ตอนที่ 5(2) น้ำตาแห่งเกียรติยศ (Tears with Dignity)
         เช้าวันรุ่งขึ้น ในประเพณีล่าสุนัขจิ้งจอกประจำปี องค์ชายรัชทายาท ออสการ์ และเหล่าทหารและขุนนางทั้งหลายได้ขี่ม้าตามเสด็จองค์ชายไปล่าสุนัขจิ้งจอกด้วย ทหารขี่ม้าและเป่าแตรเพื่อต้อนสุนัขให้วิ่งไล่สุนัขจิ้งจอก 1 ตัว ให้วิ่งไปทางที่องค์ชายรัชทายาทอยู่เพื่อให้องค์ชายได้ล่า  หญ้าสูงท่วมตัวสุนัขจิ้งจอกแต่ออสการ์ก็ยังได้ยินเสียงสุนัขจิ้งจอกกำลังวิ่งเข้ามาใกล้

ออสการ์ : “องค์ชาย มันใกล้เข้ามาแล้วพะยะค่ะ”

หลุยส์ออกัส : “อ..อือ” ต้นหญ้าขยับเป็นทางเพราะสุนัขจิ้งจอกกำลังวิ่งเข้ามา องค์ชายรัชทายาทและออสการ์ต่างเล็งปืนไปที่สุนัขจิ้งจอก องค์ชายรัชทายาทที่ไม่ถนัดในเรื่องยิงปืน ได้แต่พยักพเยิด เก้เก้กังๆ จนสุนัขจิ้งจอกกระโจนขึ้นมากจากผืนหญ้า  ออสการ์ที่เชี่ยวชาญกว่า ไวกว่าจึงยิงถูกสุนัขจิ้งจอกตาย

โอเลียน : “โถ่เว้ย” เค้าท์โอเลียนที่คอยแอบดูอยู่ใกล้ๆ พลาดหวังที่องค์ชายไม่ได้ยิงปืน

หลุยส์ออกัส : “โอ่ วันนี้ออสการ์ก็ไวกว่าชั้นอีกตามเคย”

ออสการ์ : “ขอบพระทัยฝ่าบาท โชคช่วยมากกว่าพะยะค่ะ”

เค้าท์โอเลียนเห็นว่าถ้าปล่อยเป็นแบบนี้คงไม่ได้การณ์ จึงเข้าไปกระซิบกับออสการ์ว่า

โอเลียน : “ออสการ์!”

ออสการ์ : “ครับ”

โอเลียน : “ถ้าท่านยิงเหยื่อก่อนแบบนี้ องค์ชายก็ไม่ได้ล่ากันพอดี ออมมือหน่อยสิ” ออสการ์ที่ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร จึงเห็นด้วยเพราะกลัวว่าองค์ชายจะไม่ได้ล่า   รอบต่อไปเริ่มขึ้น ทหารขี้ม้าต้อนสุนัขจิ้งจอกมาอีกตัว

หลุยส์ออกัส : “คราวนี้ชั้นจะไม่ยอมแพ้เธอแล้ว ออสการ์”  สุนัขจิ้งจอกวิ่งตรงเข้ามาอีก ออสการ์จึงชี้ให้องค์ชายดู

ออสการ์ : “องค์ชาย มันอยู่นั่นพะยะค่ะ” องค์ชายหันซ้าย หันขวามองหาสุนัขจิ้งจอก เมื่อเห็นว่ามีหญ้าขยับเป็นทาง จึงเล็งปืนไปที่สุนัขจิ้งจอก

ออสการ์ : “เร็วพะยะค่ะ”

หลุยส์ออกัส : “ร.ร...รู้แล้ว” องค์ชายก็ยังเก้เก้กังๆ ด้วยความที่ไม่ชำนาญการยิงปืน

โอเลียน : “เจ้าโง่ เหนี่ยวไกสิ    คราวนี้แหละ” เค้าท์โอเลียนคอยลุ้นอยู่  แล้วหมาป่าก็กระโจนขึ้นมาด้านหน้าขององค์ชาย องค์ชายยังไม่ทันได้ยิง  ทันใดนั้นสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ม้าขององค์ชายเกิดพยศ ออสการ์เห็นท่าไม่ดี จึงยิงสุนัขจิ้งจอกตายก่อน ส่วนองค์ชายหงายหลังกระเด็นตกจากหลังม้า ด้ามปืนหลุดลอยออกจากฝ่าพระหัตถ์ ตกลงบนพื้นหญ้าห่างออกไปจากจุดที่องค์ชายอยู่เพียงนิดเดียว แล้วปืนก็เกิดระเบิดขึ้น ออสการ์รีบลงจากหลังม้า เดินเข้าไปหาองค์ชายด้วยความเป็นห่วง

ออสการ์ : “องค์ชาย ทรงได้รับบาดเจ็บมั้ยพะยะค่ะ” องค์ชายไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด พระองค์กลับรู้สึกอับอายและเสียหน้ามากกว่า จึงขอร้องไม่ให้ออสการ์เล่าเรื่องนี้ให้อังตัวเน็ตฟัง

หลุยส์ออกัส : “ชั้นทำพลาด...น่าอายจัง น่าอายจัง  ออสการ์ อย่าบอกอังตัวเน็ตนะว่าชั้นตกม้า”

ทางด้านเค้าท์โอเลียนที่แอบดูอยู่ใกล้ๆ ต้องผิดหวังเป็นอย่างมากเพราะเหตุการณ์ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ “วันนี้เป็นโชคดีของแก ซักวันเถอะ ซักวัน ชั้นจะฆ่าแก”

                ในห้องของพระนางมารี อังตัวเน็ต ซึ่งตอนนี้ท่านเค้าท์เมอซี่ได้พยายามเกลี้ยกล่อมให้พระนางอังตัวเน็ตพูดกับมาดามดูเบอรี่ตามรับสั่งของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 โดยมีออสการ์ยืนฟังอยู่ด้วย

อังตัวเน็ต : “ไม่! ไม่! ไม่!”

เค้าท์เมอซี่ : “แต่องค์หญิง...”

อังตัวเน็ต : “ถ้ามีใครซักคนที่จะต้องพูดกับหล่อน ทำไมท่านไม่ไปพูดกับมาดามดูเบอรี่ซะเองล่ะ? ชั้นไม่ทำ ไม่มีวันซะหรอก!” พระนางอังตัวเน็ตยังคงยืนกรานคำเดิม

เค้าท์เมอซี่ : “ก็ได้พะยะค่ะ องค์หญิง อยากทำอะไรก็ทำเถอะพะยะค่ะ” เค้าท์เมอซี่ที่ทนความดื้นรั้นขององค์หญิงไม่ไหวจึงต้องงัดไม้เด็ดออกมาใช้  เค้าท์เมอซี่หันหลัง แล้วก็พูดว่า

เค้าท์เมอซี่ : “ด้วยความเห็นแก่ตัวของพระองค์ พระองค์จะทำลายความสัมพันธ์ของฝรั่งเศสกับออสเตรีย ซึ่งพระมารดาของพระองค์ พระนางมาเรีย เทเรซ่า ได้ใช้ทั้งชีวิตของพระองค์สร้างมันขึ้นมา”

พระนางมารี อังตัวเน็ตได้ยินประโยคนั้น ก็นึกถึงพระมารดาที่ออสเตรียขึ้นมาทันที จึงหันมาถามความเห็นของออสการ์บ้าง

อังตัวเน็ต : “ออสการ์ ท่านคิดว่ายังไง?”

ออสการ์ : “ที่ท่านเค้าท์เมอซี่พูดมาก็ถูกพะยะค่ะ มันอาจจะฟังดูไม่เหมาะสม แต่หม่อมชั้นก็จะต้องพูด องค์หญิงถูกยุยงจากเสด็จป้าจนทำให้เรื่องเล็กน้อยของผู้หญิงกลายเป็นเรื่องใหญ่โต ซึ่งผลของมันก็อาจจะทำให้ทั่วทั้งยุโรปตกอยู่ในภาวะสงคราม แล้วถ้ามันเกิดขึ้น คนสองสามพันคนหรือหลายหมื่นคนก็จะต้องตาย” ออสการ์พูดความในใจออกมาตามตรง

อังตัวเน็ต : “ชั้นทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่หรอ?” อังตัวเน็ตถามด้วยความสงสัย

ออสการ์ : “ใช่ พะยะค่ะ”

อังตัวเน็ต : “และด้วยเหตุนั้น จะทำให้ยุโรปต้องตกอยู่ในสงคราม งั้นหรอ?” อังตัวเน็ตถามอีกด้วยความที่ไม่รู้ว่าการกระทำของเธอจะส่งผลร้ายแรงถึงเพียงนี้

ออสการ์ : “สำหรับหม่อมชั้นแล้ว มันยากที่ราชินีของฝรั่งเศสในอนาคตจะทำอย่างนั้น”  พระนางมารี อังตัวเน็ต คิดถึงสิ่งที่ออสการ์พูด

อังตัวเน็ต : “ท่านเค้าท์เมอซี่ ชั้นสัญญา ชั้นจะพูดซักครั้ง แค่ครั้งเดียวสำหรับผู้หญิงคนนั้น! แต่...ที่ชั้นต้องฝืนใจทำ ก็เพื่อเสด็จแม่ของชั้นที่ออสเตรีย  เค้าท์เมอซี่ท่านพอใจรึยัง?” ในที่สุดพระนางอังตัวเน็ต ก็รับปาก

                ต้นเดือนกรกฎาคม ปี 1771 ตั้งแต่ห้องคนรับใช้ไปจนถึงคอกม้า ปารีสเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวังว่าในงานปาร์ตี้คืนนี้ พระนางอังตัวเน็ตจะยอมพูดกับมาดามดูเบอรี่

อังเดร : “โชคร้ายจริงๆเลยเนอะ ออสการ์  แม้แต่พระนางมารี อังตัวเน็ต ก็ไม่อาจจะต้านทานอำนาจของพระราชาได้”

ออสการ์ได้ยินดังนั้นก็โกรธจัด หันไปตะคอกใส่อังเดร “อังเดร…”  เพราะเธอเองก็เข้าใจพระนางอังตัวเน็ต และรู้สึกสงสารและเห็นใจเธอไม่น้อยเช่นกัน 

                ออสการ์เดินเข้ามาที่ห้องของพระนางมารี อังตัวเน็ต ก็พบว่าท่านเค้าท์เมอซี่กำลังพยายามรบเร้าพระนางอังตัวเน็ต เพื่อให้แน่ใจว่าพระองค์จะทำในสิ่งที่สัญญาเอาไว้

เค้าท์เมอซี่ : “พระองค์จะทำใช่มั้ย พะยะค่ะ? พระองค์จะพูดอะไรกับมาดามดูเบอรี่ เมื่อ...”

อังตัวเน็ต : “ชั้นรู้แล้วน่า! ชั้นซ้อมมา 4 รอบแล้วนะ ตั้ง 4 รอบแล้ว”

เค้าท์เมอซี่ : “หม่อมชั้นหวังว่า คืนนี้พระองค์จะทำสำเร็จนะพะยะค่ะ”

                ก่อนเวลาที่งานเลี้ยงจะเริ่มขึ้น ขณะนั้นมาดามดูเบอรี่กำลังเล่นไพ่อยู่กับคนอื่นๆ ท่านเค้าท์เมอซี่ได้เตรียมการทุกอย่างไว้แล้วสำหรับคืนนี้ เวลาสองทุ่มครึ่ง ท่านเค้าท์เมอซี่ได้เข้าไปเชิญมาดามดูเบอรี่เพื่อให้มาร่วมงานเลี้ยง เค้าท์เมอซี่พามาดามดูเบอรี่เข้ามาในงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยเหล่าขุนนางและชนชั้นสูง “องค์หญิงรัชทายาท พระนางมารี อังตัวเน็ต เสด็จแล้ว” พระนางอังตัวเน็ตเดินเข้ามาในงานเลี้ยงโดยมีออสการ์ตามเสด็จมาด้วย พระนางมารีอังตัวเน็ตเดินทักทายคนอื่นๆ

อังตัวเน็ต : “สวัสดี ท่านหญิงมัลเล่อ งานเลี้ยงคืนนี้น่าสนุกดีนะ” และพระนางก็เดินตรงไปยังท่านเค้าท์เมอซี่ ซึ่งยืนอยู่กับมาดามดูเบอรี่ ท่ามกลางสายตาของทุกคนในงานที่จับจ้องอยู่ เพื่อรอดูฉากสำคัญ

อังตัวเน็ต : “สวัสดี...ท่านเค้าท์เมอซี่” อังตัวเน็ตเริ่มทักทายท่านเค้าท์เมอซี่ก่อน

เค้าท์เมอซี่ : “พะยะค่ะ องค์หญิงทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงดีนะ พะยะค่ะ” สายตาทุกคู่ในที่นั้น จับจ้องอยู่ที่พระนางอังตัวเน็ต ว่าพระนางจะพูดอะไรกับมาดามดูเบอรี่ พระนางอังตัวเน็ตกำลังเผชิญหน้ากับมาดามดูเบอรี่ แต่ทันใดนั้นสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เสียงของท่านป้าอะเดลเลด หนึ่งในป้าของราชินีองค์ก่อนก็ขัดขึ้น

ท่านป้า : “องค์หญิงเพคะ!” ท่านป้าวิ่งมาดึงแขนของพระนางมารีอังตัวเน็ตไว้ “มานี่ ได้เวลาเสด็จกลับแล้วเพคะ” อังตัวเน็ตเองก็รู้สึกตกใจเช่นกัน ที่ท่านป้าทำแบบนี้

อังตัวเน็ต : “ไม่นะ ชั้นยังไม่ได้...” อังตัวเน็ตพยายามปฏิเสธท่านป้า

ท่านป้า : “องค์หญิงต้องไปรอฝ่าบาทในห้องเพคะ” ท่านป้าโกหกโดยเอาฝ่าบาทมาอ้าง

อังตัวเน็ต : “ฝ่าบาทหรอ?” พระนางอังตัวเน็ตงงกับคำพูดของท่านป้า

ท่านป้า : “ใช่ รีบเสด็จเถอะเพคะ” แล้วท่านป้าก็ฉุดแขนของพระนางมารี อังตัวเน็ตกลับเข้าห้องไป ต่อหน้าสายตาของทุกคนที่อยู่ในที่นั้น รวมทั้งมาดามดูเบอรี่เองก็รู้สึกโกรธมาก

                หลังจากนั้น ในห้องของพระนางมารี อังตัวเน็ต พระนางรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น

อังตัวเน็ต : “ท่านเค้าท์เมอซี่ เรื่องวันนี้มันเป็นอุบัติเหตุ ได้โปรดกราบทูลฝ่าบาทด้วย” อังตัวเน็ตรู้สึกเสียใจที่ผิดสัญญา

เค้าท์เมอซี่ : “องค์หญิงไม่ต้องกังวลหรอกพะยะค่ะ หม่อมชั้นต้องกราบทูลอย่างแน่นอน” เค้าท์เมอซี่ปลอบใจ

อังตัวเน็ต : “คราวหน้า...คราวหน้า ชั้นจะพูดกับเธอแน่นอน” อังตัวเน็ตให้คำมั่นสัญญาอีกครั้ง

                ในวันขึ้นปีใหม่ 1 มกราคม ปี 1772 ขุนนางและชนชั้นสูงทั่วทั้งฝรั่งเศสต่างเดินทางมาที่พระราชวังแวร์ซายส์เพื่อกล่าวคำอวยพรปีใหม่  ณ ท้องพระโรงที่เต็มไปด้วยผู้คน พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 นั่งอยู่บนบัลลังค์ โดยมีองค์ชายรัชทายาทหลุยส์ออกัส และองค์หญิงรัชทายาท พระนางมารี อังตัวเน็ต ยืนอยู่ข้างๆ เสียงของเสนาบดีขานชื่อของเชื้อพระวงศ์ ขุนนางและชนชั้นสูงที่กำลังต่อแถวเพื่อกล่าวคำอวยพร จนมาถึง “เค้าท์เทสดูเบอรี่” เสนาบดีขานชื่อของมาดามดูเบอรี่ มาดามดูเบอรี่เดินมาที่หน้าพระพักต์ของพระนางมารี อังตัวเน็ต  ดูเบอรี่ถอนสายบัวให้ตามมารยาท ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่กำลังจ้องมอง รวมทั้งพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ด้วย

อังตัวเน็ต : “สวัสดีปีใหม่ ... วันนี้แวร์ซายส์คนเยอะมากเลย” พระนางมารี อังตัวเน็ตฝืนใจเอ่ยปากพูดกับมาดามดูเบอรี่เป็นครั้งแรก มาดามดูเบอรี่ได้ยินดังนั้น ก็หัวเราะออกมาด้วยความสะใจ เธอชนะแล้ว... พระนางมารี อังตัวเน็ต รู้สึกเสียพระทัยในความพ่ายแพ้เป็นอย่างมาก พระนางวิ่งออกจากท้องพระโรงไปทันที ออสการ์จึงรีบวิ่งตามไปด้วยความเป็นห่วง

                พระนางอังตัวเน็ตวิ่งเข้ามาที่ห้องบรรทม และฟุบหน้าลงกับพื้นแล้วร้องไห้

อังตัวเน็ต : “ฮือ..ฮือ...ชั้นแพ้แล้ว!”  ออสการ์ที่ตามเสด็จพระนางอังตัวเน็ตมาเห็นดังนั้น จึงเข้าไปประคองพระนางให้ลุกขึ้น พระนางอังตัวเน็ตพูดกับออสการ์ด้วยน้ำตานองหน้าว่า

อังตัวเน็ต : “ออสการ์ ชั้นพูดกับหล่อน แค่ครั้งเดียวเท่านั้น  ต่อไปนี้ชั้นจะไม่พูดกับหล่อนอีก! วังของฝรั่งเศสกำลังจะเสียหายที่ราชินีในอนาคตจะต้องพ่ายแพ้ให้กับโสเภณี” แล้วเธอก็ซบหน้าลงร้องไห้บนแขนของออสการ์ ออสการ์ประทับใจในความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของพระนางมารี อังตัวเน็ต ออสการ์ไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจของเค้าคิดว่า “ช่างเป็นคนที่มีเกียรติอะไรเช่นนี้ พระองค์เกิดมาเพื่อเป็นราชินี ในพระทัยของพระองค์เป็นราชินีของฝรั่งเศสแล้ว พระนางอังตัวเน็ต หม่อมชั้นขอสาบานด้วยดาบของหม่อมชั้นว่า หม่อมชั้นจะรับใช้ฝ่าบาทตราบชั่วชีวิต”


จบตอนที่ 5

หน้าถัดไป




Create Date : 27 กันยายน 2556
Last Update : 11 มกราคม 2557 19:17:17 น.
Counter : 870 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



Lady Oscar
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



New Comments
กันยายน 2556

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
26
28
29
30
 
 
All Blog