The End justified The Means
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
22 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 
The Pursuit of Happyness


ท่านจอมเขย่าหอกบอกว่า เส้นทางของรักแท้ไม่เคยราบเรียบ... ผมว่าเส้นทางของความฝันนั้นก็ไม่ได้แตกต่างกัน



ไม่ ว่าคนยุคไหนๆ จะเป็นใครก็ตามไล่ลำดับตั้งแต่ชนชั้นศักดินาถึงหมู่รากหญ้าประชาชน เขาเหล่านั้นก็ตางแสวงหาความสุขด้วยกันทั้งนั้น -- แน่นอน มิใช่ความสุขที่เป็นนามธรรมหรืออะไรมากเกินความเข้าใจ

ก็ความสุขง่ายๆของคนทั่วไปในสังคมปัจจุบันนั่นแหละ

แต่ ดูเหมือนหลายครั้งและหลาย-หลายครั้ง มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยที่ใครและใครจะพาตัวเองไปสู่จุดนั้นได้ และตรงข้ามพวกเขาส่วนใหญ่กลับต้องพบกับ สภาวะติดเชือก ด้วยกันทั้งนั้น

... ไม่มีนักวิ่งคนไหน เข้าเส้นชัยโดยไม่เสียเหงื่อ... และบางทีนั่นก็คงพอจะเป็นบทเกริ่นนำที่ไม่เลวนักสำหรับการที่ผมจะพูดถึง The Pursuit of Happyness หนังที่บอกเล่าการต่อสู้ของผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง

The Pursuit of Happyness เป็นหนังที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริง (แปลว่าบางอย่างก็ไม่จริง) ของ คริสโตเฟอร์ พอล การ์ดเนอร์ ผู้ที่ก้าวจากคนไร้บ้านในต้นยุค 80 ขึ้นมาเป็นมหาเศรษฐีในปัจจุบัน เรื่องราวคนสู้ชีวิตคราวนี้ได้วิล สมิธ พระเอกชั้นนำมาถ่ายทอดในการกำกับของ กาบริเอเล่ มัคซิโน่ (ภาวนาให้ผมอ่านชื่อของเขาถูก)

หนังเริ่มจากการพาเราไปพบเซลแมน หนุ่มที่วันๆต้องแบกเครื่องแสกนความหนาแน่นของกระดูก (หรืออะไรบางอย่างทำนองนั้น)ออกหาลูกค้า เอาแค่การหิ้วของน้ำหนักกว่า 40 ปอนด์ไปนู่นมานี่ทั้งวันก็ถือว่าสาหัสพอดูแล้ว การเอาเครื่องมือแพทย์ราคาแพงลิบลิ่ว (เมื่อเทียบกับประโยชน์ใช้งาน) ไปขายตามโรงพยาบาลนั้นยิ่งยากกว่า

แต่นั่นก็เป็นอาชีพและหน้าที่ของ คริสที่ต้องทำเพื่อครอบครัว ในเวลาต่อมาหนังบอกเล่าให้เราเห็นความเป็นไปแบบ before & after ของครอบครัวเล็กๆในเมืองใหญ่นี้ แรกเริ่มเดิมทีดูเหมือนเจ้าเครื่องที่ว่าจะเป็นความหวังที่จะพาพวกเขาไปสู่ จุดหมายอันเรืองรองตามแบบชีวิตคนเมืองได้

อนิจจา เมื่อเวลาผ่านไป... อะไรและอะไรทั้งหลายก็ไม่เป็นเช่นนั้น ยิ่งเจ้าตัวเล็กโผล่มาเป็นสมาชิกใหม่ สิ่งที่ย่ำแย่กลายเป็นความเลวร้าย... และมรสุมลูกโตก็สาดซัดเข้ามา

คริสในภาพยนตร์ไม่เคยแสดงให้เราเห็น ว่าเขายอมแพ้ แต่การไม่ยอมแพ้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องชนะเสมอไป... ในหลายครั้งจะยอมหรือไม่ยอม พวกเราก็มีช่วงเวลาที่เดินเคียงข้างความพ่ายแพ้อยู่ดี

