"ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นกับเราก็ไม่สามารถทำให้เราสุขหรือทุกข์ได้มากเท่ากับมุมมองที่เรามีต่อสิ่งเหล่านั้น "
....... แม้เจ็บป่วยแต่หากมองว่าเป็นธรรมดาของชีวิต ก็ไม่ทำให้ใจเป็นทุกข์ได้ และหากรู้จักนำประสบการณ์ดังกล่าวมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ก็อาจทำให้ชีวิตปรับเปลี่ยนในทางที่ดีขึ้นและมีความสุขมากขึ้นก็ได้ มีคนเป็นจำนวนมากบอกว่า โชคดีที่เป็นมะเร็ง เพราะทำให้ตนหันมาเห็นคุณค่าของธรรมะและค้นพบความสุขที่ประณีตลึกซึ้ง
....... ปัญญาจึงเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขอันประเสริฐ นอกจากปกป้องให้เราไม่เป็น เหยื่อของเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่มากระทบแล้ว ยังเป็นเสมือนเข็มทิศที่ช่วยนำพาชีวิตให้เป็นไปในทางที่ถูกต้อง ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น เป็นพื้นฐานแห่งความปกติสุขทั้งในทางกาย จิต และสังคม
...........ทุกวันนี้มีความเข้าใจอย่างแพร่หลายว่าความสุขนั้นจะได้มาก็ด้วยการเสพหรือการครอบครองวัตถุ หาไม่ก็ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบาย เป็นไปตามใจปรารถนา ความเข้าใจเช่นนี้ทำให้เราตกเป็นทาสของวัตถุหรือสภาพแวดล้อมได้ง่ายมาก .... ทั้ง ๆ ที่ความสุขที่แท้นั้นอยู่ที่การวางใจของเราเอง โดยเฉพาะการรู้จักมองหรือการมีปัญญารู้เท่าทันความจริงของชีวิต หากมีปัญญาหรือมองให้เป็น ก็เห็นและสัมผัสกับความสุขได้ตลอดเวลา รวมทั้งในระหว่างทำงาน หรือในยามที่เศรษฐกิจตกต่ำ กล่าวอีกนัยหนึ่ง หากรู้จัก สุขแท้ด้วยปัญญา ก็ไม่ยากที่จะเข้าถึง สุขสวนกระแส