ตอนที่ 14(2) ความลับของนางฟ้า (The Angel’s Secret)


ในที่เกิดเหตุ นิโคลแม่ของโรซารี่ยังคงนอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น โดยที่มาดามโปลินยัคยังคงนั่งอยู่ในรถม้าโดยไม่ได้มีท่าทีจะลงมารับผิดชอบแต่อย่างใด โรซารี่มาถึงที่เกิดเหตุพอดี เธอรีบเข้ามาดูอาการแม่ของเธอทันที

โรซารี่ : “แม่! ทำไมแม่ไม่นอนอยู่บนเตียงล่ะคะ?!”

นิโคล : “ชั้นขอโทษ โรซารี่...” โรซารี่ร้องไห้กอดร่างแม่ของเธอไว้ โรซารี่หันมามองคนที่อยู่ในรถม้าด้วยความโกรธแค้น มาดามโปลินยัคเมื่อเห็นสายตาอาฆาตของเด็กสาวคนนั้นเธอก็รีบสั่งให้คนขับรถม้าออกรถทันที

มาดามโปลินยัค : “มัวทำอะไรอยู่? ออกรถสิ!”

คนขับรถม้า : “ครับ มาดาม!”

ทันใดนั้นเอง เบอร์นาร์ด ชาร์เล็ต นักข่าวท้องถิ่นในกรุงปารีสซึ่งอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย ก็ได้ออกมาเรียกร้องให้โปลินยัครับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

เบอร์นาร์ด : “เด๋วก่อน! คิดจะหนีหรอท่านเกือบจะฆ่าคนตายนะทำไมไม่ลงจากรถม้าและมากล่าวขอโทษเธอซักหน่อยล่ะท่านคิดว่าเป็นขุนนางแล้วจะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นหรอ?!”

มาดามโปลินยัค : “อย่ามาโทษชั้นนะ มันเป็นความผิดของเธอเองต่างหากที่วิ่งมาตัดหน้ารถม้า!”

คนขับรถม้า : “ไป!” รถม้าขับออกรถไปทันที แต่เบอร์นาร์ดพยายามรั้งเธอไว้

เบอร์นาร์ด : “เดี๋ยวสิ!” แต่รถม้าก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะหยุด

มาดามโปลินยัค : “ถ้าเธออยากจะร้องทุกข์ล่ะก็ มาที่แวร์ซายส์สิ!” มาดามโปลินยัคจากไปโดยไม่ไยดีเบอร์นาร์ดพยายามรั้งเธอไว้ แต่ก็ไม่เป็นผล

โรซารี่ : “แม่!” โรซารี่ยังคงร้องไห้กอดร่างที่รวยรินของแม่เอาไว้ แต่ก่อนที่นิโคลจะสิ้นลมเธอได้บอกความจริงบางอย่างที่เธอได้ปิดบังมาตลอดกับโรซารี่

นิโคล : “โรซารี่ เธอไม่ใช่ลูกแท้ๆของชั้น” โรซารี่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกตกใจมาก

นิโคล : “โรซารี่ ยกโทษให้ฉันด้วย”

โรซารี่ : “แม่...”

นิโคล : “แม่แท้ๆของเธอเป็น...ขุน..นาง..ชื่อ มาร์ทีน...แกเบรียล”

โรซารี่ : “ขุนนางหรอ? มาร์ทีน แกเบรียลหรอ?”

นิโคล : “ชั้นเสียใจที่ทำให้เธอต้องมาลำบากเพื่อชั้น” นิโคลสิ้นลมหายใจอยู่ในอ้อมกอดของโรซารี่

โรซารี่ : “แม่คะ! แม่! อย่าทิ้งหนูไปสิคะ! แม่ ได้โปรด อย่าทิ้งหนู! แม่!!!” โรซารี่ร้องไห้กอดร่างไร้วิญญาณของแม่เอาไว้ ถึงแม้จะรู้ความจริงว่านิโคลไม่ใช่แม่แท้ๆของเธอก็ตาม แต่โรซารี่ก็ยังคงรักและคิดว่านิโคลเป็นแม่ของเธอเสมอ

เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น รถม้าของพระราชินิอังตัวเน็ตพึ่งจะเสด็จกลับวัง “นี่ทหาร! ตื่นได้แล้ว! รถม้าของฝ่าบาทกลับมาแล้ว!”

ทหาร : “เธอไปงานเต้นรำทั้งคืนเลยหรอ? สงสัยว่าในปารีสคงจะสนุกน่าดู” ทหารยามต่างพากันซุบซิบนินทา

พระนางอังตัวเน็ตเดินมาตามทางเดินโดยมีมาดามโปลินยัคตามเสด็จมาด้วยและได้พบกับมาดามจาร์เจ  แม่ของออสการ์ ซึ่งยังคงอยู่รอรับเสด็จด้วยท่าทางอ่อนเพลีย

อังตัวเน็ต : “อ่าว มาดามจาร์เจ”

มาดามจาร์เจเยส : “ยินดีต้อนรับกลับมาเพคะฝ่าบาท”

อังตัวเน็ต : “โอ้ว มาดามจาร์เจสีหน้าของท่านดูไม่ค่อยสู้ดีเลยนะ ท่านไม่ต้องอยู่รอจนชั้นกลับก็ได้”

มาดามจาร์เจ : “เพคะ ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท”

อังตัวเน็ต : “ท่านกลับไปพักผ่อนในห้องเถอะ ท่านดูอ่อนเพลียนะ” พระนางอังตัวเน็ตประคองมาดามจาร์เจไปพัก

มาดามจาร์เจ : “นิดหน่อยเพคะ”

ในขณะนั้นมาดามโปลินยัคยังคงนึกถึงแววตาอาฆาตของเด็กสาวคนนั้นอยู่ “ท่าน ท่านฆ่าแม่ของชั้น...”

โรซารี่นำร่างของแม่ไปฝังไว้ในสุสานแห่งหนึ่ง เธอยังคงนั่งร้องไห้อาลัยอาวรอยู่ที่หน้าหลุมศพจนพระอาทิตย์ตกดิน

โรซารี่ : “แม่...!” เธอยังคงจดจำหน้าตา ลักษณะท่าทาง การแต่งกายและคำพูดของผู้หญิงที่อยู่ในรถม้าที่ชนแม่ของเธอได้ดี “ถ้าเธอต้องการร้องทุกข์ล่ะก็มาที่แวร์ซายส์สิ! มาที่แวร์ซายส์สิ!” ชุดลายดอกสีฟ้าผมเป็นลอนสีบรอนด์ ด้วยความเป็นห่วงเบอร์นาร์ดจึงตามเธอมาที่สุสานด้วย

เบอร์นาร์ด : “เธอจะนั่งไว้ทุกอยู่ที่นี่ตลอดไปไม่ได้หรอกนะ มันเจ็บปวด แต่คนตายไปแล้วก็ฟื้นกลับขึ้นมาไม่ได้หรอก ชั้นชื่อเบอร์นาร์ด ชาเล็ต ชั้นเป็นนักข่าวอยู่ในปารีส ถ้าเธอเดือดร้อน ชั้นช่วยเธอได้นะ” เบอร์นาร์ดพยายามยื่นมือเข้าช่วยเหลือโรซารี่ แต่โรซารี่ไม่ได้ใส่ใจเบอร์นาร์ดแม้แต่น้อย เพราะในใจของเธอ เต็มไปด้วยความแค้น

โรซารี่ : “ขอบคุณท่านมาก แต่ไม่เป็นไรค่ะ” โรซารี่เดินจากมาเฉยๆ

เบอร์นาร์ด : “เฮ้...นี่!”

โรซารี่ออกเดินไปเรื่อย จุดหมายของเธออยู่ที่พระราชวังแวร์ซายส์ เพื่อไปแก้แค้นให้แม่ของเธอ

โรซารี่ : “แม่ หนูสัญญาว่าหนูจะแก้แค้นให้แม่ค่ะ!” ระหว่างทางมีเกวียนของชาวนาคนหนึ่งขับผ่านมา

โรซารี่ : “ขอโทษนะคะ แวร์ซายส์ไปทางนี้ใช่มั้ยคะ?” โรซารี่เอ่ยถามชาวนาคนนั้น

ชาวนา : “ใช่แล้วล่ะ”

โรซารี่ : “ขอบคุณค่ะ” และเธอก็ออกเดินไปเรื่อยๆ

ชาวนา : “เฮ้! ชั้นจะบอกว่า กว่าเธอจะไปถึงก็คงจะดึกมากนะ!” ชาวนาเตือนด้วยความหวังดี แต่โรซารี่ไม่ได้สนใจในคำพูดนั้นเลย เธอเดินไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะไปให้ถึงแวร์ซายส์ ไม่ว่ามันจะไกลแค่ไหนก็ตาม

ที่พระราชวังแวร์ซายส์ พระนางอังตัวเน็ตประทับอยู่ที่ระเบียงทอดพระเนตรประจันทร์เต็มดวงในยามค่ำคืน โดยมีมาดามโปลินยัคและมาดามจาร์เจอยู่ด้วย แต่แล้วท้องฟ้าก็ปิดลง ก้อนเมฆดำเริ่มเคลื่อนตัวมาบดบังแสงจันทร์ที่ส่องสว่างให้มืดลง

อังตัวเน็ต : “ว๊า พระจันทร์สวยๆตอนนี้ถูกเมฆบังไปซะแล้ว...ตอนชั้นเด็กๆชั้นเคยได้ยินในนิทานบอกไว้ว่า พระจันทร์เต็มดวงแต่ถูกเมฆบดบังนั้นแสดงว่ามีเด็กผู้หญิงกำลังร้องไห้อยู่ที่ใดซักแห่ง...” มาดามโปลินยัคหวนคิดถึงภาพของเด็กสาวร้องไห้กอดร่างไร้วิญญาณของแม่ที่เธอขับรถม้าชน เธอยังคงมีความรู้สึกผิดอยู่บ้าง ทำให้เธอมีสีหน้าเศร้าสลดลง

อังตัวเน็ต “มีอะไรหรอ? มาดามโปลินยัค”

มาดามโปลินยัค : “ไม่มีอะไรเพคะฝ่าบาท ลมตอนกลางคืนไม่ดีต่อสุขภาพของฝ่าบาท เรามาเล่นไพ่กันดีกว่าเพคะ” มาดามโปลินยัคชักชวนให้พระนางอังตัวเน็ตทำอย่างอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึก

อังตัวเน็ต : “เอาสิ!”

มาดามโปลินยัค : “หม่อมชั้นมีเกมส์ใหม่มาให้เล่นเพคะ”

อังตัวเน็ต : ว้าว เยี่ยมเลย! ไปเล่นกันเถอะ” พระนางอังตัวเน็ตกับมาดามโปลินยัคหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้อง แต่ทันใดนั้นมาดามจาร์เจก็เกิดเป็นลมหมดสติไป พระนางอังตัวเน็ตและมาดามโปลินยัครีบเข้ามาดูอาการของมาดามจาร์เจทันที

อังตัวเน็ต : “มาดามจาร์เจ!”

มาดามโปลินยัค : “ทำใจดีดีไว้นะคะ!”

อังตัวเน็ต : “มาดามจาร์เจเยส!”

หน้าถัดไป




Create Date : 08 ตุลาคม 2555
Last Update : 5 กรกฎาคม 2560 12:58:46 น.
Counter : 1568 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month



Lady Oscar
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



New Comments
ตุลาคม 2555

 
1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog