City วันที่หมาครองโลก (2)




วันที่หมาครองโลก City (1952) โดย Clifford D.Simak

สนพ.ทอแสง แปลโดย สุเมธ เชาว์ชุติ


.....ต่อ.....วันที่หมาครองโลก City (1)

7.อีสป (Aesop)
มนุษย์ในยุคนี้เริ่มกลายเป็นตำนานเล่าขาน จนกลายเป็นนิทานที่พวกหมาเริ่มเล่าสู่กันฟัง ถึงแม้จะยังมีมนุษย์อยู่ แต่หมาเรียกพวกมันเผ่าพันธุ์นี้ว่า "Webster" ไม่ใช่คนแล้ว

ในยุคนี้สิ่งมีชีวิตต่างๆได้พัฒนาเข้าสู่หลักปรัชญา Juwain อย่างถึงที่สุด ไมใช่แค่คนที่ไม่ทำร้ายกัน แม้แต่เหล่าสัตว์ทั้งหลาย ก็ไม่ทำร้ายฆ่าแกงกัน เช่น สิงโตไม่กินกวาง หมาป่าไม่ล่ากระต่าย
ถึงแม้อาจมีพวกนอกคอกบ้างที่เกิดตาลาย เพราะหิว หรือโกรธจัดบ้าง แต่ก็จะถูกลงโทษ ไม่มีการฆ่า เพราะอยากฆ่าเฉยๆ หรือไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง

แต่เมื่อ Webster อย่าง Peter คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ชนิดใหม่ได้ แล้วเกิดทดลองง้างออกไป จนทำให้นกตัวหนึ่งถึงแก่ความตาย จึงเป็นเรื่องแตกตื่นเป็นอย่างยิ่ง... เสมือนหนึ่งว่า อาวุธชนิดนี้ตกทอดอยู่ในสายเลือด สัญชาตญาณของ Peter เอง เพราะมันก็คือคันธนูและลูกศรที่พวกกลุ่มลูกของ Jon เคยใช้อยู่นั่นเอง โดยที่ Jon พลาดที่ไม่ได้นึกถึงกลุ่มลูกของเขาที่ออกผจญภัยและไม่ได้อยู่ในกรุงเจนีวาตอนปิดเมือง และด้วย Jenkins จะรับพวกเขากลับเข้ามาอยู่ในเมือง แต่ก็ได้ริบอาวุธทุกอย่างทำลายทิ้งไปนานแล้ว

Jenkins ที่มีอายุกว่า 7,000 ปีแล้ว จึงต้องดั้นด้นออกตามหามนุษย์ผ่าเหล่าที่อาจหลงเหลืออยู่ ณ ดินแดนปราสาทไกลโพ้น  เพื่ออาจจะค้นพบคำตอบของการแก้ปัญหานี้ก็ได้ แต่ Jenkins ที่ได้รับของขวัญตอบแทนจากหมา ที่เป็นเหมือนการรีบิ้วท์ตัวเขาขึ้นมาใหม่ จนเหมือนหุ่นยนต์รุ่นใหม่ มีสมองที่แจ่มใสกว่า กลับพบว่า ดินแดนปราสาทนั้นร้างมนุษย์ผ่าเหล่าแล้ว มีเพียงแต่ประตูข้ามมิติไปยังทะเลทรายอีกโลกหนึ่งแทน

เขาจึงเดินทางกลับ ระหว่างทางกลับเจอ Peter ที่หนีเอาตัวรอดอยู่พร้อมกับ Lupus หมาป่าที่เป็นเพื่อน Peter แต่อยู่ดีๆสัญชาตญาณดุร้ายของ Lupus ดันกลับมาท่ามกลางพระจันทร์เต็มดวง จึงมุ่งทำร้ายตัว Peter ด้วยสัญชาตญาณป้องกันตัวของ Peter เช่นกันจึงได้ยิงธนูออกไปปลิดชีพ Lupus อีกตัว

