ตอนที่ 19(2) ลาก่อน น้องสาวของฉัน (Farewell , My sister)
และในคืนนั้นเอง โรซารี่ได้สวมชุดคลุมสีดำและแอบย่องเข้าไปขโมยปืนสั้นกระบอกหนึ่ง ในห้องเก็บอาวุธภายในบ้านของออสการ์ และขี่ม้าหายออกไปจากบ้านในกลางดึก ในวันต่อมาเมื่อออสการ์และอังเดรรู้ว่าโรซารี่หายตัวไปพร้อมกับปืนกระบอกหนึ่งก็รู้สึกเป็นห่วงมาก อังเดรจึงออกตามหาโรซารี่ตามที่ต่างๆ ตั้งแต่เช้าจนเย็น

ในขณะที่ออสการ์กำลังฝึกทหารอยู่นั้นอังเดรจึงมาหาออสการ์เพื่อแจ้งข่าวให้ทราบ

ออสการ์ : “เธอจะไปตามหาที่ไหน?”

อังเดร : “ไม่ ชั้นไม่รู้ว่าจะไปตามหาโรซารี่ได้ที่ไหน แต่ชั้นรู้ว่ามาดามโปลินยัคอยู่ที่ไหน เธอกำลังจะไปที่คฤหาสน์ของดยุค เดอ กิช เธอได้รับเชิญให้ไปงานเลี้ยงอาหารค่ำที่นั่น”

ออสการ์ : “นั้นแหละ”

อังเดร : “ชั้นก็คิดอย่างงั้นเหมือนกัน โรซารี่ต้องตามเธอไปแน่ๆ”

ในหัวค่ำคืนนั้น ดยุคโรแลนด์ เดอ กิช ได้เชิญเพื่อนๆขุนนางของเขา รวมทั้งมาดามโปลินยัคและชาร์ล็อตให้มาร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่คฤหาสน์ของเขา บนโต๊ะอาหารขนาดใหญ่เต็มไปด้วยอาหาร ผลไม้และไวน์ชั้นเลิศ ชาร์ล็อตสวมชุดสีชมพูและติดหน้าอกด้วยดอกกุหลาบสีขาวดอกใหญ่ที่เธอดึงมันออกมาจากหน้าอกของออสการ์ในงานเลี้ยงเต้นรำคืนก่อน เธอนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับดยุคโรแลนด์

ดยุคโรแลนด์ : “เป็นยังไงบ้าง คุณหนูชาร์ล็อต? ถ้าเธอชอบที่นี่ ชั้นจะจัดห้องให้เธอในปราสาทนี้ คืนนี้เลยเป็นไง” ชาร์ล็อตได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าตื่นตกใจ

ดยุคโรแลนด์ : “โอ๊ะโอ๋ เธอดีใจล่ะสิ! เธอจริงจังกับเรื่องตลกของชั้นสินะ! 555“ ทุกคนที่ร่วมโต๊ะอาหารต่างหัวเราะชอบใจในคำหยอกเย้าของดยุคโรแลนด์ เว้นแต่ชาร์ล็อตที่นั่งก้มหน้า น้ำตาค่อยๆไหลลงมาอาบแก้ม

ชาร์ล็อต : “ช่วยชั้นด้วย ท่านออสการ์...”

หลังจากงานเลี้ยงอาหารค่ำเสร็จสิ้นลง มาดามโปลินยัคจึงเดินทางกลับบ้านด้วยรถม้า โดยมีชาร์ล็อตนอนหลับอยู่ในนั้นด้วยความง่วงและเหนื่อยล้า มาดามโปลินยัคจึงสั่งให้คนขับรถม้าขับช้าๆ

โปลินยัค : “ขับช้าๆหน่อย ชาร์ล็อตกำลังหลับอยู่”

คนขับรถม้า : “ครับ มาดาม” ระหว่างที่รถม้ากำลังจะข้ามสะพานข้ามแม่น้ำ โรซารี่ที่สวมชุดคลุมสีดำได้ขี่ม้ามาขวางทางเอาไว้

คนขับรถม้า : “เฮ้ หลบไปเดี๋ยวนี้นะ! กล้าดียังไงมาหยุดรถม้ากลางสะพานแบบนี้ออกไป!” คนขับรถม้าคนหนึ่งตะโกนไล่ แต่โรซารี่กลับยกปืนสั้นขึ้นมา จ่อปลายกระบอกไปที่คนขับรถม้าทั้งสอง

โรซารี่ : “แกสองคน ยกมือขึ้น และลงมาจากรถม้า ช้าๆ!” คนขับรถม้าทั้งสองจึงรีบลงจากรถม้าไป มาดามโปลินยัคที่นั่งอยู่ในรถม้ารู้สึกถึงความผิดปกติด้านนอกจึงตะโกนถามว่า

โปลินยัค : “อะไรน่ะ? เกิดอะไรขื้น?” โรซารี่ลากรถม้าของมาดามโปลินยัคออกนอกเส้นทางเข้าไปในป่า คนขับรถม้าได้แต่ร้องตะโกนวิ่งตาม แต่ก็ไม่ทัน

คนขับรถม้า : “มาดามโปลินยัค! มาดามโปลินยัค!”

ทันใดนั้นเอง อังเดรและออสการ์ได้ควบม้าตามมาถึงพอดีจึงรีบตามรถม้าของมาดามโปลินยัคไป

อังเดร : “หลบไป!”

โรซารี่ลากรถม้าของมาดามโปลินยัคเข้าไปในป่าลึกที่มืดสนิท มาดามโปลินยัคลงมาจากรถม้า โรซารี่ขว้างตะเกียงลงบนพื้น ตะเกียงแตกกระจายจนเกิดเป็นกองไฟกองเล็กๆ แสงจากกองไฟทำให้มาดามโปลินยัคมองเห็นใบหน้าของโรซารี่ที่จ้องมองมาที่เธอด้วยสายตาอาฆาตพร้อมกับจ่อปลายกระบอกปืนมาที่เธอ

โปลินยัค : “เธอ...!” มาดามโปลินยัครู้สึกตกใจที่รู้ว่าโรซารี่พยายามจะฆ่าเธอเพื่อแก้แค้นให้แม่

โรซารี่ : “เงียบนะ! ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น! มันใกล้จะจบแล้ว! ที่ชั้นต้องทำก็แค่เหนี่ยวไก” โรซารี่จ่อปลายกระบอกปืนไปที่มาตามโปลินยัค ทำท่าจะเหนี่ยวไก มาดามโปลินยัคเห็นเช่นนั้นจึงตกใจและพยายามวิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอด แต่เธอก็พลาดท่าล้มลง

โปลินยัค : “ไม่ ชั้นยังไม่อยากตาย! อย่ายิง! อย่ายิงชั้น!” โรซารี่จ่อปืนอยู่นาน และในวินาทีนั้นเอง เธอก็รู้ว่าเธอไม่สามารถที่จะทำมันได้ โรซารี่ทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้น ทันใดนั้นเอง ออสการ์และอังเดรก็ตามมาทันพอดี ออสการ์เดินมายืนอยู่ข้างๆโรซารี่ โรซารี่เงยหน้าขึ้นมองออสการ์ ที่ยิ้มให้เธอด้วยสายตาที่อ่อนโยน โรซารี่กอดออสการ์และร้องไห้โฮออกมา

ออสการ์ : “เธอไม่อยากยิงเค้าหรอก ผู้หญิงที่อ่อนโยนอย่างเธอไม่มีวันที่จะฆ่าแม่แท้ๆของตัวเองได้หรอก” มาดามโปลินยัคได้ยินประโยคนั้นก็รู้สึกตกใจ

โปลินยัค : “อะไรนะ?”

ออสการ์ : “เด็กผู้หญิงคนนี้ชื่อ โรซารี่ ลา เมอลิเย่ แค่นี้คงพอที่จะทำให้ท่านรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร มาดามชาร์ลอน เดอ โปลินยัค...ไม่สิ มาดาม มาทีน กาเบรียล เดอ โปลินยัค! ขออภัยด้วย” มาดามโปลินยัคได้ยินดังนั้นก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น ออสการ์พาโรซารี่ขึ้นนั่งบนหลังม้าทางด้านหน้าและก่อนที่จะกลับ ออสการ์พาเธอมาหยุดอยู่ที่หน้าต่างของรถม้า เมื่อมองเข้าไปด้านในก็เห็นชาร์ล็อตที่ยังคงนอนหลับอยู่ในนั้น

ออสการ์ : “ดูสิ โรซารี่ นี่คือน้องสาวของเธอไงล่ะ เธอทำถูกแล้ว ถ้าเธอเหนี่ยวไกเด็กผู้หญิงคนนี้จะต้องเสียใจมากแน่ๆเลย” แต่โรซารี่กลับเมินหน้าหนี

โรซารี่ : “ไม่ เธอไม่ใช่น้องสาวของชั้น เพราะว่ามาดามโปลินยัคไม่ใช่แม่ของชั้นเพราะฉะนั้นเด็กคนนี้ก็เป็นแค่คนแปลกหน้าสำหรับชั้น!” โรซารี่ยังคงปากแข็งไม่ยอมรับมาดามโปลินยัคเป็นแม่ จากนั้นออสการ์ โรซารี่และอังเดรก็ขี่ม้าจากไป

หลังจากที่มาดามโปลินยัคกลับมาที่บ้านแล้วเธอก็ได้แต่ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและรู้สึกทุกข์ใจมาก

โปลินยัค : “เด็กผู้หญิงคนนั้น คือ โรซารี่ ลา เมอลิเย่... โรซารี่ ลาเมอลิเย่... ถ้าอย่างนั้น เธอก็คือลูกแท้ๆของชั้นน่ะสิลูกที่ชั้นทิ้งไปตอนชั้นอายุ 15! แล้วผู้หญิงคนที่ถูกรถม้าของชั้นชน ก็คือ นิโคล ลา เมอลิเย่ คนที่เลี้ยงโรซารี่ให้ชั้น! มันเป็นไปได้ยังไงกัน?! โถ่ นิโคล...โอ้วพระเจ้าชั้นจะต้องถูกปีศาจร้ายสาปแช่งแน่ๆเลย?! ได้โปรด ได้โปรดคุ้มครองชั้นด้วย!”

หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายต่างๆได้ผ่านพ้นไป โรซารี่ก็เริ่มทำใจได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอจึงตัดสินใจมาร่วมงานเลี้ยงเต้นรำในพระราชวังแวร์ซายส์ในคืนวันหนึ่ง เสียงดนตรีคลาสสิคบรรเลงเป็นท่วงทำนองครื้นเครง หญิงชายต่างพากันจับคู่เต้นรำ เสียงของเสนาบดีขานชื่อของผู้ที่มาร่วมงานดังขึ้นเป็นระยะ

เสนาบดี : “พระนางมารี อังตัวเน็ต เสด็จแล้ว!” “เค้าท์ ฮานแอ็กเซล วอน แฟร์ซอง มาถึงแล้ว!” “ดัชเชส เดอ โพนี่ มาถึงแล้ว!” ออสการ์ที่อยู่ภายในงานก็ต้องรู้สึกแปลกใจ เมื่อเห็นโรซารี่มาร่วมงานเต้นรำพร้อมกับอังเดร

ออสการ์ : “โรซารี่! ชั้นเซอร์ไพรส์มากเลยที่เธอตัดสินใจมางานเต้นรำคืนนี้”

โรซารี่ : “ค่ะ ชั้นจะลืมทุกอย่างให้หมด”

ออสการ์ : “อืม ดีแล้วล่ะ”

ในอีกด้านหนึ่งของพระราชวังแวร์ซายซึ่งเป็นที่พักของมาดามโปลินยัค ชาร์ล็อตกำลังเดินลงมาจากห้องของเธอ เพื่อมาร่วมงานเลี้ยงเต้นรำ แต่เมื่อมาถึงบันไดเธอก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเจอกับดยุคโรแลนด์ที่ยืนคอยเธออยู่ตรงนั้น

ดยุคโรแลนด์ : “มาแล้ว! มาแล้ว! คุณหนูชาร์ล็อต!” ดยุคโรแลนด์พยายามฉุดมือของชาร์ล็อตเพื่อให้เข้าไปในห้องห้องหนึ่งซึ่งลับตาผู้คน

ชาร์ล็อต : “ต...แต่...” ชาร์ล็อตพยายามขัดขืนแต่ก็ไม่สามารถทำได้

ดยุคโรแลนด์ : “มานี่ มานี่ ไม่ ไม่ ไม่ เข้ามาข้างในสิ เข้ามานี่ เธอจะคิดมากทำไมล่ะ เราจะแต่งงานกันอยู่แล้วนะ ชั้นแค่จะขอจูบมือน้อยๆของเธอซักหน่อย มานี่สิชาร์ล็อต” ดยุคโรแลนด์ดึงมือขวาของชาร์ล็อตออกมา

ชาร์ล็อต : “ไม่!” ดยุคโรแลนด์คุกเข่าและจูบลงที่หลังมือของชาร์ล็อต

ดยุคโรแลนด์ : “ต้องขอโทษด้วยจริงๆ” แล้วเขาก็เดินออกจากห้องไป ชาร์ล็อตค่อยๆใช้มือซ้ายจับที่มือขวาของตัวเองขึ้นมาดูด้วยท่าทางขยะแขยง เธอรีบวิ่งออกไปที่น้ำพุใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าของพระราชวังแวร์ซายส์ เธอหยุดยืนอยู่ข้างน้ำพุนั้น ลมพายุพัดแรงจนละอองของน้ำพุสาดกระเซ็นใส่ตัวของเธอจนเปียกปอน ผมสีทองที่เกล้าเป็นทรงหลุดลุ่ยยาวสยาย แววตาของเธอเหม่อลอยเหมือนร่างที่ไร้วิญญาณ เธอยังคนใช้มือซ้ายจับมือขวาของเธอเอาไว้ ราวกับว่ามันไม่ใช่มือของเธอเอง ทันใดนั้นเธอก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งเหมือนคนเสียสติ

ชาร์ล็อต : “ฮ๊ะ ฮะ ฮ๊า 55555” เธอเดินลงไปล้างมือในอ้างน้ำพุ ล้างและถูอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ก็ยังคงหัวเราะไปด้วย

ภายในงานเลี้ยงเต้นรำ ในขณะที่ทุกคนกำลังเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน ก็มีชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในงานและแจ้งข่าวร้ายกับทุกคน เสียงดนตรีที่บรรเลงหยุดลงในทันที

“อะไรนะ? พูดอีกทีซิ!” “ใช่ๆ ชั้นได้ยินไม่ค่อยถนัด” “คุณหนูจากตระกูลโปลินยัคขึ้นไปยืนอยู่บนยอดของหอคอยครับ!”

เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้นก็รีบวิ่งกรูกันออกมานอกตัวอาคารรวมทั้งออสการ์ อังเดร โรซารี่ และมาดามโปลินยัค ทุกคนแหงนหน้าขึ้นไปมองบนยอดหอคอยของตัวอาคาร ก็เห็นชาร์ล็อตสวมชุดราตรีสีชมพูกระโปรงสีขาวในมือถือดอกกุหลาบสีขาวดอกใหญ่ ซึ่งเธอดึงมันมาจากหน้าอกของออสการ์ในงานเลี้ยงเต้นรำเมื่อครั้งก่อน

โปลินยัค : “ชาร์ล็อต!” มาดามโปลินยัคร้องเรียกชาร์ล็อตด้วยความเป็นห่วง

ชาร์ล็อตยืนอยู่บนยอดของหอคอย เธอชูดอกกุหลาบสีขาวดอกใหญ่ขึ้นไปในอากาศ

ชาร์ล็อต : “ชั้นล้างมือสะอาดแล้ว ดังนั้นชั้นก็จะกลับมาสวยงามและบริสุทธิ์อีกครั้ง เหมือนดอกกุหลาบดอกนี้ ชั้นไม่อยากแต่งงาน” ทันใดนั้นเองสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ชาร์ล็อตปล่อยดอกกุหลาบออกจากมือพร้อมกับกระโดดลงมาจากหอคอยต่อหน้าต่อตาทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ร่างเล็กๆของเธอหล่นลงมากระแทกกับพื้น เสียชีวิตทันที ผู้คนเดินเข้ามามุงดูร่างที่ไร้วิญญาณของชาร์ล็อต มาดามโปลินยัครีบวิ่งเข้าไปกอดร่างลูกสาวเอาไว้และร้องไห้ปิ่มขาดใจ

โปลินยัค : “ชาร์ล็อต! ชาร์ล็อต...ฮือ ฮือ ฮือ...”

ส่วนออสการ์ อังเดร ทั้งคู่หันกลับมาหาโรซารี่ เพราะรู้สึกเป็นห่วงความรู้สึกของเธอ แต่โรซารี่ก็ยังคงทำใจแข็งและพูดในสิ่งที่ตรงข้ามกับความรู้สึกของตัวเอง

โรซารี่ : “ชั้นไม่เสียใจเลยซักนิด ถึงแม้ว่าพวกเราจะมีสายเลือดเดียวกัน แต่ชั้นก็ไม่เคยมีความผูกพันกับเธอเลย ก็แค่เคยคุยกันครั้งสองครั้งเท่านั้น” โรซารี่หันหลังทำท่าจะเดินจากไป

โรซารี่ : “ถึงแม้ว่าจะมีความสัมพันทางสายเลือด แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องรู้สึกรักกัน สายเลือดเดียวกันก็เป็นคนแปลกหน้าได้ ไม่ใช่หรอ ท่านออสการ์?” แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ไม่สามารถฝืนความรู้สึกของตัวเองได้อีกต่อไป แม้ว่าจะไม่ได้เติบโตมาด้วยกัน แต่เธอก็รู้สึกเสียใจกับการจากไปอย่างกระทันหันของน้องสาวคนนี้ โรซารี่หันหน้ากลับมาหาออสการ์ด้วยน้ำตานองหน้า และวิ่งเข้าไปซบหน้าร้องไห้ที่อกของออสการ์

โรซารี่ :“เธอตายแล้วท่านออสการ์! น้องสาวของชั้น! เธอตายโดยที่ยังไม่รู้เลยว่าชั้นเป็นพี่สาวของเธอ!น่าสงสารจริงๆ...น้องสาวของชั้น! เธอพึ่งอายุแค่ 11 เอง!”

จบตอนที่ 19


หน้าถัดไป




Create Date : 19 ตุลาคม 2556
Last Update : 14 ตุลาคม 2558 23:19:01 น.
Counter : 877 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



Lady Oscar
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



New Comments
ตุลาคม 2556

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog