมากจริงๆ ทั้งในกรง นอกกรง เดินไปทางไหนก็เจอ แถมเชื่องมากๆ มีอย่างที่ไหนมาหลับโชว์นักท่องเที่ยวเนี่ย Smiley











     ข้างบ้านนกสวยงามเป็นนกประเภทนักล่า ถัดออกมาเป็นบ้านของคุณพุด ลูกชายคุณเพชร เก้งเผือกพระราชทานค่ะ แล้วก็เป็นบ้านของนากกับเม่น ขนเม่นสวยดีจังเลย















     ข้ามถนนมาฝั่งตรงข้าม เป็นบ้านกวางน้อยใหญ่ เราเคยทำวีรกรรมไว้ที่นี่ด้วย ไม่รู้พลาดพลั้งอิท่าไหนร่มกันฝนถึงหล่นลงไปในบ้านกวางได้ กว่าจะหาเจ้าหน้าที่พบก็เดินมาถึงบ้านน้าแรดแล้ว บอกกับเจ้าหน้าที่ว่าไม่ต้องเอาร่มมาคืนหรอก แค่อยากให้เก็บขึ้นมาเพราะกลัวว่าเดี๋ยวคุณกวางเธอจะกลืนผ้าร่มลงท้อง แต่เจ้าหน้าที่ที่นี่ใจดีมากอุตส่าห์โทรศัพท์บอกให้เพื่อนขี่รถมอเตอร์ไซค์มาคืนร่มให้เรา ขอบคุณค่ะ












     "ตางามดั่งเนื้อทราย" สวยอย่างนี้นี่เอง



     ข้างๆ บ้านกวาง เป็นทางเดินชมสัตว์เลื้อยคลานต่างๆ พยายามจะถ่ายภาพงูบ้างแต่ถ่ายไม่ได้เลย เพราะเค้าอยู่ในกรงตาข่ายถี่ๆ แถมมีต้นไม้คลุมเต็มไปหมด เลยมีแค่ภาพเต่ากับจระเข้มาฝาก













     ตะเกียกตะกายขึ้นจากบ่อจระเข้ เราจะได้พบกับเกาะชะนีค่ะ







     ฝั่งตรงข้ามกับเกาะชะนีคือบ้านของนิลกาย สัตว์ชื่อแปลก รูปร่างสวยจากอินเดีย เพื่อนบ้านของนิลกายก็มาจากอินเดียค่ะ นั่นก็คือ น้าแรดอินเดีย วันนี้ฝนตก อากาศเย็นสบาย คุณน้าเธอเลยออกมานอนโชว์โฉมให้เห็นกันจะๆ ปกติเธอจะอยู่แต่ในบ้าน หรือไม่ก็ลงแช่น้ำบ่อ พอเห็นใกล้ๆ อย่างนี้ถึงรู้ว่า คุณน้าเธอตัวใหญ่มากกก













     เดินไปเดินมาหิวอีกแล้วนะนี่ ก็แหม ต้องเดินขึ้นๆ ลงๆ เขาอยู่อย่างนี้ทั้งวันมันก็ต้องหิวบ่อยหน่อยละเนอะ


     จากบ้านน้าแรด เดินพอเหงื่อซึมหลังก็จะมาถึงส่วนจัดแสดงนกเพนกวิน











     จากบ้านนกเพนกวินนี่ต้องเดินกันไกลทีเดียว เราจะผ่านส่วนจัดแสดงแมวน้ำ มีโชว์แมวน้ำให้ดูด้วยนะเสียดายที่ยังไม่มีโอกาสได้เข้าชมซะที แล้วก็จะผ่านบ้านของแพะพม่า แกะภูเขา สนามเล่นรถอะไรน้า จำชื่อไม่ได้แล้ว เป็นรถที่ชาวไทยภูเขาเล่นลงเนินกันน่ะค่ะ ผ่านส่วนแสดงความสามารถสัตว์มาอีกนิดเป็นบ้านของวัวแดง บ้านนี้ผู้หญิงเป็นใหญ่นะคะ เพราะจ่าฝูงของวัวแดงเป็นตัวเมียค่ะ







     เราแวะกราบพระในวัดกู่ดินขาวกันก่อนนะคะ วัดนี้จัดเป็นโบราณสถานในบริเวณของสวนสัตว์เชียงใหม่ มีความสัมพันธ์กับเมืองโบราณของเวียงเจ็ดลิน ตามประวัติล้านนา กล่าวไว้ว่าเป็นการตั้งถิ่นฐานชุมชน ในระยะก่อนสร้างเมืองเชียงใหม่ และเมืองหริภุญไชย ราวพุทธศตวรรษที่ 13 (พ.ศ. 1201-พ.ศ. 1300) และมีการพัฒนาการสืบเนื่องมาในระยะหลังเรื่อยมา วัดกู่ดินขาวจัดเป็นวัดเพียงแห่งเดียวของเวียงเจ็ดลินที่ยังเหลือหลักฐานการก่อสร้างที่ค่อนข้างสมบูรณ์ในเขตสวนสัตว์เชียงใหม่ ซึ่งตั้งอยู่นอกเขตกำแพงเวียงเจ็ดลินทางทิศใต้


     กลุ่มโบราณสถานของวัดกู่ดินขาว ประกอบไปด้วย เจดีย์รายประธาน เจดีย์ 8 เหลี่ยมและกำแพงแก้วเขตพุทธวาศ ทางน่าสนใจคือ เรื่องเทคโนโลยีและวิศวกรรมการในการก่อสร้าง โดยใช้อิฐก้อนใหญ่ๆและเผาแกร่ง และด้านโครงสร้าง รับน้ำหนักในส่วนขององค์เจดีย์ประธาน ซึ่งไม่เคยพบอิฐขนาดใหญ่ และเทคนิคการทำโครงสร้างเช่นนี้ในโบราณสถานที่อื่นๆ


     ขอบคุณข้อมูลจาก www.th.wikipedia.org ค่ะ











     เหนื่อยกันหรือยังเอ่ย ใกล้จะเดินทั่วสวนสัตว์แล้วค่ะ จากวัดกู่ดินขาวเราเดินย้อนกลับมาทักทายน้องบิลลี่และน้องไชโยกันนะคะ วันนี้เค้าต้องล่ามบิลลี่เพราะมีขบวนพาเหรดจึงทำให้มีเสียงค่อนข้างดัง บิลลี่ดูจะหงุดหงิดเล็กน้อยค่ะ ส่วนไชโยเค้าไม่กลัวเสียงดังเท่าไหร่เลยไม่ต้องล่าม น้องไชโยน่ารักมาก คนเลี้ยงบอกให้เต้นก็เต้น บอกให้หมอบก็หมอบ แสนรู้จริงๆ เลย







     ข้างๆ บ้านบิลลี่และไชโยเป็นครอบครัวหมูป่าเพิ่งคลอดลูกออกมาด้วย ลูกหมูน่ารักจังเลย มีลายเหมือนแตงไทยเหมือนที่เราเคยอ่านในหนังสือด้วย








     จากบ้านหมูป่าเดินผ่านไปด้านหน้าส่วนจัดแสดงความสามารถสัตว์เพื่อลัดลงไปตรงบ่อฮิปโปได้ เอาล่ะค่ะพาเดินวนจนรอบสวนสัตว์แล้ว ขอลาด้วยภาพบรรยากาศในสวนสัตว์เชียงใหม่นะคะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ

>








Create Date : 16 กันยายน 2553
Last Update : 29 กุมภาพันธ์ 2555 14:05:19 น. 6 comments
Counter : 3000 Pageviews.

 
ถ่ายภาพได้ สวยงามค่ะ


โดย: iamorange วันที่: 16 กันยายน 2553 เวลา:11:04:35 น.  

 
หลับได้ใจมากๆค่ะ


โดย: Shallow Grave วันที่: 16 กันยายน 2553 เวลา:11:06:48 น.  

 
อยากไปๆ แต่ติดที่อยู่ไกลนี้ซิครับ

ต้องหาโอกาสไปเที่ยวให้ได้เลยครับ


โดย: Don't try this at home. วันที่: 16 กันยายน 2553 เวลา:12:05:57 น.  

 
สวัสดียามค่ำคืนค่ะ
ขอบคุณที่แวะไปทักทายกันที่ภูเก็ตค่ะ
คืนนี้นอนหลับฝันดีนะค่ะ


โดย: iamorange วันที่: 16 กันยายน 2553 เวลา:19:02:27 น.  

 
ถ้าได้ไปเชียงใหม่จริงๆไม่พลาดสวนสัตว์เชียงใหม่แน่ๆครับ
ชอบเที่ยวสวนสัตว์อยู่แล้วครับ

พรุ่งนี้ขอให้มีความสุขกับงานครับ


โดย: Don't try this at home. วันที่: 17 กันยายน 2553 เวลา:0:44:48 น.  

 
แนะนำเว็บท่องเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงาม


โดย: attractions (loveyoupantip ) วันที่: 7 สิงหาคม 2554 เวลา:1:48:38 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

lekatuayao
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"ตัวยาว" เป็นชื่อที่เจ้านายที่เคารพตั้งให้ค่ะ ผู้สูงอายุก็ต้องหลงๆ ลืมๆ ชื่อจริงของเลขาบ้าง เลยเรียกตามลักษณะที่เด่นที่สุด เลยกลายมาเป็น "เลขาตัวยาว" ค่ะ
Group Blog
 
 
กันยายน 2553
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
16 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add lekatuayao's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.