แล้ววันหนึ่ง คริสก็พบกับเส้นทางสายใหม่ เมื่อเขาพบว่านายหน้าขายหุ้นคนหนึ่งมีชีวิตที่ดีกว่าเขาประมาณหน้ามือกับ หลังเท้า แถมคนรอบๆในบริเวณนั้นก็ดูมีความสุขพร้อมกับรอยยิ้มที่ฉาบเปื้อนบนใบหน้า แล้วทำไม เขาไม่เป็น 1 ในนั้นล่ะ

การไล่ล่าคว้าโอกาส การไม่ยอมโดนต้อนเข้ามุมแล้วชกจนล้มกองอยู่ฝ่ายเดียว... ทางที่ยากที่สุดนั้นแหละคือทางออก คริส การ์ดเนอร์ก็ดิ้นรนจับความหวังริบหรี่ที่เขาเชื่อเอาไว้ในมือ จะเป็นทางการหรือไม่ก็ดี เพื่อครอบครัวแล้วคริสต้องทำ

แต่บางอย่าง ก็ไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น... เฉกเช่นครอบครัวคนเมืองอื่นๆ บ้านการ์ดเนอร์พังทลายลงเพียงเพราะไม่มีเงินมาหล่อเลี้ยง ทั้งค่าเช่าบ้านที่ค้างไว้มากกว่า 4 เดือน ทั้งค่าปรับใบสั่ง ทั้งค่าใช้จ่ายอื่นๆจิปาถะ... ภรรยาผู้ร่วมทุกข์มามากเกินพออย่าง ลินดา จำเป็นต้องแยกทางจากเขา

คริสกับลูกชาย กลายเป็นคู่พ่อลูกที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดกลางสังคมใหญ่ตามลำพัง และในเวลาที่เรี่ยวแรงกำลังล้า ความหวังก็เริ่มตอบแทนผู้ที่ภักดีต่อมัน... คริสและลูกชายตัวน้อยจะฝ่าฟันอุปสรรคและขวากหนามอันรุมเร้าในชีวิตไปได้ อย่างไร คงต้องรบกวนให้ไปดูเองแล้วล่ะครับ

แต่เหนืออื่นใด The pursuit of happyness ส่งสารอันแสนทรงพลังออกมาสู่ผู้ชมอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับผมฉากไคลแม็กซ์ของเรื่องแม้ไม่เกินความคาดหมายแต่เชื่อไหมครับว่า มันเรียกศรัทธาในการสู้ชีวิตกลับขึ้นมาได้มหาศาล...

ในบทสรุปง่ายๆแต่แสนจะประทับใจเช่นนี้ น่าจะทำให้ใครและใครต้องกลับมาย้อนถามตัวเองว่า นี่เราสู้จนสุดแรงแล้วหรือยัง

ว่า กันที่ตัวนักแสดง... สารภาพว่าก่อนเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ผมลืมสนิทเลยไปว่า พี่วิล สมิธได้เข้าชิงออสการ์สาขานำชายยอดเยี่ยมกับเขาด้วย (เพิ่งมาค้นข้อมูลเมื่อก่อนเขียนบทความนี้สัก 10 นาทีก่อน) ซึ่งนั่นก็เรียกได้ว่า เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงเมื่อหลักฐานมันทนโท่อยู่อย่างนี้

ผมเป็น คนหนึ่งที่ชื่นชอบวิล สมิธเป็นพิเศษ ทำไมน่ะเหรอครับ ก็เพราะในบทบู๊ล้างผลาญ ระเบิดภูเขาเผากระท่อมส่วนมากตัวละครของวิลจะเท่... เท่มาก และเท่มากๆ กล่าวได้ว่าเขาเป็นพระเอกผิวสีอันดับ 1 ในใจผมเลยทีเดียว

และนี่ก็ เป็นอีกครั้งที่วิลผันตัวมารับบทดราม่าที่สะท้อนถึงตัวตนของคนธรรมดา ใน The pursuit of happyness วิลสมิธเล่นได้หมดสภาพจริงๆ ผมหมายถึง เราทำให้ผมเชื่อได้ว่านี่คือ ใครก็ได้ที่กำลังถูกปัญหาชีวิตไล่ต้อนแบบไม่ให้ลืมหูลืมตา

วิล สมิธทำให้คริส การ์ดเนอร์ดูเป็นคนที่มีทั้งความมุ่งมั่น ความพยายาม มีอารมณ์ กล่าวโดยรวมได้ว่าเขาเป็นสิ่งที่มีมิติและพัฒนาการบนแผ่นฟิล์ม ยิ่งไปกว่านั้นความรักระหว่างพ่อ-ลูก ที่วิลถ่ายทอดออกมานั้นดูจับใจและไม่เกินกว่าเหตุ

ซึ่งอันนี้ก็คง ต้องยกประโยชน์ส่วนหนึ่งให้เจ้าหนู จาเด็น สมิธ ลูกชายแท้ๆในชีวิตของวิลเอง (แบบนี้จะไม่ให้สมจริงได้อย่างไร) แต่ต้องถึงว่านอกจากสายเลือดแล้ว พลังการรับส่งของทั้งคู่ก็ยอดเยี่ยม เจ้าหนูจาเด็นขึ้นจอด้วยความพร้อมที่จะขโมยซีนผู้เป็นพ่อทุกนาทีที่เขา ปรากฏตัว

ในบทสัมภาษณ์ครั้งหนึ่ง วิลกล่าวแบบติดตลกว่า ถ้าเจ้าเด็กนี่ไม่ใช่ลูกชายเขาล่ะก็ มันโดนเตะก้นไปแล้วแน่ (เพราะเล่นเก่งอย่างร้ายกาจเหลือเกิน)

วิล สมิธที่ผมรู้จักมาพร้อมกับการทำเรื่องธรรมดาให้ไม่ธรรมดา (ซึ่งบางครั้งก็เกินความจำเป็น) แต่ไม่ใช่ครั้งนี้ คริส การ์ดเนอร์ของเขาตกต่ำ ดิ้นรน หลังชนฝา ลืมหูลืมตาไม่ขึ้น... แม้จะพอเดาได้ว่าฉากสุดท้ายจะเป็นเช่นไร แต่ผมเชื่อว่าหลายคนอดจะลุ้นไม่ได้ว่า คริสจะผ่านความยากลำบากที่ประดังประเดเข้ามานี้อีท่าไหน

ถึงแม้ว่า The pursuit of happyness จะสะกดคำผิด (โดยตั้งใจ) และไม่ได้เป็นเจ้าของความยอดเยี่ยมขั้นสุดในหลายๆด้าน รวมถึงวิล สมิธที่น่าเสียดายเพราะมาเจอคู่แข่งอันสุดหินในปีนี้ หนังที่มาพร้อมสาสน์ปลุกพลังแห่งความพยายามขึ้นมาก็ถือเป็นผลงานอันน่าจดจำ ด้วยเรื่องราวอันเป็นสากล

มีมหาเศรษฐีหลายคนในหลายแห่งของโลกนี้ที่ เคยผจญช่วงเวลาอันบัดซบไม่แพ้ คริส การ์ดเนอร์มาแล้วและทุกวันนี้เขาก็เล่าเรื่องราวในวันนั้นอย่างภาคภูมิ...

"อย่างไปกลัวเวลาที่ฟ้าไม่เป็นใจ... อย่าไปคิดว่ามันเป็นวันสุดท้าย
น้ำตาที่ไหลย่อมมีวันจางหาย... หากไม่รู้จักเจ็บปวดก็คงไม่ซึ้ง ถึง ความ สุขใจ"

ถ้า ให้สรุปๆสั้น หนังเรื่องนี้นับว่า ป๋ามาก ทั้งบททั้งนักแสดงนำและเจ้าหนูผู้สมทบ ... มี 3 ดาวครึ่งพร้อมส่งมอบให้พร้อมช่อดอกไม้แด่ การแสวงหาความสุก แบบฉบับคนเมืองงวดนี้ ... ลองเข้าไปดูเส้นทางของคนธรรมดาที่มีแค่ใจกับสองมือบ้าง แล้วคุณอาจจะรักหนังเรื่องนี้...


ดูหนังให้สนุกนะครับ

อ้อ แล้วก็... อย่ายอมให้ใครก็ตามมาบอกคุณว่าคุณทำอะไรไม่ได้เป็นอันขาด



Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2550 22:59:27 น. 1 comments
Counter : 461 Pageviews.

 
เห็นแค่ตัวอย่าง น้ำตาก็จะร่วงแล้วค่ะ เสาร์นี้ไม่น่าจะพลาด อิอิ


โดย: meena (Meena_March ) วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:23:07:35 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

krysler
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add krysler's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.