The End justified The Means
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2548
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
16 ตุลาคม 2548
 
All Blogs
 
Star Wars Episode 3: Revenge of The Siths



ทุกมวลมหากาพย์ล้วนมีจุดเริ่มต้นและทุกๆจุดเริ่มต้นก็ย่อมมีจุดจบด้วยกันทั้งสิ้น – มหากาพย์สงครามระหว่างหมู่ดาวอันไกลโพ้นครั้งนี้ก็เช่นกันเมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงบทสุดท้ายในคำรบนี้

ผมต้องออกตัวก่อนว่าไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Star wars แต่อย่างใดและยิ่งกว่านั้น หลังจากชำแหละ – สับเละ – Harry Potter ภาคล่าสุดไปเมื่อปีก่อน ผมก็ตั้งใจไว้ว่าถ้าไม่จำเป็นจริงๆจะไม่ไปแตะต้องลัทธิอันทรงอิทธิพลจำพวกนี้อีก.... (เพราะคราวนั้นโดนไปเยอะ)

แต่ว่า ถ้าไม่ใช่ครั้งนี้ก็คงไม่มีครั้งไหนให้ลองของอีกแล้ว ในเมื่อ Star wars Episode 3: Revenge of The Sith คือภาคสุดท้ายของเรื่องราวที่ George Lucas สัญญาที่จะสร้างเพื่อปิดตำนานมหากาพย์ให้เสร็จสมบูรณ์ และนี่คือ star wars ภาคแรกและภาคสุดท้ายของผมในโรงภาพยนตร์

ฉะนั้น คงช่วยไม่ได้ที่ต้องยกลงจากหิ้งมาเจียระไนความให้อ่านกันพอเพลินๆเสียหน่อย

ในฐานะผู้ชมทั่วๆไปคนหนึ่ง ผมออกจะผิดหวังกับ EP 2: Attack of The Clones อย่างมากเพราะว่า ทั้งเนื้อทั้งตัวของหนังเรื่องนั้นเองถือว่า ไม่มีเสน่ห์เท่ากับ 4 ภาคที่แล้วสร้างเอาไว้

EP 2 เล่าเรื่องการเติบโตของ Anakin Skywalker พาดาวันหนุ่มที่กำลังอยู่ในวัยคะนองจนพลาดพลั้งลุแก่ความต้องการทั้งอารมณ์และโทสะของตนเอง ยิ่งกว่านั้นยังผิดกฎของเจไดด้วยการแต่งงานกับแพดเม่อย่างลับๆหลบสายตาของสภาเจได ในขณะที่สงครามกำลังลุกโชนขึ้นตามความต้องการของฝ่ายมืด

แน่นอน เรารู้ว่านานหลายปีดีดักแล้วว่า เจ้าหนุ่มสกายวอร์คเกอร์ผู้นี้จะต้องพ่ายแพ้แก่ด้านมืดในที่สุดจนกลายเป็น Darth Vader จอมทัพผู้ชั่วร้ายแห่ง Empire ผู้นำกองกำลังทหาร Imperial บุกยึดดาวดวงแล้วดวงเล่าในไตรภาคแรก Episode 4 – 6

ฉะนั้นคำถามคือ เกิดอะไรขึ้นกับพาดาวันดาวรุ่งผู้นี้จนทำให้เขาแปรเปลี่ยนจากผู้ที่ถูกคาดหมายจากคำทำนายว่าจะนำสมดุลคืนสู่พลังกลายเป็นผู้ยอมสวามิภักดิ์ต่อด้านมืดอย่างเต็มตัว ซึ่งก็คือเหตุผลเดียวกันกับที่ไตรภาคที่ 2 Episode 1 – 3 ถูกสร้างขึ้นมาเฉลยคำตอบนั้น

Star Wars ภาคล่าสุดเล่าเรื่องในตอนที่สงครามที่คุกรุ่นกำลังถึงจุดชี้ขาด โอบีวันและอนาคินก้าวขึ้นเป็นขุนพลคนสำคัญผู้นำกองทัพโคลนห้ำหั่นกันเหล่าดรอยด์ พวกเขากำลังอยู่ในภารกิจที่ต้องช่วยเหลือสมุหนายกแพลพาทีนออกมาจากกับจับกุมของ เค้าท์ดูกู จอมทัพของฝ่ายมืด

อนาคินแสดงให้เห็นว่า ณ. ขณะนี้เขาไม่ใช่แค่ พาดาวันลูกไล่เหมือนเมื่อตอนสงครามใกล้จะเริ่มในภาคที่แล้ว หากแต่บัดนี้เขาคือเจได ไนท์ผู้ทรงอำนาจและเปี่ยมด้วยพลังที่มากกว่าศัตรูร้ายกาจที่เขาเคยพ่ายแพ้มาก่อน และความโดดเด่นที่ส่องสกาวฉายแววชัดแจ้งนี่เองที่ต้องใจของ เจ้าแห่งด้านมืดเป็นยิ่งนัก

นับตั้งแต่ภารกิจครั้งนั้น ข้อเสนออันเย้ายวนของอำนาจและพลังมืดก็ค่อยๆบีบเข้ามาหาสกายวอร์คเกอร์หนุ่มทีล่ะน้อย ความโอหังและทระนงตนนำพาความลำพองมาให้เขามากขึ้นๆจนทำให้สภาเจไดไม่อาจวางใจเขาอย่างเต็มที่ได้สักที

สกายวอร์คเกอร์หนุ่มอาจบรรลุพลังอันใหญ่ยิ่งแต่เขาเอาชนะตัวเองไม่ได้ – และยิ่งไม่ได้ตามวิถีแห่งเจได

ความรักที่มีต่อแพดเม่นั้นดูจะกัดกร่อนเขาทั้งจากความศรัทธาและจากความถูกต้องรวมถึงไปกระตุ้นด้านมืดในตัวให้มีพลังมากขึ้นทุกทีๆ เมื่อยามที่เขาขลาดกลัวต่อการสูญเสียคนที่ตัวเองรักเหมือนครั้งที่เขาช่วยแม่ตัวเองไว้ไม่ได้เมื่อหลายปีก่อน เขาเพียงเลือกจะรักษาคนรักไว้ด้วยวิธีที่ผิด....

เราแทบจะต้องเปลี่ยนทัศนคติต่อ ลอร์ด เวเดอร์ใหม่ทั้งหมดเมื่อเราได้รู้และเข้าใจเรื่องราวของเขามากขึ้นในไตรภาคนี้และโดยเฉพาะการที่เขาถูกบีบคั้นจนใจเบือนเข้าหาด้านมืดด้วยความ – รัก กระมังผมคิด

ใครและใครทั่วไปอาจกล่าวอ้างได้ว่าจะยึดถือทางที่ถูกต้องไม่ว่าจะเผชิญหน้ากับสถานการณ์ใดแต่พวกเขาและพวกเราจะทำได้ตามนั้นขนาดไหนเมื่อตกอยู่ในทางเลือกเช่นนั้นจริงๆ... อนาคินก็เลือก เพียงเพราะเขาเลือกยอมจะสูญเสียทุกสิ่งยกเว้นคนที่เขารัก....

และนั่นนำไปสู่หายนะของเจไดทั้งมวล.....

Revenge Of The Sith จบลงด้วยคำตอบของเหตุการณ์ทุกอย่างใน Star wars ฉบับดั้งเดิม ทั้งการสถาปนาอาณาจักร การกำเนิดจอมมารใต้หน้ากากสีดำ และความหวังใหม่ที่ถูกเก็บซ่อนรอคอยเวลาอันควร

สำหรับผม EP 3 เป็นภาคที่ดีที่สุดใน 6 ภาคของ star wars ที่เคยสร้างขึ้นมาบนโลกเซลลูลอยด์ EP 3 มีทั้งฉากไล่ล่า ฉากประลองกระบี่แสงที่เป็นเอกลักษณ์ ฉากทั้งสงครามในชั้นบรรยากาศและในอวกาศ รวมถึงมีตัวละครใหม่ที่น่าจดจำอย่างนายพลกรีเวียส

และถึงจะจบลงด้วยความย่อยยับอับปางของความดีงามแต่ EP 3 ปูทางไว้เพื่อความหวังใหม่ ใน EP 4 อย่างลงตัวและสง่างาม เฉกเช่นเพลิงพิโรธที่แผดเผาพื้นป่าขจีกลายเป็นเถ้าถ่านและหลงเหลือเมล็ดพันธุ์กับต้นอ่อนใหม่ๆแตกหน่อขึ้นมา

ด้วยโปรดักชั่นที่ไม่มีที่ติอีกแล้วบวกกับบทดราม่าที่ทำให้เราเทคะแนนใจให้กับอนาคินผู้ถูกบีบคั้นได้ ยังไม่รวมงานเอฟเฟคและสกอร์ชั้นดีที่มีให้เห็นให้ได้ยินอยู่ตลอดเรื่อง ผมจึงไม่ลังเลจะมอบ ดาว 4 ดวงกับอีกครึ่งหนึ่งให้ไปประดับบนภาพยนตร์เรื่องนี้

เป็นคะแนนที่เหนือว่า ภาคสุดท้ายของภาพยนตร์ขวัญใจผมอย่าง The Return of The King เสียอีก อย่างไรก็ดีคงจะไม่เหมาะนักถ้าจะนำ EP 3 ไปเปรียบกับภาพยนตร์เรื่องอื่น เพราะตัวของ EP 3 เองนั้นสานต่อความยิ่งใหญ่ของเรื่องราวก่อนหน้าและทำหน้าที่ปิดมันลงอย่างตราตรึง

มีใครหลายคนคงเหมือนผมที่ดู Revenge of The Sith และอยากวิ่งไปหา A New Hope มาดูให้รู้แล้วรู้รอดกันไป เพื่อจะได้ติดตามชีวิตของ อนาคินจนจบบทสุดท้ายใน Return of the Jedi อย่างเต็มอิ่ม

Star wars อาจไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ดีที่สุดในโลกที่เคยสร้างมา หากแต่ Star Wars ทั้ง 6 ภาคคือความมหัศจรรย์บนแผ่นฟิลม์ที่คงยากยิ่งกว่ายากหากจะมีใครทำอะไรให้เหนือกว่า ในความคิดของผม Star wars คือภาพยนตร์สงครามอวกาศที่ดีที่สุด

และ... EP 3 คือของขวัญอันล้ำค่าที่ตอบแทนความภักดีของแฟน Star Wars ฉบับดั้งเดิมนับจากภาคแรกเป็นเวลา 28 ปี

หากแต่จากนี้ไป ตามลมปากของเจ้าของเรื่อง… เราคงไม่ได้สัมผัสกับความยิ่งใหญ่ในเรื่องราวนี้อีกแล้ว

ขอพลังจงสถิตอยู่กับท่าน...




Create Date : 16 ตุลาคม 2548
Last Update : 16 ตุลาคม 2548 2:55:41 น. 0 comments
Counter : 362 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

krysler
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add krysler's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.