Peter อ้างว่าเป็นตัว Coblies ที่ยิงมันหรือที่มนุษย์เรียกว่าผีร้าย (Coblies เป็นสิ่งลึกลับที่หมารู้สึก มีจิตสัมผัสรับรู้ได้
ถึงแม้จะมองไม่เห็นและก็กำลังศึกษาพวกมันอยู่ ด้วยสัญชาตญาณลางสังหรณ์ของมันเก่งด้านนี้  คล้ายกับที่เรารู้ว่า เมื่อมีเสียงดังข้างห้อง แต่ห้องของเราเป็นห้องปิดทึบไม่มีทางออก ถึงแม้มองไม่เห็นแต่ก็รับรู้ได้ว่ามีคนอยู่)

Jenkins จึงเริ่มตระหนักลึกๆว่าการฆ่าเหมือนจะวนลูปกลับมาอีกครั้ง... เช่นเดียวกับตัวเขาที่ได้ร่างใหม่ รีบิวท์ใหม่ก็รู้สึกกลับมาคล้ายมนุษย์ด้วยเหมือนกัน จึงได้แต่ภาวนาให้มนุษย์หรือหมารู้ทันถึงภยันตรายของ Coblies ด้วยเถิด


ตอนนี้ Simak ตีแผ่ว่าต่อให้กาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่สัญชาตญาณดิบของมนุษย์อย่างการฆ่าฟันก็ดูเหมือนจะอยู่ในสายเลือด ไม่ได้ฆ่าเพราะหิว ทะเลาะเบาะแว้ง โกรธกัน แต่เพราะต้องการฆ่าเฉยๆ ........ 8/10

8.วิธีง่ายๆ (The Simple Way)
หมา Homer ต้องเดินทางข้ามไปยังดินแดนหุ่นยนต์เถื่อนเพื่อสอบถามว่าตึกสูงๆทั้งหลายใครเป็นผู้สร้าง จนพบกับ Andrew หุ่นยนต์รุ่นสุดท้ายที่มนุษย์สร้างขึ้นก่อนจะอพยพไปยังดาวพฤหัส แล้วก็ได้คำตอบว่า ก็คือ "มด" นั่นเอง

มดสร้างตึกสูงไปทั่วโลกจนครอบคลุมพื้นที่เกือบหมด ทำให้สัตว์ทั้งหลายเริ่มเดือดร้อนจนต้องจับสลากเอาว่าใครจะได้อยู่บนโลกหรือไม่ได้

แต่มดก็ยังเป็นสัตว์เช่นเดียวกับหมายุครุ่งเรือง ที่ไม่สามารถประดิษฐ์สิ่งต่างๆได้ด้วยตัวมันเอง ต้องอาศัยหุ่นยนต์ โดยที่มันใช้หุ่นยนต์จิ๋วขนาดเท่าพวกมันที่มีอยู่เข้าไปในร่างหุ่นยนต์เถื่อน บังคับให้ก่อสร้างแทนมัน

Jenkins ซึ่งมีอายุ 12,000 กว่าปีแล้วได้เดินทางกลับมาจากอีกมิติหนึ่ง ด้วยวิธีที่เขาก็ไม่รู้หลังจากไปอยู่มากว่า 5,000 ปี เพื่อพาพวก Webster ทั้งหมดให้ไปอยู่อีกมิติหนึ่ง เป็นการป้องกัน Coblies นั่นเอง จนปัจจุบันก็ไม่มีพวก Webster เหลืออยู่แม้กระทั่งในมิตินั้น ยกเว้นแต่เมืองปิดที่เจนีวา

Homer ได้มาปรึกษากับ Jenkins ว่าจะแก้ปัญหาเรื่องมดอย่างไร Jenkins จึงไปยังเมืองปิดเจนีวา เพื่อลองสอบถามมนุษย์ดูเผื่อว่าจะยังจะมีพวก Webster หลงเหลืออยู่ แล้วเขาก็ได้พบกับ Jon Webster ที่เข้าโหมดหลับไหล "นิรันดร" ซึ่งตื่นขึ้นมาหลังจากผ่านไป 10,000 ปีพอดี

Jon Webster ก็เลยบอกวิธีกำจัดมดง่ายๆว่า ก็แค่วางยาเบื่อให้พวกมันตาย ถ้าต้องการให้มันตายเป็นเบือหมดรังก็ต้องวางเหยื่อล่อเพิ่มเข้าไป เพื่อให้มันพาเหยื่อกลับรังนั่นเอง

