Never cease

เที่ยววันเดียวจบ : สะพานคินไต – ปีนเขามิเซน (Mt. Misen) บนเกาะ Miyajima – Hiroshima



เที่ยววันเดียวจบ : สะพานคินไต – ปีนเขามิเซน (Mt. Misen) บนเกาะ Miyajima – Hiroshima











นับเป็นหนึ่งในวันที่ทรหดในการเดินทาง แค่ต้องตื่นแต่เช้าออกมาเที่ยว จนกลับถึงที่พักแบบข้ามวัน
กว่าจะได้นอนก็ปาไปตีหนึ่งของอีกวัน ต้องบอกว่า ไม่ค่อยเข้าท่า เอาซะเลย…
แต่งานนี้ ต้องให้อภัยตัวเองน่ะ เพราะแถวนี้ ไม่ได้มากันบ่อยๆ

จากเกียวโต นั่งชินกันเซน มาลงฮิโรชิม่า แล้วต่ออีกขบวนไปลงสถานี Shin-Iwakuni
เราจะไปจุดที่ไกลก่อน แล้ววกกลับมาจุดใกล้ๆ อันนี้คือแผนการเดินทาง ง่ายๆ
มาลงที่ Shin-Iwakuni ก็เพื่อจะได้ดูสะพานชื่อดังแห่งเกาะญี่ปุ่น

Kintaikyo – คินไตเคียว หรือ สะพานคินไต
















หลังจากลงชินกันเซนที่สถานี Shin-Iwakuni ก็เดินออกสถานีมาขึ้นรถเมล์ ที่ป้ายหน้าสถานี
ป้ายบอกไว้ชัดเจนว่าไป Kintaikyo หาง่ายเพราะที่นี่ไม่เหมือนสถานีในเมือง ที่ทำงงได้
ที่นี่ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน บรรยากาศไม่สับสน บ้านนอกนิดหน่อย

แต่รถเมล์ที่นี่ ใช้ JR Pass ไม่ได้ เบ่งไม่ออก ก็ตรงนี้แหละ..
ตรงทางขึ้นรถ อย่าเดินตัวปลิวเข้าไปโดยไม่หยิบเจ้ากระดาษชิ้นเล็ก เป็นอันขาด
เพราะมันคือเบอร์ที่จะบอกเราว่า จะต้องจ่ายกี่สตางค์เป็นค่ารถ โดยราคาแสดงที่บอร์ดหน้ารถ
เราถือเบอร์อะไร ก็ดูบอร์ดว่าตรงตำแหน่งเบอร์ของเรา ว่ากี่เยน ง่ายๆแบบเป็นระบบ ระบบวินัยเชื่อใจ ของคนญี่ปุ่น
กี่เยนก็หยอดลงตู้ข้างคนขับ คนขับเค้าขับอย่างเดียวจริงๆ ก็ทั้งคันมีพนักงานอยู่คนเดียว นั้นก็คือ คนขับ นั้นเอง
ส่วนใครมีแบงค์ใหญ่ บนรถก็มีตู้แลกเหรียญ อยู่หลังคนขับ สะดวกมาก เรียกว่า คิดมาครบ ทำงานแค่คนเดียว
ระบบวินัยเชื่อใจ ของคนญี่ปุ่นนี่ คงใช้ได้แต่ในญี่ปุ่น ล่ะมั้ง ลองมาใช้ที่เมืองศรีธนณชัยแบบเมืองไทย คง…

ญี่ปุ่นเค้าใช้ เค้าจะร้องว่า “..บันไซ.” แต่ถ้าเอามาใช้ที่ เมืองไทย คงต้องร้องว่า . “ บรรลัย ””””..”

ขึ้นไปบนรถ ได้แล้ว เวลาจะลงก็ให้จ้องจอทีวีบนรถว่า ถึงป้ายไหนแล้ว นั่งหน้าจะเห็นชัด
ถ้าป้ายบอกว่า Kintaikyo ก็เตรียมลงได้เลย ป้ายนี้คนลงเกือบหมด




















แค่ข้ามถนน ก็เจอสะพานแล้ว
สะพานที่ได้ชื่อว่า หนึ่งในสามสะพานที่ดังที่สุดญี่ปุ่น มันคือสะพานไม้โค้ง คินไต
สะพานแห่งสุดท้ายในญี่ปุ่นที่สร้างด้วยไม้ด้วยวิธีดั้งเดิม
สะพานที่ไร้ตะปู เข้าชิ้นไม้ด้วยสลัก





















สะพานคินไต ทอดตัวผ่านแม่น้าสายกว้าง นิชิกิ
ซึ่งการเดินลงมาใต้สะพาน ก็เป็นอีกประสบการณ์หนึ่งในมุมมองที่แตกต่าง

















ถึงเวลาข้ามสะพาน ข้ามไม่ฟรีครับ
จ่ายตังส์ไปคนละ ๓๐๐ เยนถ้าแค่ข้ามไป แต่หากอยากขี่กระเช้าไปปราสาทก็อีกราคา
ปลายทางข้างหน้าเป็นสวนพักผ่อน Kikko Park มีน้ำพุ บ้านเก่าทรงญี่ปุ่น















บรรยากาศสบายๆ กินไอติมไป เดินไป ถ่ายรูปไป
ชมนก ชมไม้ ตรงนั้นก็มีแสดงละครลิง
ตรงนี้ก็มี ร่มเงาไม้ใหญ่
















เดินเล่น เรื่อยๆ
แต่ที่ต้องมาดู ก็ต้องจุดแสดง งูขาวเผือก
งูที่เค้าว่ามีที่ อิวาคูนิ ที่เดียว
















เอาว่า มาสะพานคินไต ก็ต้องมาดู งูขาวเผือก คู่กันไปด้วย
ถึงเรียกว่า ไม่เสียเที่ยว

แต่ด้วยไม่มีเวลาพอ
การขึ้นกระเช้าไปยังปราสาทบนเขา ก็พลาดซะงั้น
วิวบนเขาเนี่ย มองได้ไกลและสวยมากๆ
ไม่เป็นไร ครั้งนี้ ฝากไว้ก่อน

แล้วก็เดินกลับทางเดิม
ข้ามสะพาน คินไต ที่มีเสน่ห์ของการผสมผสานงานระดับชาติ
รูปทรงสะพาน ที่ได้อิทธิพลจากศิลปะจีนสมัยราชวงศ์หมิง
สวยครับ ยอดงานวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม















เดินไปที่ป้ายรถเมล์ที่ลงเมื่อเช้า ป้ายเดิม
ไปสถานีอิวาคูนิ เพื่อจะย้อนกลับไปเที่ยวเกาะศักดิ์สิทธิ์ มิยาจิม่า
นั่งรถไฟ JR หวานเย็น ไปลงสถานี Miyajimaguchi

หิวข้าว..เที่ยง…ship

อดไว้ก่อน เพราะเรามีแผนไปกินเที่ยงบนเขา
พลันออกจากสถานี ก้อ มุดอุโมงค์ข้ามถนน แม้ถนนมันแค่สองเลนรถสวนกัน
เป็นบ้านเรา ก็วิ่งข้ามได้เลย แต่ทำบ่ได้ ต้องมุดอุโมงค์ซะดีๆ

ขึ้นบันไดออกมา ชิดขวาไว้
ข้าวหน้าปลาไหล อันเลื่องชื่อ อยูที่ร้านแถวนี้ คนต่อคิวเยอะๆ นั้นแหละ…


















ข้าวเที่ยงของฉัน แพงหน่อย แต่ได้ประสบการณ์ทางลิ้น
ร้านนี้ บางคนรอนานเป็นชั่วโมงก็มี แต่ก็รอ จนได้
แน่นอน การันตีความอร่อยด้วยจำนวนคนรอ

เดินอีกนิด ก็ลงเรือท่า JR ฟรีออฟชาร์จ
มองกลับไปที่อีกท่าเรือ เมืองนี้ช่างฮวงจุ้ยที่สุดจริงๆ
หน้าติดน้ำ หลังติดเขา

















มองไปที่ทะเล เห็นเค้าเลี้ยงหอยนางรมเต็มไปหมด
คิดในใจ เดี๋ยวไปลอง…
ทะเลเค้าก็ช่างสะอาด สดชื่นดีจริง
แค่สิบนาที ก็ถึงเกาะมิยาจิม่า มาง่ายจริงๆ













โทริสีส้ม คนมาทำอะไรเต็มปายหมด..
ตอนนี้น้ำลด เดี๋ยวไปดูกัน

เรือเทียบท่าแล้ว
อย่าลืมไปเอาแผนที่เกาะที่ท่าเรือนี้แหละครับ
ใครที่อยากจะกลับเรือที่ไปฮิโรชิม่าตรงๆเลย ก็ถามรอบ ถามราคาตรงนี้เลย
เดิมที่จะกลับแบบนี้ แต่เรือหมดไว เลยอด…
เสร็จทะลุ ธุระแล้ว ก็ออกเดิน เดิน ไปที่โทริใหญ่
น้ำลดก็ดี น้ำมีก็สวย
แต่ตอนนี้ ไม่มีน้ำ ก็เดินไปสัมผัสโทริได้เลย
เห็นคนเอา เศษเหรียญ ไปติดไว้ที่โทริจำนวนมาก
ติดไว้กับพวกหอยพวกเพลียงทะเล
คงประมาณอธิฐานโชคลาภ














