To handle yourself.....use your head, To handle others.....use your heart!!
<<
พฤศจิกายน 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
24 พฤศจิกายน 2550

ละไม เจาะ ปาย (Pai...Away) (จบบริบูรณ์)

เมืองอันมีชื่อลือนาม เยี่ยง "ปาย" ทำไมนะ ผู้คนถึงได้ใฝ่ฝันที่จะเข้ามาสัมผัสกันนัก วันนี้...กับอีกหนึ่งบรรยากาศอันน่าหลงใหล......

ละไมย้อนรอยปายอีกครั้งตามหาสิ่งที่ขาดหาย.......กับปายเมื่อครั้งก่อน



ปาย กับ ละไม ไม่มีอะไรซับซ้อนมากเกินไปกว่าจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของภาพตรงหน้า ภาพร้านมิตรไทย ที่ทำให้ละไมต้องเสาะหา ว่าที่ใดในบ้านเราหนอ ที่มีคนบ้าโปสการ์ดเยี่ยงเรา ถึงขนาดกล้าทำมาหากินด้วยการขายฝันผ่านโปสการ์ดได้...

.....ที่ใดน๊อ อยากไป...อยากไป



ยิ่งไปกว่านั้น เฮ้ยยย!!! มันมีหลักกิโล (อย่างที่เราชอบถ่ายรูป) เอาไว้ให้ถ่ายเป็นหลักฐานด้วยยย ใครน๊ออออ ช่างคิด

คำตอบหาได้ไม่นานนักหลังจากนั้น ชื่อปายเริ่มเข้ามาอยู่ในสารระบบแห่งความหวัง...หวังสิ...หวังจะไปปายยย

และแล้ว เจ้าโป้ง พ่อน้องชายตัวดี ก็นำพาให้ละไมพาแม่ไปเที่ยวปายเป็นครั้งแรกเมื่อปลายปี 06 .... หลังจากตะลุยพืชสวนโลกได้พอหอมปากหอมคอ (บางคนเหนื่อยถึงขนาดหืดขึ้นคอ)

กลุ่มของละไมก็เข้าที่พักที่ปายในคืนที่สองของการเดินทริป ถึงปายแล้วววว แต่ยังไม่ทันได้ยลโฉมเมืองปาย... ไ ฟ ดั บ !! ทานข้าวใต้แสงดาวเคล้าแสงเทียนกันที่ที่พักเสร็จก็ดึกพอสมควร ละไมก็ยังไม่วาย ตัดสินใจออกเดินตลาดในคืนเดือนมืด

"อยากไปดูร้านมิตรไทย" เดินตามถนนคนเดิน แสงเทียน ริบ ๆ เป็นระยะ ๆ ใจเต้นแฮะ เมื่อไหร่จะถึงน๊ออ พอเดินมาถึงหน้าร้านน ว๊า....ร้านปิด....จบกัน..เศร้า...ร้านที่ตั้งใจอย่างแร็งว่าจะมา ปิดซะงั้น ปากสั่นเดินกลับอย่างห่อเหี่ยว ละไมเลยได้แต่เดินดูของข้างทางไปเรื่อย ๆ

ยิ่งเดินไป กลิ่นอาหารก็ลอยเข้ามาเตะจมูกละไมเรื่อย ๆ ลืมเรื่องมื้อเย็นที่เพิ่งทานจนอิ่มแปร้ เจอน้ำขิงร้อนนนน ๆ เอ๊า..ชิมมมมมม เจอบะหมี่โบราณ เอ๊า..ตุนนนนนนน (ให้แม่กะตัวเองคนละถุง) (น้ำแกงร้อน ๆ นี่มันช่างมีสเน่ห์เหลือล้นที่ปาย)

แล้วสุดท้ายก็แวะนั่งยอง ๆ ข้างทาง ขนมจีนน้ำเงี๊ยวชามสุดท้ายของร้านก็เป็นของละไม เห่อ เห่อ

หลังจากให้การบ้านเพิ่มเติมเจ้ากระเพาะเพื่อนยากของละไม ละไมก็พาตัวสั่น ๆ (หนาวมั่ก) เข้าที่พักท่ามกลางแสงดาว ในห้องพักทุกห้องไม่มีแอร์ (ขอบคุณพระเจ้า) แต่ห้องละไมมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่านั้น มีฮีทเตอร์เป็นบะหมี่เกี๊ยวโบราณสองถุงน้ำแกง กับโน๊ตบุ๊คอีกหนึ่งตัว หนาวสั่นกันท๊างงคืน ไม่แน่ใจว่านี่พาแม่มาเที่ยว หรือพาแม่มาลำบากกันแน่

เช้าตรู่วันที่ 26 พฤศจิกายน ฝันของละไมลางเลือนลงเรื่อย ๆ เมื่อรถตู้พาคณะออกห่างจากปายโดยที่ร้านมิตรไทย ร้านในฝัน....ยั๊งงงไม่เปิด เมื่อคืนก็ไฟดับ ร้านก็ปิด แถมเช้านี้มิตรไทยยังไม่เปิด โอวว แม่เจ้า กรรมอารัยของละไมนะ วันพิเศษของละไมที่เต็มไปด้วยความหวังกับภาพแรกของร้านมิตรไทย กะลังอยู่เบื้องหลัง และกำลังจะห่างไปทุกที...ทุกที หัวใจเต้นแรงอีกครั้งหลังจากทราบว่าหนึ่งในสมาชิกลืมของไว้ที่ปาย เย่ เย่...หัวใจเต้นถี่ขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อรู้ว่าทีมงานกะเจ้าเบียร์ (ผู้นำทริปขาโจ๋ว) พร้อมใจกันพาเรากลับสู่ปายอีกครั้งเพื่อรับของที่ลืมไว้ สมองเริ่มสั่งการ ร้านมิตรไทย ทำงัยดี??

ว่าแล้วร่างกายเริ่มสั่งการ หลังรถตู้จอดสนิท ละไม กระโดดจากรถ ฝากข้อความสั้นเหมือนส่ง SMS แวะไปรับที่ร้านมิตรไทยด้วยน๊า...ว่าแล้วก็วิ่งปรี๊ดเข้าหาร้านอย่างไม่รีรอ

บอกได้คำเดียว ตื่นตาตื่นใจ ละลานตา สวยยยย ไปหมด อยากยกร้านนี้ไปไว้ในห้องนอน นอนดูโปสการ์ดคืนละใบ คงหลับฝันดีทู๊กกกคืนน ทำไงดี??

หลังจากเรียกสติกลับคืนมาได้ ความโลภก็เข้ามาแทนที่ หยิบทุกอย่างที่ชอบ (ก็ได้มาเกือบหมดนะ จำได้ว่าหมดไปเกือบพันห้าในช่วงเวลาสิบนาทีของฝันที่เป็นจริง)

****************************************************

วันนี้...ละไมกลับมาเหยียบแผ่นดินถิ่นปายอีกครั้ง ด้วยความบรรจง และตั้งใจ
"ปายยยย".........ละไมมาเยี่ยมอีกแล้วนะ..........คราวนี้ตั้งใจมาทำความรู้จักกับปายนะ

......เ ป็ น เ พื่ อ น กั น น ะ........



การกลับมาครั้งนี้ของละไม เป็นไปด้วยความละเมียด..ละเลียดหาข้อมูล หลับฝันดี เป็นจุดหมายแรกที่ละไมรู้สึกลงตัวกับที่พัก

หลับฝันดี เกสต์เฮ้าส์


ว่าแล้วก็ตัดสินใจโทรจองห้องล่วงหน้าไว้เดือนเศษ หลังจากละไมทราบว่าที่พักยังว่างอยู่ ก็ตัดสินใจทันทีว่าจะพักที่นี่ล่ะ อยากมาแบบลุย ๆ ติดดินปายซะหน่อย ว่าแล้วก็ถามพี่ปานพี่เจ้าของเกสต์เฮาส์ว่า

ละไม : ไม่ทราบว่าต้องโอนเงินเข้าบัญชีอะไรคะ

พี่ปาน : อ๋อ ไม่ต้องหรอกครับ ไว้ค่อยมาจ่ายที่นี่ก็ได้ เด๋วใกล้ ๆ ซักสองสามวันก่อนมาค่อยโทรมาคอนเฟิร์มผมอีกทีนะ ว่าจะมาแน่ ๆ

ว่าแล้วละไมก็ให้ชื่อเล่นอันแสนสามั๊ญญญ สามัญญ ของละไมไป ให้พี่ปานไว้ขึ้นกระดาน (แกว่างั้น)

ละไม (ทดในใจ): โหหห ไม่ต้องจ่ายตังค์ก่อนวุ้ย แปลกจัง ที่อื่นยังต้องโอนเลยนะเนี่ย แถมเปิดโอกาสให้เปลี่ยนใจด้วย

พอใกล้ ๆ วัน ละไมนับวันถอยหลัง ว่าแร๊ว สบโอกาสเหมาะ เวลาพออุ่น ๆ ก็โทรหาพี่ปาน บอกว่าชื่อเรียงเสียงไร พี่ปานก็ว่า ผมอยู่ข้างนอก แต่พอจำได้ละ (คาดว่าคงนึกออกละ ว่าไอ้ชื่อวิสามัญคนนี้ มันคงเอาจิง )

ได้ครับ ผมเก็บห้องเอาไว้ให้ พี่ปานว่างั้น

สาธุ โชคดีชะมัด ละไมไม่ลืมโทรย้ำพี่เค๊า แล้วพี่เค๊าก็ไม่ลืมชื่อที่พี่ปานขึ้นกระดานไว้ด้วย

มาถึงปาย แฮ่ก แฮ่ก ร้อนค๊อธ ค๊อธ คอเต่า แขนยาว ละไมจอมวางแผน ก็สำลักแผนการณ์ที่ตัวเองวางไว้ เสื้อผ้า theme หน้าหนาวท๊างงปวง กลายเป็นสะสารที่ใช้การไม่ได้ในบัดดล ถึงปายแว๊ววว ร้อนว่ะ!! จะนอนยังงัยฟะเนี่ย?? ห้องพัดลมด้วย นอนไม่ได้แน่ ถ้าร้อนเนี่ย ละไมขี้ร้อน ขี้หนาว เป็นสัตว์เลือดอุ่น พอดี พอดี

ขึ้นมาถึงชานบ้าน เห็นผู้ชายวัยกลางคนผิวสีน้ำตาลแดง นอนเอนกายอย่างสบาย ๆ อ่านหนังสืออยู่หนึ่งคน ด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ซักสองวินาที พี่ปานละสายตาจากหนังสือเล่มเล็กในมือเหลือบขึ้นมามอง แล้วถามว่าโอ๋นใช่มั้ยฮะ

(ในใจละไม ตอบทันควัน ใช่ก๊าบบ ละไมเวอร์ชั่นร้อนค๊อธ ๆ น่ะ)

ว่าแล้วพี่ปานก็ชี้ไปที่บ้านหลังกลาง หลังที่ทุกคนน่าจะผ่านตาเห็นแผ่นป้ายหน้าห้องที่เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นว่าหลับฝันดีน่ะค่ะ
หน้าบ้าน หลังโปรด



โอววมายก๊อธ พี่ปานให้ห้องดีที่สุดเลยหรือนี่ (จิง ๆ ก็ไม่รู้หรอกว่าดีสุดหรือเปล่า แต่ที่เห็นมามันก็อันนี้อ่ะ ก็ทึกทักว่าได้อันที่ดีที่สุด แค่นี้ก็มีฟามสุขแร๊ววว)

ไม่รีรอ หลังกล่าวขอบคุณพี่ปานอย่างยังไม่ค่อยหนิดหนม ว่าแล้วก็พาสัมภาระเข้าที่พัก

กล้วยสองหวี ไม่ใช่สิ ทะลายหรอ เค๊าเรียกรัยนะ เรียกไม่ถูกอ่ะ


กล้วยหนึ่งหวี เห่อ เห่อ ยัง..ยังเปงหวีอยู่


ใช้เวลาเหวออยู่ประมาณสิบนาทีว่าจะทำอย่างไรกับอากาศที่ร้อนอบอ้าวที่ปายเยี่ยงนี้ หลังจากนั้นสติเอ๋ยสติกลับคืนมา ป่ะ หาของกิน ว่าแล้วละไมก็เริ่มต้น journey of "Pai Away" ด้วยการเช่ามอไซด์ 140 บาท เกียร์ออโต้ คันสีชมพูหว๊านน หวานน ให้เพื่อนขับรอบ ๆ ปาย เก็บภาพด้วยตาเปล่าแบบหยาบ ๆ ก่อนรอบนึง

บ้านฝั่งตรงข้ามกับวังช้างเผือก


ออกจากท่ารถเปรมประชา ก็เลี้ยวซ้าย เจอร้านน่ารักร้านแรก ร้าน Muu ค่ะ ภาคกลางวัน


หลังจากนั้นก็มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านสันติชล หมู่บ้านชาวจีนยูนาน อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของเมืองปาย

(ไม่ต้องตกใจ ละไมขอแนะนำว่า พอไปถึง ก้อพยามทำความรู้จักกะทิศทั้งสี่ก่อน เพราะที่นี่อ้างอิงกันเปงทิศตามตำรับชาวชนบทขนานแท้) จำเอาไว้ว่าถ้าดูบนแผนที่โลก ทางขวาคือตะวันออก ทางซ้ายเป็นตะวันตก เหนือ ใต้ คงพอทราบกันอยู่

เส้นทางสายตะวันตกของปาย ง่าย ๆ ค่ะ มอไซด์วิ่งผ่านถนนคนเดินมาเรื่อย ๆ ผ่านร้านมิตรไทยทางซ้าย ผ่านร้านน้องเบียร์ที่หัวมุมซ้าย ก็วิ่งผ่านสี่แยกนี้มา วิ่งกินลม เงยหน้านิด ๆ ได้อารมร์หมาน้อยนั่งซ้อนท้ายมอไซด์ ผ่านโรงพยาบาลปายมาได้ไม่นาน หันขวามั่ง สลับซ้ายมั่งดูบรรยากาศ แล้วละไมกะเพื่อนก็ถึงวัดน้ำฮู แวะเข้าสักการะสมเด็จพระนเรศวร



ตัวอุโบสถ


ดูแล้วสงบ แล้วก็เย็นดีค่ะ


ซะหน่อย เคาะระฆังให้ดังเหง่งหง่าง พอคึกคัก


ชมบรรยากาศอีกครู่ใหญ่ แล้วบิดมอไซด์ต่อวิ่งเข้าเขตหมู่บ้านสันติชล หมู่บ้านจีนยูนาน อีกหนึ่งที่ ที่ตั้งใจจะแวะเข้ามาลองอาหารรสเลิส เก็บภาพชิงช้า และบ้านดินสวยเก๋ของที่นี่

ถึงแล้วววววว...ชิงช้าชาวดอย (เรียกไม่ถูกหรอก) รออยู่ตรงหน้า อยากเล่น อยากเล่น แต่คนแกว่งคงจะลำบากมั่ก ๆ ตั้งกล้องแล้วกระโดดขึ้น อย่างไร ก็ได้แค่ครึ่งรอบ (เราหนักเกินมาตรฐานหญิงไทยไปหรือนี่ ทดเอาไว้ในใจ ไม่กล้าเรียกหาคำตอบ เห่อ เห่อ) ว่าแล้วพอหอมปากหอมคอน่า



...เล่นชิงช้าพอละ เลยก็ตรงดิ่งเข้าสู่ร้านอาหาร (ละไมอยากเรียกว่าโรงอาหารมากกว่านะ เพราะได้อารมร์นั้นมากกว่า) แบบโอเพ่นแอร์ ได้กลิ่นดิน ๆ ของผนังกำแพง สูดเข้าไปเต็ม ๆ อื้มมม แปลกดี เย็น ๆ ด้วย

ขาหมูยูนานสีกลมกล่อม ผัดผักสี่สหายควันฉุยเพิ่งขึ้นจากกะทะ หมั่นโถวสองคู่เพิ่งออกจากหม้อนึ่ง พร้อมน้ำเปรี้ยว น้ำแกงแก้เลี่ยนขอชาวจีนยูนาน ร้อน ๆวางอยู่ตรงหน้าด้วยเวลาไม่ถึงสิบนาทีหลังจากสั่งอาหารไป

ขาหมูยูนานก็จานเด็ดของที่นี่ค่ะ ละไมก็ทานได้เพลิน ๆ เช่นกัน อร่อยค่ะ


ผัดผักสี่สหาย รสชาติกลมกล่อมดีค่ะ


หมั่นโถวนึ่ง ไม่ได้ทานค่ะ แต่ได้กลิ่นหอมเตะจมูกเหมือนกัน


(น้ำเปรี้ยวคือเมนูที่อยากลอง ก็เปรี้ยวได้ใจค่ะ เอาไว้แก้เลี่ยน ไม่ต้องทานให้หมดนะคะ เอาแค่พอแก้เลี่ยนก็สมเจตนารมณ์ของอาหารจานนี้แล้ว)


เด็ดที่สุดบนโต๊ะอาหารวันนี้น่าจะเป็นน้ำจิ้มถ้วยนี้ ถ้วยเดียวไม่พอ แย่งเพื่อนมาอีกหนึ่ง เห่อ เห่อ


ละไมและเพื่อนสำเร็จโทษอาหารชาติจีนครั้งนี้ด้วยเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเช่นกัน (ก็แน่นอนหล่ะ อดมาตั้งกะเช้า ทานโจ๊กไปครึ่งชามกะไข่สองฟองเอง) มาถึงแล้วก็ต้องเลือกทานแต่ของดี ๆ

ระหว่างอาหารมื้อใหญ่มื้อแรกของละไม ทางร้านก็เปิดมิวสิควีดีโอแบบจีน ๆ ได้บรรยากาศมั่ก ๆ เร้ยยย เห็นความตั้งใจเค๊าแล้วก็รู้สึกดี มาทานอาหารจีนยูนาน ก็ต้องได้ฟังเพลงจีนให้อารมณ์เพลิน ๆ ระหว่างทานด้วย อร๊อยยย อร่อยยยย ทั้งสี่อย่างเลย

น้ำเปรี้ยวก็ได้ประสบการณ์แปลกใหม่ แนะนำให้ลอง เป็นน้ำเปรี้ยวๆ ที่ชาวจีนเค๊าใช้ซดแก้เลี่ยน แต่ทานได้ไม่เยอะค่ะ เห็นพริกเยอะ แต่ไม่เผ็ดเลยนะคะ แนะนำให้สั่งทานซดเอาบรรยากาศค่ะ

หลังจากอิ่มพุงกางกันแล้วก็เริ่มตาหายลายยย สำรวจบรรยากาศโดยรอบของหมู่บ้านสันติชลแห่งนี้ บ้านดิน...โคมแดง.... ขายชา... สวยจัง



โรงอาหารอีกหรือเปล่า อันนี้ไม่ทราบค่ะ


ชาวจีนยูนาน ก็ตากพริกแห้งเปงนะ


หมู่บ้านระยะไกล


บ้องไม้ไผ่ เอาไว้ดามชา


หนึ่งในฉ็อตที่อยากได้ สมใจละ


เก็บรูปตอนหัวค่ำ อีกหนึ่งบรรยากาศที่ไม่ค่อยได้เห็น มาเก็บไว้ในความทรงจำ ว่าแล้วก็นั่งมอไซด์คันหวาน (ช๊อคกิ้งพิ้งค์นะค๊า คันที่ได้มาเนี่ย) กินลมกลับเข้าเมืองปายในยามโพล้เพล้

แสงแดดเริ่มรำไร


อากาศเริ่มเย็นลงแล้วววว ดีใจจัง มันต้องหยั่งงี๊สิ เที่ยวปาย กลับเข้ามาในเมือง วนรอบ ๆ ดูบรรยากาศตอนหัวค่ำของคนเมืองปายกันรอบสองรอบ แล้วก็จอดมอไซด์ข้างทาง เริ่มเดินถนนคนเดินเอาบรรยากาศ

กลางเดือนพฤศจิกายน ขนาดเป็นวันธรรมดา ปายก็ดูคึกคัก สมกับที่เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวติด chart ของเมืองไทยไปแล้ว คนเดินถนน และนักท่องเที่ยว มีสัดส่วนของคนไทย และ ต่างชาติในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน เจอคนไทยคน ฝรั่งคน
ของที่ขาย ก็พอเพียงที่จะรองรับนักท่องเที่ยว ให้ได้มีประสบการณ์แบบ ปาย ปาย กันท่วนหน้า ทุกคน

ร้านบางร้านยังคงความน่ารักของอาร์ติสแห่งปาย ให้พอได้สัมผัสอยู่เป็นระยะ ๆ ละไมหยุดลงตรงหน้าร้านขายของที่กระจุกกระจิกห้องเล็ก ๆ ฝั่งเดียวกะร้านมิตรไทยน่านแหละ ไม่ใช่อะไร ก็โปสการ์ดตรงหน้ามันช่างดึงดูดเสียจิง พี่ผู้ชายผิวเข้ม ผมยาวหยิก พี่ชื่ออะไรน๊อ เสียดายไม่ได้ถามไว้ ละไมเปิดบทสนทนาอย่างไม่รีรอ

"โปสการ์ดนี้ขายยังงัยคะ"

พี่แกตอบยิ้ม ๆ "ขายเป็นเซ็ทนะคับ เซ็ทละร้อยยี๊บห้าบาท มีห้าใบครับ เพื่อนพี่ฝากขาย"

อืมม์ ราคาปรกติของปาย แล้วก็ทดเอาไว้ละ ซื้อแน่ แต่เด๋วก่อง ดูให้ทั่ว ไม่บู่มบ่าม (ตามประสาคนมีประสบการณ์ )

พี่แกก็ใจดี๊ดี แกบอก "เนี่ย เด๋วเพื่อนพี่คนที่ทำก็มานะ เด๋วเค๊าจะขายอยู่ฝั่งตรงข้ามนู๊นน" ว่าแล้วก็ชี้ไปทางหน้าธนาคารกรุงศรี

พี่แกบอก "ดึก ๆ หน่อยนะ เค๊ามีให้เลือกเยอะกว่านี้อีก ลองไปดูสิ" (พี่แกก็ดีแฮะ ไม่ได้เร่งให้ซื้อนะ ให้รอไปเลือกก่อน แล้วซื้อที่ร้านนู๊นก็ได้)

ถามต่อดีก่า พี่คุยเพลิน ๆ ดี "อันนี้อะไรคะ ตุ้มหูหรอคะพี่" "จี้ห้อยสร้อยคอคับ ออออ โทษคับตุ้มหูคับ เพื่อนพี่ฝากขายเหมือนกัน เป็นชาวเยอรมันมาอยู่ที่นี่หลายสิบปีละ"
(อืมม์ พี่คนนี้เพื่อนเยอะ แกดูสบาย ๆ นั่งขายของเพลิน ๆ ไม่เครียด ไม่จดจ่อกะอะไร เหมือนนั่งตากอากาศเย็น ๆ สบาย ๆ จำไม่ได้ว่าแกกะลังนั่งทำรัยอยู่เพราะไอ้เราก็จดจ่อกะของตรงหน้าเช่นกัน)

ของกระจุ๊กกระจิ๊กตรงหน้า เป็นของแปลก ทั้งตุ้มหู จี้ กำไล ดูไม่ซ้ำใคร สวยเข้าทางละไม ชอบติสต์ ๆ หน่อย แต่ไม่ได้ใช้ เลยวกกลับมาถามเรื่องโปสการ์ดต่อ เห่อ เห่อ อยากได้ละ

"พี่คะ เอาหลายชุด พี่ลดหน่อย" พี่ยิ้ม (เดาว่าไม่ถนัดกะการต่อรอง)

สุดท้ายจบด้วยการลดให้ชุดละสิบบาท ละไมถอยมาสี่ชุด ยี่สิบใบ มีความสุขละ เดินยิ้มหน้าแป้น ดูร้านข้างทางต่อไป ดีใจจัง ของสวยย ๆ อยู่ในมือ ภูมิใจเหมือนเอ็นติด

