ตอนที่ 3(2) ประกายไฟในแวร์ซายส์ (A Spark in Versailles)


         มาดามดูเบอรี่กลับเข้ามาในห้อง เธอใช้มือปัดถาดผลไม้ที่วางอยู่ ตกกระจายด้วยความโมโห ผลไม้กระจายเต็มพื้น เธอใช้เท้าเหยียบอย่างไม่ไยดี เธอนั่งลงหน้ากระจกแล้วเริ่มคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ "นังเด็กออสเตรียนั่น ไม่ยอมพูดกับชั้น" ยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้นึกถึงใบหน้าและเสียงหัวเราะถากถางของอังตัวเน็ต เธอขว้างขวดน้ำหอมใส่กระจกด้วยความโมโห กระจกร้าวและแตกกระจาย คนรับใช้ที่ยืนหลบอยู่ที่ข้างประตูรีบออกมาถาม
คนรับใช้:"มาดาม มีอะไรหรอคะ?"
ดูเบอรี่:"ไม่มีอะไร ชั้นอยากอยู่คนเดียว" ทันใดนั้นพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ก็เปิดประตูเข้ามาในห้องด้วยอารมณ์แจ่มใส
พระเจ้าหลุยส์ที่15: "555 ได้พบกับอังตัวเน็ตครั้งแรก เป็นยังไงบ้างดูเบอรี่ ? ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นที่ชื่นชอบของทุกคนนะ?"
ดูเบอรี่:"อย่างนั้นหรอเพคะ?" เธอตอบด้วยท่าทางไม่เต็มใจนัก
พระเจ้าหลุยส์ที่15: "อังตัวเน็ตสามารถกุมหัวใจของทุกคนในวังได้ภายในวันเดียว"
ดูเบอรี่:"ยัยเด็กผมแดงนั่นนะหรอ! ชั้นเกลียดหล่อน!"
พระเจ้าหลุยส์ที่15:"เฮ่ เฮ่ อังตัวเน็ตไม่ได้ผมแดงซะหน่อย ผมของเธอมีสีบลอนซ์สวย"
ดูเบอรี่:"ถ้าเทียบกับผมของชั้นแล้ว ผมของหล่อนแดง" 
พระเจ้าหลุยส์ที่15:"ชั้นก็คิดว่าอย่างนั้นแหละ" พระเจ้าหลุยส์ที่15 เดินก้าวไปในห้องแล้วก็เหยียบถูกเศษซากผลไม้ที่กระจายอยู่เต็มพื้น จึงถามด้วยความสงสัย
พระเจ้าหลุยส์ที่15:"นี่มันอะไรเนี่ยดูเบอรี่?"
ดูเบอรี่:"ไม่มีอะไรเพคะ  นี่เธอสองคนนั้นน่ะ" ดูเบอรี่เรียกเด็กรับใช้
คนรับใช้:"คะ?"
ดูเบอรี่:"อย่ามัวยืนอยู่เฉยๆ  รีบพาชั้นไปหาดีไซเนอร์ที่ดีที่สุดในปารีสซิ"
คนรับใช้:"ดีที่สุดในปารีสหรอ?"
ดูเบอรี่:"เร็วๆสิ  รีบๆพาชั้นไป" ดูเบอรี่ตะคอก
คนรับใช้:"ค่ะ มาดาม"
"ชั้นจะไม่ยอมแพ้ยัยเด็กนั่นหรอก คอยดูนะ ชั้นจะทำให้ชุดของเธอดูซีดไปเลย !" ดูเบอรี่คิด

          ณ โถงทางเดินในพระราชวังแวร์ซายส์ ซึ่งเป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ของเหล่าสตรีชนชั้นสูงทั้งหลาย  มาดามดูเบอรี่เดินเข้ามาทักทายทุกคนในที่นั้น
ดูเบอรี่ :"ทุกคน! หวังว่าพวกท่านคงสบายดี" เธอดึงดูดสายตาทุกคู่ที่อยู่ในที่นั้นด้วยชุดสีเขียวเข้ม ตัดด้วยลูกไม้และระบายสีม่วง ทุกคนชื่นชมในความงามของชุดที่เธอใส่
"ชุดของมาดามดิวเบอรี่สวยจังเลย " "แน่นอนสิ ชั้นไม่เคยเห็นชุดอะไรหรูหราขนาดนี้มาก่อนเลย" เสียงผู้คนชื่นชมอยู่รอบๆตัวเธอ  มาดาม   ดูเบอรี่กวาดสายตามองหาอังตัวเน็ตไปรอบๆห้อง "ยัยเด็กหัวแดงนั่นไม่ได้อยู่ที่นี่ เธออยู่ไหนนะ?" เธอคิดในใจ เมื่อมองไปไม่เจออังตัวเน็ต   พอดีกับที่ออสการ์และอังเดรเดินผ่านมาทางนั้นพอดี หญิงสาวต่างพากันมองไปที่ออสการ์และชื่นชมในความสง่างาม "นั่นท่านออสการ์นี่ โอ้ วันนี้เธอดูสง่างามกว่าทุกวันเลย" "แต่เธอดูเย็นชาจัง เธอไม่เคยพูดคุยกับพวกเราเลย" เสียงซุบซิบของหญิงสาวเหล่านั้นดังขึ้น  มาดามดูเบอรี่มองตามออสการ์ไปอย่างไม่ค่อยพอใจ พอดีกับที่อังตัวเน็ตเดินตรงเข้ามาหาออสการ์พอดี
อังตัวเน็ต:"โอ้ ออสการ์  สบายดีมั้ย?"
ออสการ์:" พะยะค่ะ"
อังตัวเน็ต:"นี่ออสการ์ เธอไม่อยากพูดคุยหรือเต้นรำกับคนอื่นบ้างหรอ?  ชั้นสงสัย?" อังตัวเน็ตกระซิบถาม  ออสการ์ทำหน้าลำบากใจไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร
อังตัวเน็ต:"ทำไมเธอไม่มาที่ห้องรับแขกในวันพรุ่งนี้ตอนบ่ายล่ะ?" อังตัวเน็ตกล่าวชวนออสการ์ไปที่ห้องรับแขกส่วนตัว
ออสการ์:"คงไม่เหมาะพะยะค่ะ พระนางอังตัวเน็ต  ถึงแม้ว่าหม่อมชั้นจะเป็นผู้หญิงแต่หม่อมชั้นก็เป็นทหารด้วยเช่นกัน  งานของหม่อมชั้นไม่ใช่การพูดคุย แต่เป็นการปกป้องเชื้อพระวงศ์ของฝรั่งเศส"  ออสการ์พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม อังตัวเน็ตทำหน้าเสียดาย "หม่อมชั้นขอประธานอภัยด้วยพะยะค่ะ" แล้วออสการ์ก็เดินจากไป  มาดามดูเบอรี่ที่ยืนดูการสนทนาของทั้งสองอยู่ห่างๆ ตอนนี้ในหัวสมองของเธอก็ได้คิดแผนการบางอย่างออกมาอีกแล้ว

อังเดร:"เฮ้! ทำไมเธอไม่รับคำเชิญขององค์หญิงล่ะ" อังเดรถามออสการ์ด้วยความสงสัย "รับประกันได้เลยว่าเธอจะต้องได้เลื่อนตำแหน่งแน่นอนถ้าเธอถูกเชิญไปที่ห้องรับแขกส่วนตัวของพระนางอังตัวเน็ตอย่างนี้"  ออสการ์หยุดเดินและหันมาต่อว่าอังเดร
ออสการ์:"อังเดร เธอก็คิดเหมือนพวกขุนนางในวังที่คอรัปชั่น อย่างนั้นหรอ? ถ้าเธอไม่ใช่หลานของแนนนี่นะ ชั้นจะต่อยหน้าเธอซักทีสองที" ออสการ์โกรธจัดแล้วเดินออกไป ทิ้งให้อังเดรยืนงงอยู่ข้างหลัง

          มาดามดูเบอรี่ยืนหลบอยู่ในมุมหนึ่งของโถงทางเดิน จ้องมองการสนทนาของเลดี้อังตัวเน็ตกับคนอื่นที่พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เธอคิดอยู่ในใจว่า "ยัยเด็กผมแดงนั่นไม่รู้จักซะแล้วว่าชั้นเป็นใคร เธอดูเหมือนจะลืมพูดคุยกับชั้น แต่วันนี้ ชั้นจะทำให้เธอได้รู้"
ดูเบอรี่: "นี่ ทุกๆคน ชั้นมีเรื่องที่น่าสนใจจะเล่าให้ฟัง"  ดูเบอรี่ร้องเรียกความสนใจจากทุกคนที่อยู่ในที่นั้น ด้วยความอยากรู้อยากเห็น หญิงสาวหลายๆคนที่อยู่ในที่นั้นต่างพากันไปรุมล้อมดูเบอรี่เพื่อรอฟังสิ่ง ที่เธอจะเล่า อังตัวเน็ตเห็นเช่นนั้น จึงแย่งความสนใจจากทุกคนมาที่เธอ
อังตัวเน็ต: "นี่ ทุกคน อยากจะมาฟังทางนี้มั้ย? ป้าของชั้นมีอะไรสนุกๆจะให้ทำ"
ป้าๆ: "พวกเราตกลงกันว่าจะไปหาอะไรเล่นกัน" จากนั้นหญิงสาวที่ลุมล้อมมาดามดูเบอรี่อยู่ก็ต่างพากันเปลี่ยนมารุมล้อมเลดี้อังตัวเน็ตบ้าง เหมือนเป็นสงครามแย่งความสนใจกันย่อมๆ  ทุกคนพากันมารุมล้อมอังตัวเน็ตและพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ทิ้งให้ดูเบอรี่ยืนโดดเดี่ยวอยู่คนเดียว  "ดูมาดามดูเบอรี่สิ สีหน้าของเธอโกรธจัดเลย  ลองคิดดูสิ พระนางอังตัวเน็ตยังไม่เคยพูดคุยกับมาดามดิวเบอรี่เลยซักครั้ง" "ถึงแม้ว่าเธอจะมีอำนาจมากที่สุดในวังเพราะได้รับความรักจากพระราชาก็เถอะ  แต่ตำแหน่งของเธอก็ไม่ได้สูง และเธอก็ไม่ได้รับอนุญาตให้พูดคุยกับองค์หญิงรัชทายาทก่อนด้วย" ผู้คนต่างพากันนินทามาดามดูเบอรี่  มาดามดูเบอรี่ยิ่งโกรธแค้นอังตัวเน็ตมากขึ้นอีก "ยัยเด็กออสเตรียนั่นแกล้งชั้น  ชั้นจะยอมให้เธอเมินเฉยใส่ชั้นต่อหน้าคนในวังได้ยังไงกัน?"

      ในขณะที่พระเจ้าหลุยส์ที่15 กำลังอ่านหนังสืออย่างเพลิดเพลินอยู่นั้น มาดามดูเบอรี่ได้เข้ามาทูลฟ้องฝ่าบาทและก็ดึงหนังสือออกไปจากพระหัตถ์โดยมิได้เกรงพระทัยฝ่าบาทเลย
พระเจ้าหลุยส์ที่15 : "เฮ้! อย่าพูดอะไรโง่ๆแบบนั้นสิ   อังตัวเน็ตจงใจไม่พูดกับเธอคนเดียวหรอ?  555 มันอาจจะเป็นแค่การเข้าใจผิดล่ะมั้ง"
ดูเบอรี่:"ไม่เพคะ เธอจงใจ"
พระเจ้าหลุยส์ที่15 :"เฮ้ เฮ้ เธอยังเด็กอยู่น่า เธอพึ่งจะอายุ 14"
ดูเบอรี่:"ก็เพราะว่าเด็กอายุ14 คนนั้น เป็นองค์หญิงรัชทายาทไงเพคะ หม่อนฉันถึงต้องรอให้เธอเข้ามาพูดกับหม่อมชั้นก่อน" ดูเบอรี่คุกเข่าอ้อนวอนฝ่าบาท
ดูเบอรี่:"ฝ่าบาททราบมั้ยเพคะว่า คนทั้งวังเค้าพูดกันว่ายังไง?
พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 : “ฮึ”
 ดูเบอรี่ : “เค้าว่า ยัยเด็กผมแดงนั่นกำลังท้าทายหม่อมชั้น"
พระเจ้าหลุยส์ที่15 :"555" ฝ่าบาทหัวเราะออกมาด้วยความมองโลกในแง่ดี "เธอคิดไปเองมากกว่า"
แต่ดูเบอรี่ไม่คิดอย่างนั้น "หล่อนท้าทายชั้น ชั้นเป็นคนเดียวที่สามารถบังคับให้พระราชาทำอย่างที่ชั้นต้องการได้ ... ดี..., ชั้นจะสั่งสอนบทเรียนให้เธอเอง" เธอคิดในใจ

    เช้าที่อากาศแจ่มใสวันหนึ่ง ในสวนของพระราชวังแวร์ซายส์ เหล่าผู้หญิงชนชั้นสูงต่างพากันมาเดินเล่น พบปะสังสรรค์ พูดคุยกันในสวน เลดี้อังตัวเน็ตเดินออกมาจากวัง ทักทายและพูดคุยกับทุกคนอย่างสนุกสนานและเป็นมิตร เธอเดินทักทายคนนั้น  คุยกับคนนี้ไปเรื่อยๆ ทันใดนั้นเธอก็หันหน้ามาปะทะกับมาดามดิวเบอรี่ ตาต่อตา อังตัวเน็ตจ้องมองไปที่ดูเบอรี่ด้วยสีหน้าแจ่มใส และค่อยๆเดินเข้าไปทางนั้น ผู้คนที่อยู่ในที่นั้นต่างแปลกใจในการกระทำของอังตัวเน็ตรวมทั้งอังเดรและออสการ์ด้วย  ดูเบอรี่เองก็คิดว่าอังตัวเน็ตจะต้องเข้ามาพูดคุยกับเธออย่างแน่นอน "ยัยเด็กเหลือขอนั่นก็ยังมีด้านดีอยู่บ้าง ในที่สุดเธอก็รู้ตัวว่าเธอลืมพูดคุยกับชั้น"  ดูเบอรี่คิดอยู่ในใจ  อังตัวเน็ตเดินเข้าไปใกล้มาดามดูเบอรี่มากขึ้น มากขึ้น  แต่แล้วเธอก็เดินผ่านเลยไปทักทายกับมาดามอีกคนที่อยู่ใกล้ๆ  ทุกคนที่อยู่ในที่นั่นต่างตกตะลึงในการกระทำของเลดี้อังตัวเน็ตอย่างสุดขีด  "โอ้! เลดี้อังตัวเน็ต" ดูเบอรี่รู้สึกโกรธจนควบคุมตัวเองแทบไม่อยู่ เธอกำพัดในมือไว้แน่น แล้วหันหลังวิ่งกลับเข้าไปในห้องทันที 

ทั่วทั้งวังทั้งขุนนางและสตรีชั้นสูง ต่างซุบซิบกัน
"ดูเหมือนว่าองค์หญิงรัชทายาทตั้งใจจะเพิกเฉยใส่มาดามดูเบอรี่จริงๆ” 
“แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ ภรรยาของชั้นอยู่ข้างพระนางอังตัวเน็ต"
"อืม  แต่พระราชาก็หนุนหลังมาดาม  มันน่าปวดหัวทั้งคู่"

"แต่ท่านออสการ์จะเลือกข้างไหนล่ะ?"
"จะเป็นมาดามดูเบอรี่รึป่าว? ก็เค้ารู้จักกันมานานแล้วนะ"
"ไม่หรอก เธอมาจากครอบครัวจาร์เจ ชั้นคิดว่าเธอต้องอยู่ข้างพระนางอังตัวเน็ตแน่นอน"


"ถ้าเกิดฝ่าบาททรงสิ้นพระชน มกุฏราชกุมารก็จะขึ้นนั่งบรรลังค์แทน แล้วถ้าเป็นอย่างนั้น พระนางอังตัวเน็ตก็จะกลายเป็นราชินี" 
"แต่ ณ จุดนี้ ถ้าชั้นต่อต้านอำนาจของมาดามดูเบอรี่ เราก็อาจจะหลุดออกจากตำแหน่ง"

จากเหตุการณ์ในวันนั้น ทำให้เหล่าขุนนางและชนชั้นสูงแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายเลดี้อังตัวเน็ต และฝ่ายมาดามดูเบอรี่  เหล่าขุนนางและชนชั้นสูงทั้งชายและหญิงจำเป็นต้องเลือกอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อความอยู่รอดและประโยชน์ของตน

       ที่บ้านของออสการ์ ออสการ์กับอังเดรก็คุยกันถึงเรื่องนี้ด้วย
ออสการ์:"เหล่าขุนนางขี้ประจบกำลังสับสน  พวกเค้าเลือกไม่ได้ว่าจะอยู่ข้างไหนถึงจะดีต่อตนเอง"
อังเดร: "ออสการ์ แล้วเธอจะอยู่ข้างไหนล่ะ?  ผู้หญิงพวกนั้นกำลังอยากรู้"
ออสการ์: "ชั้นไม่อยู่ข้างไหนทั้งนั้นแหละ  ชั้นจะคอยยืนอยู่ข้างหลังและดูผู้หญิงดวลกันอย่างเพลิดเพลิน"

          มาดามดูเบอรี่ทำลายข้าวของในห้องตนจนพังพินาศ เพื่อระบายความโกรธแค้นที่มีต่อเลดี้อังตัวเน็ต ทันใดนั้นดยุคโอเลียนก็เปิดประตูเข้ามา
ดูเบอรี่: "ดยุคโอเลียน  ท่านก็จะมาซ้ำเติมชั้นด้วยเหมือนกันหรอ?"
ดยุคโอเลียน: "ไม่แน่นอน มาดามดูเบอรี่  ชั้นต้องการจะช่วยท่าน"
ดูเบอรี่:"พระญาติของมกุฏราชกุมารเนี่ยนะ จะมาช่วยชั้น?"
ดยุคโอเลียน:"ใช่ ชั้นคิดว่าพระนางอังตัวเน็ตทำเกินไป  แต่มีทางนึงที่จะสยบพระนางอังตัวเน็ตได้” มาดามดิวเบอรี่ได้ยินดังนั้นก็ทำตาโตสนใจในคำแนะนำของดยุคโอเลียน

หัวค่ำของวันนั้น อังเดรรีบควบม้าอย่างรวดเร็วกลับมาที่บ้านของออสการ์ เพื่อส่งข่าวให้ออสการ์รู้
ออสการ์ : "อะไรนะ?! ให้แม่ของชั้นไปเป็นนางสนองพระโอษฐ์ของมาดามดูเบอรี่หรอ?" ออสการ์ตกใจสุดขีดเมื่อได้ฟังเรื่องที่อังเดรมารายงาน
อังเดร: "ใช่ ชั้นพึ่งได้ยินมา"
ออสการ์ : "เหลี่ยมจัดจริงๆ!  เธอพยายามดึงชั้นไปอยู่ข้างเธอ!"
อังเดร: "ถูกแล้ว  เค้ารู้ว่าเธอเป็นที่ชื่นชอบของคนอื่นๆ และถ้าได้เธอไปอยู่เคียงข้างแล้ว เค้าก็จะสามารถใช้เธอชักจูงพวกผู้หญิงมาอยู่ข้างเค้าได้"
ออสการ์:"ไม่นะ! ชั้นไม่อยากให้แม่ถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งของผู้หญิงในวัง"  ทันใดนั้นนายพลจาร์เจก็เดินเข้ามา
นายพลจาร์เจ: "ออสการ์.. มันเป็นรับสั่งของฝ่าบาท" นายพลจาร์เจพูดด้วยสีหน้าเศร้าสลด เพราะเค้าเองก็รู้สึกกังวลเช่นกัน  ออสการ์ก็รู้สึกตกใจมากที่ได้ยินคำนี้ "มันเป็นรับสั่งของฝ่าบาท"

จบตอนที่ 3

หน้าถัดไป




Create Date : 27 กันยายน 2556
Last Update : 18 พฤษภาคม 2560 8:08:08 น.
Counter : 1145 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Lady Oscar
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



New Comments
กันยายน 2556

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
26
28
29
30
 
 
All Blog