ตอนที่ 19(1) ลาก่อน น้องสาวของฉัน (Farewell , My sister)
เช้าวันหนึ่ง ที่บ้านของมาดามโปลินยัค ภายในห้องของชาร์ล็อตเต็มไปด้วยกล่องของขวัญและชุดราตรีสวยงามมากมาย ที่มีใครบางคนส่งมาให้เธอ สาวใช้ถือช่อดอกกุหลาบสีแดงและสีชมพูช่อใหญ่อยู่ในมือ เพื่อเอามามอบให้กับชาร์ล็อต ชาร์ล็อตจึงถามด้วยความสงสัย

ชาร์ล็อต : “ของขวัญทั้งหมดนี้... ให้ชั้นหรอ? แต่ว่ามันมาจากใครล่ะ?”

ถึงแม้ครอบครัวโปลินยัคจะเป็นตระกูลขุนนางแต่ก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร อีกทั้งยังมีหนี้สินมากมายที่เกิดจากการที่มาดามโปลินยัคติดการพนัน เธอจึงพยายามหาคู่ครองที่มีฐานะ เพื่อให้ลูกสาวและครอบครัวของเธอได้อยู่อย่างสุขสบาย ถึงแม้ว่าชาร์ล็อตจะมีอายุเพียงแค่ 11 ปีก็ตาม ของขวัญทั้งหมดนั้นถูกส่งมาจากดยุคโรแลนด์ ขุนนางอายุ 43 ปี ที่มาดามโปลินยัคอยากที่จะให้มาแต่งงานกับลูกสาวของเธอนั่นเอง มาดามโปลินยัคจึงได้เดินทางไปหาดยุคโรแลนด์และพาเขามาพบลูกสาวของเธอที่บ้าน ระหว่างทางทั้งคู่จึงได้พูดคุยกันอยู่ภายในรถม้า

โปลินยัค : “แต่ท่านดยุคคะ ลูกสาวของชั้น ชาร์ล็อต พึ่งจะอายุ 11 เองนะคะ”

ดยุคโรแลนด์ : “ก็ไม่เป็นไรนี่ เด็กอายุน้อยกว่านี้ยังเคยมาเป็นภรรยาของชั้นเลย”

โปลินยัค : “โอ้ว...555” แล้วทั้งคู่ก็หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน เหมือนกับว่าการที่ชายอายุ 43 ปีจะแต่งงานกับเด็กสาวอายุ 11 นั้นมันเป็นเรื่องธรรมดา

เมื่อรถม้าของมาดามโปลินยัคและดยุคโรแลนด์เดินทางกลับมาถึงบ้าน มาดามโปลินยัคจึงเรียกชาร์ล็อตออกมาต้อนรับว่าที่สามีของเธอที่หน้าบ้าน  ชาร์ล็อตสาวน้อยอายุ 11 ปี หน้าตาน่ารัก ตอนนี้สีหน้าของเธอดูเศร้าสลด ปนกับความหวาดกลัว ไม่ร่าเริงเหมือนที่เธอเคยเป็น

โปลินยัค : “มานี่สิจ๊ะ เข้ามาทักทายท่านหน่อยสิ ชาร์ล็อต นี่คือดยุคโรแลนด์ เดอ กิช ในไม่ช้า เค้าจะมาเป็นสามีของลูก” ชาร์ล็อตมีสีหน้าตื่นตกใจ เมื่อเห็นชายแก่อายุคราวพ่อ รูปร่างสูงใหญ่ ผิวคล้ำ ถือไม่เท้า ยืนอยู่ตรงหน้า

ดยุคโรแลนด์ : “เธอชอบของขวัญของชั้นมั้ย? 5555 5555” ดยุคโรแลนด์กล่าวทักทายว่าที่เจ้าสาวด้วยอารมณ์ยิ้มแย้ม ตรงข้ามกับชาร์ล็อต ที่เกิดอาการช็อคหมดสติจนล้มทั้งยืน มาดามโปลินยัคจึงรีบเข้ามาประคองตัวเธอไว้ และร้องเรียกลูกสาวด้วยความเป็นห่วง

โปลินยัค : “ชาร์ล็อต ชาร์ล็อต!”

ทางด้านโรซารี่ตอนนี้เธอรู้สึกเสียใจและผิดหวังมาก เพราะเธอพยายามทำทุกอย่างเพื่อตามหาคนที่ฆ่าแม่ของเธอจนเจอ แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ไม่สามารถแก้แค้นให้แม่ของเธอได้ ออสการ์ และอังเดร ได้แต่คอยเฝ้าดูโรซารี่ที่กำลังระบายความโกรธแค้นด้วยการโหมขี่ม้าอย่างหนักด้วยความเป็นห่วง

ออสการ์ : “ชั้นไม่รู้ว่าจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นได้ยังไง”

อังเดร : “มันเป็นเพราะความดื้อรั้นของเธอเอง โรซารี่ ถูกแผดเผาด้วยความมุ่งมั่นที่จะแก้แค้นให้แม่ของเธอ”

ออสการ์ : “เค้าท์เทสโปลินยัค...  ถ้าเธอไม่คิดที่จะแก้แค้นล่ะ? หลังจากนี้ไป เธอจะทำยังไงต่อไปหลังจากนี้ ถ้าพวกเราสามารถทำอะไรบางอย่างเพื่อช่วยเหลือเธอแล้วล่ะก็ เราก็ควรจะทำ”

อังเดร : “อืม”

หลังจากชาร์ล็อตฟื้นจากการเป็นลมแล้ว สีหน้าของเธอก็ดูเหม่อลอยและเศร้าสร้อยแตกต่างจากเด็กสาวน่ารัก ร่าเริงคนเดิม แต่มาดามโปลินยัคก็ยังคงทำตามความต้องการของเธอต่อไป โดยการเกลี้ยกล่อมให้ชาร์ล็อตยอมแต่งงานกับดยุคโรแลนด์แต่โดยดี มาดามโปลินยัคสั่งให้เด็กรับใช้มาแต่งตัวให้ชาร์ล็อต เพื่อเตรียมตัวไปงานเต้นรำในค่ำคืนนี้

โปลินยัค : “แม่ตัดสินใจให้ลูกแล้ว ทั้งหมดนี้ก็เพื่อครอบครัวโปลินยัคและก็เพื่อลูกด้วย ลูกจะกลายเป็นดัชเชสและความฝันของลูกก็จะกลายเป็นจริงขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลอร์ด เดอ กิช เป็นถึงหัวหน้าผู้ตรวจสอบบัญชีและพระราชาก็ทรงให้ความไว้วางพระทัยเค้า และที่ดินส่วนใหญ่ในจังหวัดบอนนาร์จก็เป็นของเค้าทั้งนั้น...” สาวใช้คนหนึ่งกำลังหวีผมให้กับชาร์ล็อต อยู่ดีดีชาร์ล็อตก็ร้องขึ้นมา

ชาร์ล็อต : “โอ๊ย!” แล้วเธอก็วิ่งลุกจากเก้าอี้ไปยืนอยู่ริมหน้าต่าง สาวใช้ตกใจจึงรีบขอโทษเธอเป็นการใหญ่

สาวใช้ : “โอ้ ยกโทษให้ชั้นด้วยค่ะ! คุณหนูชาร์ล็อต ชั้นขอโทษค่ะ ชั้นหวีผมแรงไปหน่อย...”

ชาร์ล็อต : “อย่ามาแตะต้องตัวชั้น! อย่ามาแตะต้องตัวชั้นนะ... ได้โปรด...” แล้วเธอก็เริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น

โปลินยัค : “ชาร์ล็อต...”

ชาร์ล็อต : “ไม่ ไม่ ไม่! ท่านแม่ หนูไม่อยากแต่งงาน! หนูยังไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลยและหนู...หนูก็พึ่งอายุแค่ 11 เอง ท่านแม่คะ!” ชาร์ล็อตร้องไห้และขอร้องอ้อนวอนแม่ของเธอด้วยน้ำตานองหน้า แต่มาดามโปลินยัคก็ยังคงยืนยันคำเดิม

โปลินยัค : “จะช้าหรือเร็ว ผู้หญิงก็จะต้องมีผู้ชายมาหลงรัก นั่นคือความสุขของผู้หญิง” โปลินยัคประคองชาร์ล็อตกลับมานั่งที่เก้าอี้เหมือนเดิมและเรียกเด็กรับใช้มาแต่งตัวให้ชาร์ล็อตต่อ โดยไม่ได้สนใจในความรู้สึกของชาร์ล็อตเลย

โปลินยัค : “นี่พวกเธอ รีบๆ มาทำผมให้ชาร์ล็อตเร็วเข้า! เดี๋ยวพวกเราไปงานเต้นรำไม่ทัน”

สาวใช้ : “ค่ะ มาดาม!”

