รักเด็กตาหวาน
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
11 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
Diary ของมิว, Part I

วันที่ 30 ธันวาคม 2007
สวัสดีจ๊ะ ไดอารี่ มิวเอง
ตลกละกู เขียนอะไรหวานแหววเป็นเด็กผู้หญิงเชียว วันนี้เริ่มเขียนไดอารี่ เป็นวันแรกในชีวิต เพราะเหตุผลเดียว " หญิง "
หลังจากหลบหน้ากันไปมา จากเหตุการณ์ ในห้องหญิงวันนั้น ถึงเราจะเจอกันที่คอนเสิรต วันคริสมาต แต่หญิงกับเรา ก็ไม่ได้เจอหน้ากันจัง ๆ สักที
จนวันนี้ เรากลับมาถึงบ้าน เจอหญิงนั่งอยุ่ที่ม้านั่งหน้าบ้าน เหมือนเมื่อก่อน เราจะหลบเข้าบ้านก็ไม่ทัน หญิงเงยหน้าขึ้นมาซะก่อน พอสบตากัน เราเลยต้องทัก
"หวัดดีหญิง เป็นไงบ้าง" เออ ไม่เขินเท่าไหร่แหะ
"ก็ดี มิวล่ะ" หญิงถามกลับ
"เหมือนกัน วันหยุดไม่ไปเที่ยวไหนเหรอ" เราพยายามหาเรื่องคุย
"กำลังจะไป เอาของขวัญมาให้มิวก่อน" เพิ่งสังเกตุ มีของขวัญกล่องแบนๆ สีเขียว ผูกโบว์สีทอง วางอยู่ข้างตัวหญิง
"ขอบใจนะ เราไม่มีอะไรให้เลย ไว้วันหลังละกัน" ผมพูดขึ้นเมื่อหญิงยื่นของขวัญให้ หญิงน่ารักเสมอ
"ไม่เป็นไร" หญิงยิ้มให้ฝืนๆ ให้ตายเถอะ เรานี่แย่จริงๆ ทำไมไม่บอกไปว่า ซื้อให้แล้ว แต่ลืมหรืออะไรก็ได้ แต่ถ้าหญิงอยากได้ตอนนี้ จะไปหาที่ไหนมาให้ได้ล่ะ โกหกไม่เก่งซะด้วยเรา
หญิงลุกขึ้นเดินเข้าไปบ้านฝั่งตรงข้ามกับบ้านเรา แต่ก่อนที่เราจะเปิดประตูบ้าน ก็ได้ยินเสียงหญิงเรียกชื่อ
"มิว" เราหันไปมอง
"ทำไมเหรอหญิง"
"หญิงให้ไดอารี่มิว เขียนด้วยนะ เผื่อหญิงจะไปแอบอ่าน" หญิงยักคิ้วให้เราทีนึง แล้ววิ่งเข้าบ้านไป ทิ้งให้เรามองกล่องของขวัญ อยุ่คนเดียว
"ไดอารี่เนี่ยนะ จะให้เขียนอะไรล่ะ" คำถามนี้ เราถามตัวเอง

ไม่ถึงสองเดือนที่ผ่านมา มีอะไรเกิดขึ้นรอบตัวเรามากมาย นำพาทั้งน้ำตาและรอยยิ้มมาสู่ ชีวิตที่เคยเงียบเหงาของเรา
เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ได้ซึ้งกับความปรารถนาดีของเพื่อนๆ ที่เหมือนจะรู้จักแต่ก็ไม่รู้จักเลย จนมันพูดขึ้นมาว่า "ไม่ว่ายังไงเราก็เป็นเพื่อนมัน" และที่สำคัญที่สุด เราได้รู้จักกับความรัก
นับจากวันที่ได้เจอ โต้ง เพื่อนเก่า ที่สยามวันนั้น ดูเหมือนชีวิตเราจะกลับไปเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว เหมือนชีวิตเมื่อก่อนของเรา มันไม่มีอยู่จริงอย่างงั้นแหละ
เราเพิ่งรู้ว่าวันที่เราคิดว่าไม่มีใคร เป็นวันที่เราได้ค้นพบความรักจากคนมากมาย ถ้าเราไม่เจ็บปวดเจียนตาย คงไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเช้าวันใหม่ ได้สดใสถึงเพียงนี้

ปล. ถึงหญิง ถ้าได้มาแอบอ่านนะ เราสัญญาจะเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของหญิงตลอดไป ถึงมันจะไม่ดีเท่าที่หญิงต้องการ แต่เราหวังว่ามันจะดีเพียงพอ เมื่อก่อนหญิงคอยแต่ถามว่าเราเป็นไง ทำอะไรบ้าง แต่นับจากวันนี้ไป เราจะเป็นคนเล่าให้หญิงฟังเอง ว่าแต่ละวัน มีอะไรเกิดขึ้นกับเราบ้าง แล้วเราจะยิ้มให้หญิงก่อนทุกครั้งที่เจอกันด้วยนะ



Create Date : 11 มีนาคม 2551
Last Update : 11 มีนาคม 2551 22:39:34 น. 8 comments
Counter : 294 Pageviews.

 
วันที่ 31 ธันวาคม 2007
แวะเอาของขวัญไปให้หญิง แต่ม๊าหญิงบอกว่า หญิงออกไปเที่ยวกับเพื่อน คงไปเค้าท์ดาวน์กัน เราเองก็มีงานต้องไปเล่นคอนเสริตที่ หน้าห้างเซ็นทรัลเวิรลด์ หวังว่าปีนี้คงไม่มีใครมาขู่วางระเบิดนะ
ไอ้เอ็กซ์ โทรมารำพึงรำพันว่าหมามันไม่สบาย ถามเราว่าทำไงดี อ้าวมึง จะให้กูไปรักษาให้เหรอไง พาไปหาหมอดิวะ
น้องอ้วน จะไปประกวดร้องเพลงกับสยามกลการ มาชวนเราด้วย ไม่เอาหรอก ไม่อยากไปร้องผู้ชนะสิบทิศ ขอแค่เป็นกองเชียร์ก็พอ
ก็ไม่มีอะไรมากกว่านี้แล้วละมั้งวันนี้
อ้อเกือบลืม เมื่อกี๊โต้งส่ง sms มาสวัสดีปีใหม่ ก็ดีนะ
ปล. ถึงหญิง อยากหวัดดีปีใหม่หญิงด้วยตัวเอง ไงก็เจอกันพรุ่งนี้ละกัน


โดย: kwanmanee วันที่: 11 มีนาคม 2551 เวลา:22:54:03 น.  

 
วันที่ 1 มกราคม 2008
ป๊า โทรมาให้ไปกินข้าวที่บ้าน ญาติๆ อยากเจอให้เอาเทปไปแจกน้องๆ ด้วย มีเหลืออยู่สามสี่แผ่น ไรท์เพิ่มคงไม่ทัน ไว้ส่งไปให้วันหลังละกัน
น้องๆ วงออกัสบางคนต้องไปแข่งประกวดวงโยฯ ที่ยุโรป ก็ขอให้โชคดีประสบความสำเร็จ อย่าดังแล้วแยกวงละกัน
น้องอ้วน โทรมาชวนอีกรอบให้ไปประกวดด้วยกัน จะบลอคสายมันดีไหมเนี่ย ไอ้น้องรักเอ๊ย
ไอ้เอ็กซ์ บอกจะพาหมาไปหาหมอแล้ว อ๊าว ยังอยู่เรอะ นึกว่าไปซะแล้ว มันถามถึงพี่จูนด้วย คิดถึงพี่เค้าเหมือนกัน ไม่รู้เป็นยังไงบ้าง
เจอหญิงเมื่อกี๊ เลยฝากของขวัญไปให้โต้ง เพราะคงต้องกลับบ้านหลายวัน หญิงคงเจอโต้งเร็วกว่าเรา เหมือนหญิงมีอะไรจะถาม แต่ก็ไม่ถาม ดีแล้วละ เราเองก็ยังไม่พร้อมจะตอบคำถามหญิงเหมือนกัน ไม่อยากโกหกบอกตรงๆ
ปล. ของขวัญที่ฝากหญิงไป ก็แค่กรอบรูปทำมือที่น้องๆ เค้ามาบังคับซื้อน่ะ สวยดี เหมือนของหญิงแหละ แต่สีฟ้า
วันที่ 4 มกราคม 2008
กลับจากระยอง ก็ต้องถ่อไปสยามเลย เพราะ น้องๆ หลาน อยากได้ซีดีแบบมีกล่อง ไรท์ไม่เอาเดี๋ยวเพื่อนหาว่าเป็นแผ่นผี โทรไปหาพี่เปี๋ยก ที่ดีเจสยาม ให้เก็บไว้ให้ สามแผ่น เหนื่อยจริงๆ ปีใหม่นี้
เจอโต้ง กับพวกเพื่อนตรงหน้าพิซซ่าฮัท ใจเราอยากจะหลบไปก่อน แต่โต้งเดินเข้ามาทัก หวัดดีปีใหม่กัน เพื่อนๆ โต้งมาขอลายเซ็น บางคนก็ขอเบอร์ คงกะขอตั๋วฟรีคอนเสริต เดือนหน้าละมั้ง ยังไม่ทันตอบ โต้งก็ขอแยกกับเพื่อน มาคุยกับเรา ให้ตายเถอะจะหนีก็หนีไม่ได้ จะให้เผชิญหน้าเราก็ยังไม่พร้อม ก็ได้แต่คุยเรื่องทั่วไป จนถึงร้านพี่เปี๊ยก ไม่น่าเชื่อพี่แกจำโต้งได้ด้วย
โต้งจะชวนไปกินอะไรต่อ แต่เราไม่ไหวแล้ว เลยขอตัวกลับก่อน ดีที่โต้งไม่รั้งไว้ พอขึ้นแท็กซี่ได้ น้ำตาไม่รู้มาจากไหนไหลไม่หยุดเลย แปลกดี แค่อยู่ใกล้คนๆนึง ทำให้เราเป็นบ้าไปได้ขนาดนี้เลยเหรอ หัวใจมันเต้นจนแทบทะลุออกมานอกอกอยุ่แล้ว โต้งจะได้ยินหรือเปล่านะ
ปล. ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไงนะหญิง แต่วันนี้ เราขอตั้งหลักก่อนละ เพิ่งรุ้คำตอบว่าถ้าเจอโต้งเราจะเป็นยังไง อยากเข้มแข็งได้เหมือนหญิงจริงๆเลย
วันที่ 5 มกราคม 2008


แปลกที่เมื่อคืน เรานอนหลับสนิท ไม่ผันเลยสักนิด ตื่นเช้ามาก็เลยงงๆ อาจจะนอนมากเกินไป นั่งขำตัวเองอยุ่บนเตียงนานเหมือนกัน เมื่อวานก็ร้องไห้มาบนรถแท็กซี่ คนขับคงกลัวเราจะเป็นอะไรไป มองมาตลอด เออคนร้องให้นี่แปลกนะ ตอนร้องก็ไม่แคร์สายตาคนรอบข้าง จะร้องจนตาบวมให้มันสะใจ แต่พอร้องเสร็จ ก็รู้สึกว่าตัวเองงี่เง่าชะมัด

ป้าอร เอาของทะเลไปให้ม๊าหญิงเมื่อเช้า แกเผลอเอาปลาเค็มที่เราอยากกินไปให้ทั้งถุงเลย กะจะให้ทอดกินกับข้าวต้ม ก็อดเลย หึสมน้ำหน้าอยากคร่ำครวญนัก นายมิว กินโจ๊กกับปาท่องโก๋เหมือนเดิมน่ะแหละ

มือถือแบตหมดเมื่อวานไม่รู้ตัว พอเริ่มชาร์จ ก็โดนไอ้เอ็กซ์ โทรมาสวดแต่เช้า หมามันหายแล้ว เออดีใจด้วยมึง

น้องปิงปอง จะชวนไปดูหนัง ไม่อยากไปเท่าไหร่ แต่มันก็อ้อนจนต้องรับปาก เห็นว่าจะชวนแวนกับต่อไปด้วย เออจะได้เจอเพื่อนๆ หลังปีใหม่ซะที

โต้งโทรมาก่อนเที่ยง คิดอยู่นานว่าจะรับดีไหม แต่มือก็เผลอกดรับไปโดยไม่รู้ตัว แล้วก็ตกลงไปดูหนังกับโต้งบ่ายนี้ ไม่รู้เรื่องอะไรเหมือนกัน

รู้สึกสติจะไม่อยุ่กับเนื้อกับตัว เดี๋ยวค่อยกลับมาเขียนต่อนะ

วันที่ 5 มกราคม 2008 (ต่อ)


โต้งนัดเจอที่สกาล่า ตอนสิบเอ็ดโมง คนทั้งกรุงเทพพร้อมใจกันมาสยามรึไงนะ รถติดบรรลัย กว่าจะไปถึงก็เกือบเที่ยง มานึกได้ตอนจ่ายตังค์ค่ารถ ว่านัดพวกปิงปองที่เซ็นทรัลลาดพร้าวตอนเที่ยง โดนน้องด่าเละเลยเรา

โต้งยิ้มให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เออ มันก็จริงนะเรื่องเมื่อวาน เราคิดไปเอง เพ้อเจ้อไปคนเดียว โต้งก็ยังเหมือนเดิมทุกอย่างนี่ เฮ้อ

วันนี้ก็แค่ไปกินข้าว กินขนมที่ร้านขนม แพงแต่อร่อยเหมือนเดิม ท่าทางโต้งจะชอบมาก สั่งกลับบ้านเกือบสิบชิ้น ได้เสื้อมาตัวนึง สีเขียวอมฟ้า สวยดี ตอนแรกจะเอาสีฟ้าเข้ม แต่โต้งบอกตัวนี้สวยกว่า พอลองก็สวยกว่าจริงๆ เพิ่งรู้ว่าโต้งช่างเลือก คงช่วยเลือกของให้แฟนบ่อย

เห็นว่าเขาจะทุบเซ็นเตอร์พอยท์ทิ้ง จะทำเป็นตึกอะไรสักอย่าง เสียดาย เลยไปนั่งกินกาแฟแถวน้ำพุ สั่งลา


คนเยอะ แต่เราไม่รู้จักใครเลย ถึงอย่างนั้น ก็ไม่เหงาสักนิด ทำไมนะแค่คนๆ เดียวทำไมมีอิทธิพลกับเรามากมายอย่างนี้


ปล. หญิงรู้ไหม โต้งไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องวันคริสต์มาสต์เลย เราก็ไม่อยากถาม กลัวคำตอบ ถ้าเราจะได้แค่นี้ก็คงดีที่สุดแล้วมั้ง


โดย: kwanmanee วันที่: 11 มีนาคม 2551 เวลา:22:55:39 น.  

 
วันที่ 6 มกราคม 2008


เมื่อคือฝันถึงอาม่า เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน รู้สึกอบอุ่นที่ได้เจออาม่าอีก ถึงจะในฝันก็เถอะ อาม่ามาให้กำลังใจมิวใช่ไหม คงรุ้ว่ามิวต้องการมากๆเลยตอนนี้ ถ้าอาม่ายังอยู่มิวคงไม่อ่อนแออย่างนี้

เอาน่า สูดลมหายใจเข้าออกลึก พร้อมเผชิญกับวันใหม่อีกวันนะเรา
ไอ้เอ็กซ์ โทรมาบอกถ้าว่างให้ไปเยี่ยมหมามันหน่อย อาการไม่ดีอีกแล้ว มันจะมีเรื่องอื่นนอกจากหมาป่วยอีกไหมวะนี่ ก็ปลอบใจมันไป โดนดักว่าไม่ต้องรับปากว่าจะมาเยี่ยม เพราะเจ้าปิงปอง โทรไปฟ้องว่า เราทิ้งมันมาเรียบร้อย กูเละอีกรอบ

น้องอ้วนโทรมาร้องไห้ บอกร้อง And I am Telling You ,I’m not going ที่จะประกวดไม่ได้เสียงไม่ถึง ก็เข้าใจน้องมัน พยายามเข้าน้อง พี่เชื่อน้องทำได้ พี่มั่นใจน้องเป็นคนตั้งใจจริง กับทุกอย่างถึงจะอายุยังน้อย สู้นะอ้วน

พี่อ๊อด โทรมาถามเรื่องเพลงใหม่อีกแล้ว ซวยละกู ตั้งแต่เพลงกันและกัน ก็ไม่ได้เขียนอะไรเลย นอกจากไดอารี่

วันที่ 6 มกราคม 2008 (ต่อ)


ม๊าหญิง ทำยำปลาเค็มทอดมาให้ กินตอนเที่ยง ป้าอรก็แสนดี ต้มข้าวต้มให้เราทันที นั่งกินไปก้คิดได้ว่าของอะไรที่เป็นของเรายังไงมันก็ต้องเป็นของเรา อยู่วันยังค่ำ แต่อะไรที่มันไม่มีทางเป็นของเรา ต่อให้พยายามแค่ไหนก็ต้องมีเหตุให้พรากจากกันอยู่ดี เป็นข้าวต้มเคล้าปรัชญาชีวิต

เกิดขยันขึ้นมา นั่งอ่านหนังสือเรียน ตั้งแต่บ่ายยันเย็น มารู้ตัวอีกทีฟ้าข้างนอกก็มืดแล้ว อีกไม่กี่เดือนเราก็จะเข้ามหาวิทยาลัย โตขึ้น ทำงาน แค่นี้เองน่ะเหรอชีวิต ถอนหายใจบ่อยช่วงนี้ พยายามไม่คิดมาก แค่ได้ตื่นขึ้นมาทุกเช้าและทำวันนั้นให้ดีที่สุดก็พอแล้ว เข้าใจไหมมิว

เกือบลืม ได้โปสการ์ดอวยพรปีใหม่ จากเชียงใหม่ ไม่มีชื่อคนส่ง แต่เดาได้ว่ามาจากใคร ข้อความสั้นจากภาคเหนือบอกเราว่า “บางครั้งการก้าวที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ก็คือการก้าวถอยหลัง”

วันนี้อะไรๆ ก็เป็นปรัชญาไปซะหมด ก็ดีทำให้ชีวิตมีความหมายขึ้น

ปล. ได้ยินเสียงหญิงโวยวาย ม๊ากับเฮียอีกแล้ว ใจเย็นน่า ครอบครัวเดียวกัน


วันที่ 7 มกราคม 2008


รีบไปง้อปิงปองแต่เช้า ซื้อขนมครกเจ้าอร่อยหน้าปากซอยไปฝาก กว่ามันจะยอมดีด้วย ไอ้แวนกับน้องอ้วนก็ล่อหมดกล่อง เลยต้องยอมเลี้ยงน้ำแข็งใส พวกมันทุกคน ช่วงนี้สงสัยลัคนา เงินตราเป็นทุกขลาภ จนแต่ต้นเดือนเลยกู

ไอ้แวนเล่นเพลงโมสาร์ทอีกแล้ว เพราะดีเคยเล่นได้หลายเพลง โชแปงก็ยังชอบอยู่ คืนนี้ไปรื้อแผ่นเก่าๆ มาฟังก่อนนอนดีกว่า เคยอ่านว่าฟังโมสาร์ท แล้วจะฉลาดขึ้น ช่วงนี้เหมือนจะโง่ลง

ไอ้เอ็กซ์ เอารูปหมาตัวใหม่ที่แม่มันได้มาจากญาติ มาให้ดู ถามมันว่าแล้วตัวที่จะตายมิตายแหล่ล่ะ มันบอกตัวไหนเหรอ เออ เป็นหมามึงโคตรโชคดีเลย แต่หมาตัวใหม่มันน่ารักดี พันธ์ชิสุ ด้วยว่างๆ ไปเล่นด้วยดีกว่า

ช่วงนี้ชักติดเขียนไดอารี่ เหมือนเป็นบันทึกชีวิต เอาติดตัวไปด้วยตลอด จนไอ้เอ็กซ์แซวว่าเราอยากจะเป็นนักประพันธ์ เพลงยังแต่งไม่ได้เลย ริจะเป็นนักเขียน


กลับบ้านเร็ว ไม่มีซ้อม ไม่เจอหญิง (คงมีเรียนพิเศษ ) ไม่มีโทรศัพท์จากโต้ง


ว่างเปล่า


วันที่ 7 มกราคม 2008 (ต่อ)

หาแผ่นโมสาร์ทไม่เจอ ทำไมนะเวลาอยากหาอะไร มันมักจะหายไปทุกที เวลาไม่สนใจ มันก็โผล่มาให้ตกใจเล่นซะงั้น ฟัง Vivaldi ก็ได้ Four Season เพราะทุกฤดู
เกือบจะหลับ โต้งก็โทรมา กำลังเคลิ้มมั้ง เลยคุยไปเรื่อย ๆ มารู้ตัวอีกทีก็รับนัดโต้งไปอีกแล้ว ได้ยินโต้งบอกว่า นอนหลับฝันดีนะมิว คิดถึงจัง ตาสว่างขึ้นมาทันทีเลย For Season วนมาถึงฤดูใบไม้ผลิอีกรอบ พร้อมกับอาการตาค้างอีกคืนของเรา พรุ่งนี้สอบเลขนี่หว่า ลอกไอ้แวนอีกแหงๆ


ปล. หญิง ส่ง sms มาถามเรื่องคอนเสิรต เพราะโทรมาแล้วเราไม่ได้รับ โทษทีหญิง เดี๋ยวพอได้บัตรจะกันไว้ให้หญิง สิบใบเลย (มิวจ่ายให้ ไม่ต้องห่วง แค่กินแกลบ)


โดย: kwanmanee วันที่: 11 มีนาคม 2551 เวลา:22:56:05 น.  

 
วันที่ 8 มกราคม 2008


ช่วงเช้า ไปเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยที่เราสมัครไป บังเอิญเจอน้านีย์ ลืมไปว่าแม่โต้งสอนอยู่ที่นี่ ไอ้เอ็กซ์ ไอ้แวน ไอ้ต่อ รีบเดินเข้าไปหวัดดี แต่ขาเราก้าวไม่ออก นี่เป็นครั้งแรกหลังจากวันที่น้านีย์มาหาที่บ้าน มือเราสั่นจนต้องซ่อนไว้ข้างหลัง แต่ไม่นานเราก็เดินเข้าไปหาน้านีย์ แกมองเราเขม็ง ถามไถ่กันนิดหน่อย ก่อนจะแยกกันน้านีย์ อวยพรให้พวกเราโชคดีในการสอบ

ถ้าน้านีย์ รู้ว่าเรามีนัดกินข้าวกับโต้งเย็นนี้จะทำยังไงดี เหมือนเรากำลังขโมยของแล้วกลัวถูกจับได้ ถ้าเวลาของความสุข ต้องแลกมาด้วยความรู้สึกอย่างนี้ เลิกเสียดีกว่าไหมเรา

โต้งโทรมาเลื่อนนัดเป็นหกโมงเย็น เพราะต้องไปเอาชีทที่โรงเรียนกวดวิชา ใจเราอยากยกเลิกไปเลย แต่พูดไม่ออก ทำไมอ่อนแออย่างนี้มิว เราเคยแข้งเข็งขนาดเดินหลบโต้งซึ่งๆหน้ามาแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมคราวนี้ทำไม่ได้ แค่คำว่า “ รัก “ คำนั้นจากปากโต้ง ทำให้เราเป็นอย่างนี้ใช่ไหม นั่งฟังน้องๆ ร้องเพลงไปเรื่อย อีกไม่กี่ชั่วโมงจะถึงเวลานัดแล้ว ทำไงดี

วันที่ 8 มกราคม 2008 (ต่อ)


โชคช่วย พี่อ๊อด โทรมาให้ทุกคนเข้าบริษัท จะคุยเรื่องคอนเสิรต เลยมีเหตุผลให้เลื่อนนัดโต้งไปได้

สรุปว่าเราจะจัดคอนเสริตกันสองรอบ ต้นเดือนกุมภา ตอนบ่ายกับตอนเย็น จะเริ่มโปรโมทกันทางวิทยุคลื่นต่างๆ อาทิตย์หน้า เพราะฉะนั้นทุกคนต้องมาซ้อมอาทิตย์ละอย่างน้อย ทุกวัน ย้ำทุกวัน ถ้าใครโดดต้องมีเหตุผลอันสมควร ทุกคนในวงโวยกันหมด เราแอบดีใจ ช่วงนี้ก็ไม่ต้องเจอโต้ง แต่อีกใจก็เหงาๆ

ขอบัตรคอนเสริตพี่อ๊อดไว้ 10 ใบ แกบอกให้โควต้าฟรีได้คนละ 5 ที่เหลือต้องออกเอง ดีจนน้อยลง

ปล. หลังจากนอนคิดมาค่อนคืน เราขอเก็บความรักของเราไว้แค่ในใจดีกว่า อย่าให้มันเติบโตไปกว่านี้อีกเลย ขอเก็บทั้งรอยยิ้มและน้ำตาขังไว้ในใจเรานี่แหละ หญิงคงไม่เห็นด้วย แต่เราทนให้น้านีย์ มองเราอย่างวันนี้อีกไม่ได้แล้ว ไว้พรุ่งนี้เถอะเราจะพยายามเป็นแค่เพื่อนที่ดีของโต้ง อย่างที่ควรจะเป็นมาตั้งแต่แรก ขอแค่คืนนี้อีกคืนเดียว

วันที่ 9 มกราคม 2008


โทรบอกโต้งว่ามีซ้อมทุกวันคงไปเจอไม่ได้ เสียงโต้งธรรมดาๆ บอกว่าเข้าใจไว้ค่อยเจอกันตอนที่เราว่าง ดีแล้ว ไม่ลำบากใจหาข้อแก้ตัวเพิ่ม แต่ทำไมโต้งไม่ถามล่ะว่าเราว่างวันไหน ไม่อยากเจอกันเร็วๆ หรอกเหรอ ตบหน้าตัวเองเบาๆ เตือนตัวเองอีกครั้ง เราเป็นแค่เพื่อนกัน เพื่อนกัน จำไว้มิว

เริ่มแต่งเพลงใหม่ สำหรับคอนเสิรตที่จะถึง ชอบประโยคที่เขียนในไดอารี่เมื่อวาน “ความรักของเรา เก็บไว้ตรงนั้นดีกว่า ให้รอยยิ้มและน้ำตา เก็บไว้ในใจทุกวัน ทุกความรู้สึกที่มีของเธอกับฉัน ไม่ต้องให้มันเติบโต แค่ยังอยู่ในใจ” ให้แวนเล่นคีย์บอร์ดคลอจะอัดไว้ ไปแต่งต่อที่บ้าน ปิงปองทำหน้าเซ็งๆ บอกอยากได้เพลงหวานๆ กว่านี้ เอาแบบกันและกัน เราได้แต่ยิ้มตอบ แต่ในใจรู้ดีว่า ตอนนี้คงแต่งอะไรแบบนั้นไม่ออก เพราะเพลงรัก ถ้าไม่รักก็เขียนไม่ได้

เราไม่รักโต้งแล้วเหรอ ถามตัวเองดังๆ ใจเรามันก็เกเร ไม่ยอมตอบอะไรกลับมาสักคำ ทำไมวันนี้โต้งไม่โทรมาบ้างเลย อย่างน้อยเพื่อนกัน โทรมาถามว่ากินข้าวหรือยังไม่ได้หรือไงนะ บ้าจริงๆ ไม่ได้ซ้อมทั้งวันทั้งคืนสักหน่อย

ซ้อมเลิกเกือบ ห้าทุ่ม ทั้งเหนื่อยทั้งเพลีย ไอ้เอ็กซ์เล่นหลุดตลอด โดนพี่อ๊อด กับ พี่เดียว ผู้ดูแลวงคนใหม่ด่าเช็ด ไอ้แวนก็ดันเล่นซะเทพ ตั้งมาตรฐานไว้สูงลิบ เพื่อนจะปีนบันไดตามมึงไม่ทันแล้วเว้ยแวน น้องอ้วนเครียดตลอดเวลา เลยเรียกมาคุยตัวต่อตัว ให้น้องระบายเต็มที่ มันก็เหมือนน้องชายเราคนนึง อาร์มกับปิงปอง คิดท่าเต้นใหม่อีกแล้ว มันบอกจะเต้นไปควงแซ็ก กับ ทรัมเป็ตไป ดูโนดาเมะมาเท่ห์ดี เราบอกไปว่าไม่รู้จัก โดนพวกมันโห่ แต่ก็สัญญาว่าจะไรท์มาให้เราพรุ่งนี้

ตอนรอแท็กซี่ ได้ยินเสียง SMS เรียกเข้า ใจเรากระตุก มือสั่นหาโทรศัพท์ไม่เจออยู่เป็นนาน ชักโมโหขึ้นมาทำไมหาไม่เจอ นายมิวเอ๊ย ก็แค่โฆษณาดูดวงทางมือถือ บ้าแล้วมึง

เจอหญิงหน้าปากซอย คุยกันเรื่องสอบปวดหัวพอๆ กัน หญิงขอยืมชีทแกรมมาจะเอาไปซีร็อกซ์ พอเอาลงมาให้หญิงก็ยื่นกล่องขนมจากร้านขนมให้ กำลังอยากกินอยู่เลยแต่ไม่มีเวลาไปซื้อ หญิงอมยิ้ม บอกว่าคนซื้อให้คงดีใจ

มีกระดาษโน้ตสีฟ้าติดอยู่หน้ากล่อง “อย่ากินเยอะเดี๋ยวอ้วน ขอบัตรเราใบนึงด้วยนะ โต้ง” หึ ขนมวันนี้ทำไมใส่น้ำตาลเยอะนักนะ กินแค่อันเดียวก็พอ

ปล. ขอบคุณหญิง



โดย: kwanmanee วันที่: 11 มีนาคม 2551 เวลา:22:56:30 น.  

 
วันที่ 10 มกราคม 2008


นึกได้เอาตอนเช้า ลืมเอาขนมเข้าตู้เย็น รีบวิ่งลงมาดูกลัวมดขึ้น ป้าอรบอกว่าทาร์ตไข่ไม่หวานมาก มดไม่ขึ้นหรอกเอาเข้าตู้เย็นมันจะแข็งกินไม่อร่อย

ใช่ขนมถ้าหวานไปมดก็ขึ้นกินไม่ได้ ความรักถ้าหวานไปมันก็เลี่ยนจนทนกันไม่ไหวเหมือนกัน บางครั้งแค่ความห่วงใยเล็กๆน้อยๆ จากคนที่เราแคร์ก็ทำให้หัวใจเต้นอย่างมีความสุขไปได้ทั้งวัน

เปิดไดอารี่วันเก่าๆอ่าน ดีเหมือนกันที่ได้เขียน ได้รู้ว่าแต่ละวันที่ผ่านไป เราคิดอะไรฟุ้งซ่านมากแค่ไหน

รู้สึกช่องว่างระหว่างเรากับเอ็กซ์ยังคงอยู่ มันก็พยายามจะเข้ามาคุยกับเรา ตัวเราเองนั่นแหละที่เมินๆมัน วันนี้เข้าไปคุยกับมันเรื่องเสื้อผ้าวันงาน มันกระตือรือร้นเกินเหตุ พูดไม่หยุด แล้วมันก็โชว์รูปหมาตัวใหม่ในมือถืออีกหลายรูป เราคิดไปหรือเปล่าวะเรื่องช่องว่างเนี่ย สงสัยมันจะเห็นว่าเราไม่ค่อยสนใจเรื่องหมาป่วยของมันเท่าไหร่ เลยน้อยใจ

ตอนบ่ายไม่มีเรียนอาจารย์ให้นั่งอ่านหนังเตรียมสอบ ดีจะได้คิดอะไรต่อมิอะไร แต่ยังไม่ทันเริ่ม ไอ้ต่อกับไอ้แวนก็มาชวนเล่นวินนิ่ง เล่นไปได้สองเกมส์แพ้รวด เจ้าปิงปองเอาโน๊ตเพลงมาให้ช่วยแกะ มองหน้ามัน ตบแก้มมันเบาๆด้วยความเอ็นดู กูเล่นไม่เป็นว่ะ มันถึงเพิ่งนึกได้ว่าต้องไปตามไอ้แวนไม่ใช่เรา แม็คกับอ๋องวิ่งมาชวนไปซ้อมเพลงใหม่ที่เพิ่งแต่งเสร็จอีกรอบ น้องอ้วนเดินตาโหลตามเข้ามา ผอมลงไปเยอะเลย หยิบชอคโกแลตที่ไอ้แอ็กซ์ให้ตอนเช้าส่งให้ ตบไหล่มันเบาๆ ไม่ทันได้เริ่มคิดอะไร เลิกเรียนแล้ว

พี่อ๊อดส่งรถมารับพวกเราหน้าโรงเรียน ต้อนให้ไปซ้อมทุกวัน ระหว่างทางเรามองเห็นมิตรภาพ ที่ได้รับมาตลอดหลายปี จากเพื่อนๆ น้องๆ ในวง ไม่เคยมีใครปล่อยให้เราต้องนั่งเหงาอยู่คนเดียว ทุกคนพร้อมจะฟังที่เราพูด ยิ้มให้กับมุขตลกฝืดของเรา แล้วนายล่ะ มิว กี่ครั้งที่นายทิ้งให้เพื่อนร่วมวงเคว้ง ทิ้งพวกเขาให้เผชิญกับปัญหาเพราะเรื่องส่วนตัวของนายคนเดียว มีใครเคยโทษนายสักคำไหม ทุกคนพยายามเข้ามาหาปรับความเข้าใจกับเรา แต่เป็นเราที่ผลักไสทุกคนออกไป

ชีวิตที่เหลือของเรา ความเหงาที่เราจมอยู่กับมันมากว่าห้าปี มันค่อยๆ หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่เราก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน

เสียง sms เรียกเข้า มาคราวนี้แค่ล้วงกระเป๋าก็เจอมือถือเลย โต้งส่งข้อความมาถาม "ขนมอร่อยไหม ได้ตั๋วหรือเปล่า" โต้งนี่เสร่อไม่เบา ใช่สินะ ความเหงาของเรามันเริ่มหายไปก็เมื่อได้เจอโต้งอีกครั้งนี่เอง เราโทรกลับไปหาโต้งคุยกันนิดหน่อย นัดให้โต้งมาเอาตั๋วที่ห้องซ้อมเสาร์นี้


ปล. หญิงไม่ต้องขอบคุณเราเรื่องตั๋วหรอก ให้เราได้ทำอะไรตอบแทนความรู้สึกดีๆ ที่หญิงมีให้เรามาตลอดบ้างเถอะ


โดย: kwanmanee วันที่: 11 มีนาคม 2551 เวลา:22:57:04 น.  

 
วันที่ 11 มกราคม 2008


วันศุกร์ มีแต่ทุกข์ ไอ้เอ็กซ์ พอเห็นเราพูดดีด้วยก็เล่นอุบาทว์อีกแล้ว กลางโรงอาหาร มันเอาจดหมายผู้ชายห้องคิงมาให้แถมตะโกนเสียงดังสเปคเราแน่ๆ เกลียดมึงว่ะ เลิกพูดกับมันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เซ็งว่ะ

พี่อ๊อดโทรมาบอก เย็นนี้ต้องไปให้สัมภาษณ์รายการวิทยุ คลื่นแม็กซ์ บัตรก็ขายจะหมดแล้วยังต้องไปทำไมอีก เวลาซ้อมก็ไม่ค่อยจะตั้งใจซ้อมกัน ถ้าไปล่มกลางคอนเสิรต วงโดนยุบแน่ ปวดหัว โว๊ย

วันนี้ซ้อมตั้งแต่ สี่โมงเย็นถึงสี่ทุ่ม ไปสัมภาษณ์ แล้วกลับมาซ้อมต่อถึงตีหนึ่ง ไอ้เอ็กซ์ เล่นไม่ค่อยพลาดพี่เดียวยังชม แอบเห็นมันซ้อมแล้วซ้อมอีกจนมือสั่น ไม่อยากมองหน้ามัน จนมันเดินมาตบหัวเราแล้วบอกว่า กูไม่ทำวงล่มหรอก มึงอุตส่าห์แต่งเพลงเพราะๆ มันถามถึงโต้ง บอกว่าถ้าโต้งว่างน่าจะมาดูพวกเราซ้อม จะได้เป็นกำลังใจให้เรา มันเห็นเราเครียดมาทั้งวันอาการน่าเป็นห่วง ซึ้งว่ะเพื่อน

ตอบมันไปทั้งที่ไม่อยากพูดว่า เราไม่เป็นไร โต้งก็ยุ่ง นี่ใกล้สอบไม่อยากให้เสียเวลาอ่านหนังสือ เลยด่ามันเรื่องเมื่อกลางวัน มันบอกก็เอาไว้เผื่อเลือก ไอ้เอ็กซ์ถึงกูสนก็ไม่บอกมึงหรอก ยังเคืองมันอยู่

ไม่ชอบคนสัมภาษณ์วันนี้เลย ถามอะไรเรื่องแฟนอยู่ได้ เราไม่ใช่ดารา ไม่ต้องมาสนใจเรื่องส่วนตัวกันมากนักหรอก พี่อ๊อดบอกต้องไปอีกหลายที่ จะนัดวันอีกที เตรียมเหนื่อยล่วงหน้า

กว่าจะซ้อมเสร็จก็เกือบตีสอง กลับถึงบ้านหลับเป็นตาย

ปล. ไม่รู้จะเขียนอะไรถึงหญิงวันนี้ เหนื่อยมาก เหนื่อยจริงๆ



โดย: kwanmanee วันที่: 11 มีนาคม 2551 เวลา:22:58:53 น.  

 
วันที่ 12 มกราคม 2008

โดนป้าอรปลุกมารับโทรศัพท์ป๊าแต่เช้า น้องๆถามเรื่องซีดี เลยเพิ่งนึกได้ซื้อไว้แล้วยังไม่ได้ส่ง บอกไปว่าจะเอาไปให้เพื่อนที่วงเซ็นวันนี้ก่อนส่ง

แบตมือถือหมดตั้งแต่เมื่อวาน ลืมชาร์ตอีกแล้ว เริ่มเจ็บคอนิดหน่อย ท่าจะนอนดึกเกินไป ป้าอรบอกให้กินน้ำผึ้งผสมมะนาว ก็ดีขึ้น อยากนอนต่อแต่ต้องไปซ้อมแต่เช้า พี่เดียวบอกเมื่อคืนให้ไปถึงห้องซ้อมก่อน สิบโมง

รีบไปซ้อมเลยลืมมือถือ พี่อ๊อดแก้ทำนองช่วงที่สองใหม่หมด เสียงไม่ค่อยตรงกับดนตรี ลองเปลี่ยนให้น้องอ้วนร้องบางท่อน ทำให้เพลงมีมิติขึ้น ตกลงได้ชื่อเพลงใหม่ “ยังอยู่ในใจ” ยังร้องเพี้ยนอยู่เหมือนกันแต่ดีขึ้น

โต้งมาตอนสี่โมงเย็น ตกใจแต่ก็ดีใจ ลืมไปว่าเรานัดให้มาเอาบัตร พี่อ๊อดใจดีให้บัตรโต้งฟรี ทั้งที่โควต้าเราหมดแล้ว เพื่อนๆชวนโต้งอยุ่ดูวงซ้อม จะได้ไปกินข้าวเย็นด้วยกัน โต้งหันมามองหน้าเราเหมือนจะถาม เลยพยักหน้าให้ กว่าจะได้ไปกินก็เกือบสองทุ่ม ท้องร้องแข่งกันจนพี่เดียวทนไม่ไหวโทรสั่งพิซซ่ามาให้ พี่เดียวแกตลก เวลาดุก็เอาเรื่อง แกชอบชี้มือชี้ไม้ ขำดี กินเสร็จโต้งก็ขอกลับก่อน ไม่ได้ออกไปส่ง พี่อ๊อดเรียกคุยเรื่องสัมภาษณ์อีกแล้ว โต้งเคยดูโนดาเมะด้วย ยังมาถามทำไมเราไม่เคยดู รู้สึกบ้านนอกชะมัด

ไอ้แวนแซวไอ้ต่อเรื่อง เด็กเซ็นฟรังซ์ มันเขินหน้าแดง เออเห็นหงิมๆ มีของดีซ๋อนไว้ก็ไม่บอก น้องปิงปองกับน้องอาร์ม ซ้อมท่าหมุนกันจริงๆด้วย โดนพี่อ๊อดด่า ซ้อมให้แม่นก่อนแล้วค่อยโชว์ลีลา ไอ้เอ็กซ์มากระชิบถาม มันควงกีตาร์บ้างดีไหม เล่นมึงยังไม่ค่อยจะรอด คิดจะโชว์ เราไม่ได้พูดหรอก ไอ้แวนด่าแทน จ๋อยไปเลย

อยากได้เวลาเพิ่มสักสองชั่วโมงต่อวัน รู้สึกทำอะไรไม่ค่อยทัน เหนื่อยว่ะ เจ็บคอ ปวดหัวตุบๆ ป้าอรทำน้ำผึ้งผสมมะนาวใส่ตู้เย็นไว้ให้ อุ่นกินก่อนนอน หวังว่าพรุ่งนี้คงดีขึ้น

ปล. โต้งบอกหญิงมีสอบพรุ่งนี้ โชคดีนะ


โดย: kwanmanee วันที่: 11 มีนาคม 2551 เวลา:22:59:19 น.  

 
13 มกราคม 2008

ตื่นมาแต่เช้า สิ่งที่คาดไว้ตั้งแต่เมื่อคืนก็เป็นจริง เจ็บคอมาก ปวดหัว กลืนน้ำลายไม่ค่อยลง ป้าอรเอายาพารามาให้กิน สายๆค่อยไปหาหมอ

โทรลากับพี่เดียว แกตอบมาคำเดียว กูว่าแล้ว มึงตะเบ็งซะขนาดนั้น ดึกๆไม่รู้จักหลับจักนอน ไม่รู้จะแย้งแกยังไง ก็มันเป็นเรื่องจริง แกให้พักได้สองวัน

ฝากให้แวนลาโรงเรียน วันจันทร์ให้ด้วย มันเป็นห่วงมาก จะนัดกันมาเยี่ยม แต่ห้ามไว้ทัน พวกมึงมากูไม่ได้พักแน่นอน แต่ไอ้เอ็กซ์จะมาวันนี้ตอนเย็น ฝากมันซื้อข้าวต้มปลาแถวบ้านมาให้ด้วย

หญิงมาเยี่ยมช่วงเที่ยง ถามไถ่กันเรื่องสอบ เรื่องคอนเสริต เรื่องทั่วไป จนเราเริ่มไอ หญิงก็ขอตัวกลับ ก่อนออกจากห้อง ยังมีมาแซว จะให้บอกโต้งมาเฝ้าไข้ไหม เลอะเทอะน่าหญิง

นอนจนเกือบหกโมงเย็น ตื่นมาก็กินข้าวต้มปลาที่ไอ้เอ็กซ์แบบมาฝาก มันซื้อมาสองถุง ดีใจกะจะเก็บไว้กินตอนดึกๆ เผื่อหิว มันดันบอกกูจะเอามากินเป็นเพื่อนมึง ซึ้งใจว่ะ แต่ทำไมชามมึงปลาเยอะกว่าของกู

เช็ดตัวแล้วก็นอน


ปล. ไม่ต้องบอกโต้งนะหญิง


14 มกราคม 2008

วันนี้อาการดีขึ้น ไม่ปวดหัวแล้ว แต่เจ็บคออยู่นิดหน่อย ไม่มี missed call ไม่มี message เป็นวันที่เงียบสงบ ได้เริ่มคิดอะไรต่อมิอะไรอย่างที่เราตั้งใจไว้เสียที

จนบ่ายสามก็ไม่ได้เริ่มสักที มัวแต่จัดห้อง ค้นแผ่นเพลงเก่าๆ เออเรามี Nirvana ชุดแรกด้วยนึกว่าหาย อ้าวกูมีสองแผ่นซ้ำกัน ฟังไปฟังมาก็เริ่มเบื่อ ดูหนังดีกว่า ปิงปองไรท์ ซีรี่ย์ โนดาเมะมาให้เมื่อวันเสาร์ ท่าจะยาวขี้เกียจดู มี 2046 ของหว่องกาไวด้วย อ้อไอ้ต่อให้มา มันบอกดี เรากับมันชอบหนังเนิบ ๆ ลึกๆ สไตล์เดียวกัน

เวลา สองชั่วโมง กับ เก้านาที ที่ใช้เดินทางไปกันรถไฟสายนี้ ทำให้เราเริ่มคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ถ้าชีวิตคือการเดินทาง ความรักก็คือสถานีหนึ่ง ที่เราต้องแวะผ่าน ไม่ว่าจะสุขสมหวัง หรือ ผิดหวังจนใจจะขาด แต่เราก็ต้องข้ามผ่านมันไปอยู่ดี ตัวละคร เหลียงเฉาเหว่ย ได้เดินทางผ่าน ความรัก มาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ไม่ได้หยุดแวะรับใครขึ้นมาร่วมเดินทางด้วยเสียที ชีวิตที่เงียบเหงา แม้มีผู้คนนับร้อยอยู่รอบกาย ช่างเหมือนกับเราเมื่อก่อน แต่ไม่ว่ายังไงชีวิตก็ยังคงต้องเดินทางต่อไป เราหลับตาปล่อยให้น้ำตาอุ่นๆไหลอาบหน้ามาเรื่อย “ไม่มีประโยชน์ ที่จะเจอกับความรักเร็ว หรือ ช้าเกินไป “ ถ้ามันยังไม่ถึงเวลา ต่อให้เรารีบร้อน เสาะแสวงหายังไงก็ไม่มีวันได้มาครอบครอง

เราไม่เคยเสียใจที่ได้เปิดใจรักโต้ง แต่เราเสียใจที่เราคาดหวัง และ ทุ่มเทตั้งความหวัง จนมองข้ามความเป็นจริงอันโหดร้ายของสังคมโลก ความรักของเราไม่สามารถทำให้โต้งมีความสุขได้จริงๆน่ะเหรอ เราถามตัวเองดังๆ อีกครั้ง คราวนี้ใจเราก็ไม่เกเร มันตอบเรากลับมาดังๆ เช่นกันว่าความสุขเป็นเรื่องของคนสองคน ถ้าโต้งไม่มีความสุข เราก็ควรได้ยินจากปากของโต้งเอง แล้วถ้าวันไหนความรักของโต้งทำให้เราไม่มีความสุข เราก็จะบอกโต้งเองตรงๆเหมือนกัน

แต่ที่รู้ๆ การมีโต้งอยู่ในชีวิต ไม่ว่าจะฐานะอะไร คงเป็นสิ่งที่เราขาดไม่ได้แล้วในตอนนี้


ปล. ขอบคุณสำหรับไดอารี่นะหญิง บางครั้งเราก็ไม่รู้ว่าตัวเองเก็บกดอะไรไว้ในใจได้มากถึงขนาดนี้ สมองเราโล่งขึ้นมากเลยตั้งแต่ได้เริ่มเขียน


จบ Part I


โดย: kwanmanee วันที่: 11 มีนาคม 2551 เวลา:22:59:45 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month


 
kwanmanee
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add kwanmanee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.