เริ่มอ้วนตั้งแต่เมื่อไหร่นะ

          เราเชื่อว่าทุกคนที่คิดหรือกำลังคิดจะลดความอ้วนต้องมีคำถามนี้ผุดอยู่ในใจกันเกือบทุกคน

          เราเองก็คนนึงล่ะ ที่คิดตล๊อดตลอดเลยว่า "นี่เราเริ่มอ้วนตั้งแต่เมื่อไหร่นะ"

          ตอนเด็กๆเป็นคนผอมม๊ากกกกกกกก จนชนิดที่ทวดคิดว่า แม่ไม่ให้กินข้าว (จะมีแม่คนไหนไม่ให้ลูกกินข้าวบ้างเนี่ย คิดไปได้นะทวดนะ) แต่จริงๆแล้วเป็นเด็กไฮเปอร์ต่างหาก กินแล้วก็วิ่งขึ้นวิ่งลงเดินไปโน่นมานี่ เห็นแม่ซักผ้าก็ขอไปแจม ได้จุ่มมือในกะละมังขยี้ผ้าเช็ดหน้านิดๆหน่อย(แล้วแม่ก็เอาไปซักใหม่)ก็ยังดี

         จนม.ต้นก็ยังรู้สึกว่ายังอยู่ในเกณฑ์มาตราฐาน แต่ม.ปลายเนี่ยจำได้ว่าสูง162cm. น้ำหนักก็53-55Kg. กระโปรงเอว27" เหมือนกันแต่เพื่อนๆในก๊วนเราก็น้ำหนักพอๆกัน ก็เลยเฉยๆ คิด(ไปเอง)ว่ามาตราฐาน

         พอเข้ามหาวิทยาลัย ด้วยความที่ม.อยู่ไกลบ้าน ไม่มากแต่รถโคตรติดมหันต์ แบบว่าออกบ้าน6โมงยังไปม.ไม่ทัน8โมง ทั้งๆที่บ้านก็อยู่ในกรุงเทพเรียนก็ในกรุงเต๊บนะคร๊า

         ช่วงแรกๆก็นะตามเด็กมหา`ลัยทั่วไป รับน้องซ้อมเชียร์ กิจวัตรประจำวันก็จะเป็น

         ตื่นมาก็ไปเรียนเลย กินข้าวไม่ทัน ถ้ากินข้าวจะไปสาย แถมรถเมล์เบียดแน่นมากซื้อกินบนรถไม่ได้

         ไปถึงมหา`ลัยให้เข้าเรียนยังเฉียดฉิว ไม่มีเวลาแวะซื้ออะไรกินทั้งนั้น ขึ้นเรียนโลด เรียนเสร็จเปลี่ยนห้อง ตึกก็อยู่ห่างไกลกันเหลือเกินให้เวลาเดินสิบนาที เดินไปหาห้องยังไม่ทันเลย อย่าคิดแวะซื้อของกิน

         พักเที่ยง เดินจากตึกเรียนไปโรงอาหารก็จะหมดเวลาพักแล้ว ไหนจะต้องหาที่นั่ง แย่งที่กับพี่ๆพนักงานออฟฟิศที่มากินข้าวในโรงอาหารเรา T-T กินข้าวเสร็จก็ไปเรียนต่อ

         เลิกเรียน ก็ต้องไปซ้อมเชียร์ หาที่เปลี่ยนเสื้อผ้า ถ้าถามว่าทำไมไม่เปลี่ยนในห้องน้ำ ก็มันซ้อมกันทุกคณะแล้วคิดว่าห้องน้ำจะพอให้นักศึกษาเปลี่ยนเสื้อผ้ากันมั้ยล่ะคร๊า

         ซ้อมเชียร์ก็เหมือนให้มาออกกำลังกายในซาวน่ามากกว่า ปิดห้องปิดไฟ ลุกนั่งกี่เท่ารุ่นก็ว่าไป กว่าจะซ้อมเสร็จทุ่มกว่าๆสองทุ่มได้

         มารอรถเมล์ที่คนแน่นกว่าตอนเช้า เบียดกันจนไม่ต้องหาที่จับก็ยืนอยู่ได้ ถึงบ้านราวๆ3-4ทุ่ม ไม่มีแรงหาข้าวกินแล้ว ขอนอนดีกว่าเดี๋ยวมาหากินพรุ่งนี้เอา

         วัฏจักรนี้วนเวียนไปราวๆเดือนนึง น้ำหนักจาก53Kg. ได้ลดลงเหลือ 45Kg.  แปดโลเต็มๆอ่านไม่ผิดกันหรอก กระโปรงตอนเข้ามาเรียนแรกๆเอว27" ลดลงเหลือ24" จำได้ว่าเคยลดเหลือ22" ด้วยนะตอนเรียนเนี่ย น้ำหนักกะสัดส่วนนี้คงที่จนเรียนจบ

          เออ แล้วเรามาอ้วนเอาตอนไหนหว่า?? ติ๊กต่อกๆ

          อ๋อ ตอนเรียนจบแล้วกำลังหางาน เป็นช่วงที่เครียดและว่าง อยู่บ้านเปิดเนทหางาน เดินขึ้นลงบันไดแค่ตอนจะไปเข้าห้องน้ำ กินข้าว แค่นั้น ดีไม่ดีเดินลงไปก็หาของกินติดไม้ติดมือมากินอีก

          ผ่านไป6เดือน น้ำหนักขึ้นมาเป็น 50Kg.  เอว27"เหมือนตอนเรียนม.ปลายเด๊ะๆ คิดว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย เดี๋ยวพอทำงานจะลดลงเองล่ะ(ปลอบใจตัวเองชัดๆ)

          แต่ป่าวเลยพอทำงานยิ่งแล้วใหญ่ นั่งอยู่กับโต๊ะทำงานหน้าคอมแทบทั้งวัน เดินไปโน่นนี่นิดๆหน่อยๆ จะเดินไปในโรงงาน ประมาณ50เมตร หัวหน้าก็ใจดี๊ใจดี ซื้อจักรยานมาให้ถีบ น้ำหนักก็พุ่งพรวดๆ จาก50Kg.เป็น52-55Kg. กางเกงเริ่มเป็นเอว29-30" ละ

          แล้วก็มีเหตุให้ลาออกจากงาน เคว้งคว้างสักพักได้งานใหม่แถวๆสีลม คราวนี้หนักกว่าเดิม งานใหม่นี่แทบไม่ต้องเดินไปไหนเลย นั่งอยู่แต่โต๊ะทำงานอย่างเดียว ได้เดินก็ขึ้นลงบันได4ชั้นของออฟฟิศ อย่างมากก็ตอนเช้าขึ้นมาทำงาน ตอนเที่ยงเดินขึ้นลงไปกินข้าว ตอนเย็นเดินลงไปกลับบ้าน ถ้าวันไหนรถติดๆหน่อยก็เดินจากสีลมมาสี่พระยาข้ามเรือกลับบ้าน หมดละการออกกำลังกายวันนึง

          แถมมาเจอแฟนตอนทำงานที่นี่อีก เลิกงานสองทุ่ม พี่ท่านเห็นเรากลับบ้านไม่มีอะไรกินก็พาแวะหาของกินข้างทางแทบทุกวัน หลังๆเริ่มชวนมากินข้าวบ้าน แม่สามีก็ทำกับข้าวเยอะและอร่อยเกิน แล้วเราก็เป็นโรคเสียดายของ ทำมาแล้วต้องกินให้หมด

          คราวนี้ล่ะ น้ำหนักพรวดๆมาถึง58Kg. เอว32" พยายามคุมไม่ให้ขึ้นมากกว่านี้ละ ก่อนแต่งงานก็ประมาณนี้ล่ะ ลดสุดๆ แต่ไม่ลง เลยกินยาลดความอ้วน แต่กินแค่อาทิตย์เดียวเองนะ ไม่ไหว รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนบ้า หงุดหงิดง่าย หิวน้ำบ่อย ขืนกินนานๆ คงบ้าแน่ๆ เริ่มปลงว่าช่างมัน เราทำเท่าที่ทำได้ก็พอละกัน

          พอแต่งงานมานี่หนักกว่าเดิม เพราะทำงานเลิกดึกขึ้นทุกวันๆ กว่าจะได้กินข้าวก็สองสามทุ่ม กินเสร็จขึ้นนอน หายนะเริ่มบังเกิดขึ้น น้ำหนักพุ่งไป 60Kg. เอวเริ่มขยับเป็น33" ละ

          เมื่อปีก่อนเริ่มท้อง หมอบอกว่าสามเดือนเนี่ยให้น้ำหนักขึ้นได้สองโลนะ แต่เดือนเดียวน้ำหนักก็ขึ้นไปโลครึ่งแล้วอะ ทำไงดีอะ

          ไม่ทันได้ทำอะไรเลย เค้าก็จากเราไป เพราะการปฏิสนธิไม่สมบูรณ์ สิ่งที่เหลือไว้คือความเสียใจและน้ำหนัก62Kg.++ กับเอว34"

          เริ่มซื้อเกมWii มาเล่นหวังว่าเล่นบ่อยๆจะลดน้ำหนัก แต่พอเล่นคนเดียวมันก็ไม่สนุก แต่เล่นแล้วก็ลดลงบ้างนะ ประมาณครึ่งโลนิดๆ เพราะเล่นได้ประมาณครึ่งเดือน

          ช่วงหลังๆนี่ก็พยายามลดมาโดยตลอด จนช่วงก่อนหน้า กลับไปที่บ้านจัดของ จัดไปจัดมาเจอกระโปรงนักศึกษาเก่า หยิบมาลองดูใส่ขาได้ข้างเดียวก็เต็มละ(เมื่อก่อนใส่ไปได้ไงแว๊)

          ช่วงเดือนก่อนไปงานแต่งเพื่อน มีแต่คนถามว่าท้องหรือเปล่า พอกลับมาบ้านส่องกระจก อืม ตรูเหมือนคนท้องจริงๆด้วย เลยมาคิดว่าเราควรออกกำลังกายจริงๆจังๆเพื่อลดสักทีเนอะ อย่างน้อยก็เพื่อตัวเราเอง แบบพุงอ้วนๆจงหายไป ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีแรงฮึดมากเท่าไหร่

          เริ่มลดอาหาร ถ้าเป็นมื้อเย็นพยายามทานแค่จานเดียว ออกกำลังกายโดยการกระโดดเชือกแบบไม่มีเชือกบ้าง ลุกนั่งแทงปลาไหลบ้าง

          จากเดือนที่ผ่านมาเราลดลงไปได้2Kg.แล้ว กลับมาใส่กางเกงเอว32" ที่เก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าได้แล้ว เป้าหมายของเดือนต่อไป(ถ้าไม่มีน้องซะก่อนนะ) คือ ทำน้ำหนักจาก59Kg. -> 56Kg. และเอว30" -> 28" ให้ได้

           สิ่งที่ทำได้ในเดือนนี้

           - งดน้ำอัดลม ขนมจุกจิก
           - ออกกำลังกายมากขึ้น
           - กินข้าวเย็นจานเดียว ตักนิดเดียว พยายามกินผักมากขึ้น
           - กลับมาใส่กางเกงตัวเก่าได้แล้ว จะต้องใส่กางเกงตัวเก่า(กว่าตัวนี้)ให้ได้

            สิ่งที่ต้องทำให้ได้ในเดือนต่อไป

            - ตื่นไปวิ่งในวันหยุด (ยังอยากตื่นสายอยู่ แล้วอากาศก็ร้อนมากด้วย)    
           
- กินอาหารสำเร็จรูป (ต้องลดลงให้ได้)
            - ชุดที่เคยซื้อมาแล้วใส่ไม่ได้(แต่ยังเก็บไว้อยู่) ต้องเอากลับมาใส่ให้ได้

            แม้ความสุขจะไม่ได้อยู่ที่น้ำหนักหรือสัดส่วน แต่การทำให้น้ำหนักและสัดส่วนอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ก็ทำให้เรามีความสุขได้เหมือนกันนะ

            เป้าหมายอันสูงสุด

            คิดว่าลดถึงน้ำหนัก45Kg. คงไม่ไหวหร๊อก จำได้ว่าช่วงผอมขนาดนั้นเคยเดินๆแล้วเป็นลมไปเลย ผอมมากไปก็ทรมานเกิ๊น เอาเป็นว่า ตั้งเป้าไว้แค่ 48-50Kg. เอวสัก26" พุงอวบๆหายไปก็น่าจะพอนะ




Create Date : 03 พฤษภาคม 2555
Last Update : 3 พฤษภาคม 2555 11:37:06 น.
Counter : 1479 Pageviews.

1 comments
  
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
โดย: ดินสอสีม่วง วันที่: 4 พฤษภาคม 2555 เวลา:8:59:40 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ธิดามังกรน้อย
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สตรีเพศผู้หนี่ง ซึ่งบางครั้งมีปัญหาที่ไม่อาจจะบอกใครได้
เลยต้องมานั่งเขียนบล็อกระบาย เผื่อปัญหาที่คาใจมันจะได้มีทางออกในสักวัน...
--------------------------------------------------
รีวิวต่างๆในBlock นี้ เป็นการทดลองกับตัวเจ้าของBlock เพราะฉะนั้น ควรใช้วิจารณญาณในการอ่านนะเจ้าคะ
--------------------------------------------------
...งานเขียนใน Weblog นี้ได้รับความคุ้มครองลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗...
...ห้ามผู้ใดละเมิด โดยนำ ภาพถ่าย,รูปภาพ,บทความ งานเขียนต่างๆ รวมถึงข้อความต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทั้งหมดของข้อความใน Weblog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้เขียน...
...มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด...

พฤษภาคม 2555

 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31