To handle yourself.....use your head, To handle others.....use your heart!!
 
กันยายน 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
16 กันยายน 2550

น้ ำ เ ป็ น ร้ อ ย .. ด อ ย เ ป็ น พั น .. The pre-ปาย

ย้อนรอยอดีต ของป้าคนปาย กับ ปาย ในอตีต



ตอนที่ 1 อารัมภบท



ห้าสิบห้าปีแล้วที่ป้าคนปายอาศัยอยู่ในเมืองเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งนี้
อำเภอปายในอดีตยังอยู่ในความทรงจำของป้าพอสมควร
ป้าเกิดที่ตำบลเวียงใต้ซึ่งเป็นตำบลที่ใหญ่ที่สุดของอำเภอปาย
บ้านของป้าตั้งอยู่บนถนนสายหลักที่เมื่อจะเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่
หรืออำเภอเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอนก็จะต้องผ่านบ้านของป้า
ลักษณะของบ้านเป็นบ้านไม้ชั้นครึ่ง ด้านหลังของบ้านเป็นสวนผลไม้
และสวนผักสวนครัว เพียงพอต่อการนำมาปรุงอาหารกินกันภายในครอบครัว
ดังนั้นป้าจะเห็นความเป็นไปของปายและความเปลี่ยนไปของปายค่อนข้างชัดเจน
อาจจะเป็นบางช่วงที่รางเลือนเพราะป้าต้องจากปายไปศึกษาต่อต่างจังหวัด


ป้าเป็นคนไตหรือชาวไต คนไตหรือชาวไตที่เข้ามาอาศัยอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน
เป็นคนไตที่อพยพมาจากดินแดนทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศพม่า
ที่เรียกกันว่า "รัฐฉาน" ซึ่งเป็นคนไตกลุ่มใหญ่ที่สุด มักจะเรียกตนเองว่า "ไตโหลง"
คนไตกลุ่มนี้เข้ามาอาศัยอยู่กระจัดกระจายทั่วไปในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แพร่ น่าน
พะเยา และแม่ฮ่องสอน โดยทั่วไปชาวไตหรือคนไตกลุ่มนี้มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "เงี้ยว"
ชาวพม่าเรียกชาวไตกลุ่มนี้ว่า "ฉาน" หรือ "ชาน" ซึ่งปัจจุบันเราเรียกว่า "ไทยใหญ่"
มาจากคำว่า "ไตโหลง" (โหลง แปลว่า ใหญ่)

- - - - - - - - -

วัยเยาว์
ตอนที่ 2 บ้านแสนสุข




12 ปีแรกของช่วงชีวิต ป้าจำความได้ว่าป้าเกิดในคอรบครัวที่อบอุ่นมีความสุข
พ่อและแม่มีอาชีพรับราชการครู ประกอบอาชีพเสริมด้วยการขายของชำเป็นร้านเล็ก ๆ
ซึ่งเมื่อมีการซื้อขายก็มักจะมีของแถมเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เกือบทุกครั้ง



มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน ป้าเป็นคนที่ 3 เราสี่คนพี่น้องได้อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน
แต่ละคนเพียงช่วง 10-12 ปีแรกของอายุเท่านั้น เพราะเมื่อห้าสิบกว่าปีก่อน
สถาบันการศึกษาสูงสุดของอำเภอปาย คือระดับประถมศึกษาปีที่ 7 เท่านั้น
(ประถมศึกษาตอนต้น ป.1-ป.4 ประถมศึกษาตอนปลาย ป.5-ป.7)



เมื่อจบระดับประถมศึกษาตอนปลายทุกคนก็ต้องเดินทางไปศึกษาต่อต่างจังหวัด
พี่สาวของป้าซึ่งตอนนี้อายุ 60 ปี ต้องออกเดินทางปศึกษาต่อที่อำเภอเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอนตั้งแต่จบชั้น ป.4 (ระดับการศึกษาสูงสุดในสมัยนั้น) ป้าจำได้ว่าอำเภอปายในวัยเยาว์ของป้าเป็นอำเภอเล็ก ๆ สงบเงียบ อยู่ท่มกลางหุบเขาที่เขียวชอุ่มไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าบ้านของป้าอยู่ตรงสี่แยก (สัญญาณไฟจราจรปัจจุบัน) ถนนรังสิยานนท์

มีลำธารเล็ก ๆ ใสสะอาดไหลผ่านหน้าบ้านและไหลผ่านบ้านของป้าซึ่งขุดลำธาร
ให้น้ำไหลถ่ายเทเข้าไปในตัวบ้านด้วย ป้าและพี่ ๆ น้อง ๆ เลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด
เพื่อเก็บไข่ของมันไปปรุงเป็นอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ตื่นนอนขึ้นมาปล่อยเป็ดลงเล่นน้ำ



ในลำธาร เก็บไข่เป็ดที่ไข่ไว้บนพื้นดินมากองไว้รวมกัน เลี้ยงกระต่ายไว้ดูเล่นด้วย
หลังเลิกเรียนเก็บผักบุ้งให้มันกินเป็นอาหารอย่างเพลิดเพลิน หลังบ้านของป้ามีต้นมะม่วง
ต้นฝรั่ง ต้นน้อยหน่า ต้นมะนาว และเป็นสวนครัวเล็ก ๆ ปลูกผักนานาชนิดไว้บริโภค

ตอนที่ 3 น้ำกิน น้ำใช้

วันเสาร์-อาทิตย์เป็นวันที่ป้ามีความสุขมาก ป้าและเพื่อน ๆ ที่อยู่บ้านใกล้เคียงกัน
นำผ้าออกมานั่งซักที่ลำธารหน้าบ้านของตนเอง ตะโกนคุยกันไปด้วยซักผ้าไปด้วย
มีความสุขมากจริง ๆ ส่วนน้ำที่ใช้ดื่มก็ตักมาจากบ่อน้ำ บ้านของใครมีบ่อน้ำก็ตักกินกันในบ้าน
สำหรับบ้านของป้าในขณะนั้นไม่มีบ่อน้ำเป็นของตนเอง ต้องอาศัยไปตักน้ำจากบ่อน้ำของเพื่อนบ้าน ดังนั้นหลังเลิกเรียน ป้าจะมีหน้าที่ตักน้ำจากบ่อน้ำของเพื่อนบ้านใส่ตุ่ม ใส่โอ่ง ใส่หม้อ (หม้อดิน) ไว้เพื่อดื่มและใช้ อุปกรณ์ ในการตักน้ำก็จะใช้ไม้คานในการอาบน้ำ



วีธีการหาบน้ำของป้าก็คือต้องบรรจุน้ำลงในถังน้ำให้ได้ในระดับที่เท่ากัน ไม่เช่นนั้น
จะเกิดการไม่สมดุลย์ เพราะว่าจะหาบน้ำไปถึงหน้าบ้านก็ทั้งหนักและเหนื่อยมากทีเดียว
ระยะแรก ๆ ที่ป้าหาบน้ำ บ่าป้าเป็นรอยเขียวช้ำ แต่ก็หายไปในที่สุดเมื่อต้องทำทุกวัน


ตอนที่ 4 ยามเข้าครัว




การปรุงอาหารเพื่อรับประทาน บ้านของป้าใช้ฟืนในการหุงหาอาหาร พื้นที่สำหรับปรุงอาหาร
จะใช้ไม้ทำเป็นกรอบสี่เหลี่ยมกว้างใหญ่พอประมาณ แล้วใช้ดินอัดลงไปให้แน่น
เพื่อวางเตาเหล็ก (เตาสามขา) เป็นที่สำหรับวางหม้อ วางกระทะเพื่อปรุงอาหาร และวางฟืน
เรียงกันไว้ ป้า พี่ และน้อง จะผลัดเปลี่ยนเวรกันในการเตรียมฟืนไว้เป็นเชื้อเพลิง
นั่นก็คือการผ่าฟืนเป็นท่อนเล็ก ๆ โดนใช้ขวานด้านใหญ่ ออกแรงผ่าด้วยความยากลำบาก
และเหน็ดเหนื่อยกว่าจะได้อุปกรณ์เชื้อเพลิง ฟืนที่ใช้นั้นจะมีคนตัดไม้เนื้อแข็งจากป่า
(ไม่ใช่ไม้สัก) มาขายเป็นท่อน ๆ บรรทุกเกวียนส่งให้เมื่อเราต้องการ หลังจากปรุงอาหารเสร็จ
ทั้งก้นหม้อ ก้นกระทะ และมือของผู้ปรุงอาหารก็เป็นสีดำกันถ้วนหน้า ออกแรงขัดหม้อ
เพื่อทำความสะอาดให้ขาวเหมือนเดิมมากที่สุดเพื่อปรุงอาหารมื้อต่อ ๆ ไป

ตอนที่ 5 วันว่าง

การพักผ่อนหย่อนใจหลังเลือกเรียน หรือวันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดอื่น ๆ
ก็จะเล่นกันตามประสาพี่น้องอยู่ที่บ้านบ้าง ไปบ้านเพื่อนบ้าง บางครั้งก็จะชวนกันเดินทาง
ไปหมู่บ้านใกล้เคียงเพื่อเยี่ยมญาติ การเดินทางไกล เดินด้วยเท้าเท่านั้น



ใครมีรถจักรยานใช้ถือว่าฐานะดีทีเดียว ป้าจำได้ว่าป้ามักจะไปเล่นซ่อนหาที่บ้านเพื่อน
ถ้าวันไหนเกิดฝนตกลงมาป้าและเพื่อน ๆ ก็จะถอดเสื้อผ้าเหลือน้อยชิ้นที่สุด
ออกวิ่งเล่นตามถนนเพื่อตากฝนและอาบน้ำฝน ยิ่งคิดยิ่งอยากจะย้อนกลับไปสู่วัยเยาว์อีกครั้ง



บางวันตอนเย็น ๆ ก็จะไปเล่นชายฝั่งแม่น้ำปาย ซึ่งขณะนั้นจะเป็นสวนผักของชาวบ้าน
สารพัดผักที่เขาปลูกไว้กินและขาย บางส่วนก็จะทิ้งร้างไว้ มีต้นพุทธา เป็นพุทธาพื้นบ้านลูกเล็ก ๆ เมื่อแก่จัดจะเป็นสีแดง ป้าและเพื่อนก็จะเก็บมากินกับน้ำพริกที่เตรียมไว้คือ น้ำพริกถั่วเน่าหรือถั่วเหลือป่น และพริกกับเกลือ อร่อยจนหยุดไม่ได้เชียวล่ะ

ตลิ่งสองฟากฝั่งเห็นได้ชัด ทำบันไดดินเพื่อไหลลงไปเล่นและอาบน้ำบางช่วงมีเถาวัลย์ให้ห้อยโหน เพื่อทิ้งตัวลงสู่พื้นน้ำ ใครสามารถว่ายน้ำก็ว่ายเล่นอย่างมีความสุขแต่ป้าว่ายน้ำไม่เป็น
ป้าใช้ผ้าถุงถลกขึ้นแล้วตีน้ำเข้าไปเมือ่ถุงผ้าพองเป็นลักษณะกลม ๆ ก็ทิ้งตัวลงว่าย
ว่ายได้ระยะสั้น ๆ แล้วก็ทำเช่นเดิมอีก สนุกมาก



ส่วนตอนกลางคืน ในบางคืนจะมีภาพยนต์ฉายให้ดู เรียกกันว่าดูหนัง เป็นหนังกลางแปลง ส่วนใหญ่เป็นหนังขายยา กว่าจะได้ดูหนังก็ดึกดื่น เพราะโฆษณาขายยาของเขาเสียก่อน ตอนหัวค่ำก็จะไปจับจองที่นั่งไว้ โดยใช้กระดาษหรือเสื่อปูทิ้งไว้ สถานทที่ฉายก็คือที่ว่าการอำเภอปาย ( สถานที่เดิมในปัจจุบันแต่เป็นอาคารหลังเดิม) บางคืนถ้าเป็นหนังผู้แทน (ว่าที่ ส.ส.) ฉายให้ดูฟรี หาเสียงไปด้วยฉายไปด้วย หยุดเป็นระยะ ๆ กว่าหนังจะจบก็ดึกดื่นอีกเช่นเดิม



บางที่ป้าก็หลังไปเลย พอหนังเลิกผู้ใหญ่ที่ไปด้วยก็จะปลุกหรืออุ้มกลับบ้าน
บางทีตื่นแล้วก็ทำเป็นหลับ เพราะอยาดโดยอุ้ม (บางคนก็มีประสบการณ์เช่นป้าใช่ไหมคะ)


Credit : Contents & Pictures by paitown.com




Create Date : 16 กันยายน 2550
Last Update : 23 กันยายน 2550 1:42:08 น. 5 comments
Counter : 818 Pageviews.  

 
มีภาพโชว์ไหมป้า ??? มาแต่ word อ่านแล้วลายตา ...


โดย: ลุง (-*-Superbaker ) วันที่: 22 กันยายน 2550 เวลา:14:31:09 น.  

 
โหหห ครายฟะ บังอาจมาเรียกเราป้า!! รูปเยอะมาก แต่หนักถ่าย เพื่อน ตัวเอง แล้วก็ feeling ก๊าบบ รอก่อนนะคะ

หมายเหตุ : เรื่องข้างต้น คงไม่ได้เกี่ยวอะไรมากกับรูปที่ถ่าย เพราะบทความนี้ ละไม ทำ research เก็บข้อมูลก่อนไปเท่านั้นเอง อย่าคาดหวังเปงรูปประกอบบทความนะคะลุง!!


โดย: ละไม La maii วันที่: 22 กันยายน 2550 เวลา:19:30:41 น.  

 
เรียบร้อยแล้วนะลุง ใส่ให้พอไม่ให้ลุงตาลายย


โดย: ละไม La maii วันที่: 23 กันยายน 2550 เวลา:9:22:24 น.  

 
สวัสดีคะ

คุณละไม
คงเป็นนักเที่ยวจริง ขนาดหนทางคดเคี้ยว มากๆขนาดนั้น ยังไม่พลาดเลย

แต่ยินดีต้อนรับค้า ไปเที่ยวปายแล้วติดใจอะไรบ้างรึป่าวคะ


โดย: คนเมืองปาย (keichan ) วันที่: 23 กันยายน 2550 เวลา:21:48:56 น.  

 
เป็นคนชอบ postcard สวย กะ แปลก แต่สาเหตุแรกที่อยากไปปาย เพราะอยากไปร้านมิตรไทยค่ะ ในความคิดแรกกับปาย ก็คงเหมือนจังหวัดอื่น ๆ ในภาคเหนือ อากาศคงเย็น ชนบท พอไปสัมผัสเข้าจริง ๆ รู้สึกได้เลยว่าเมืองนี้มีราก มีเรื่องราว ถึงแม้จะไม่ได้รับรู้เรื่องใด ๆ ก็ตาม มีเสน่ห์ ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่า คุณ keichan


โดย: ละไม La maii วันที่: 24 กันยายน 2550 เวลา:0:48:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ละไม La maii
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Member since September 15, 2007

[Add ละไม La maii's blog to your web]