ว่าแล้วก็แวะเข้าร้าน Mu ทางขวามือ (ฝั่งเดียวกับแบงค์กรุงศรี) เสื้อเกือบสวยแฮะ เกือบละ หมุนดูอยู่หลายรอบ ว่าจะเอามาฝากโป้งซะหน่อย ยังไม่โดนแฮะ

(ร้าน Mu ตอนกลางคืน กับร่มคันเดิม แต่เติมแสงไฟสีอุ่นลงไปอีกนิด ได้อีกบรรยากาศค่ะ)


ของเก๋ ๆ ก็เยอะค่ะ ดูแล้วได้อารมณ์สนุกไปกะปายด้วย ลองแวะเข้าไปเยี่ยมชมนะคะ


แล้วก็ออกมาทบทวนดูเสื้ออีกหนึ่งที เนื้อผ้าดี แต่ลายยังแค่เกือบโดน เลยชั่งใจ เดินต่อดีกว่า

เข้าร้านสบายดี อีกร้านที่น่าร๊ากกไปซะหมด ละไมตาลาย เห็นโปสการ์ดหน่อยไม่ได้ เหมือนหมาเห็นป๊อกกี๊ อยากกะโดดงับ เห่อ เห่อ อาการกำเริบ

ว่าแล้วก็ถอยการ์ดมาอีก อืมม์ ไม่รู้แฮะ ไม่ได้เคยนับเลยซื้อโปสการ์ดเนี่ย เอาเป็นว่าคงสี่ซ๊าห้าใบ ก็ราว ๆ นั้น ออกมาถ่ายรูปกะร้านน่ารัก ๆ ไว้ซะหน่อย

ว่าแล้วก็เขยิบมาอีกนิดก็มาถึงจุดหมาย "ร้านมิตรไทย" เย้...เย้...เย้ ไม่รู้จะดีใจทำมัย ไม่รู้จะได้อารัยกลับมาบ้าง แค่รู้ว่าความสุขกะการกลับมา วน ๆ อยู่ซักพัก พออิ่มใจ (ไม่ได้โปสการ์ดติดมือกลับมาแฮะ) แล้วก็เดินตัวฟู ๆ ออกมาด้วยอาการอิ่มเอม (ใจ)

(ปีที่แล้วได้เสื้อปายสมใจอยากไปหนึ่งตัว ปีนี้ยังหาที่ถูกใจไม่ได้เลย ฮือ ฮือ)


ละไมเดินเรื่อย ๆ เพลิน ๆ กลับไปกลับมา ดูนู่นนิดนี่หน่อย

เพลิน เพลินค่ะ เก็บปายในยามค่ำคืนให้เต็มตา


ยังวนอยู่กะร้านมิตรไทย ไม่รู้มีอารัยดี แค่รู้สึกดี ที่ได้กลับมาเยือน


ดูคนเดินปายมาก็เยอะ มาดูหมาปายกันมั่งดีกว่า

พยามดูอยู่ ว่าเค๊าสนใจอารัยน๊อ แต่ดูเท่าไหร่ก็ดูไม่ออกค่ะ


ส่วนเจ้าตัวเล็กนี่ชื่ออะไร จำไม่ได้ แต่จำความเฟี๊ยวของเค๊าได้ชัดเจนเลยค่ะ เป็นเจ้าตัวเล็กที่กระโดดได้สูงมาก จากพื้นกระโดดขึ้นท้ายรถกระบะได้สบาย ๆ ชอบไปเที่ยวค่ะ เจ้าของเค๊าว่างั้น


สบายดี ก็น่ารักค่ะ


น้องเบียร์ยามดึก


Charnon's Bar


แล้วก็เข้าที่พัก หลับฝันดีเกสต์เฮาส์ พี่ปานกะหนุ่มสาวกรุ๊ปใหญ่กะลังสาละวนกะการทำกับข้าว

สิ่งที่เห็นนับเป็นอีกหนึ่งอะเมสซิ่งปาย คือพี่ปานมาในชุดเปลือยท่อนบนแล้วคล้องคอด้วยผ้ากันเปื้อนผืนเต็มตัว เห่อ เห่อ น่ารักไปอีกแบบ ป้อจายมะใส่เสื้อ แต่ใส่ผ้ากันเปื้อน แฟชั่นนี้ ยกนิ้วให้พี่แกจิง ๆ น่ารักดี

ว่าแล้วก็เข้ามาอาบน้ำอาบท่า ไม่ใช่อารัย จะกลับไปกินน้ำเงี๊ยวต่อ แต่ต้องเติมความสดชื่นให้กะตัวเองอีกหน่อย เพราะมะกี๊เดินผ่านร้านแล้วคนนั่งเต็มหน้าร้าน เหลือแต่ก็ที่ด้านใน มะอาววอ่ะ จะนั่งด้านนอก เลยตั้งใจรอ

อาบน้ำเสร็จได้ซักพัก ก้อยังรู้สึกว่าพุงที่กางเพราะขาหมูเนี่ย มันก็ใช่ว่าจะยุบลงไปแม้แต่น้อย แต่ทำไงได้ เวลามันไม่รอท่า เด๋วน้ำเงี๊ยวหมด ตัดสินใจกลับไปกินสนองความอยาก และแล้วประวัติศาสตร์ก็ซ้ำรอย เหลือถ้วยเดียวอีกแร๊วหนมจีนเรา ก็เลยลงบันทึกไว้อีกแล้วว่า วันนี้ เรากินหนมจีนถ้วยสุดท้าย เหมือนเมื่อหนึ่งปีเต็มที่ผ่านมา

น้ำเงี๊ยวชามสุดท้ายของค่ำคืนวันที่ 19 พฤศจิกายน 2007


ระหว่างทานน้ำเงี้ยว ก็นั่งคุย ถามไถ่กะน้องผู้หญิง (ตามประสาคนคุ้นเคย คือปีที่แล้วครั้งนึง ปีนี้ก็กลับมากินอีกครั้งนึง ทำนองนั้น) ถึงเรื่องราวต่าง ๆ ของที่นี่ นั่งคุยไปทานไปได้ซักพัก รถกะบะคันนึงก็เข้าเทียบท่า ด้านหลังละไม เห็นผู้ชายพอมีอายุลงจากรถ พร้อมเปิดด้านหลังให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ฝรั่งค่ะ เต็มรถเลย น้องผู้หญิงคนนี้เรียก พ่อ..ออ พ่อเค๊านั่นเอง เพิ่งพาฝรั่งไปล่องแก่ง ละไมก็ อ้อ หรอ มีงี้ด้วย ปายมีน้ำเยอะพอจะล่องแก่งด้วยหรอเนี่ย ว่าแล้วตาก็เหลือบไปเห็น VDO presentation ล่องแก่งก็เฉยๆ นะ เพราะเคยมาโหดกว่านี้เยอะ ที่ต่างแดน แต่อันที่สะดุด สุด ๆ ถึงขั้นอาจติดชาร์ตที่จำเป็นจะต้องมาปายอีกครั้งก็ตรงที่ มีหน้าผาอยู่หน้าผานึง เห็นฝรั่งเรียงตัวรอกระโดดจากหน้าผา ลงสู่น้ำด้วย โอวว โอววว ถูกใจสิค๊า คำถามแรกกะน้องผู้หญิง "มีด้วยหรอแบบเนี๊ยะ" "มีสิคะพี่" "โดดด้ายยย ไม่อันตราย แต่ต้องดูน้ำนิดส์นึง ถ้าเปงหน้าน้ำเยอะ อย่างช่วงปลายกันยา ตุลานะพี่ ลงตัวสุด ๆ" ละไมเก็บข้อมูลลลอย่างใจจดใจจ่อ "แล้วมันไม่มีหินหรอ หัวทิ่มลงมา" ถามเพราะความรอบคอบ กลัวตายส่วนตัว กลัวแม่ต้องอยู่คนเดียว "มันเป็นทรายค่ะพี่" อ้ออออออออ....น่าลองแฮะ ถ้ามาปายอีก หนึ่งวันคงต้อง เก็บไว้ให้โปรแกรมล่องแก่งค่ะ จะโดดหน้าผาอย่างเดียวเรยยย

จบจากน้ำเงี้ยวจานสุดท้ายของค่ำคืน ก็เดินไปเก็บตกโปสการ์ดจากร้านที่พี่ติสต์คนแรกแกแนะนำ หน้าแบงค์กรุงศรี ได้มาอีกชุด กะ สี่ ห้า แผ่น สวยดีค่ะ ฝีมือเค๊าดีจิง ขายความคิดด้วย ไม่ใช่แค่ขายโปสการ์ดกันอย่างเดียว ดูแล้วมีรากดี..

กลับมาหลับฝันดี พี่ปานก็ยังพยามทักทายละไม สร้างความเป็นกันเอง ชวนแล้วชวนอีก แต่ละไมเกรงใจซะมากกว่า เพราะเด๋วกลุ่มที่อยู่จะเกร็ง ก็เลยขอตัวดีกว่า มุดเข้ามุ้งนอนได้ ก็หลับสบายสมชื่อที่พี่ปานตั้งไว้ค่ะ หลับฟี้ดี เห่อ เห่อ

zzZzz.....zzZzz..zzz...ZZ..Zzzzzz...zzZzz.....zzZzz..zzz...ZZ..Zzzzzz

อรุณสวัสดิ์...ปายย ตื่นมาแต่เช้า สำหรับละไมแปลว่าเจ็ดโมงงง พระอาทิตย์ล่วงหน้าไปไกลแล้ว คาดว่าคงเลยไปขึ้นที่อินเดียอยู่ อดเรย รูปเริป มิได้ถ่ายซักกะแอะ อาบน้ำปะแป้งแจ่มใส เสียดายที่ไม่ได้คิดถึงแป้งน้ำมองเล่ยะ ม่ายงั้น บรรยากาศปายแบบภูธร คงจะมีสีสันไปอีกแบบ

สีสัน ของวันมาปาย

ออกมาไม่ทันพ้นหน้าหลับฝันดี ก็หยุดเก็บภาพพระอาทิตย์ ที่ทอแสงอ่อน ๆ อยู่ตรงหน้า ลำแสงทอดลงสู่แม่น้ำปายอย่างอ่อนโยนน ชอบบบ

แม่น้ำปาย จากมุมหน้า หลับฝันดีเกสต์เฮาส์ค่ะ


แต่เอ๊ะ โกลเด้นรีทรีฟเว่อร์หน้าหวานตัวเขื่อง ๆ กะลังวิ่งเข้ามาหา กัว ๆ กล้า ๆ แต่สรุปแล้วกล้ามากกว่ากลัว เพราะสุดท้าย ก็เข้ามาประชิดตัว ทำเสียงงี๊ดดดง๊าดดด บ่นอาราย ละไมก็ฟังมันไม่ออก แต่เดาว่าบ่นว่าเหงานะคะ เหมือนตัดพ้อว่าเนี่ยเค๊าโดนทิ้ง ว่าแล้วก็คาบแขนละไม (พอได้เจ็บเลยค่ะ) ประมาณจะพาไปชี้ตัวจำเลย ประมาณนั้น คาบได้แป๊บนึง เจ้าของเค๊าก็มา ละไมรีบถามชื่อเค๊ากะเจ้าของ "มาลัย" ชื่อไท๊ยยย ไทยย อ่ะ หน้าฝรั่งสุด ๆ เอิ๊ก เอิ๊ก ขำชื่อเค๊า ว่าของเราก็ไทยแล้วนะ (เคยมีหมา ตั้งชื่อว่าแตงกวา พริกไทย กระเทียม คิดไว้ว่าถ้าสุดท้ายมีโอกาสได้มีอีกซักตัวจะตั้งชื่อว่า "มันแกว") เจ้ามาลัยเค๊าก็ไท๊ยย ไทยจิง ๆ หน้าตาหว๊านน หวานค่ะ

สาวมาลัยหน้าหวาน เจอหน้ากันก็รี ๆ รอ ๆ แล้วก็เข้ามาหา พร้อมบ่นเสียงงุ๊ง ๆ งิ๊ง ๆ ประมาณว่า นายหายไป ไปไหนก็ไม่รู้ มาลัยเริ่มกังวลแล้วนะ ว่าแล้วก็คาบแขนละไม ชวนตามหานายกัน น่ารักดีค่ะ


มาแล้ว อีกหนึ่งซีรี่ส์ "ละไม...ปาย..สะพาน"


วางโลโก้ให้สวย สมแบรนด์


จัดตัวลงนั่งอย่างระมัดระวัง เซนต์มันบอกว่าสะพานมันมะค่อยแข็งแร็ง


แล้วก็ปล่อยยิ้มสยามให้ชาวปายได้เหวอกันซักหนึ่งเซ็ท


พอละ ปัดก้นเล็กน้อย พองาม ดูเหมือนเป็นสาวรักความสะอาด


แล้วก็เดินกลับ สมใจอยากไปอีกหนึ่ง


ไม่ต้องประหลาดใจค่ะ ชอบแบบนี้จิง ๆ ฮ่าฮ่า


จบจากถ่ายซีรี่ส์ "ละไม..ปาย..สะพาน" แล้วก็ออกไป All About Coffe เพื่อปฏิบัติ mission ไข่กะทะ กะ บีนอฟฟี่ ตามโจทย์ที่ตั้งไว้

อาหย่อยท๊างงคู่ ละไมถูกใจไข่กะทะที่สุด กาแฟรสหอมกรุ่น ไอละมุนหอมขึ้นจมูก โกโก้เย็นหวานน้อยของละไมก็อร่อยเยี่ยมค่ะ พรุ่งนี้มาอีกชัวร์ เช้าวันนี้ก็เหมือนเมื่อหนึ่งปีเต็มที่แล้ว ตรงหน้าละไมเป็นร้านมิตรไทย ร้านเคยปิดยังงัย ก็ยังคงปิดอยู่อย่างนั้น ถือโอกาสเก็บรูปเซ็ทใหญ่ที่นี่ ประหลาดตัวเอง คราวนี้กลับถูกใจยามมิตรไทยปิด!!! ซะงั้น!!!

เจาะปายคราวนี้ กลับเป็นอารมณ์ชอบร้านมิตรไทยแบบยังไม่เปิดแฮะ สวย มีสีสันดี ระหว่างรอ ก็วิ่งเข้าวิ่งออกถ่ายรูปร้านโปรด ในเวลาโปรด เวลาร้านปิด


shop signage

สนใจ เลย สำรวจ


ยิ้มตั้งหลัก กับมอนิ่งแรกของปายค่ะ


จุ๊บสวยย ฝีมือใครเนี่ย


เอ เค๊ามาเติมประโยคนี้ทีหลังอ๊ะป่ายเนี่ย กรูมารปายแว้ววว


อืมม์ มิตรไทย


ซาบซ่าส์ สบายดี๊ดี แต่เช้าค่ะ


มิตรไทย กะปาย (ของฉัน)


แดง โพสต์บ๊อค


มิตรไทย ละไม แยกเขี้ยว


ว่าแล้วก็กลับมานั่งรออาหารเช้าอย่างใจจดใจจ่อ...


