กุมภาพันธ์ 2556

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
 
 
ฤ จะเป็นปมด้อยไปเสียแล้ว

เสียงของเด็กน้อยวัย 4 ขวบ

ผิวดำ ผมหยิกขอด (นึกถึงภาพคนแอฟริกาเข้าไว้)

บอกกับฉันว่า "ฉันปวดอึ....พรรณี" ว่าแล้วเจ้าเด็กน้อยคนนี้ก็วิ่งเข้าไปห้องน้ำ

ส่วนฉันก็นั่งพาเด็กคนอื่นๆตัดกระดาษเพื่อทำเป็นรูปสัตว์เพื่อตกแต่ง

ในเทศกาลวันเด็กที่จะมาถึงในวันศุกร์นี้ต่อไป

 

สักพัก.....ก็ได้ยินเสียงลอดจากห้องน้ำว่า พรรณี "ฉันเสร็จแล้ว"

และนั่นก็หมายถึงว่าฉันจะต้องไปเช็ดก้นให้เด็ก ซึ่งฉันก็เต็มใจทำ

โดยฉันก็ปล่อยให้เพื่อนใหม่อีกคนดูแลเด็กคนอื่นๆไปลำพัง

พอเช็ดก้นให้เด็กเสร็จ.....เค้าก็วิ่งจู๊ดไปที่อ่างล้างมือ(ตามปกติ)

กำลังคิดว่าเค้าไปล้างมือที่ไหนได้เค้าไปเล่นน้ำ เปิดก๊อกน้ำไว้เมื่อไรก็ไม่รู้

แถมในอ่่างล้างมือก็มีกางเกงใน กับถุงเท้าแช่เล่นในอ่างอีกตะหาก

ฉันก็เลยบอกกะเค้าไปว่า "เธอจะเปิดน้ำเล่นแบบนี้ไม่ได้หรอกนะเธอต้องรีบ

ใส่เสื้อผ้าแล้วก็ไปใส่ชุดภาคสนามเพื่อออกไปเล่นข้างนอกกับเพื่อนๆ"

ว่าแล้วฉันก็เดินออกจากห้องน้ำมาเพื่อไปหา....กางเกงในมาเปลี่ยนให้เค้าใหม่

พอฉันกลับเข้ามาที่ห้องน้ำ ภาพที่ฉันเห็นนี่สิ.....?

มันช่างสะท้อนความนึกคิดของเด็กน้อยได้เป็นอย่างดีว่า

เค้ามีปมด้อยเรื่องสีผิว((((((อย่างเห็นได้ชัด))))))

เค้าวักเอาน้ำในอ่างล้างมือมาเช็ด-ถู...ขาเค้าทีละข้าง

ฉันก็พยายามดึงมือเด็กน้อยให้หยุดทำ...แล้วมาใส่กางเกงในตัวใหม่กับฉัน

เค้าก็ปัดมือฉันหนีออกไป แล้วก็ไปวักน้ำใส่มือมาลูบขาอีกข้างหนึ่ง

ลำดับสุดท้ายคือวักน้ำมาลูบตามเนื้อตัว

ปากเจ้าเด็กน้อยก็พร่ำบอกกับฉันว่า" ฉันต้องการล้างขา และตัวของฉัน"

จะได้ขาวๆ พอได้ฟังเหตุผลเด็กฉันถึงกับปล่อย...ให้เค้าล้างตัวจนพอใจ

เพราะความคิดของเด็กน้อยคนนี้ คิดแค่เพียงว่าอยากมีสีผิวที่เหมือนกับเพื่อนๆ

ไม่อยากมีสีผิวดำกระด่าง แบบที่เค้ามี แต่....เค้าไม่รู้เรื่องหรอกว่า

สีผิวของเค้ามันก็เป็นสีผิวธรรมชาติตามพันธุกรรม

จะล้างจะขัดอย่างไรก็ไม่มีวันเปลี่ยนเป็นสีขาวได้หรอก

เป็นการยากที่เด็กวัย 4 ขวบจะเข้าใจ

 เค้าคิดแต่ว่า....ทำไมเค้าถึงมีสีผิวไม่เหมือนคนในครอบครัว

หรือแม้แต่เพื่อนๆในห้องเรียน

..แล้วฉันก็เริ่มเข้าใจความคิดเด็กคนนี้ได้เป็นอย่างดีว่า

 สีผิวเค้ามันเป็นปมด้อยสำหรับเค้าไปแล้ว

 

เด็กน้อยคนนี้ทำให้ฉันนึกถึงเรื่องการประชุมที่

พึ่งจัดเสร็จสิ้นการประชุมไปเมื่อ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมานี่เอง

โดยเนื้อหาการประชุม

เค้าจะมุ่งประเด็นหลักเกี่ยวกับการดูแล คุ้มครอง อบรม

เลี้ยงดู บุตรบุญธรรมในปัจจุบันนี้....

ซึ่งฉันไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเนื่องจากว่า

ฉันเป็นแค่พนักงานที่อำเภอส่งมาทำงานแค่6เดือน แล้วก็ต้องออกไปหางานอื่นทำต่อไป

อย่างไรเสียก็ไม่มีทางได้รับการบรรจุ เพราะเป็นอาชีพสงวนสำหรับคนเดนมาร์กเท่านั้น

แต่ฉันได้อ่านใบสูจิบัตรที่เค้าแจกให้พวกครูทุกๆคนว่า

จะประชุมกันในเรื่อง"การรับบุตรบุญธรรม"ในเดนมาร์ก

เจ้าเด็กน้อยคนนี้ที่เรากล่าวถึงเมื่อข้างต้นก็

เป็นเด็กที่ครอบครัวชาวเดนมาร์กไปรับมาเลี้ยงดูเป็นบุตรบุญธรรม

ตั้งแต่เค้าอายุได้ 1 ขวบ

แถมเรื่องเจ้าเด็กน้อยคนนี้ยังทำให้นึกถึง.....รายการทางทีวี

ในช่วงปีที่ผ่านมาจะออกอากาศบ่อยมาก

ออกอากาศบอ่ยจนฉันคิดว่าทางรัฐบาลกำลังจำกัดสิทธิ์เรื่องนี้หรือไรกัน?

แต่พึ่งมาถึงบางอ้อว่า....เค้าอยากจะสื่อว่า

มีผลเสีย - ดี อย่างไร....เมื่อเด็กต้องเริ่มเข้าสังคมระดับแรกซึ่งนั่นก็คือในโรงเรียนอนุบาล

ครูในโรงเรียนจะมีบทบาทที่สำคัญในการดูแลสภาพจิตใจเด็ก

เพราะเด็กจะอยู่กับครูมากกว่าพ่อแม่

 

คนเดนมาร์ก....เป็นประเทศอันดับต้นๆเลยที่ชอบไปรับเด็กผิวดำมาเป็นบุตรบุญธรรม

จะพูดไปแล้วเราก็ว่าดีนะ เพราะเป็นการให้ชีวิตใหม่กับเด็ก

แต่.....กว่าที่เด็กจะเข้าใจในสิ่งที่เค้าเป็นนี่สิ อาจจะต้องใช้เวลานานมาก

ถึงจะเข้าใจเรื่องสีผิว...ของเค้ามากกว่าในตอนนี้

ฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า...เมื่อเจ้าเด็กน้อยคนนี้โตขึ้นเค้าจะสามารถ

ใช้ชีวิตประจำวันโดยไม่คำนึงถึงเรื่องสีผิวเช่นนี้อีกต่อไป

ไม่อยากเห็นเด็กมีปมด้อย....ไปตลอดชีวิตหง่ะ.....

อือแต่ว่าไปแล้วนะเชื่อเหอะร้อยทั้งร้อยพวกเด็กผิวดำนี่

พอโตเป็นหนุ่ม..เป็นสาวกันไป

คราวนี้คงไม่มานั่งคิดเรื่องสีผิวแล้ว มีแต่จะหาความสุขใส่ตัวกันไป

ตามแต่ใครอยากจะทำก็ไม่ปาน

เพราะที่เดนมาร์กนี่เน้นเรื่อง ฟรีด้อม....มาก

 

 

 




Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2556 1:24:46 น.
Counter : 440 Pageviews.

2 comments
  
เด็กคนนี้ ดู ๆ ไปก็น่าเอ็นดูนะคะ
เค้าก็คงคิดตามประสาเด็ก อยากผิวเหมือนเพื่อน ๆ
หวังว่าโตขึ้นคงไม่โดนกีดกันเรื่องสีผิวนะคะ
พวกฝรั่งนี่ก็ปากว่าตาขยิบเยอะเลยค่ะ
โดย: ALDI วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:4:57:08 น.
  
ตอนเด็กๆ โดนล้อเกี่ยวกับสีผิวประจำ ยังเคยบอกให้แม่ต้มน้ำร้อนให้อาบเลยนะ เพราะอยากขาวเหมือนคนอื่น เข้าใจเลยอ่ะว่าความรู้สึกนั้นมันแย่แค่ไหน
โดย: คนผิวเข้ม IP: 118.174.46.50 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:12:52:08 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ประนม
Location :
กรุงเทพฯ  Denmark

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



เริ่มต้นชีวิตคู่ครั้งนี้ ด้วยวัย40กะรัต
ไม่รู้เหมือนกันว่าสงสาร...หรือว่ากามเทพตั้งใจ .....ที่ท่าน....ทำให้เราได้พบรักครั้งใหม่กับฝรั่งตาน้ำข้าว (แม่ชอบเรียก) ถามว่าแม่ปลื้มมั้ย? ไม่ปลื้มค่ะ....แม่ไม่ชอบลูกเขยฝรั่ง เพราะว่าลูกสาวแม่ต้องย้ายไปอยู่กับลูกเขย ไปเป็นแม่บ้านต่างแดน ชื่อเหมือนบล๊อคยังไงยังงั้นเลยเนอะ ... แม่เหงา... แม่มีลูกสาวเพียงคนเดียว แทนที่จะได้อยู่ด้วยกันจนตายจากกัน ก็...ต้องอยู่ห่างไกลกันเสียเหลือเกิน แต่...แม่ก็ไม่ขวางความรักครั้งใหม่ของเรา 2 คน

อยากจะบันทึกเรื่องราวชีวิตในต่างแดน เพื่อเก็บเอาไว้อ่านย้อนหลัง เมื่อเราแก่ตัวไป จะได้รู้ว่า ช่วงชีวิตหนึ่งที่ห่างหายจากครอบครัวอันเป็นที่รัก มีเรื่องราวอะไรน่าจดจำบ้าง แม่เป็นยังไง ลูกๆเป็นยังไง ใครเศร้า สุข ทุกข์ใจ เรื่องราวที่เข้ามาดี ร้าย อย่างไร? บันทึกไว้เพื่อจดจำกับเรื่องราว

พื้นที่ห้องน้อยๆแห่งนี้... เป็นเสมือนสมุดบันทึก เพื่อเก็บบันทึกถึงอาหารของแม่ที่พร่ำ(บ่น)สอนให้เราทำซึ่งพอจะทำเป็นอยู่บ้าง อาหารไทยได้จากแม่ อาหารจีนได้มาจากแม่สามีเก่า แต่ด้วยความที่เราไม่ค่อยเอาใจใส่รักการทำอาหารเหมือนแม่ ทำให้ต้องมาหัดเรียนรู้เอาใหม่จากเพื่อนบ้านชาวบล๊อคแก๊งค์ด้วยกันก็หลายท่าน ขอบคุณทุกท่านที่พากันทำฮาวทู ทีละขั้นตอน สอนอย่างจริงใจ และให้อย่างจริงใจ
ขอบคุณชาวบล๊อคแก๊งค์ ที่แบ่งปันสูตรอาหารต่างๆ ไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

และสุดท้ายขอบคุณสำหรับทุกๆท่านที่คอมเม้นท์ไว้ให้ค่ะ และขออภัยด้วยหากไม่ได้ไปเม้นกลับ เนื่องด้วยไม่ค่อยได้เข้ามาบ่อยๆเหมือนเก่า
images by free.in.th