ในค่ำคืนนั้นออสการ์ก็ได้ไปร่วมงานเลี้ยงเต้นรำ เพื่อตรวจตราดูความเรียบร้อยภายในงานตามปกติ ออสการ์มองไปรอบๆงาน เธอก็เห็นมาดามโปลินยัคกำลังพูดคุยอย่างสนุกสนานอยู่กับเพื่อนๆของเธอตามปกติ และก็สังเกตเห็นชาร์ล็อตที่นั่งหลบมุมอยู่ภายในงานด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยไม่พูดคุย ไม่ร่าเริงและไม่เต้นรำเหมือนอย่างที่เธอเคยทำ

ส่วนที่บ้านของออสการ์อังเดรเดินจูงม้ากลับเข้ามาในบ้าน เมื่อเดินผ่านตัวบ้านก็สังเกตเห็นโรซารี่กำลังยืนดูดาวอยู่ที่หน้าต่างชั้นสอง จึงร้องถามด้วยความสงสัย

อังเดร : “โรซารี่! เป็นอะไรรึป่าว? เธอไม่ได้ไปงานเต้นรำกับออสการ์หรอ?”

โรซารี่ : “ไม่ค่ะ มาดามโปลินยัคอยู่ที่นั่น ถ้าชั้นไปที่แวร์ซายส์ ชั้นก็จะต้องเจอเธอ ยิ่งชั้นเห็นหน้าของเธอมากเท่าไหร่ ชั้นก็ยิ่งเกลียดเธอมากขึ้นเท่านั้น และอีกอย่าง วันนี้เป็นวันเกิดของแม่ของชั้นที่เสียชีวิตไปแล้ว ชั้นไม่รู้ว่าชั้นจะทำอะไรลงไปถ้าชั้นเห็นหน้าเธอในวันนี้” อังเดรได้ฟังคำตอบของโรซารี่ก็เข้าใจในความรู้สึกของเธอทันที จึงกล่าวราตรีสวัสดิ์

อังเดร : “ราตรีสวัสดิ์นะ โรซารี่”

โรซารี่ : “ราตรีสวัสดิ์ อังเดร”

ภายในงานเลี้ยงเต้นรำในพระราชวังแวร์ซายส์ ออสการ์ดื่มไวน์อยู่ในมุมหนึ่งของงานและก็บังเอิญได้ยินพวกผู้หญิงในงานคุยกันถึงเรื่องของมาดามโปลินยัคและชาร์ล็อต

“เธอเคยได้ยินเรื่องการหมั้นหมายของคุณหนูชาร์ล็อตรึป่าว?” “เคยสิ หมั้นกับดยุคโรแลนด์” “ดยุคโรแลนด์อายุ 43 แต่คุณหนูชาร์ล็อตพึ่งแค่...” “ชั้นได้ยินมาว่า ดยุคโรแลนด์เค้าชอบแบบนั้นแหละ” “โอ้ว...” แล้วผู้หญิงพวกนั้นก็หัวเราะกันคิกคักอย่างสนุกสนาน ออสการ์สังเกตเห็นชาร์ล็อตลุกเดินออกไปจากงานเงียบๆ ออสการ์รู้สึกเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย เธอจึงเดินตามออกมาข้างนอกเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้น เมื่อออสการ์เดินออกมาภายนอกอาคาร ก็ได้พบกับ เจโลเดล พร้อมกับลูกน้องอีกสองคนกำลังออกเดินลาดตระเวนอยู่พอดี

ออสการ์ : “ทุกอย่างเรียบร้อยดีมั้ย?”

เจโลเดล : “ครับ มาดาม!” ออสการ์กำลังจะเดินออกไป เจโลเดลจึงถามด้วยความเป็นห่วง

เจโลเดล : “หัวหน้า แอบออกไปจากงานเลี้ยงแบบนี้จะดีหรอครับ? หัวหน้า!” แต่ออสการ์ก็เดินจากมาเฉยๆโดยที่ไม่ได้พูดอะไร

ออสการ์เดินตามชาร์ล็อตออกมาด้วยความเป็นห่วง ชาร์ล็อตแอบออกมานั่งอยู่ริมอ่างน้ำพุเพียงคนเดียว บริเวณนั้นค่อนข้างมืด มีแต่เพียงแสงจันทร์ที่ส่องสว่าง ออสการ์จึงเดินเข้าไปหาเธอ ถึงแม้ว่าชาร์ล็อตจะแอบรักออสการ์และมีโอกาสพบเจอกันอยู่บ่อยครั้ง แต่เธอก็ไม่เคยมีโอกาสที่จะได้พูดคุยกันเป็นการส่วนตัวเลย

ชาร์ล็อต : “ท่านออสการ์!”

ออสการ์ : “เธอไม่ควรออกมาข้างนอกลำพังโดยไม่มีผู้ติดตามนะ ลูกน้องของชั้นไม่ได้เดินลาดตระเวนมาไกลถึงตรงนี้”

ชาร์ล็อต : “ท่านออสการ์...”

ออสการ์ : “ถ้าเธออยากอยู่คนเดียว กรุณากลับไปอยู่ที่ห้องของเธอจะดีกว่านะ”

ชาร์ล็อต : “ท่านออสการ์...!”

ออสการ์ : “มาสิ ชั้นจะคอยคุ้มครองเธอเอง” ชาร์ล็อตร้องไห้ออกมาและวิ่งเข้าไปซบที่อกของออสการ์ และค่อยๆเอาแก้มของเธอที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาสัมผัสที่มือของออสการ์

ชาร์ล็อต : “ท่านออสการ์! ท่านออสการ์ ชั้นอยากจะโตกว่านี้อีกหน่อย มีความรัก และ... และแต่งงาน! กับใครซักคนที่น่าเลื่อมใส เหมือนกับท่านออสการ์” ออสการ์ยังคงมีสีหน้านิ่งเฉยเป็นปกติ และไม่ได้รู้สึกแปลกใจในคำพูดของชาร์ล็อต เพราะออสการ์ก็รู้อยู่แล้วว่าชาร์ล็อตก็เป็นคนหนึ่งที่คลั่งไคล้เธอเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆ ทันใดนั้นเอง ลมพายุก็เริ่มพัดแรงขึ้น ออสการ์ชวนชาร์ล็อตให้กลับเข้าที่พัก

ออสการ์ : “ไปกันเถอะ ลมเริ่มแรงแล้ว” แต่ชาร์ล็อตกลับเอื้อมมือมาดึงดอกกุหลาบสีขาวที่ติดหน้าอกของออสการ์ออกไป

ชาร์ล็อต : “ชั้นขอ... ดอกกุหลาบที่ติดหน้าอกของท่านนะ ได้โปรด!” แล้วเธอก็รีบวิ่งจากไปทันที

เช้าวันรุ่งขึ้นอังเดรรีบเร่งควบม้ากลับมาที่บ้านของออสการ์ เพื่อนำข่าวสำคัญมาบอก อังเดรรีบลงจากหลังม้าและวิ่งเข้ามาในบ้าน พร้อมกับตะโกนเรียกออสการ์อย่างกระหืดกระหอบ

อังเดร : “ออสการ์!” ออสการ์เตรียมตัวกำลังจะออกไปทำงานพอดี

ออสการ์ : “เธอมาสายนะ ได้เวลาไปทำงานแล้ว เธอไปอยู่ไหนมา?” อังเดรมองซ้ายมองขวาแล้วถามหาโรซารี่

อังเดร : “โรซารี่อยู่ไหนหรอ?”

ออสการ์ : “ออกไปขี่ม้าข้างนอกมั้ง เธอไม่ได้อยู่ในบ้านหรอก”

อังเดร : “หรอ ดีแล้วล่ะ ชั้นไม่อยากให้เธอได้ยินมันเลย”

ออสการ์ : “เรื่องอะไรหรอ?” ออสการ์ถามด้วยความสงสัย

อังเดร : “มาทีน กาเบรียล!”

ออสการ์ : “มาทีน กาเบรียลหรอ?” ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังคุยกันอยู่นั้นเอง โรซารี่ก็กำลังกลับเข้าบ้านพอดี โรซารี่กำลังจะก้าวขึ้นบันไดที่หน้าบ้าน แต่เมื่อเธอได้ยินชื่อของมาทีนกาเบรียล เธอจึงหยุดฟังอยู่ที่บันได โดยที่ออสการ์และอังเดรไม่ทันรู้ตัว

อังเดร : “มันคือชื่อของแม่แท้ๆ ของโรซารี่ นิโคล ลา เมอลิเย่แม่ที่เลี้ยงดูโรซารี่มา ได้บอกไว้ก่อนที่เธอจะเสียชีวิต ชั้นรู้แล้วว่าเธอคือใคร เมื่อตอนเด็กๆ เธอชื่อ มาทีน กาเบรียล แต่หลังจากที่เธอแต่งงาน เธอก็เลยเปลี่ยนชื่อเป็น ชาร์ลอน เปลี่ยนจาก มาทีน กาเบรียล เป็น ชาร์ลอน!”

ออสการ์ : “ชาร์ลอนหรอ? ชั้นเคยได้ยินชื่อนี้ที่ไหนมาก่อนนะ”

อังเดร : “ใช่แล้ว ออสการ์ เธอต้องเคยได้ยินแน่ๆ ตอนนี้ชื่อของเธอคือ ชาร์ลอน เดอ โปลินยัค!”

ออสการ์ : “ฮะ?! เค้าเทสโปลินยัคหรอ?!” ออสการ์ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกตกใจมาก

อังเดร : “ไม่ผิดแน่ ชั้นมีคนรู้จักอยู่ในหอสมุดหลวง แล้วก็ได้คำตอบหลังจากที่ค้นหาในลำดับวงศ์ตระกูลของขุนนาง แบบคนต่อคน”

ออสการ์ : “งั้นหรอ... ช่างน่าอนาถจริงๆที่แม่แท้ๆของโรซารี่ คือ มาดามโปลินยัค!” โรซารี่ ได้ยินการสนทนาทั้งหมดของออสการ์และอังเดรเธอรู้สึกช็อคมากที่ได้รู้ว่าแม่แท้ๆของเธอ คือ มาดามโปลินยัคคนที่ฆ่าแม่ที่เลี้ยงดูเธอมา

หลังจากที่ออสการ์ได้รู้ว่าแม่แท้ๆของโรซารี่คือมาดามโปลินยัคและคือคนคนเดียวกับที่ฆ่าแม่ที่เลี้ยงดูโรซารี่มา เธอจึงพยายามที่จะบอกเรื่องนี้กับโรซารี่ และโน้มน้าวให้โรซารี่เลิกล้มความตั้งใจที่จะแก้แค้นให้แม่ของเธอซะ ออสการ์และอังเดรจึงพาโรซารี่ขึ้นไปที่หอคอยบนบ้านของเธอ

ออสการ์ : “โรซารี่ ที่หอคอยแห่งนี้แหละ ที่ชั้นบอกว่า ชั้นจะสอนเธอใช้ดาบ ชั้นพูดเสมอว่า ชั้นจะช่วยเธอแก้แค้นให้แม่ แต่คำพูดพวกนั้นมันเป็นเรื่องโกหก ที่ชั้นพูดไปก็เพราะว่าชั้นต้องการเวลาที่จะเกลี้ยกล่อมเธอไม่ให้เธอทำแบบนั้น”

อังเดร : “โลกนี่มันช่างน่าขัน คนที่ฆ่าแม่ที่เลี้ยงดูเธอมาคือแม่แท้ๆของเธอเอง”

ออสการ์ : “ยิ่งชั้นพยายามที่จะซื้อเวลา ก็ยิ่งทำให้เธอต้องเจ็บปวดไม่รู้จักจบสิ้น” ออสการ์สารภาพความจริงกับโรซารี่ แต่โรซารี่กลับไม่ได้รู้สึกเสียใจเลย เธอบอกว่า

โรซารี่ : “เจ็บปวดหรอ? ไม่เลยค่ะ ท่านออสการ์ ชั้นไม่ได้รู้สึกเจ็บปวด เพราะสำหรับชั้นแล้ว ชั้นมีแม่เพียงคนเดียวเท่านั้น แค่นิโคล ลา เมอลิเย่ คนเดียวเท่านั้น ชั้นไม่ได้รู้สึกอะไรเลย แม้จะบอกว่า โปลินยัคคือแม่แท้ๆของชั้น ชั้นไม่ได้รู้สึกรักเธอเลยซักนิด ชั้นยิ่งเกลียดเธอมากขึ้นไปอีก ชั้นจะพิสูจน์ให้ดูว่า ชั้นมีแม่เพียงคนเดียว! คือแม่ที่เลี้ยงดูชั้นมา!” แววตาของโรซารียังคงเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น


หน้าถัดไป






Create Date : 19 ตุลาคม 2556
Last Update : 14 ตุลาคม 2558 23:08:05 น.
Counter : 787 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Lady Oscar
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



New Comments
ตุลาคม 2556

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog