Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2556
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
30 พฤษภาคม 2556
 
All Blogs
 

เริ่มต้นชีวิตน้อยน้อย...

ห่างหายจากการเขียนบล๊อกไปเนิ่นนานมาก

จนวันนี้นางฟ้าตัวน้อยของเราถือกำเนิดมาแล้ว 1 ปี 22 วัน

เราอยากจะเขียนบล๊อกนี้เพื่อเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังรอเทวดา/นางฟ้าตัวน้อย

หรือคนที่มีแล้ว แต่เขาอาจจะไม่เหมือนกับเด็กอื่นๆ ทั่วไป

ถ้าใครเคยอ่านบล๊อกของเราจะทราบว่าเราประสบปัญหามากมาย

Smiley ขณะตั้งครรภ์เราต้องประสบปัญหามากมาย อย่างแรก

คุณหมอคิดว่าเรามีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ซึ่งเราต้องเข้าไปนอน รพ.

เพื่อตรวจภาวะเบาหวาน ซึ่งเมื่อไปนอนที่ รพ. เบาหวานก็ไม่ขึ้น

เราจึงไม่ต้องฉีดยาอินซูลิน

Smiley เรื่องต่อมา เราจะซาวด์ทุกครั้งที่ไปพบคุณหมอ

 เนื่องจากเรามีภาวะแท้งคุกคาม (เราว่าเป็นเรื่องดีนะค่ะ ซึ่งเราได้เห็น

การเจริญเติบโตของลูกในครรภ์ สำหรับคนที่กลัวผลเสียจากการซาวด์

ส่วนตัวของเราว่าไม่มีนะค่ะ เพราะเราซาวด์แทบทุกครั้งที่มาพบหมอ)

ซึ่งคุณหมอแจ้งว่าลูกของเราตัวเล็กกว่าอายุครรภ์ คุณหมอจึงนัดให้เรามานอน

ที่ รพ.อีกครั้ง เพื่อฉีดยากระตุ้นปอด

Smiley แล้ววันที่สำคัญที่สุดอีกวันหนึ่งในชีวิตของเราก็มาถึง อายุครรภ์เราได้

31 w คุณหมอก็นัดมาซาวด์เพื่อดูการเจริญเติบโตของลูกตามปกติ

คราวนี้ลูกเราก็ตัวไม่โตขึ้นกว่าเดิมเท่าไร แถมน้ำคร่ำก็เหลือน้อยมาก

คุณหมอบอกเราว่าจะผ่าคลอดเราบ่ายนี้เลย (มันเป็นอะไรที่ตกใจมากนะค่ะ

เราไม่ได้เตรียมตัวจะมาคลอดเลย ยังมาทำงานตามปกติ ขอหัวหน้าออกมา

หาหมอ โทรไปบอกสามี เขายังตกใจทำอะไรไม่ถูกเลย)

สำหรับเรื่องนี้รู้สึกขอบคุณคุณหมอของเรามาก ท่านเตรียมตัวจะกลับบ้าน

แล้วนะค่ะ วันนี้ท่านมาซาวด์ให้เราคนเดียว แล้วกลับบ้านเลย (เวลาที่เราซาวด์

ตอน 10 โมงค่ะ) ท่านเป็นคนผ่าคลอดให้เรานะค่ะ เราเข้าห้องผ่าตั้งแต่

บ่ายโมง ผ่าจริงสามโมงกว่าค่ะ

Smiley ขอเล่าหน่อยนะค่ะ ขณะอยู่ในห้องผ่า ตอนบล๊อกหลัง

เราโดนฉีดยาชาหลายครั้งมาก บล๊อกเท่าไรก็ไม่ชา

จนเรารู้สึกเหมือนใจจะขาด ตะโกนบอกว่าเราหายใจไม่ออก

เวลานั้นเรารู้สึกเหมือนจะตายเลยค่ะ จนเขาต้องไปตามคุณหมอที่มี

ความเชี่ยวชาญมาบล๊อกให้เราค่ะ ซึ่งทำครั้งเดียวจริงๆ

เราคลอดลูกด้วยน้ำหนักตัวแรกคลอด 700 กรัม คุณอ่านไม่ผิดหรอกค่ะ

7 ขีดนั่นแหละ หลังจากนั้นเราก็ไปพักที่ห้องของเรา วันแรกที่เราคลอด

คืนนั้นเราไม่สามารถเดินไปดูลูกได้ แต่คุณพ่อเขาวิ่งตามตู้อบไปดูตั้งแต่

วินาทีแรกที่ลูกเราออกจากห้องผ่าเลยค่ะ วันที่สองเรากัดฟันเดินไปดูหาลูกนะค่ะ

ใครที่เคยผ่าตัดคงรู้ว่าทรมานแค่ไหนหลังจากผ่าตัดวันแรกแล้วต้องเดิน

Smiley วินาทีแรกที่เราเห็นลูก เราเหงื่อแตกเลยค่ะ คุณหมอถามเราว่าคุณแม่เป็นอะไร

เราบอกว่าไม่เป็นไรค่ะ แต่จริงๆ ความรู้สึกเหมือนจะเป็นลมค่ะ

ลูกเราตัวเล็กมาก เราเอานิ้วมือของเราเอื้อมไปแตะตัวเขา มันเป็นอะไรที่

มีความสุขมากๆ อย่างบอกไม่ถูก แต่อีกใจก็สงสารเขาจับใจ

เขามีสายระโยงระยางเต็มตัวไปหมด

ลูกเราอยู่ตู้อบนาน 2 เดือนกว่า เราไปเฝ้าเขาตั้งแต่ 10 โมง กลับ 1 ทุ่มกว่าทุกวัน

หลังจากนั้นเขาก็ให้มาอยู่ที่ห้องพักผู้ป่วยเด็ก

ซึ่งต้องให้คุณแม่ไปนอนเฝ้าเลี้ยงดูตลอด 24 ชม. ขอบอกว่าช่วงเวลานั้น

เป็นช่วงเวลาที่ทรมานมาก มันมีความรู้สึกเหมือนติดคุก เราไม่สามารถไปไหนได้

ต้องดูแลลูก 24 ชม. ซึ่งเราไม่มีคนมาเปลี่ยนนะค่ะ เราดูคนเดียว มีเฉพาะช่วง

เลิกงานที่สามีมาช่วยดู วันหยุด สามีก็มาอยู่ด้วยทั้งวัน (ไม่งั้นเราคงเป็นบ้า

เหมือนกัน) ลูกเราอยู่ตรงนี้อีก 1 เดือนกว่า

Smiley เมื่อลูกเรากลับมาบ้านเราก็ยังลาเลี้ยงดูลูกอีกเป็นเดือนกว่าจะไปทำงาน

วันนี้ผ่านไปแล้ว 1 ปี 22 วัน ลูกเราผ่านมาหมดแล้วค่ะ ตรวจตา ตรวจหู

ตรวจต่อมไร้ท่อ

ใครมีอะไรแนะนำเราเรื่องการเลี้ยงลูกที่คลอดก่อนกำหนด

หรืออาหารสำหรับลูกน้ำหนักตัวน้อย เราขอรบกวนหน่อยนะค่ะ

หรือใครกำลังมีปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับลูกที่คลอดก่อนกำหนด น้ำหนักตัวน้อย

ที่อยากจะปรึกษาเรา เชิญนะค่ะ Smiley Smiley

 

 




 

Create Date : 30 พฤษภาคม 2556
0 comments
Last Update : 30 พฤษภาคม 2556 11:39:06 น.
Counter : 899 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


ละลองเทียน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ละลองเทียน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.