Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2552
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
5 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
กระเพาะปลาร้อนๆค่ะ

สวัสดีค่ะ วันนี้เอากระเพาะปลา (fish maw soup) มาฝากค่ะ   เนื่องจากย้ายมาอยู่มาเลเซียก็เลยได้เจอกระเพาะปลาของจริงเสียที เลยเอามาทำดูซิ มันจะต่างจากแคปหมูมั้ย ตอนอยู่โปรตุเกสหากระเพาะปลาไม่ได้เลย เจอแต่แคปหมู เลยกินกระเพาะปลาแคบหมูจนชินเลยค่ะ อิอิ คราวนี้ได้ฤกษ์ทำกระเพาะปลาจริงเสียที อ้อมว่าความแตกต่างคือความนิ่มค่ะ เหมือนกระเพาะปลาจริงจะลื่นๆ นิ่มๆกว่า แต่เอาเข้าจริงๆ ถ้าหากระเพาะปลาไม่ได้ แคปหมูุก็โอเคเลยค่ะ

สูตรนี่อ้อมก็ได้มาจากอินเตอร์เนท เวปต่างๆ เสริ์ชมั่วมากเลย ผสมๆ คนนั้นที คนนี้ที จนออกมาเป็นอันนี้




ส่วนผสม
-กระเพาะปลาแห้ง (ถ้าใครไม่มี หาไม่ได้ ก็ใช้แคปหมุแทนได้ค่ะ ทำมาแล้ว ไม่ผิดหวัง แก้ขัดได้จริงๆ)
-หน่อไม้, ไข่นกกระทา, เห็ดหอม, เส้นหมี่, อกไก่ ของพวกนี้ปริมาณตามความชอบค่ะ
-ซีอิ๊วขาว 3 ชต , ซีอิ๊วดำ 1 ชต, พริกไทย 1/2 ชช
-แป้งมัน หรือ แป้งข้าวโพด ผสมนำเตรียมไว้หนึ่งถ้วยเลยค่ะ ( อ้อมใช้แป้งมันค่ะ)
-ผักชีไว้โรยหน้า
-พริกนำส้ม

วิธีทำ
- เอากระเพาปลา (หรือแคปหมู) มาแช่นำ้ ให้นิ่มค่ะ (บางคนบอกว่าเอาแช่นำส้มสายชูจะช่วยดับกลิ่นหืนของประเพาะปลาได้ แต่พอดี อ้อมไม่ค่อย sensitive เรืองกลิ่นหืน ก็เลย เอาแช่นำเปล่า แล้วผสมนำส้มสายชูไปสองช้อนโต๊ะแทน หุหุ ความจริงแล้ว งกค่ะ กลัวนำส้มสายชูหมดอ่ะ) พอกระเพาะปลาหรือแคปหมูนิ่มก็ตัดเป็นชิ้นๆ เส้นๆ พอคำไว้ค่ะ
- หน่อไม้ก็เอาลวกแล้วตัดเป้นเส้นๆไว้ค่ะ
- เส้นหมี่ก็ลวก แล้วพักไว้ค่ะ ( ในนี้ไม่มีเส้นหมี่ เพราะอ้อมลืมไปสนิทเลยค่ะ ถ้ามีด้วยจะอร่อยมากๆ แต่ใครไม่ชอบ ไม่ต้องใส่ก้ได้ค่ะ)

 



                                                                  
- เอาเห็ดหอมแช่นำ้ ก่อนเลยค่ะ พอนิ่มแล้วก้มาหั่นเป็นชิ้นๆ
- ห้ามทิ้งนำเห้ดหอมนะคะ เดี๋ยวเราจะเอานำแช่เห้ดมาผสมกับนำซุป





-ตั้งนำซักค่อนหม้อ ที่เราจะทำ ตั้งให้เดือด  พอเดือดเอาไก่ใส่ลงไป
- พอไก่สุก ก็หยิบแต่ไก่เอาออกมาพักให้เย็น แล้วฉีกเป็นเส้นๆ
- นำที่ต้มไก่ ไม่ทิ้งนะคะ เพราะเราจะเอามาทำซุป


  

 



- อีกหม้อก็ตั้งนำ พอนำ้เดิอดก็เทไข่นกกระทาใส่ลงไปต้มเลยค่ะ
- พอเดือด ก็ปลอกเปลือกทิ้งไว้ ตอนแรกมีไข่สิบห้าฟอง พอจะกินทำไมเหลือแค่สิบเอ็ดฟองไม่รู้ อิอิอิ มันน่ากินมากๆเลยค่ะ เหยาะแม๊กกี้และพริกไทย โอววว กินหมดได้ง่ายๆเลยหล่ะ



- เอานำแช่เห็ด มาผสมกับนำที่ต้มไก่เมื่อกี๊ค่ะ ถ้าดูแล้วน้อยไป ไม่พอกินก็เติมนำเปล่าได้นะคะ

-ตั้งนำให้เดือดเลยค่ะ



- พอนำเดือดใส่กระเพาะปลาลงไปค่ะ


- ต้มกระเพาะปลาซักสิบนาที จะได้นิ่มๆ


 


- สิบนาทีผ่านไป ใส่เห็ดหอม กับหน่อไม้ลงไปเลยค่ะ




- คนให้เข้ากัน

- ตามด้วยซีิ๊อิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ และพริกไทย




- ต้มไปอีกซักสิบนาที ตามด้วยไก่  และไข่นกกระทา

- ให้ชิมรสดูนะคะ ว่าชอบหรือยัง ถ้ายังให้ปรุงด้วยซีอิ๊วขาว นะคะ ใส่เกลือได้นิดหน่อยแต่อย่าเยอะนะคะ



-พอได้ที่แล้วก็ เทแป้งมันพร้อมคนๆไปพร้อมๆกันค่ะ  ใส่ไปจนกว่าจะพอใจในความเหนียวนะคะ




-  เมื่อพอใจในความเหนียวแล้วก็ปิดไฟ เตรียมกินเลยค่ะ


- เตรียมนำ้ส้มไว้เลยค่ะ ขาดไม่ได้เลย (พริกแดงตำ +  นำส้มสายชู)




-เวลาจะทานก็เอาเส้นหมี่วางในชาม แล้วก็ซุปกระเพาะปลาราดเลยค่ะ โรยผักชีบนหน้านิดหน่อย ใส่พริกนำส้มตามปรารถนา ส่วนพริกไทยนั้น ใส่ได้อีกนิด นิดจริงๆนะคะ เพราะเราใส่ไปในหม้อแล้ว ค่อนข้างร้อนแล้ว บางคนก็เหยาะแม๊กกี้อีก อันนี้ก็แล้วแต่ชอบค่ะ ลองปรุงๆดูนะคะ ไม่ยากเลย



Free TextEditor


Create Date : 05 พฤษภาคม 2552
Last Update : 5 พฤษภาคม 2552 17:15:57 น. 11 comments
Counter : 492 Pageviews.

 
ทำให้คิดว่า อยากทำกะเพาะปลาถวายพระสงฆ์ค่ะ


โดย: BIG MANGO (BIG MANGO ) วันที่: 5 พฤษภาคม 2552 เวลา:17:38:23 น.  

 
น่ากินที่สุด


โดย: cat IP: 124.122.144.185 วันที่: 5 พฤษภาคม 2552 เวลา:18:08:23 น.  

 
ขอ 1 ชาม หน่อไม้เยอะๆไม่เอาไข่ ค่ะ


โดย: อ้อมกอดของความเหงา วันที่: 5 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:12:11 น.  

 
น่ากินจังเลยค่ะ


โดย: Febie วันที่: 5 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:39:00 น.  

 
น่ากินมาก อาหารสุดโปรดเลยค่ะ


โดย: Mehndi Laga Ke Rakhna วันที่: 5 พฤษภาคม 2552 เวลา:23:50:56 น.  

 
หืม.ม.ม......ว้าว.ว.ว...น่ากินมากๆครับ..


โดย: บูรพากรณ์ วันที่: 5 พฤษภาคม 2552 เวลา:23:59:12 น.  

 
เพิ่งทำกนไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเองค่ะ เห็นแล้วก็อยากกินอีกจัง


โดย: currywurst วันที่: 6 พฤษภาคม 2552 เวลา:1:42:10 น.  

 
อยากกิ้นนนนน


โดย: tanamura วันที่: 6 พฤษภาคม 2552 เวลา:4:44:42 น.  

 
น่ากินสุดๆค่ะ อยากกินมั่งแล้ว แต่ไม่มีกระเพาะปลา คงต้องอาศัยหนังหมูมาทำแทน อิๆๆ


โดย: ClayAnn วันที่: 6 พฤษภาคม 2552 เวลา:7:54:49 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะ


โดย: CrackyDong วันที่: 12 พฤษภาคม 2552 เวลา:3:30:34 น.  

 
เห็นแล้วกลืนน้ำลายแทบไม่ทันแน่ะ น่ากินจัง


โดย: wiyada_susi วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:14:54:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

นางพีลลี่
Location :
KL Malaysia

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




a lady of leisure - นางพีลลี่ แม่บ้านไทย สะใภ้อังกฤษ มือใหม่หัดสร้าง blog ขณะนี้พำนักอยู่ ณ ประเทศมาเลเซีย ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนค่าาาา (ชื่อ อ้อม นะคะ)

Photobucket

Friends' blogs
[Add นางพีลลี่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.