หน้าร้านสบายดี มีสีสันสดใสพร้อมอารมณ์นิ่งที่รับรู้ได้ไปพร้อม ๆ กัน


ชอบถังสีขาวเกลี้ยงใบนี้


ปายแสตมป์


อ่ะน๊าเต้อ ปายแสตมป์


เดอะด๊อกกเนี่ย ชักเริ่มสงสัยว่าพักหลังเข้ามามีบทบาทเยอะมาก เห่อ เห่อ



สบายดี กะ มัมแอ่นมี ก็สวยค่ะ


ส๊มมม ส้มมม


ขาว คลาสสิค



All About Coffe แอ่นตำแหน่งโต๊ะหน้าบันได โต๊เด่นประจำร้าน


เดอะเมนู


ร้านนี้ชอบค่ะ น่าจะชื่อ All About Drinking Coffee ซะมากกว่า เพราะไม่ใช่แค่รสชาติ แต่ยังเป็นบรรยากาศ และ การตกแต่งได้ใจ เป็นเลิศค่ะ


คิดท่า ALL ABOUT COFFEE ก่อง


window of All About Coffee


พี่เจ้าของร้าน


ชากระเจี๊ยบ


กาแฟโบราณ รสก็ดั้งเดิมดี


โก้โก้เย็น หวานน้อย


บีนอฟฟี่


มาแว้วว ไข่กระทะเลื่องชื่อ คอนเฟริมม์ อร่อยค่ะ


สาวน้อยคนนี้ เดินมานิ่ง ๆ แล้วก็มานั่งจุดธูปเทียนบูชาร้านมิตรไทย ไม่ช่ายยย น้องเค๊ามาถ่ายรูปค่ะ


อยากใช้ขาตั้งกล้อง ก็แบกมาด้วยค่ะ


ภาพ overview Sabai-Dee


มะน๊าววว มะนาววว


ขอบคุณที่ทั้งสองร้านอยู่เพื่อกันและกัน


อิ่มอร่อยค่ะ ร้านนี้มิผิดหวัง


จากนั้น ก็ถือโอกาสสำรวจปายยามสายในวันที่สองของทริป วนอยู่ซักพัก เลยขอเลยลงไปทางโรงเรียนมัธยมชื่อรัยจำไม่ได้แร๊ว เลยไปอีกมีทางขึ้นเขา ละไมกะเพื่อนตัดสินใจขึ้นสำรวจ ก็มอไซด์กันขึ้นไปนั่นแหละค่ะ ได้วิวเมืองปายสวยอีกแบบ

น้ำปีนี้ ขึ้นดี๊ดีค่ะ


เค๊าดำนา หรือ เค๊าลงแขก อันนี้อย่าถามนะคะ แต่ได้บรรยากาศบ้านนาสุด ๆ


กลับลงมา อยากทานส้มตำแล้วว แต่ส้มตำหน้าอำเภอปิด!!! อืมม์ กรรมอารัยนักน๊อออ เลยตามเลยมาแวะร้านน้องเบียร์ พิสูจน์ข้าวซอยเลื่องชื่อ แต่ผิดหวังค่ะ หวานไปหน่อย เลยอยากแก้ตัว สั่งข่าไก่ร้อน ๆ มาซดเปงน้ำซุป แต่ก็หวานเช่นกัน ไม่เป็นรัย หยุดทาน แล้วก็นั่งเขียนโปสการ์ดเพลิน ๆ

ข้าวซอยเนื้อน้องเบียร์ หวานนะคะ


เครื่องเคียง


ไม่ถูกใจกะข้าวซอย เลยลองสั่งข่าไก่มาซดน้ำร้อน ๆ ดู ก็ยังหวานค่ะ


นั่งเขียนโปสการ์ดให้น้องสาวว เจ้าหนิง เจ้าหญิงแมวเหมียว


หลังจากนั้น ก็มุ่งหน้ากลับเข้าสู่หมู่บ้านสันติชล หวังจะชิม ก๋วยเต๋วยูนานให้ได้ เย้ คราวนี้มีแล้วแฮะ (ก้อลองไม่มีสิค๊า มาแต่ซ๊าววขนาดนี้ เห่อ เห่อ ความพยามสูงส่ง) คราวนี้นั่งลงที่โต๊เดิมอย่างคนมีประสบการ์ สั่งชั๊ว ๆ เล้ยย ขาหมู ก๋วยเต๋วยูนาน ไก่ดำตุ๋นยาจีน และตบด้วย หมั่นโถวทอด โอววว ชอบที่สุดกลายเปงม้ามืดอย่างหมั่นโถวทอดซะงั้นเลย กรอบนอกนุ่มในค่ะ

ขาหมู ขาที่สองของทริป


วันนี้ได้มาอีกสี่สหาย รวมเป็นแปดแล้วค่ะ


ก๋วยเต๋วยูนาน ถ้ารสเข้มอีกนิดส์ จะเพอร์เฟ็คมั่ก ๆ ค่ะ


ไก่ดำตุ๋นยาจีน อร่อยค่ะ รสชาติถึงลิ้น


หมั่นโถวทอด จานโปรดของละไมค่ะ


กัดให้ดูว่ามันน่ากิน ของจริงยิ่งหย่อย


หลังจากนั้นพุงก็กางอีก (อีกแล้วครับท่าน) ละไมและเพื่อนตัดสินใจวิ่งชมปายไปทางทิศเหนือ หยุดที่สนามบินเมืองปาย เก็บรูปเพื่อความทรงจำไว้พอหายคิดถึงค่ะ

ท่าอากาศยานปาย


เดอะ รันเวย์


ได้อารมณ์รอเครื่องลง


สีสันอย่างนี้ ที่ปายได้ที่เดียวค่ะ


แล้วก็วิ่งเข้าเมือง แวะมาดูส้มตำอีกแร๊วว (ดูความพยามนะคะ แวะมาดูส้มตำเกินห้ารอบชัวร์ ขับผ่านไปผ่านมาอยู่น่านแหละ เพราะหวังว่าจะได้ชิม เห่อ เห่อ จนแล้วจนรอด ก็ไม่เปิด) เศร้าจัง ผิดหวังด้วย เหนื่อยแระ กลับที่พักไปอาบน้ำกันซักตั้ง ว่าแล้วก็ซ้อนมอไซด์มุ่งหน้าเข้าสู่ที่พัก หลับฝันดี แน่นอนค่ะ และแล้วละไมก็สบโอกาส ได้เก็บภาพที่ระลึกอย่างตั้งใจกะหลับฝันดี

จะทำเป็น แมสค๊อตรูปตัวเองตั้งไว้ก็เกรงใจ เห่อ เห่อ


กระชุ่มกระชวยขึ้นมาเปงกองเล้ยยยย ฮ่า..โอเค ละไมพร้อมต่อไปลุยปายสายเหนือแล้วค่ะ เส้นทางสายเหนือเจาะเข้าไปทางบ้านกระทิง (ก่อนถึงสนามบินปาย)

ต้นไม้อะไรเอ่ยยยยย หัวทิ่มซะงั้น


ที่สุดของความประทับใจกับเส้นทางสายนี้น่าจะเป็นกลิ่นธรรมชาติ กลิ่นท้องทุ่ง กลิ่นหมู่บ้านนน...บอกไม่ถูก ละไมนั่งมอไซด์ผ่านหมู่บ้าน จำได้ลาง ๆ ว่าหมู่บ้านโบราณ หรืออารัยโบราณซักอย่างเนี่ยค่ะ ผ่านวัดป่าแบบโอเพ่น ไม่มีโบสถ์ ไม่มีหลังคา มีแต่ต้นไม้ ใบหญ้า แทรกอยู่ เสียดายที่สุดที่ไม่ได้หยุดแวะ คิดช้าไปค่ะ โทษตัวเอง แล้วเลาะตามทางมาเรื่อย ๆ ก็จะเจอกับทุ่งนา ฟ้ากว้างงง เคี๊ยวววเขียววว นี่สิ ปายยย มันต้องหยั่งงี๊สิ ถึงปายแล้วววว เย้

จะใส่หมวกซะให้ได้เรย


กะกองฟาง


พร๊อพแบบนี้ สวยยยจัง


โยนหมวกขึ้นฟ้า กล้าโพสต์ท่านะละไม เห่อ เห่อ


คืนสุดท้ายที่ปาย แค่คิดก็เศร้าแล้ว บรรจงนั่งมอไซด์ ผ่านไปตามถนนหนทางต่าง ๆ ของปาย ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขอบคุณกับความอดทนของเพื่อนผู้ร่วมทาง "บิดไม่บ่น" ผ่านมาผ่านไป หวังหาร้านเหมาะ ๆ ตั้งหลักปักฐาน ทานข้าว ฟังเพลง สมองสั่งการ หลักสถิติศาสตร์ และความน่าจะเป็น ถูกเปิดแบบฝึกหัดอย่างฉับพลัน ร้านบ้านปาย เป็นร้านที่ทั้งคนไทย และต่างชาตินั่งเยอะมาก ละไมยังลังเล พอเดินมาดูเมนูหน้าร้าน อ่านแล้วก็พอไหว แต่ฝรั่งคนข้างหลังเนี่ยสิ เค๊าเดินผ่านแล้วบอกเพื่อนเค๊าว่ารสชาติดีมาก ละไมเลยฟันธงว่า "ไม่หร่อยชัวร์"!!! >