เมื่อ Jenkins รับฟังเช่นนั้น เขาก็รู้ว่าสิ่งที่สูญหายไปพร้อมกับมนุษย์ พวก Webster จะย้อนกลับมาอีกแน่นอน


"เขายอมสูญเสียโลกไปดีกว่าการฆ่ากันจะหวนกลับมาอีก"  ......... 8/10

Clifford D.Simak อาจเป็นที่รู้จักกันน้อยมากในแวดวงหนังสือนิยายวิทยาศาสตร์แปลของเรา แต่เขาถือได้ว่าอยู่ในยุคทอง (The Golden Age) ของวงการนี้ร่วมกับ Big Three อย่าง Isaac Asimov, Arthur C.Clarke, Robert A.Heinlein เลยทีเดียว

Simak เขียนเรื่องนี้หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จบไปหมาดๆ คงต้องการสื่อถึงการต่อต้านสงครามและการรบราฆ่าฟันกันอย่างมหาศาลในช่วงนั้น เพื่อให้มนุษย์หวนรำลึกถึงความโหดร้ายที่แฝงอยู่ในจิตใจ ทั้งๆที่อีกด้านหนึ่งของมนุษย์ก็มีจิตใจที่หยั่งรู้ ซึมซับ ความงดงามของชีวิต ธรรมชาติอยู่ในตัวเหมือนกัน ดังเช่นเรื่องสั้นอย่าง Desertion นั่นเอง

ถ้าจะเปรียบเทียบธีมของเรื่องที่ผมอ่านมาแล้วใกล้เคียงกัน อย่าง สงครามชั่วนิรันดร์ (Forever War) ของ Joe Haldeman, โรงฆ่าสัตว์หมายเลข 5 (Slaughterhouse Five) ของ Kurt Vonnegut เรื่องนี้เขียนได้ดีกว่า ทั้งกลวิธีการเล่าเรื่องที่สนุก มีแง่คิด คำคมให้ฉุกคิดมากกว่ากัน

เป็นเรื่องที่ผมประทับใจมาก ไม่รู้สึกเสียดายเวลาที่อ่านและระยะทางที่ต้องก้าวเดินไปหอสมุดแม้แต่น้อย อ่านจบแล้วมันยังอุ่นๆ อึนๆ ซึ่งไม่ได้รู้สึกนานพอสมควรแล้ว อาจมีที่ติดข้องอยู่บ้างก็แค่ตอนแรกที่ไม่ค่อยสนุกถ้าเผลอเลิกอ่านไปก่อนนี่น่าเสียดายมากๆ กับตอนที่ Jenkins กลับมาจากอีกมิติหนึ่งแล้วก็เข้าเมืองปิดที่เจนีวา ที่ไม่ได้บอกว่ากลับมาและเข้าเมืองปิดได้อย่างไร


"โลกหนึ่งแล้วก็อีกโลกหนึ่งวิ่งไล่กันเหมือนโซ่ โลกหนึ่งวิ่งไล่กวดอีกโลกหนึ่งที่เพิ่งตะบึงไปข้างหน้าพรุ่งนี้ของโลกหนึ่ง คือวันนี้ของอีกโลก และเมื่อวันวานคือพรุ่งนี้และพรุ่งนี้คืออดีตกาล

แต่ทว่าหาได้มีอดีตกาลไม่ ไม่มีอดีตกาลเว้นเสียแต่สิ่งเพ้อฝันในความทรงจำที่บินโฉบเฉี่ยวประดุจสัตว์ราตรีในเงามืดของจิตใจ ไม่มีอดีตที่ผู้ใดอาจไขว่คว้าได้ไม่มีภาพที่วาดอยู่บนผนังแห่งเวลาไม่มีภาพยนตร์ที่ใครจะฉายกลับไปดูสิ่งที่เคยเป็นไป”


“การสงวนพิทักษ์เผ่าพันธุ์เป็นเรื่องเทพนิยาย...เรื่องเหลวไหลที่พวกคุณเชื่อถือกันมา...เป็นเรื่องที่บัดซบที่ก่อกำเนิดขึ้นขึ้นมาจากโครงสร้างของสังคมไอ้เผ่าพันธุ์มันจบสิ้นกันไปทุกวันอยู่แล้วเมื่อใครตายไปสักคนเผ่าพันธุ์ก็เป็นอันจบสิ้นกันสำหรับเขา...สำหรับตัวเขาแล้วมันไม่มีเผ่าพันธุ์อะไรเหลืออยู่ต่อไป”

 


ป.ล.อาจจะเขียนยืดยาวไปเยอะ แถมเล่าเรื่องค่อนข้างหมดเปลือก เพราะหนังสือมันหายากมาก คงไม่มีโอกาสได้ครอบครอง คงได้แค่บันทึกความทรงจำ ยกเว้นมีการพิมพ์ใหม่เท่านั้นซึ่งความหวังนั้นคงเหมือนฝุ่นในอวกาศมากกว่าสำหรับแวดวงนิยายวิทยาศาสตร์บ้านเรา

ขอบคุณรูปจากร้าน khunmaebook ด้วยครับ

คะแนน 8.8/10



Create Date : 17 ตุลาคม 2557
Last Update : 15 กันยายน 2559 16:48:51 น.
Counter : 874 Pageviews.

5 comments
  
เคยได้ยินชื่อเรื่องของหนังสือเล่มนี้หลายครั้ง
แต่ไม่ได้คิดจะไปสืบค้นข้อมูลมาดูว่ามันเป็นหนังสือเกี่ยวกับอะไร

ขอบคุณสำหรับรีวิว สงสัยต้องไปหามาอ่านบ้างแล้วสิ
โดย: Mocking J วันที่: 17 ตุลาคม 2557 เวลา:18:11:15 น.
  
ผ่านตอนแรกให้ได้นะครับ ความสนุก น่าติดตามจะมาเองครับคุณ Mocking Jay

ท่าทางจะเป็นสาวก The Hunger Games นะครับ
โดย: leehua (สมาชิกหมายเลข 755059 ) วันที่: 18 ตุลาคม 2557 เวลา:9:48:14 น.
  
สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันค่ะ

Angels & Demons นี่เคยอ่านแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้ซื้อเก็บเลยค่ะ

เซ็ทพุ่มรัก พานสิงหฺก็สนุกดีนะคะ เป็นแนวสืบสวน ติดตลกอีสานนิดหน่อย เป็นเชอร์ล็อกโฮมส์ ประเทศไทยได้เลยค่ะ
โดย: BabyInk วันที่: 18 ตุลาคม 2557 เวลา:15:00:08 น.
  
แวะมาทักทายครับ
เรื่องนี้เคยได้ยินแต่ชื่อกับกิติศัพท์ เสียดายยังหาโอกาสอ่านไม่ได้เลยครับ
ปล.เพิ่งได้อ่าน ลางนรก ของคิง จบครับ เป็นอีกเรื่องที่สนุก+ประทับใจของปีนี้ จนต้องรีบเขียนรีวิวไว้เลยครับ คิดว่าเรื่องนี้คุณ leehua ไม่น่าพลาดนะครับ
โดย: สามปอยหลวง วันที่: 20 ตุลาคม 2557 เวลา:14:28:12 น.
  
คุณ Babyink ขอบคุณครับที่มาทักทาย ของคุณวินทร์มีชุดนี้แหละครับยังไม่เคยลอง ว่าจะเริ่มจากฆาตกรรมจักรราศี

คุณสามปอยหลวง เรื่องนี้หายากมากครับ เผอิญช่วงนี้ทำงานใกล้หอสมุดก็เลยแวะดูซะหน่อยว่ามีเรื่องอะไรน่าสนใจบ้าง ส่วนมากเน้นนิยายวิทยาศาสตร์ล้วนๆเพราะหายากครับ แนวอื่นยังพอหาได้

ของคิงคงไม่พลาดแน่ๆครับ เสียดายไม่มี The Shining ภาคแรก

หลังๆไม่ค่อยเขียน Blog ไปติด Face ซะมาก นี่ยังติดค้างอยากเขียนอีก 3-4 เรื่องอย่าง วัฎจักรเวลาของ Robert A.Heinlein, Bourne Legacy ของ Robert Ludlum, Judas Strain ของ James Rollins แล้วก็ ราฟ รักต้องลุย ของ Adachi Mitsuru ครับ
โดย: สมาชิกหมายเลข 755059 วันที่: 21 ตุลาคม 2557 เวลา:23:23:48 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข 755059
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]



New Comments
ตุลาคม 2557

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog