Dragonflight มังกร


มังกร Dragonflight (1968) โดย Anne McCaffrey

สนพ.โปรวิชั่น แปลโดย สินนภา สารสาส


ผู้กล้ามังกรแห่งเพิร์น ผู้ควบคุมสัตว์ใหญ่อันทรงพลานุภาพ ผู้หาญกล้าท้ามฤตยูปกป้องชาวพิภพเพิร์นจากฝนเพลิงอันร้ายกาจ แต่ผู้กล้าเพียงหยิบมือจะต้านรับการมาเยือนครั้งใหญ่ในรอบหลายร้อยปีของฝนเพลิงได้อย่างไร
จักต้องเสียสละและแบกรับความลำเค็ญเพียงไหน จักมีหนทางผ่านพ้นได้หรือไม่ หรือจำต้องฝากความหวังไว้ที่สาวน้อยผู้หนึ่งกับมังกรคู่ใจ ผู้ซึ่งราวกับฟ้าลิขิตให้ต้อ้งรับภาระอันหนักยิ่งของทั้งพิภพไว้โดยลำพัง

© Copy Right by SE-EDUCATION Public Company Limited.

อ่านเพิ่มเติมได้ที่: https://www.se-ed.com/product/%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3-1-Dragonflight.aspx?no=9789749741139
จักต้องเสียสละและแบกความลำเค็ญเพียงไหน จักมีหนทางผ่านพ้นได้หรือไม่ หรือจำต้องฝากความหวังไว้ที่สาวน้อยผู้หนึ่งกับมังกรคู่ใจ ผู้ซึ่งราวกับฟ้าลิขิตมาให้ต้องรับภาระอันหนักยิ่งของทั้งพิภพไว้โดยลำพัง

ห่างหายจากการรีวิวหนังสือไปร่วมๆ 3 เดือนเลย เพราะบอลโลกเอาไปเดือนนึงแล้ว ที่เหลือคือ ขี้เกียจเขียนขึ้นมาซะงั้นและก็ออกจะอ่านหนังสือช้าลงไปอีกจากอัตราเร็วแบบเกียร์ 2 2เล่ม/เดือน กลายเป็นเกียร์ 1 1เล่ม/เดือน...เฮ้อ ขนาดตอนนี้เอาขวัญใจอย่าง James Rollins มากระตุ้นกระตุกแล้วนะครับ

เข้าเรื่องดีกว่า...นิยายวิทยาศาสตร์นี่ก็ห่างหายไปนาน เนื่องจากมีน้อยก็เลยทยอยๆอ่านเอา เรื่องนี้เป็นเล่มแรกของซีรี่ย์ Dragonriders Of Pern ที่ยาวนานและโด่งดังของ Anne McCaffrey ผู้ล่วงลับไปเมื่อปี 2011 เลยทีเดียว โดย Anne เขียนเอง 15 เล่ม และรวมเรื่องสั้นอีก 2 เล่ม แล้วลูกชายอย่าง Todd McCaffrey มาสานต่ออีก 8 เล่ม กำลังจะมีเล่มใหม่ออกมาอีก...เยอะจริงๆ


เปิดเรื่องมา ผู้กล้ามังกร 2 สหายพี่น้องจากทับมังกรเบนเดน (ฺBenden Weyr) อย่าง F'lar และ F'nor (อ่านว่า ฟ'ลาร์, ฟ'นอร์ ตามลำดับ) ออกค้นหาผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการเป็นราชินีมังกร เพราะ มังกรราชินีตัวปัจจุบันออกไข่มาโดยมีสีทองด้วยใบนึง ซึ่งหมายความว่าจะมีมังกรราชินีตัวใหม่ แต่ยังต้องเสาะแสวงหาผู้ที่จะมามีสายสัมพันธ์เชื่อมโยงกับมันให้ได้

ทั้งสองคนออกเดินทางมาจนถึงดินแดนคุ้มรัวต้า (Ruatha Hold) ที่ปกครองโดย Fax ที่ป่าเถื่อน ไม่ค่อยฟังใครทั้งนั้น แล้วทั้งคูู่ก็รู้สึกว่า มังกรของทั้งคู่มีความรู้สึกแปลกๆเวลาที่อยู่ในคุ้มนี้ เหมือนมันจับความรู้สึกที่พิเศษๆได้ แถม F'lar เองก็เหมือนมีอะไรคอยดลใจให้กระทำตามใครบางคนอยู่

ซึ่งคนๆนั้นก็คือ เด็กรับใช้สาวเนื้อตัวสกปรกมอมแมมผู้มีเบื้องหลังที่ไม่มีใครรู้อย่าง Lessa ผู้มีความสามารถเชื่อมโยงจิตใจกับมังกรได้ดังเช่นผู้กล้ามังกรทั้งหลาย และที่พิเศษยิ่งไปกว่านั้นคือ เธอยังสามารถเชื่อมกระแสจิตไปยังมังกรของผู้อื่นได้อีกด้วย ซึ่งไม่มีใครรู้

Lessa นั้นรอคอยเวลาเพื่อให้แผนการแก้แค้น Fax ที่ฆ่าพ่อแม่ของเธอลุล่วงไปเป็นลำดับ ประจวบเหมาะพอดีกับที่ F'lar เข้ามาเป็นจิ๊กซอว์ในแผนการนี้พอดี

ขณะที่ F'lar ก็ต้องรีบเร่งหาราชินีมังกรให้ได้อย่างเร่งด่วน เมื่อดาวเพลิงโคจรใกล้เข้ามาทุกที พร้อมที่จะปล่อยใยเพลิงลงสู่ดาวเคราะห์แห่งนี้ซึ่งจะทำลายล้างทั้งชีวิต ทั้งผืนแผ่นดินให้ไม่สามารถทำการผลิตใดๆได้อีก และแทบทุกคนหลงลืมและไม่เชื่อ ไม่ใส่ใจเรื่องราวในตำนานนี้ไปเกือบหมดแล้ว เพราะล่วงเลยมากว่า 400 ปี จนปล่อยปะละเลยไม่ดูแลดินแดนให้พร้อมสำหรับการมาของดาวเพลิงในครั้งนี้ แถมทับมังกรทั้งห้าก็เหลืออยู่เพียงทับเบนเดนทับเดียวที่ F'lar จากมานั่นเอง ไม่มีใครรู้ว่าผู้กล้ามังกรทั้งหลายของทับเหล่านั้นหายไปไหนหมดอย่างลึกลับนานแล้ว

ด้วยจำนวนมังกรที่จะต้องต่อกรกับใยเพลิงนั้นมีน้อยนิดเต็มที เนื่องจากราชินีมังกรออกไข่ได้น้อยแถมมีไข่สีทองที่จะฟักมาเป็นราชินีน้อยเข้าไปใหญ่ และผู้คนทั้งหลายไม่ให้ความสำคัญกับเหล่ามังกรนานแล้ว จนไม่สนับสนุนให้ลูกหลานมาเป็นผู้กล้ามังกรที่จะต้องจับคู่กับมังกร แถมยังมองทับมังกรอย่างกับขอทานที่จะต้องคอยรับเสบียงจากคุ้มต่างๆ เนื่องจากดินแดนแห่งทับมังกรนั้นแห้งแล้ง ไม่สามารถสร้างผลผลิตด้วยตนเองได้ ประกอบกับในสมัยก่อนผู้คนต่างให้เกียรติว่าทับมังกรเป็นดั่งผู้ปกป้องแดนพิภพแห่งนี้ ไม่เหมือนสมัยนี้

แล้ว F'lar, F'nor และ Lessa จะช่วยให้แดนพิภพแห่งนี้รอดพ้นจากหายนะครั้งนี้ได้หรือไม่ ด้วยวิธีการไหนเล่า ไหนจะต้องรับมือกับศึกหลายด้านทั้งผู้นำของคุ้มทั้ง 7 ที่มีน้อยรายเหลือเกินที่สนับสนุนพวกเขา แม้กระทั่งผู้นำแห่งทับมังกรก็ยังกินแหนงแคลงใจกับ F'lar อีก


เรื่องนี้มันก้ำกึ่งระหว่าง Science Fiction กับ Fantasy ถ้าดูแบบผิวเผินก็คงน่าจะเป็น Fantasy มากกว่า แต่ถ้าลองอ่านตั้งแต่ต้นจนจบเราก็จะรู้ได้ว่าน่าจะเป็น Science Fiction มากกว่า มังกรไม่ใช่อยู่ดีๆก็พ่นไฟได้เลย มันมีกระบวนการอยู่ มีที่มาที่ไป มีเหตุผลรองรับจินตนาการได้

"พวกมังกรต่างหันศีรษะรูปลิ่มของมันไปขอหินไฟจากนายของพวกมัน ขากรรไกรมหีมาบดเคี้ยวหินก้อนใหญ่ๆจนแหลกละเอียด เมื่อกลืนหมดแล้วมันก็หันมาขออีก กรดจะออกมาผสมกับหินไฟในท้องพวกมันและกลายเป็นฟอสไฟน์ที่เปี่ยมพิษร้ายแรง พวกมันจะพ่นแก๊สฟอสไฟน์ออกมาทางปาก เมื่อแก๊สนี้กระทบกับอากาศก็จะเท่ากับจุดออกซิเจนให้ลุกขึ้นเป็นเปลวไฟร้อนระอุและร้ายแรงเผาผลาญใยเพลิงให้มอดไหม้ไปในท้องฟ้าหรือบนพื้นดิน หากหลงเหลือตกลงมาได้"

เล่มแรกนี้ Anne McCaffrey เขียนได้อ่านเพลินเลยทีเดียว อาจจะไม่หวือหวามาก เนื่องจากประเด็นมีแค่ว่าจะต่อสู้กับใยเพลิงยังไง เพราะการค้นหาราชินีมังกร เราพอเดาได้ล่ะว่าจะเป็นใคร และวิธีการที่ป้า Anne ใช้เฉลยนี่น่าทึ่งดี นั่นคือ มังกรที่ปกติจะเข้าภพระหว่างสถานที่ได้เท่านั้น นั่นคือไปจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่งได้ แต่ก็มีบางครั้งที่ติดอยู่ในภพระหว่างเหมือนกัน แต่ด้วยความบังเอิญบวกกับความที่ Lessa ผู้มีสายเลือดผู้กล้ามังกรในตัว ไม่ชอบทำตามใครเท่าไหร่ กล้าลอง จึงค้นพบว่ามังกรสามารถเข้าพบระหว่างเวลาได้ด้วย แต่ต้องใช้พลังกายอย่างมาก และไม่สามารถทำได้บ่อยๆ (เคยอ่านเจอว่าบรรณาธิการ Analog อย่าง John W.Campbell แนะนำให้ป้าแกเติมเรื่องการเดินทางข้ามเวลาเข้าไป...ซึ่งลงตัวพอดี) ซึ่งมันจะเฉลยปมที่ผู้กล้ามังกรที่หายไปและการต่อสู้กับฝนเพลิงได้อย่างไร รวมถึงปมชีวิตของ Lessa ที่น่าสนใจด้วย

โลกที่ป้า Anne สร้างขึ้นออกแนวเป็นโลกในยุคโบราณ ไม่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยอะไร แม้แต่การดูรอบโคจรของดาวเพลิงก็ยังอาศัยสังเกตจากหินดวงตาและหินส่องดาว แถมตัวละครอย่าง F'lar ก็ดูดิบๆ เถื่อนๆเล็กน้อย แรกๆดูน่าเกรงขาม ฉลาด แต่หลังๆกับดูเหมือนว่าถูก Lessa แย่งความเด่นไป ส่วน F'nor ไม่ต้องพูดถึง แทบเป็นตัวประกอบไปเลยทีเดียว อ้อ...เรื่ิองนี้มีการเมืองปนนิดๆด้วย

ผมว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นต้นแบบของหนังอย่าง Avatar ด้วยมั้งในเรื่องการจับคู่กับมังกร ถ้านึกภาพในหนังได้ มังกรนี่ดุน่าดู เข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าเพื่อจับคู่กับมันถึงตายได้เลยทีเดียว แล้วมังกรกับผู้กล้ามังกรเหมือนจะต้องถูกชะตากัน ถึงจะเชื่อมโยงกันได้

บางทีเรื่องราวที่เป็นตำนาน บอกเล่าต่อๆกันมานี่อาจถูกคนยุคต่อมาหลงลืมไปแล้วมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ และมองคนที่ยังเชื่อว่าเป็นตัวประหลาดไปก็ยังมี ทั้งๆที่ในยุคก่อนพวกเขาอาจเป็นวีรบุรุษก็ตามที จนกว่าพวกเราจะประสบพบเจอเองนั่นแหละ อย่าประมาทเป็นดีที่สุดนะผมว่า


"พวกเรายังมีจุดมุ่งหมายในชีวิตที่ไกลกว่านี้ ไกลไปกว่าผลประโยชน์ส่วนตัวและความสะดวกสบาย ข้าพเจ้าได้ให้ความมุ่งหมายและระเบียบวินัยแก่พวกเขา ทุกคน-ทั้งพวกชาวทับและชาวคุ้ม-ล้วนได้ประโยชน์"

ป.ล.นิยายวิทยาศาสตร์บ้านเราขายยากมาก Series นี้เลยมีแปลออกมาเล่มเดียวจากที่ Provision จะแปลเป็นไตรภาค แล้วปัจจุบันก็ยุบส่วนงานนี้ไปแล้ว ขนาดคุณวศิน ผู้บริหารของ Provision เป็นผู้มีใจรักด้านนี้ก็ยังเข็นไม่ขึ้น...อ้อ เคยมีแปล Dragondrums กลองกู่มังกร ซึ่งอยู่ในอีกไตรภาคนึงที่ต่อจากนี้เมื่อสักร่วมๆ 30 ปีที่แล้วได้มั้งครับ 

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :
1.//www.fantasticfiction.co.uk/m/anne-mccaffrey/
2.//en.wikipedia.org/wiki/Dragonriders_of_Pern


คะแนน 7.8/10



Create Date : 28 สิงหาคม 2557
Last Update : 28 สิงหาคม 2557 12:09:46 น.
Counter : 956 Pageviews.

2 comments
  
เรื่องสนุกมาก แต่หน้าปกก็ดับมากอะค่ะ เสียดาย
โดย: Froggie วันที่: 29 สิงหาคม 2557 เวลา:7:59:27 น.
  
คุณ Froggie เห็นด้วยๆ แต่พอเข้าใจได้อยู่ คงคิดว่าจะจับตลาดเยาวชนด้วยมั้งก็เลยออกแบบปกแบบนี้
โดย: leehua (สมาชิกหมายเลข 755059 ) วันที่: 29 สิงหาคม 2557 เวลา:23:15:43 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข 755059
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]



New Comments
สิงหาคม 2557

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
29
30
31
 
 
28 สิงหาคม 2557
All Blog