ตอนที่ 17(1) เวลาแห่งการเผชิญหน้า (Now,the time of encounter)
เช้าวันหนึ่งที่บ้านของออสการ์ โรซารี่กำลังเพลิดเพลินกับการเก็บดอกกุหลาบในสวน เธอเก็บดอกกุหลาบสีขาวและสีแดงใส่ลงในตะกร้าใบใหญ่

โรซารี่ : “ชั้นจะตกแต่งห้องของท่านออสการ์ด้วยกุหลาบสีแดงดีมั้ยน๊า? หรือกุหลาบสีขาวดี?” โรซารี่ยื่นมือออกไปเด็ดดอกกุหลาบสีขาวดอกใหญ่ แต่กลับถูกหนามของกุหลาบตำที่นิ้วมือจนเลือดไหล

โรซารี่ : “มีคนเคยกล่าวไว้ว่า “ถ้าเด็กผู้หญิงคนไหนเด็ดดอกกุหลาบแล้วถูกหนามตำ แสดงว่าเด็กคนนั้นไม่ใช่ขุนนาง...””

ทำให้โรซารี่คิดย้อนถึงเหตุการณ์วันที่ชาร์ล็อตพูดดูถูกเธอในวันนั้น

ชาร์ล็อต : “แม่หรอ? เธอเรียกว่าแม่ หรอ?! หยาบคาย! เธอไม่ใช่ขุนนางใช่มั้ย?! เธอไม่ใช่ขุนนางใช่มั้ย?!”

คำพูดดูถูกเหยียดหยามเหล่านั้น ยังคงตามมาหลอกหลอนเธออยู่ ยากที่จะลืม

โรซารี่ : “ชั้น... แม่ ชั้นจะทำยังไงดี?” โรซารี่ ยังคงจดจำเหตุการณ์ก่อนที่แม่ของเธอจะเสียชีวิตได้ดี

โรซารี่ : “แม่! แม่! แม่!”

นิโคล : “โรซารี่ เธอเป็นลูกสาวของขุนนาง แม่ของเธอชื่อมาทีน กาเบรียล...” นี่คือคำพูดสุดท้ายของแม่

โรซารี่ : “แต่คงไม่มีใครเชื่อชั้นหรอก ถ้าชั้นบอกว่า ชั้นเป็นลูกสาวของขุนนาง” ยิ่งคิดก็ยิ่งเศร้าใจจนน้ำตาเอ่อล้นเบ้าตา “ชั้น... ชั้น...” พอดีกับที่ออสการ์และอังเดรกำลังเดินผ่านมาทางนั้นพอดี โรซารี่จึงบังเอิญได้ยินการสนทนาของพวกเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ

อังเดร : “ออสการ์ เธอคิดว่าทำถูกแล้วหรอ? ที่พูดแบบนั้นกับมาดามโปลินยัคต่อหน้าพระพักต์ของพระนางอังตัวเน็ต...พลังความโกรธของผู้หญิงคงอยู่นิ่งได้ไม่นาน”

ออสการ์ : “ชั้นไม่มีทางเลือก ตราบใดที่โรซารี่ยังต้องตามหาคนที่ฆ่าแม่ของเธอในวังแล้วล่ะก็ พวกเราก็ไม่มีทางเลือก นอกจากให้เธออยู่ในฐานะของขุนนาง”

เมื่อได้ยินดังนั้น โรซารี่ก็รู้สึกปลื้มใจยิ่งนัก “ท่านออสการ์... ท่านทำทั้งหมดนี่ก็เพื่อชั้น!”

อังเดร : “เธอต้องระวังมาดามโปลินยัคไว้ให้ดี พวกเราไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นอาจจะวางแผนเล่นงานเราอีกก็ได้” อังเดรเตือนออสการ์ด้วยความหวังดี

ออสการ์ : “ชั้นรู้ดี”

และแน่นอน ทางด้านมาดามโปลินยัคก็ได้เตรียมตัวที่จะแก้แค้นเช่นกัน

โปลินยัค : “ถ้าออสการ์พาเด็กบ้านนอกคนนั้นเข้ามาในวังอีกล่ะก็ ชั้นจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของแก! 555”

ในค่ำวันนั้นเอง ภายในห้องอ่านหนังสือ ออสการ์ยังคงคร่ำเคร่งในการสอนโรซารี่เกี่ยวกับความรู้ต่างๆ ที่โรซารี่จำเป็นต้องรู้ เพื่อใช้ในการปลอมตัวเป็นขุนนาง เพื่อเข้าไปในวัง

ออสการ์ : “และแล้วในศตวรรษที่ 15 สงครามร้อยปีระหว่างการครองราชย์ของพระเจ้าชาร์ลที่7 ก็ได้สิ้นสุดลง” ออสการ์ปิดหนังสือลง

โรซารี่ : “ค่ะ ชั้นเข้าใจแล้ว”

ออสการ์ : “เธอทำงานหนักมากแล้ว ชั้นได้สอนประวัติศาสตร์ทั่วไป , วรรณคดี ,มารยาทสังคมให้เธอแล้ว”

“เธอกลายเป็นสาวสวย ราวกับว่า เธอเกิดมาเพื่อเป็นขุนนางและเธอสามารถแสดงกิริยาที่สง่างามได้อย่างน่าอัศจรรย์ มันยากที่จะเชื่อว่าเธอเป็นเด็กผู้หญิงที่เกิดในสลัม” ออสการ์คิด ออสการ์จ้องมองใบหน้าของโรซารี่ด้วยความชื่นชมจนโรซารี่รู้สึกเขินอาย

หลังจากที่คิดอยู่นานโรซารี่ก็ตัดสินใจที่จะขอความช่วยเหลือจากออสการ์

โรซารี่ : “เออ...ท่านออสการ์คะ? ท่านรู้จักผู้หญิงที่ชื่อมาทีน กาเบรียลมั้ยคะ?”

ออสการ์ : “มาทีน กาเบรียลหรอ? เค้าอยู่ในครอบครัวไหนล่ะ?”

โรซารี่ : “คือ... ชั้นไม่รู้ค่ะ ชั้นไม่รู้เลย...” โรซารี่มีสีหน้าเศร้าสลดแล้วน้ำตาก็เริ่มไหลออกมา

ออสการ์ : “ทำไมหรอโรซารี่?”

โรซารี่ : “เธอเป็นแม่ที่แท้จริงของชั้นค่ะ!” ออสการ์ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกตกใจ

ออสการ์ : “เธอว่าอะไรนะ?!”

โรซารี่ : “เธอเป็นคนที่ให้กำเนิดชั้นค่ะ! แม่บอกกับชั้นก่อนที่ท่านจะสิ้นใจว่า ชั้นเป็นลูกสาวของขุนนาง”

ออสการ์ : “จริงหรอ?! ทำไมเธอไม่บอกชั้นให้เร็วกว่านี่ล่ะ?!”

โรซารี่ : “เพราะว่าชั้นเองก็ไม่อยากจะเชื่อ! ว่าชั้นเป็นลูกสาวของขุนนาง...แต่ถ้าเธอยังมีชีวิตอยู่... ชั้นก็อยากจะพบเธอ ชั้นอยากจะพบเธอซักครั้ง!” โรซารี่ยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้น ออสการ์จึงเดินเข้ามาจับที่ไหล่ของโรซารี่เป็นเชิงปลอบใจ

ออสการ์ : “ชั้นเข้าใจแล้ว โรซารี่ ก็ได้ ชั้นจะตามหาผู้หญิงที่ชื่อ มาทีนกาเบรียล ให้เจอให้ได้”

โรซารี่ : “ขอบคุณท่านมากเลยค่ะ!” โรซารี่ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ

ออสการ์ : “แต่ตอนนี้นั่งลงก่อน ต่อไปเป็นการฝึกการออกเสียง ถ้าพวกเรารู้สึกว่าเธอเป็นขุนนางเมื่อไหร่ เธอก็จะได้เข้าไปในวังอย่างที่ตั้งใจ”

โรซารี่ : “ค่ะ”

ออสการ์ : “จริงๆแล้ว โรซารี่ ฝ่าบาทอยากพบเธอ ถ้าเธอเข้าไปในวังอีกครั้ง” เมื่อโรซารี่ได้ยินประโยคนี้ เธอก็มีสีหน้าตกใจกลัวสุดขีด

โรซารี่ : “ฝ่าบาทหรอ?! ไม่นะ... ชั้นไม่อยากเข้าเฝ้าราชินี!”

ออสการ์ : “ทำไมล่ะ โรซารี่?” ออสการ์รู้สึกงงกับท่าทางหวาดกลัวของโรซารี่

โรซารี่ : “ไม่...” แต่โรซารี่ก็ไม่กล้าพูดในสิ่งที่เธอเคยได้ยินมา “ทุกคนพูดว่าสาเหตุที่พวกเราต้องอดอยากจากความหิวโหย เป็นเพราะพระองค์ใช้จ่ายเงินไปกับทรัพย์สมบัติ” โรซารี่ได้แต่คิดอยู่ในใจพร้อมกับภาพราชินีใจร้ายในหัว

ออสการ์ : “เธอกลัวอะไร? ฝ่าบาทเป็นยังไงหรอ?”

โรซารี่ : “เปล่าค่ะ...”

ออสการ์ : “เธอจะไม่สามารถตามหาคนที่ฆ่าแม่ของเธอหรือแม่ที่แท้จริงของเธอได้ ถ้าเธอไม่เข้าไปในวัง”

โรซารี่ : “ชั้นขอโทษที่ชั้นต้องเห็นแก่ตัว...”

ออสการ์ : “ก็ได้ พวกเราจะไปแวร์ซายส์พรุ่งนี้เลย”

     ในคืนวันต่อมา งานเลี้ยงเต้นรำสุดหรูหราก็ได้ถูกจัดขึ้นอีกเช่นเคย เหล่าสตรีชนชั้นสูงและขุนนางทั้งหลายต่างพากันมาร่วมงาน รวมทั้งมาดามโปลินยัคและชาร์ล็อตลูกสาวของเธอด้วย รถม้าของเธอวิ่งมาจอดหน้าทางเข้างาน สองแม่ลูกก้าวลงมาจากรถม้า วันนี้ชาร์ล็อตสวมชุดราตรีสีส้ม สวยงามและหรูหราอีกเช่นเคย

โปลินยัค : “มาสิ ชาร์ล็อต ลูกจะต้องสวยที่สุดในงานเต้นรำคืนนี้ ไม่มีใครสามารถเทียบรัศมีลูกได้เลย” มาดามโปลินยัคกล่าวชมลูกสาว แต่ชาร์ล็อตกลับมีสีหน้าที่ดูเป็นกังวล

ชาร์ล็อต : “เขาพูดกันว่า เด็กผู้หญิงคนนั้นจะมากับท่านออสการ์ในคืนนี้ ท่านแม่คะ ไม่มีทางที่เด็กคนนั้นจะเป็นขุนนางหรอก!”

โปลินยัค : “ลูกจะกังวลเรื่องอะไรเล่า? ลูกไม่ต้องกังวลเรื่องเด็กบ้านนอกคนนั้นหรอก ไปกันเถอะ”

   เมื่อพวกเธอเดินเข้าไปในงาน พวกผู้หญิงก็พากันพูดถึงเธอ บ้างก็ชื่นชมในความงาม บ้างก็พากันนินทา “โอ้ว คุณหนูชาร์ล็อต วันนี้ชุดของเธอสวยมากเลย” “ใช่สิ ไม่ใช่เพราะว่ามาดามโปลินยัคคิดจะเอาคุณหนูชาร์ล็อตมาไล่จับขุนนางรวยๆหรอกหรอ?” “แต่คุณหนูชาร์ช็อตพึ่งอายุ 11 เองนะ แต่ชั้นก็ไม่แปลกใจเลย ถ้ามาดามโปลินยัคจะทำแบบนั้น 555”

และแล้วเสียงของเสนาบดีก็ดังขึ้น “ออสการ์ ฟรังซัว เดอ จาร์เจส์ มาถึงแล้ว” ออสการ์ โรซารี่ และอังเดร เดินเข้ามาในงาน ออสการ์สวมชุดเครื่องแบบทหารสีแดงกางเกงสีขาว ส่วนโรซารี่สวมชุดราตรีสีเหลืองอ่อน งดงามดุจเจ้าหญิงในเทพนิยาย ทุกๆสายตาต่างจ้องมองมาที่พวกเค้าดั่งต้องมนต์สะกด “โอ้ว ดูนั่นสิ ราวกับว่าบริเวณที่ท่านออสการ์ยืนอยู่นั้นมีแสงส่องประกาย เหมือนกับภาพวาดยังไงอย่างงั้น ช่างเป็นคนที่ส่ง่างามอะไรเช่นนี้” “ท่านออสการ์ของชั้นน่าอัศจรรย์เสมอแหละ...” “และผู้หญิงคนนั้นก็สวยมากด้วย”

เมื่อชาร์ล็อตเห็นทุกคนในงานต่างพากันสนอกสนใจโรซารี่จึงเกิดความอิจฉา

ชาร์ล็อต : “ท่านแม่คะ! ไม่มีใครสนใจเราเลย แม้ว่าครั้งที่แล้วที่ชั้นเจอเธอ เธอจะดูหยาบก็เถอะ”

โปลินยัค : “ไม่ต้องห่วง เด็กบ้านนอกนั่นจะร่าเริงได้อีกไม่นานหรอก เดี๋ยวลูกก็จะรู้ว่าแม่หมายความว่ายังไง”

ทันใดนั้นเสียงของเสนาบดีก็ดังขึ้นอีก “พระราชาและพระราชินีเสด็จแล้ว!” พระราชาและพระราชินีเสด็จเข้ามาในงานเลี้ยง พระนางอังตัวเน็ตเดินตรงมายังออสการ์ทันที

อังตัวเน็ต : “สวัสดี ออสการ์ คุณผู้หญิงคนนี้คือคนที่ท่านพูดถึงใช่มั้ย?”

ออสการ์ : “ใช่พะยะค่ะ พระนางอังตัวเน็ต นี่คือคุณโรซารี่ ลา เมอลิเย่ ญาติห่างๆของหม่อมชั้น ที่หม่อมชั้นพูดถึงในวันนั้นพะยะค่ะ”

เมื่อชาร์ล็อตและโปลินยัคเห็นดังนั้น ก็ยิ่งอิจฉามากขึ้น

ชาร์ล็อต : “ท่านแม่คะ! ฝ่าบาททรงตรัสกับพวกนั้นก่อนเรานะคะ!”

โปลินยัค : “ช...ชั้น ไม่อยากจะเชื่อเลย! พระนางอังตัวเน็ต!”

พระนางอังตัวเน็ตกล่าวทักทายโรซารี่

อังตัวเน็ต : “คุณโรซารี่ ลา เมอลิเย่ ทำตัวตามสบายนะ” เมื่อโรซารี่เงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์ของพระนางอังตัวเน็ตก็ต้องตกตะลึงในความงดงามและเป็นมิตรของพระนาง

โรซารี่ : “เธอคือราชินีหรอเนี่ย?! เธอไม่เหมือนอย่างที่คิดไว้เลยเธอไม่เหมือนที่คนในเมืองเค้าพูดกันเลยเธองดงามดุจเทพธิดา และพระทัยดีดุจพระแม่มารี” โรซารี่ยังคงยืนอึ้งอยู่ จนออสการ์ต้องกระซิบเตือนสติอยู่ข้างๆ

ออสการ์ : “เป็นอะไรไป โรซารี่! ทักทายพระองค์สิ”

โรซารี่ : “เออ... หม่อมชั้น... หม่อมชั้นรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เข้าเฝ้าฝ่าบาทเพคะ” โรซารี่โค้งคำนับพระนางอังตัวเน็ต

ทางด้านมาดามโปลินยัคเมื่อเห็นว่าฝ่าบาททรงสนพระทัยแต่ออสการ์กับโรซารี่ เธอจึงรีบเดินเข้ามาขัดการสนทนา

โปลินยัค : “ฝ่าบาท ทรงลืมหม่อมชั้นแล้วหรือเพคะ?”

อังตัวเน็ต : “โอ้ มาดามโปลินยัค...”

โปลินยัค : ฝ่าบาท นี่คือลูกสาวของหม่อมชั้น ชาร์ล็อตจะแนะนำตัวกับฝ่าบาทเพคะ มานี่สิชาร์ล็อต ทักทายฝ่าบาทหน่อย”

เมื่อโรซารี่เงยหน้าขึ้นมาเห็นใบหน้าของมาดามโปลินยัค ทั้งคู่เผชิญหน้ากัน ตาต่อตา โรซารี่ตกใจสุดขีด

โรซารี่ : “เธอคือ! ผู้หญิงคนนั้นผู้หญิงที่ฆ่าแม่ของชั้นด้วยรถม้าของเธอ แล้วหนีไปพร้อมกับเสียงหัวเราะ!” เธอนึกย้อนเหตุการณ์ในวันนั้น วันที่แม่ของเธอถูกรถม้าของมาดามโปลินยัคชนจนเสียชีวิต

โปลินยัค : “มัวรออะไรอยู่เล่า? ออกรถสิ!” เสียงนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัว

มาดามโปลินยัค เมื่อเห็นใบหน้าของโรซารี่ เธอก็รู้สึกตกใจไม่แพ้กัน

โปลินยัค : “นั่น นั่นมันเด็กสลัมสกปรกคนนั้นนี่! มันเป็นไปได้ยังไง?!”

โรซารี่ : “ฆาตรกรที่ฆ่าแม่ของชั้น!”

ออสการ์สังเกตเห็นสีหน้าของมาดามโปลินยัคและโรซารี่แล้วก็รู้ทันทีว่า คนที่ฆ่าแม่ของโรซารี่ ก็คือมาดามโปลินยัคนั่นเอง ในขณะที่คนอื่นๆไม่ทันได้สังเกต โรซารี่ค่อยๆหยิบมีดที่เธอซ่อนเอาไว้ออกมาและกำลังจะเดินเข้าไปหามาดามโปลินยัค ออสการ์เห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปดึงแขนของโรซารี่เอาไว้ และกระซิบกับโรซารี่เพื่อไม่ให้คนอื่นได้ยิน

ออสการ์ : “เดี๋ยวก่อน โรซารี่!”

โรซารี่ : “ท่านออสการ์!” ออสการ์ส่ายหน้าเป็นเชิงห้ามไม่ให้เธอทำแบบนั้น

โรซารี่ : “ทำไมล่ะคะ?! ได้โปรดปล่อยชั้นไปเถอะ!” โรซารี่ยังคงยืนยันจะแก้แค้นให้ได้ ออสการ์ก็ยังคงรั้งโรซารี่เอาไว้

โรซารี่ : “ทำไมล่ะ ได้โปรดปล่อยชั้นเถอะ!” โรซารี่มีท่าทีอ่อนลง ออสการ์จึงเริ่มเกลี้ยกล่อมโรซารี่

ออสการ์ : “ถ้าผลีผลามทำอะไรตอนนี้คงไม่เป็นผลดีกับเธอแน่ เธออยากจะตายเปล่ารึไง?!”

ทางด้านมาดามโปลินยัคที่ยังคงจ้องมองออสการ์และโรซารี่อย่างไม่คลาดสายตา และเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอคิดในใจว่า “ผู้หญิงคนนั้นพยายามจะฆ่าชั้นอย่างนั้นหรอ?” เมื่อมาดามโปลินยัคเห็นท่าไม่ดี เธอจึงคิดที่จะฟ้องพระนางอังตัวเน็ตทันที

โปลินยัค : “พระนางอังตัวเน็ตเพคะ! ผู้หญิงที่ชื่อโรซารี่คนนั้น ไม่ใช่ขุนนางเพคะ!” เมื่อคนอื่นๆได้ยินในสิ่งที่โปลินยัคพูด ก็ต่างรู้สึกฉงนและตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “อะไรนะ?!” “ไม่ใช่ขุนนางหรอ?” “เธอหมายความว่ายังไง?”

โปลินยัค : “เมื่อตอนที่หม่อมชั้นเข้าไปในปารีส เธอ...” มาดามโปลินยัคยังไม่ทันพูดจบ ออสการ์ก็ขัดขึ้นทันที

ออสการ์ : “เดี๋ยวก่อน มาดามโปลินยัค ท่านอยากจะบอกว่าเกิดอะไรขึ้นในปารีสงั้นหรอ?” ออสการ์เดินเข้าไปหามาดามโปลินยัค และกระซิบที่ข้างหูของเธอ

ออสการ์ : “ท่านจะสารภาพต่อหน้าฝ่าบาทว่า ท่านได้ฆ่าผู้หญิงบริสุทธิ์คนหนึ่งในปารีสด้วยรถม้าของท่านอย่างงั้นหรอถ้าอย่างนั้นคำสารภาพต่อหน้าเหล่าขุนนางจะทำให้ท่านไม่สามารถหนีการลงโทษไปได้ แม้ว่าท่านจะเป็นถึงมาดามโปลินยัคก็ตาม จำคำนี้ไว้! เพื่อตามหาท่านและแก้แค้นให้แม่ของเธอแล้ว เธอพร้อมที่จะสละชีวิต” ออสการ์ขู่มาดามโปลินยัค

โปลินยัค : “เธอพร้อมที่จะสละชีวิต...” มาดามโปลินยัครู้สึกหวาดกลัวในคำขู่ของออสการ์ขึ้นมา เธอจึงรีบกลับคำทันที

โปลินยัค : “พระนางอังตัวเน็ตเพคะ...หม่อมชั้นขอประทานอภัยที่ทำให้ต้องตกพระทัยเพคะ หม่อมชั้นเข้าใจผิดเอง”

อังตัวเน็ต : “ไม่เป็นไรหรอก มาดามโปลินยัค มันเป็นเรื่องไร้สาระที่จะมีเด็กผู้หญิงในเมืองมาอยู่ในแวร์ซายส์”

โปลินยัค : “หม่อมชั้นขออภัยเพคะ...”

โปลินยัค : “เธอพร้อมที่จะตาย เพื่อแก้แค้นให้แม่ของเธอ เธอตัดสินใจแบบนั้นจริงๆหรอ? ช่างเป็นผู้หญิงที่น่ากลัว...น่ากลัวจริงๆ” โปลินยัคคิด

หน้าถัดไป




Create Date : 25 สิงหาคม 2556
Last Update : 14 ตุลาคม 2558 22:10:04 น.
Counter : 856 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



Lady Oscar
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



New Comments
สิงหาคม 2556

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
All Blog