อิ่มเอมกับโทริพอประมาณ
ได้เวลาของศาลเจ้า Itsukushima อันศักดิ์สิทธ์
เสียค่าเข้าให้เรียบร้อย มาไปมองมา วันนี้ก็มีพิธีแต่งงานด้วย
ดูขลังดี พิธีที่นี่

สักพัก คิดได้ว่า หิวข้าวเที่ยง
ก็เดินออกจากศาลเจ้า ไปด้านหลัง เพื่อไปรอรถตู้
รถตู้พาไปขึ้นกระเช้า ไป Mt.Misen

รถตู้ขึ้นฟรี
ใครเดินมาขึ้นกระเช้าเนี่ย นับถือ อึดจริง

จ่ายค่ากระเช้าไป คนละ ๑๘๐๐ เยน
กระเช้าที่ขึ้นจะต้องไปต่อ อีกทอด แต่ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม
ตรงจุดต่อกระเช้าทอดที่สองเนี่ย เห็นเจ้าลิงหน้าแดง ออกมาเล่นด้วย
น่ารักดี ลิงหน้าแดง

















ช่วงกระเช้าไต่ความสูงขึ้นไป
วิวป่าไม้ วิวทะเล วิวเมือง ได้มองเห็นหมด
คุ้มราคากระเช้า แน่ๆ
ใช้เวลาไม่นาน ก็ถึงบนเขา
















เวลาอาหารเที่ยง ที่แสนหิว และแสนแพง กำลังเริ่มแล้ว
กินข้าวหน้าปลาไหล ไป ชมวิว ไป เจริญอาหารสุดๆ















ข้าวหน้าปลาไหล
เอือกๆ น้ำลายไหลลล…













วิวทะเลใน ของญี่ปุ่น ที่เรียกกันว่า Seto-in-Land sea (Seto Naikai)
เป็นวิวคนละฝั่งกับด้านโทริ ขนาดฝั่งด้านโทริ ยังได้ชื่อว่า เป็นวิวทะเลสวยที่สุดติดอันดับหนึ่งในสามของญี่ปุ่น
แล้วฝั่งทะเลในล่ะ ผมว่าสวยกว่าน่ะ
เป็นความสวย สงบ เป็นหนึ่งที่สามารถพบได้จากยอดเขาของเกาะนี้















ชื่นชมความงามแค่ตรงจุดลงกระเช้าตรงนี้ ก็พอมั้ง
ทั้งที่ก่อนขึ้นมา ในใจคิดวางแผนไปถึงยอดมิเซนไว้แล้ว

แต่เอาเข้าจริงๆ ยอด Mt.Misen ต้องเดินขึ้นไปอีก ไกลไม่ไกล ไม่รู้ รู้แต่เห็นยอดเขาอยู่ลิบๆ
ก็กระเช้าไม่ได้ไปถึงยอดเขาน่ะ แค่มาปล่อยให้เดินต่อ
เห็นระยะทางแล้ว ขอบาย ทั้งที่ในแผนที่ ดูไม่ไกลเลย
ยิ่งเวลาไม่พอ เพราะกระเช้าหยุดตอนห้าโมงเย็น แถมแรงหมด
คงฝากไว้ก่อน อีกบัญชี

แต่แค่วิวตรงนี้ ก็เพียงพอ ต่อการดื่มด่ำแล้วล่ะ
คิดเข้าข้างตัวเอง…

วิวตอนลงกระเช้า















ลงถึงตีนเช้า รอรถตู้วิ่งกลับไปส่งที่เดิม
ไปลุยตลาดต่อ ถนนOmotesando เกาะมิยาจิม่า
ถนนที่มีพายตักข้าวยักษ์ ตั้งอยู่

มาชิมหอยนางรมเผา สดๆ











มาซื้อของฝาก ขนมประจำเกาะ โมมิจิมันจู ก็บนถนนนี้

เกือบลืมเจ้าถิ่น ประจำเกาะ
เธอกินไม่เลือก โดยเฉพาะกระดาษ ก็แผนที่ที่พกไว้ที่กระเป๋ากางเกงยีนส์หลัง
เธอยังแอบมาดึงไปเคี้ยว หน้าตาเฉยราบเรียบ














ต้องรีบหน่อย…อาทิตย์กำลังอัสดง ที่มิยาจิม่า














ถึงตรงนี้ ก็ลงเรือกลับท่าเดิม
ไปต่อรถไฟ JR เข้าเที่ยวต่อที่ ฮิโรชิม่า

ถึงฮิโรชิม่า ออกมาหน้าสถานี ขึ้นรถ Tram ที่เรียกว่า Hiroden
สายหก ไปลงป้าย M๑๐ Atomic Bomb Dome ค่ารถ ๑๕๐ เยน/คน
ไปเดินเล่น Hiroshima Peace Park ได้ซะปะเดี๋ยว
เพราะค่ำแล้ว อะไรก็ปิดหมด

และก็วังเวง ดีเหมือนกัน

















ฮิโรชิม่า ไม่เคยมาเดินแบบบรรยากาศกลางคืน ก็ดูเป็นอีกอารมณ์
ขนลุก…นิดหน่อย

พอขนหายลุก ก็หิวข้าวเย็น ซะแล้ว
Okonomiyaki ดีกว่า มา Hiro ก็ต้อง
โอโคโนมิยากิ แบบ ฮิโรชิม่า ต่างจากโอซาก้า ก็ตรงเส้นราเม็ง นี่แหละ

ง่ายๆกลับไปกินที่ห้างบนสถานีรถไฟ











ฮิโรชิม่ายากิ พร้อมเบียร์สด
สุโก้ยย..ก่อนลา Hiro













นั่งหลับบนชินกันเซน อย่างสุขๆ
วันนี้สาหัสหน่อยเพราะกลับค่ำ shinkansenไปถึงเกียวโตแบบทอดเดียวหมด
ต้องไปลง Shin-Osaka แล้วต่อรถกลับเกียวโต อีกทอด

กว่าจะได้นอนก็ ตีหนึ่งกว่าๆ
ทรหดทริปน่าดู…แต่ก็ยังจำได้ดี จนถึงวันนี้

บ้าที่สุด…






 

Create Date : 02 มิถุนายน 2552
7 comments
Last Update : 28 กรกฎาคม 2552 23:34:53 น.
Counter : 7796 Pageviews.

 

คุณ fivedog ถ่ายรูปสวยตลอดเลย. ไม่ผิดหวังที่คอยติดตามมาโดยตลอดค่ะ

 

โดย: Sunny IP: 125.25.10.254 3 มิถุนายน 2552 6:23:22 น.  

 

เห็นภาพแ้ล้วอยากกลับไปอีกจัง

ถ่ายภาพสวยมากกกค่ะ

 

โดย: nLatte 3 มิถุนายน 2552 10:22:44 น.  

 

ภาพสวยมากค่ะ ฝีมือถ่ายระดับเทพเลยนะเนี่ย...

 

โดย: นกฮูก IP: 203.157.30.8 18 กันยายน 2552 12:30:27 น.  

 

ฮิโรชิมาอยากไปบ้างจัง
สะพานสวยค่ะ

 

โดย: oonrak_baby 19 กุมภาพันธ์ 2553 9:54:39 น.  

 

พอดีวางแผนไปเที่ยวญี่ปุ่นตอนช่วงมีนา เมษาปีหน้าน่ะค่ะ เรยอยากสอบถามเรื่องค่าที่พัก ว่าที่ไหนดีน่ะค่ะ ไม่ทราบว่าเราเลือกที่พักจากในโตเกียวมีที่ไหนน่าพักบ้างคะ

 

โดย: killua_mail@hotmail.com IP: 168.120.102.19 27 ตุลาคม 2553 12:44:19 น.  

 

ผมนอนแถวชินจูกุ คึกคักดี shopping เยอะ อาหารแยะ
ลองดูโรงแรมวอชิงตัน ครับ(แต่ผมไม่ได้พักที่นี่)

ขากลับนาริตะ สะดวกมากขึ้น shuttle bus ที่หน้าโรงแรมเลย

 

โดย: the fivedog 27 ตุลาคม 2553 17:02:36 น.  

 

ดีจังเลยค่ะ เที่ยวฮิโรชิมา วันเดียวได้ จากเกียวโตซะด้วย

 

โดย: mamminnie IP: 58.11.89.30 18 พฤศจิกายน 2555 15:27:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


the fivedog
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




การได้อยู่กับคนที่เรารัก ก็ดีพอแล้ว
แต่การได้เดินทางท่องเที่ยวไปด้วยกัน มันสุดยอดมากกับชีวิตคู่ ของคนธรรมดาคนหนึ่ง

คนที่เชื่อมั่นในการให้ การแชร์สิ่งดีๆให้แก่กันและกัน เพื่อสังคมดีๆ ที่น่าอยู่ต่อไป
New Comments
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2552
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
2 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add the fivedog's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.