กะว่าจะเดินออกแล้ว แต่บังเอิญ เห็นคนไทยเยอะซะเหลือเกิน เลยฝืนสัญชาติญาณตัวเอง ว่าแล้วก็นั่งสั่งอาหาร ระหว่างนี้ มีนักดนตรีกีต้าร์โปร่งหนึ่งตัว มานั่งบรรเลงเพลงหวานให้ฟัง เอกลักษณ์แปลกแฮะ เค๊าร้องเพลงสตริงให้เป็นโฟร์คซองได้ > เค๊าตั้งใจหรือป่าวเนี่ยยยยย เห่อ เห่อ นั่งฟังไปก็แปลกดี ได้บรรยากาศแหวก ๆ แบบเพราะบ้าง ไม่เพราะบ้าง แต่ได้อรรครสความสด กับความเพลิน ๆ ค่ะ คืนนี้เริ่มเศร้าแล้ว คืนสุดท้ายยย

บรรยากาศร้าน กะนักดนตรีร้องสด


กลับเข้าหลับฝันดี พี่ปานคืนนี้ไม่อยู่แฮะ เหงา ๆ ที่นี่ควรมี แมสค๊อตรูปพี่ปานใส่แว่นนั่งอานหนังสือ อยู่ที่ชานบ้าน น่าจะดี รู้สึกอบอุ่น เห่อ เห่อ > นอนเขียนโปสการ์ดเตรียมส่งวันกลับ เศร้า เศร้า

(หายไปเปงอาทิตย์ เพราะติดภาระหนุบหนับ)

เปิดด้วยบรรยากาศในห้องนอนค่ะ อยากให้ทุกท่านเห็นว่าบรรยากาศ ยังงั๊ยย ยังงัยก็หลับฝันดีทุ๊กคืนนน ชัวร์




Opened Air Bath Room


เช้าวันอำลาปาย...ละไมจัดของทุกอย่างเข้ากระเป๋าหมดแล้ว เหลือไว้ก็แต่ชุดเดินทาง แต่เช้านี้ ปายมีของขวัญเซอร์ไพร์ละไม "อย่างไม่คาดคิด!!" ฝนตกที่ปาย โอววก๊อตตต กระเป๋าที่ถูกจัดโดนรื้อออกมาใหม่ (ไม่น่าเสียเวลาจัดมะคืนเร้ยย) ชุดประยุกต์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยสถานการณ์มันบังคับ เสื้อจัดมาพอดีวัน ชุดเดินทางละไมจะเปียกไม่ได้เพราะต้องอยู่อย่างนี้ทั้งวัน ว่าแล้วสมองซีกขวาก็ทำงานอย่างฉับพลันคว้า มาได้สองชิ้น ผ้าป้าย กะเสื้อคอเต่า เห่อ เห่อ เข้ากันค๊อธ ค๊อธ..ฝนตกหนักขึ้น หนักขึ้น ละไมได้อารมณ์อาบน้ำท่ามกลางสายฝน (หนาวววว) แล้วทุกอย่างก็เริ่มหนุกขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อโจทย์ของละไมกะเพื่อน คือยังงัยก็ได้ นั่งรถเข้าเชียงใหม่เสื้อผ้าอย่าเปียก ก็ออกมาอย่างทุลักทุเลดังรูปค่ะ ตั้งหลักที่ร้านคู่ใจ มิตรไทย ไอเลิฟยู

วันสุดท้ายแล้วสินะ แวะมาอำลา All About Coffee กับไข่กะทะเลื่องชื่ออีกครั้ง ฝนก็ตก ร้านก็ยังไม่เปิด เลยเก็บภาพกะมิตรไทยมาฝาก


อีกอารมร์กับมิตรไทย ในสายฝน




ร้านยังไม่เปิดดีเลย เตรียมตัวกันอย่างแข็งขัน


ไม่ต้องตกใจ เปงชุดเดินทางกลับแบบเฉพาะกิจค่ะ รู้แน่ว่าเปียกชัวร์ เพราะต้องนั่งมอไซด์มาจากหลับฝันดี แล้วก็มาที่นี่ก่อน ชุดเลยมาแบบเฉพาะกิจ เด๋วค่อยเปลี่ยนตอนขึ้นรถกลับ


ฝนตกที่หน้าต่างร้าน All About Coffee




ฝนยิ่งตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ


เหลียวสุดท้าย กะมิตรไทย ของฉัน


ว่าแล้วก็ลืมไปว่า กะเจ้าแห่งไข่กะทะและโกโก้เย็นรสเยี่ยม ก็ยังไม่ได้ชักภาพเต็ม ๆ ซ๊ากที เอาซะเลยย ดูเวี๊ยดนามมม เวีญดนาม


โต๊ะล่างสุด


BF #1 เผยโฉมเบร๊คฟาสต์นัมเบ้อร์วันค่ะ


จาถ่ายกะโกโก้เย็นซ๊าหน่อย ไม่โฟกัสซะนี่


โกโก้สุดเลิฟ


ชอบร้านนี้ด้วยค่ะ ถ้าอยู่อีกสิบวัน ก็จะฝากท้องที่นี่ซักเจ็ดวัน อีกสองวันตื่นสาย อีกวันอาจยอมกินโจ๊กสมุนไพรค่ะ เห่อ เห่อ


ชาใบเตยห๊อมมหอมมม


มีเหมือนกันนะที่บ้านน่ะ เปงโปสการ์ด เซ็ทช้างงง ได้มาจาก Black Canyon เจียงใหม๋เจ้า


มุม เคาร์เตอร์


หันไปมอง ยามประจำเมือง


ยืนลังเลกับการอำลามิตรไทย ไม่อยากกลับอ่ะ


อาหารมื้อสุดท้าย กะปายที่รักค่ะ


สุดท้าย ทริปเจาะปายก็สิ้นสุดลง มีความสุขกะการเจอปายอีกครั้ง ทั้งร้อน ทั้งเย็นสบายย แล้วก็ทั้งชุ่มฉ่ำกับน้ำฝน ละไมเจอครบหมดแล้ววว ถามว่าอยากมาอีกมั้ย คงตอบได้อย่างไม่ลังเลว่าก็ยังจะมาอีก ตราบใดที่เสน่ห์แท้ ๆ ของปายยังอยู่ ผู้คนยังมีจุดหมายของตนเอง ไม่อิงผลประโยชน์กันมากนัก รักสงบ อารมณ์ศิลป์ แค่นี้ก็ดึงดูดพอที่ละไมจะกลับมา คราวหน้า ไม่อยู่กลางนา ก็อยู่กลางน้ำค่ะ แล้วก็จะแวะไปหวัดดีพี่ปานด้วยยย

จบค่ะ


Create Date : 24 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 8 ธันวาคม 2550 3:15:49 น. 21 comments
Counter : 3252 Pageviews.  

 
ง่ะ มาดู 2วันละ ยังไม่มีภาพ ซ้ากกก ที รออยู่นะคับ


โดย: -*-Superbaker วันที่: 25 พฤศจิกายน 2550 เวลา:19:41:29 น.  

 


นี่ถ้าไม่ใช่คุณ Superbaker ติงมานี่ ก็ยังไม่กล้าลงนะคะ มันยังเสร็จไม่ถึงครึ่งเลยซะด้วยซ้ำค่ะ พยามอยู่ค่ะ ทำปายทั้งที อยากทำให้ดี ๆ ค่ะ ยังงัยก็ยังรักปายอยู่ค่ะ


โดย: ละไม La maii วันที่: 25 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:17:01 น.  

 
ตามไปเที่ยวค่ะ กระทู้ปาย บล็อคปายต้องแวะตลอด ... อิอิ รูปสวยน่ะค่ะ โดยเฉพาะรูปล่างๆภาพสวยได้อารมณ์ค่ะ และชอบภาพแสงส่องเขามากด้วย สวยค่ะ


โดย: มาเรีย ณ ไกลบ้าน วันที่: 26 พฤศจิกายน 2550 เวลา:11:51:29 น.  

 
น้องโอ๋นที่รัก,

ป้าเพิ่งได้โปสการ์ดกล้วยน้ำว้าจากเมืองปายเมื่อเช้านี้ ขอบคุณมากนะค้า ที่ช่วยให้คนแก่มีใจกระชุ่มกระชวยขึ้น เพราะเป็นโปสการ์ดแรกในรอบ 5 ปี ที่ป้าได้รับ...หลังจากกระแสอินเตอร์เน็ตมันหลั่งไหลเข้าสู่ทุกครัวเรือน จนลืมบ่มอารมณ์แห่งการรอคอย จดหมาย โปสการ์ด พัสดุภัณฑ์ เหมือนเมื่อยี่สิบปีก่อน ที่การสื่อสารยังไหลเอื่อย..มีบุรุษไปรณีย์เป็นผู้ช่วยพระเอก...

ขอบคุณจิง ๆ ค่ะ
ป้าศรี


โดย: ป้าศรี แห่งบ้านพีอาร์ IP: 203.146.246.34 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2550 เวลา:11:58:34 น.  

 
แวะมาเยี่ยมเยียน คร๊าบ รูปสวยจัง อาหารก็น่ากิน
เมื่อไหร่ก็ได้มีโอกาสไปบ้างจัง อิจฉา


โดย: pong IP: 124.120.108.39 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:23:38:53 น.  

 
อยากไปอีกอ่ะ ผมไปครั้งแรกปีที่แล้ว ร้านมิตรไทยก็ไม่เปิด ปิดไปเที่ยวซะงั้น ต้องไปอีกใ้ห้ได้


โดย: วัยรุ่นออสซี่ IP: 124.120.201.214 วันที่: 28 พฤศจิกายน 2550 เวลา:14:14:31 น.  

 
ได้รูปสวย ๆ แน่ วัยรุ่น ละไม ม่านจายย


โดย: ละไม La maii วันที่: 29 พฤศจิกายน 2550 เวลา:8:18:38 น.  

 
อะโหห คุ้มค่าการรอคอย อัดภาพมาซะยาวเลย .....

สวยทั้งรูป สวยทั้งคนครับ


.......โอ๊ะๆ พูดอะไรออกไป .... (^_^))


โดย: -*-Superbaker วันที่: 30 พฤศจิกายน 2550 เวลา:20:58:48 น.  

 
โอ๊ะ พูดความจริงออกมามั้งคะ ฮ่าฮ่าฮ่า อายฟ้าดิน


โดย: ละไม La maii วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:1:27:00 น.  

 
แวมาดูรูปปาย รูปเยอะมากมาก ไปหลายที่มากกว่าที่ผมไปซะอีก

ชอบ ซีรี่ส์ "ละไม...ปาย..สะพาน" รูปอื่นๆหน้าดูเครียดเครียด แต่พอจะถ่ายปุ๊ป ยิ้มได้ใจมากมาก

ปล. วิสัจฉนา : เป็นรูปถ่ายที่ร้านทำฟัน ในช่วงวันเปิดร้าน เลยเอาดอกไม้ไปประดับที่เคานเตอร์ครับ

https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=zero&month=09-2007&date=08&group=2&gblog=10

ชอบกลอนที่ละไมไปต่อไว้ที่บลอกจัง เจ๋งกว่า จขบ ตั้งเยอะ


โดย: fzero วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:20:37:57 น.  

 
แวะเยี่ยมครับ


โดย: คนสาธารณะ วันที่: 3 ธันวาคม 2550 เวลา:23:57:23 น.  

 
fzero : คนที่ create มันตั่งหากที่ต้องรับโล่ไปค่ะ สังเกตุได้ว่า มีอิทธิพลกะแขกบ้านแขกเมืองทุกท่านที่เข้าเยี่ยม เคลิ้มกันไปตาม ๆ กัน

คนสาธารณะ : ละไม แนะนำทุกคนให้ลองไปชมฝีมือคุณคนสาธรารณะดูค่ะ หาตัวจับยาก (คิดได้งัยเนี่ยยย)


โดย: ละไม La maii วันที่: 4 ธันวาคม 2550 เวลา:1:02:04 น.  

 
Tesco Lotus ลพบุรี (ที่จัดงาน Happy Fun Fair) อยู่ห่างจากกทม. 150 โลครับ... ขับรถไปชม.ครึ่งก็ถึงแล้ว

ทางไปไม่ยากครับขับรถไปทางสระบุรีแล้วตรงขึ้นไปตามป้ายลพบุรี โลตัสจะอยู่ซ้ายมือ (ก่อนถึงตัวเมืองลพบุรี)

งานจะจัดบริเวณลานด้านหลังห้างโลตัสฮะ

ขอให้ Happy เหมือนชื่องานนะครับ

ปล. Blog นี้รูปเยอะมาก.. Load จนเดี้ยงเลย


โดย: TooNew วันที่: 4 ธันวาคม 2550 เวลา:8:55:49 น.  

 
รูปเยอะสะใจดีครับ เห็นแล้วน่าไปนะ ชื่อguest houseน่ารักเชียว

ไม่ได้เที่ยวบนบกมานานละ......


โดย: แป๊กก วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:6:26:33 น.  

 
ตามมาตอบครับ

รูปที่ถ่าย ... ถ่ายที่อ่างเก็บน้ำอะครับ ไม่ได้แต่งอะไร น้ำบริเวณอ่างจะนิ่ง ไม่มีระลอกคลื่นครับ ยิ่งช่วงเช้า ยามหน้าหนาวว คลาสสิกน่าดู



โดย: -*-Superbaker วันที่: 7 ธันวาคม 2550 เวลา:20:14:44 น.  

 
คนปายแท้ๆ ไม่รู้อะไรเลย เพิ่งรู้ว่าบ้านตัวเองก็มีของอร่อยๆแบบนี้เหมือนกัน ไว้กลับไปจะไปลองทานดู

หวัดดีตอนเช้าๆจ๊ะ

ไปปายอีกเมื่อไหร่คะ


โดย: เก๋จ๊ะ (keichan ) วันที่: 8 ธันวาคม 2550 เวลา:10:14:06 น.  

 
หวัดดีค่ะ สาวปาย คิดว่าจะไปอีกทีต้นปีนะคะ อยากไปในช่วงที่ยังเย็น มีหมอกยามเช้าอยู่น่ะค่ะ สาวปายล่ะคะ จะกลับไปเยี่ยมบ้านบ้างหรือเปล่า


โดย: ละไม La maii วันที่: 10 ธันวาคม 2550 เวลา:14:02:27 น.  

 
แวะมาอีกรอบครับ


โดย: คนสาธารณะ วันที่: 15 ธันวาคม 2550 เวลา:18:31:54 น.  

 
น่าอิจฉาจังค่ะ อยากไปเมื่อไหร่ก็ไปได้
อยากกลับเหมือนกันคะ คิดๆอยู่ ยิ่งเข้ามาเห็นบรรยากาศปาย ใจยิ่งไม่อยู่กับตัว
วันนี้โทรไปบ้าน พ่อบอกว่าอากาศเย็นสบาย นักท่องเที่ยวเยอะมากเลยอ่ะ หนาวๆ อยากกินข้าวหลาม อิๆๆ ของโปรด อ่ะคะ คุณละไมไปปาย ทานเผื่อด้วยน๊า


โดย: สาวปายเจ้า (keichan ) วันที่: 16 ธันวาคม 2550 เวลา:21:27:57 น.  

 
กร๊อดดด บล๊อกยาวมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เขียนได้ไงคะเนี่ย
อลังการ
เหอๆ
ขอแปะไว้ก่อนเน่อ เดี๋ยวมาอ่านต่อค่ะ
ป.ล.ขอบคุณที่ไปเยี่ยมกันค่าา


โดย: N'SinE วันที่: 18 ธันวาคม 2550 เวลา:20:02:37 น.  

 
ภาพสวยจัง
น่าอิจฉาที่ได้ไปเที่ยวที่สวยๆ
...จะไปเยี่ยมเยือน..เมื่อโอกาสมาถึง
........ขอให้โลกรักคุณ...........


โดย: บุ้งกี๋/23816 IP: 117.47.99.36 วันที่: 7 พฤษภาคม 2551 เวลา:11:55:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ละไม La maii
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Member since September 15, 2007

[Add ละไม La maii's blog to your web]