
 |
|
|
 |
 |
|
|
| | 1 | 2 | 3 | 4 |
| 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 |
| 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 |
| 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 |
| 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | |
|
|
| |
|
 |
 |
|
|
บุญกิริยาวัตถุ 004
การทำบุญด้วยการฟังธรรมศึกษาหาความรู้ (ธัมมัสสวนมัย (อ่านว่า ธรรม-มัส-สะ-วะ-นะ-มัย)) คือการศึกษาหาความรู้ด้วยการฟังธรรม การศึกษาหาความรู้ในเรื่องธรรมะถือเป็นหนทางแห่งทางทำความดี การศึกษาที่ดีที่สุดก็คือการอ่านจากพระไตรปิฏก แต่การอ่านเองจากพระไตรปิฏกเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ศึกษาใหม่ ดังนั้นคงต้องเริ่มจากผู้บรรยายธรรมที่ดีที่บรรยายธรรมได้ตรงตามสัทธรรมของพระพุทธเจ้า อาจมีผู้บรรยายธรรมที่อธิบาย ตีความเองโดยไม่ตรวจสอบจากพระไตรปิฏก ทำให้ธรรมที่เราได้ฟังเป็นความคิดเห็นที่ผิดไม่ตรงต่อคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้า ที่ต้องฟังเพราะเราเป็นสาวก สาวกหมายถึงผู้ฟัง สาวกในศาสนาพุทธคือผู้ซึ่งฟังคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ถ้าไม่ฟังคำสั่งสอนของพระองค์แล้วจะถือว่าเป็นผู้ปฏิบัติตามได้อย่างไร เพราะไม่ทราบว่าจะปฏิบัติตามอะไร ไม่มีหลักที่จะตัดสินว่าสิ่งที่จะกระทำ หรือได้กระทำไปแล้วเป็นไปตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าหรือไม่ การทำบุญด้วยการสั่งสอนธรรมให้ความรู้ (ธัมมเทสนามัย (อ่านว่า ธรรมะ-เท-สะ-นา-มัย)) ในการดำรงอยู่ของศาสนาพุทธต้องมีผู้บรรยายธรรมที่บรรยายตามความเป็นจริง ถ้าเราท่านได้ศึกษาและปฏิบัติศาสนามาประมาณหนึ่ง หากสามารถอธิบายคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่ถูกต้องได้ก็ควรจะกระทำ อนึ่งการสั่งสอนธรรมนี้ได้รวมถึงความรู้ทางโลกด้วย เช่นเราช่วยเหลือติว อธิบายวิชาที่เรียนอยู่ อธิบายงานให้เพื่อนร่วมงานโดยที่การกระทำนั้นไม่ไปเบียดเบียนผู้อื่นก็ถือว่าเป็นการทำบุญด้วยการสั่งสอนธรรมเช่นกัน เพียงแต่ธรรมที่ว่าไม่ช่วยให้บุคคลนั้นเกิดปัญญาที่จะเป็นปัจจัยให้ทราบถึงสภาพความเป็นจริงที่ปรากฏ ธรรมทางโลกก็แต่เพียงช่วยเหลือเกื้อกูลกันแต่ไม่ช่วยให้พ้นสังสารวัฏ (อ่าน สัง-สา-ระ-วัต)
อีกสองหมวดต่อไปคือคือการทำบุญด้วยการเฉลี่ยส่วนแบ่งแห่งความดีให้คนอื่น (ปัตติทานมัย (อ่าน ปัต-ติ-ทา-นะ-มัย)) กับทำบุญด้วยการยินดีในความดีของผู้อื่น (ปัตตานุโมทนามัย (อ่าน ปัต-ตา-นุ-โม-ทะ-นา-มัย)) สองหมวดนี้ข้อหนึ่งคิอการอุทิศส่วนกุศล อีกข้อคือการอนุโมทนาในกุศลของผู้อื่น หลังทำบุญตักบาตร เรามักจะกรวดน้ำ การกรวดน้ำก็คือบอกกล่าวอุทิศส่วนกุศลให้ผู้อื่นเช่น ขออุทิศส่วนกุศลที่ข้าพเจ้าได้กระทำไปด้วยดีแล้วให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ เทวดาและอมนุษย์ทั้งหลาย ญาติ มิตร คนรู้จักที่ล่วงลับไปแล้ว ขอได้มีจิตอนุโมทนาในกุศลที่ข้าพเจ้าได้อุทิศให้ด้วย การอุทิศส่วนกุศลก็อุทิศกุศลกรรมทุกอย่างที่ได้ทำไป ไม่จำกัดเฉพาะเรื่องการใส่บาตร เช่นบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นแล้วตั้งใจอุทิศส่วนกุศลที่ได้ทำลงไป หรือเมื่อฟังการบรรยายธรรมไป ตั้งใจฟังธรรม ใคร่ครวญพิจารณาธรรมที่ได้ฟังไป ฟังจบก็สามารถอุทิศส่วนกุศลนั้นได้
หนทางแห่งการทำบุญอีกทางคือการอนุโมทนาในกุศลของคนอื่น เมื่อเราได้ทราบถึงกุศลที่ผู้อื่นทำก็สามารถยินดีในความดีของผู้อื่นได้ เช่นเห็นเด็กช่วยเหลือผู้อาวุโสในกิจการงาน ช่วยผู้อาวุโสข้ามถนน เห็นผู้อื่นบริจาคเงิน หรือเมื่อฟังธรรมจบ นอกจากอุทิศส่วนกุศลแล้วเรายังสามารถอนุโมทนาในกุศลของผู้บรรยายธรรม และผู้ร่วมฟังธรรมได้อีกทางหนึ่งด้วย
การที่เขียนถึงหนทางทำความดีหรือที่ตั้งแห่งบุญ ไม่ได้ต้องการให้ผู้อ่านเจาะจงสนใจแต่เรื่องกุศลเท่านั้น การทำกุศลก็เพื่อลดความอยาก ความต้องการ ลดกิเลส ในฐานะที่ได้เกิดมาในประเทศที่ยังมีการแสดงธรรมของพระพุทธเจ้าอยู่ มีคำสั่งสอนแสดงหนทางสร้างกุศลอยู่จึงได้เขียนแนะนำ กุศลมีหลายระดับ ถ้าได้ศึกษาศาสนาพุทธจะพอทราบได้ว่าไม่ควรที่จะหมกหมุ่นแต่เรื่องบุญ กุศลกรรม กุศลจิตแต่เพียงอย่างเดียว กุศลในระดับที่ไม่ช่วยให้พ้นจากสังสารวัฏก็มี จึงควรทราบว่าการที่เราทำกุศลก็เพื่อให้เกิดเหตุปัจจัยที่จะช่วยให้เราสามารถลด ละ เลิกกิเลส พยายามฟังธรรรมที่ถูกต้องเพื่อเป็นเหตุปัจจัยให้ในอนาคตข้างหน้าเราสามารถเข้าถึงกระแสของนิพพาน
สามารถฟังการสนทนาธรรมเกี่ยวกับบุญกิริยาวัตถุ 10 โดยละเอียดได้ที่ //www.dhammahome.com/front/media_cd/show.php?id=159 และ//www.dhammahome.com/front/media_cd/show.php?id=160
| Create Date : 28 ธันวาคม 2553 |
| Last Update : 13 พฤษภาคม 2554 2:09:04 น. |
|
0 comments
|
| Counter : 1159 Pageviews. |
|
 |
|
|
| |
|
| elenote |
 |
|
|
 |
|