Red Velvet Cupcake Murder สายลับเรดเวลเว็ท




สายลับเรดเวลเว็ท Red Velvet Cupcake Murder (2013)
โดย Joanne Fluke
สนพ.ลองดู (Longdo Publishing) แปลโดย วรรธนา วงษ์ฉัตร

"ชีวิตเป็นเรื่องเสี่ยง จงรีบกินขนมหวานก่อน"

ณ ย่านเลคอีเดนในมินเนโซต้า บาบาร่า ดอนเนลลี่ เลขาของที่ว่าการอำเภอ 
ของเมือง จู่ๆก็ตกลงมาจากห้องเพนท์เฮาส์ที่กำลังตกแต่งต่อเติมจนได้รับบาดเจ็บ ท่ามกลางงานเลี้ยงเปิดตัวในโรงแรมอัลเบียน ซึ่งฮันนาห์ สเวนเซ่นเจ้าของร้าน เบเกอรี่คอฟฟี่ ช็อป นามว่า คุกกี้ จาร์ ก็อยู่ในงานด้วย 

สเลดาร์หรือเรดาร์ในการพบเจอเหตุการณ์ฆาตกรรมของฮันนาห์เริ่มทำงานอีกครั้งหนึ่ง แต่ปัญหาอันน่ารำคาญรบกวนหัวใจของเธอก็กลับมาพร้อมกันด้วยกับการกลับมาของหมอเบฟอดีตคู่หมั้นของนอร์แมน โรดส์ ทันตแพทย์หนุ่ม 1 ในคู่แข่งคนสำคัญของไมค์ คิงสตัน หัวหน้านักสืบของอำเภอที่เข้ามาแข่งกันจีบฮันนาห์

มันเป็นเพียงอุบัติเหตุหรือว่ามีใครต้องการลอบทำร้ายบาบาร่ากันแน่ ยิ่งฮันนาห์สืบก็ยิ่งเข้าไปพัวพันกับเรื่องราวมากขึ้นจนเธออาจจะตกเป็นเหยื่อแทน!

...........................................................

การกลับมาอีกครั้งของหนังสือชุด Hannah Swensen ที่สนพ.เพิร์ลเคยแปลมาอย่างต่อเนื่องแล้วได้ปิดตัวลงไป เล่มที่ 16 นี้ผู้แปลลงมือทำกันเองร่วมกับพี่สาวเพื่อแฟนๆที่ติดตามกันมาอย่างยาวนานเป็นพิเศษเลย

อ่ะแฮ่มๆ...แต่ต้องบอกก่อนเลยผมเพิ่งมาอ่านเล่มนี้เป็นเล่มแรกในชุดนี้เลยล่ะครับ คือถ้าใครกลัวว่า ไม่เคยอ่านมาก่อนสักเล่มจะรู้เรื่องไหม ตอบได้เลยว่ารู้เรื่อง พล็อตหลักและปริศนาเฉลยเสร็จสรรพจบในเล่มเลย เพียงแต่แรกๆอาจจะต้องทำความรู้จักตัวละครกันนิดนึงก่อนและมีเพียงแค่ความสัมพันธ์อันยาวนานของฮันนาห์กับนอร์แมนและไมค์ที่อาจจะไม่เห็นภาพว่าใครจะมีภาษีดีกว่า (คือถ้าต้องการจิ้น ฟิน ลุ้นกับความรัก 3 คนนี้อาจจะไม่จุใจสำหรับสาวๆ 55) รวมทั้งเอ่ยถึงปมตัวละครในเล่มก่อนๆนิดหน่อย แต่ไม่ใช่สาระสำคัญซึ่งเป็นเรื่องธรรมดามากของซีรีส์นิยายฝรั่งแบบนี้ 

ถ้าถามว่าสายลับเรดเวลเว็ทเป็นนิยายแนวไหน ตอบได้เลยว่า เป็นนิยายแนวสืบสวนสไต์เบาๆ สบายๆที่ฝรั่งเรียกกันว่า Cozy Mystery คือ ไม่มีฉากฆาตกรรมที่โหดร้ายทารุณแบบบรรยาย ให้เห็นภาพเป็นช็อตๆ ไม่มีฉากเซ็กซ์ที่ถึงพริกถึงขิง คือถ้าจะมีฉากรักก็มักจะเป็นแบบสุภาพๆนุ่มนวล ไม่ได้บรรยายอะไรมากมาย หยอดนิดหยอดหน่อยให้กระชุ่มกระชวย เหตุการณ์ฆาตกรรมก็มักจะเกิดในเมืองเล็กๆที่แทบทุกคนจะรู้จักกัน เพราะฉะนั้นคนร้ายจึงมักเป็นคนในชุมชนที่ทุกคนนั่นแหละรู้จัก ซึ่งแนวนี้ที่รู้จักกันดีก็ซีรีส์มิสมาร์เปิ้ลของ Agatha Christie หรือนักเขียนที่มีแปลในบ้านเราอย่าง Janet Evanovich (วีรกรรมทำเพื่อเงิน) Meg Cabot และแน่นอน Joanne Fluke คนเขียนเล่มนี้แหละซึ่งงานของเธอติดอันดับต้นๆเสมอๆในแนวนี้ทั้งใน Goodreads หรือในเว็บต่างๆ

อ้าว...แล้วมันมีอะไรดีน้อถึงมีแฟนคลับติดตามกัน พอสมควรโดยเฉพาะสาวๆในเมื่อมันดูไม่ค่อยหวือหวา เสน่ห์ชอง Fluke เท่าที่ผมจับได้เป็นอันดับแรกเลยคือ ความสัมพันธ์ของตัวละครที่มันดูอบอุ่น ไม่เฉพาะระหว่างคนกับคน แต่เลยไปถึงคนกับสัตว์เลี้ยงเช่น แมวอย่างโมเช่เลย แม้แต่ทำขนมก็ยังมีการแบ่งสูตรอาหารกัน ไม่หวงสูตร นี่สูตรฉันนั่นสูตรเธอ แสดงภาพของชุมชนเล็กๆได้เป็นอย่างดี อ่านไปแก้มยกพลัน รอยยิ้มบังเกิดด้วยประโยคน่ารักๆเช่นประโยคเหล่านี้

"ทำไมเบธีถึงกินเค้กไม่ได้ล่ะคะ" เทรซี่ถาม

"เพราะดับเบิล แวมมี เลมอนเค้ก เป็นขนมสูตรที่ใส่วอดก้าจ้ะลูกรักคุณยายคงไม่ยอมให้ เบธีกินหรอก"

"หนูก็ไม่ควรกินค่ะ ไม่งั้นพ่อจะจับหนูข้อหา..." เทรซี่ชะงักครู่หนึ่งแล้วก็หัวเราะ 
"หนูไม่ได้ดื่มเพราะฉะนั้นพ่อจับหนูข้อหาดื่มเหล้าโดยยังไม่บรรลุนิติภาวะไม่ได้ สงสัยว่าพ่อต้องจับหนูข้อหากินโดยยังไม่บรรลุนิติภาวะแทน"

และเหตุการณ์ฆาตกรรมถ้าลงข่าวในบ้านเราคงเป็นข่าวย่อยเล็กๆในหน้าหลังสุดของหนังสือพิมพ์เป็นแน่แท้ เพราะฉะนั้นมันคงไม่เขย่าขวัญให้ตื่นเต้นแบบสุดขีด แต่มาแบบอยากรู้อยากเห็นมากกว่า พอเดาได้ว่าใครคือคนร้าย (ผมเดาไว้ 2 คน) การสืบสวนของฮันนาห์มันเหมือนค่อยสืบๆจากเสียงซุบซิบพูดคุย เก็บเล็กผสมน้อยไป ซึ่งเป็นจุดที่ดีให้เราฝึกสังเกตสิ่งละอันพันละน้อยในชีวิตประจำวันที่ปัจจุบันบางทีเราอาจจะหลงลืมไปไม่ได้ใส่ใจมากมายสิ่งเหล่านี้บางทีก็มีแง่ดี คือ ช่วยป้องกันภัยให้ครอบครัวเรา ชุมชน สังคมเรา ถ้าเรารู้จักกลั่นกรองดีๆ

ถือว่าผิดคาดทีเดียวสำหรับผมกับการข้ามพรมแดนการอ่านมาแนวนี้ หนังสืออ่านเพลิน ละมุนละไม ไม่ได้มาแนวกระตุ้นต่อมอะดรีนาลีนให้เลือดสูบฉีดพล่านแบบ
ตื่นเต้นลุ้นระทึก แต่ชวนหลั่งเอนโดรฟีนแทนเพราะรอยยิ้มมากกว่า เป็นหนังสือที่สะอาด ปลอดภัย ไร้มลพิษ แถมส่งเสริมต่อมน้ำลายยิ่งนัก ด้วยสูตรอาหารต่างๆ ชวนให้ครอบครัวอบอุ่น ถ้า Longdo ลองทำกัน ให้สมชื่อสำนักพิมพ์เลยล่ะครับ

ถ้าให้ผมจะเชียร์ใครให้ฮันนาห์ ผมเชียร์ นอร์แมน ครับ ดูประโยคนี้ของนอร์แมนซิ

(ถ้าเธอรวย เธอคงไม่ต้องการรถสปอร์ตราคาแพง เหมือนรถของหมอเบฟ เธอต้องการแค่รถเก๋งนั่งสบายพร้อมคนขับ เธอจะได้นั่งเอนหลังผ่อนคลาย ขณะที่คนขับผู้เชี่ยวชาญพาเธอแล่นไปตามเส้นทางที่มีวิวอันงดงามไปยังสถานที่ที่เธออยากจะไปเท่านั้น...ฮันนาห์คิด)

"ถ้ารวย ฉันอยากมีรถนั่งพร้อมคนขับ" เธอพูดความคิดของตัวเองออกมาดังๆ

"คุณไม่จำเป็นต้องรวยถึงจะมีได้ ผมมีรถ ผมขับรถได้และ...คุณมีผม" นอร์แมนเอ่ย

ป.ล.อ้อ...มีเล่ม 17 สายลับแบล็กเบอรี่ ออกมายั่วน้ำลายเพิ่มแล้วนะครับ

คะแนน 8.1/10



Create Date : 21 สิงหาคม 2560
Last Update : 21 สิงหาคม 2560 17:37:06 น.
Counter : 562 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณfor a long time

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



สมาชิกหมายเลข 755059
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]



New Comments
สิงหาคม 2560

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog