The End justified The Means
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
10 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 
Babel



"โดดเดี่ยวในโลกกว้าง อ้างว้างท่ามกลางฝูงชน"



อ้าง อิงจากบทปฐมกาล เจเนซิส กล่าวไว้ว่า หลังจากมนุษย์ชาติและสิ่งมีชีวิตอื่นๆได้อาศัยเรืออาร์ค (ของ โนอาห์)รอดพ้นจากอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งเป็นดลบันดาลของพระ ผู้เป็นเจ้าเพื่อชะล้างให้ผืนแผ่นดินสะอาดสดใสแล้ว เหล่าผู้รอดชีวิตเหล่านั้นได้รวมตัวกันสร้างเมือง บาบิโลนและหอคอยบาเบลขึ้นมา

หอคอยอันสูงเด่นตระหง่านนับเป็น สัญลักษณ์ความสมานฉันท์และการอาจเอื้อมเหลือประมาณที่คิดจะล่วงล้ำขึ้นไป สู่เขตแดนของพระผู้เป็นเจ้า... ด้วยความพิโรธ หอคอยเสียดฟ้าพังทลายลงทันใดจากพระมหินทรา

และสิ่งที่ตามมาคือ ผู้สร้างหอคอยทุกคนกลับพูดจาด้วยภาษาที่แตกต่างกัน นับจากนาทีนั้นความสับสนอลหม่านก็เกิดขึ้นบนโลกนี้ และนั่นคือเรื่องราวของหอคอยบาเบลที่หลายๆคนรู้จัก

มากกว่านี้คง ต้องรบกวนให้ไปหาอ่านเอง เพราะอันที่จริงตัวผมก็ไม่แม่นพระคัมภีร์สักเท่าไหร่นัก เข้าทำนองว่าเขียนเยอะก็ผิดเยอะ แต่จะอย่างไรก็ดี บาเบลในศักราชนี้ไม่ใช่เรื่องราวที่บอกเล่าถึงหอคอยในตำนาน หากแต่บอกถึงความสับสนเมื่อมนุษย์มิอาจเข้าใจกันด้วยคำพูด

Babel เป็นงานดราม่าขายความกดดันชิ้นล่าสุดของ Alejandro Gonzalez Inarritu (เจ้าของฝีมือกำกับ 21 Grams) ที่ครั้งนี้ได้ดาราแม่เหล็กอย่าง แบรด พิตต์และเคท แบลนเชตต์มาช่วยเรียกคนดู

มาครั้งนี้ผู้กำกับพรสวรรค์ อย่างอินาริตูเล่าเรื่องที่โศกนาฏกรรมที่กินเวลาราวๆ 5 วันซึ่งผูกโยงคน 4 กลุ่มใน 3 ประเทศเข้าด้วยกันจากจุดเริ่มต้นเพียงปืนกระบอกเดียว ดูไปดูมาคล้ายๆกับว่าอินาริตูพาเราเฉี่ยวทฤษฏีปีกผีเสื้อ (Butterfly effect) หรือการเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาวไปแบบเฉียดฉิว

ที่ต้องบอกอย่างนั้นเพราะว่าการมองข้ามประเด็นเรื่องเล็กลุกลามเป็นเรื่องใหญ่ไปเพราะหนังมีอย่างอื่นที่น่าสนใจกว่าไว้ขายเรานั่นเอง

บาเบลเริ่มต้นเรื่องราวพร้อมๆ กับการเปลี่ยนเจ้าของของปืนไรเฟิลกระบอกหนึ่งที่ครอบครัวชาวบ้านในทะเลทราย ของโมร็อคโคซื้อไว้ให้ลูกชายวัยรุ่นทั้งสองของเขาล่าหมาไนเพื่อเป็นการปก ป้องฝูงแพะ แต่ด้วยความคึกคะนองของทั้งคู่ที่ยังสงสัยในอานุภาพของอาวุธ กระสุนนัดหนึ่งก็พุ่งเข้าหาเป้าหมายที่ไม่มีใครคาดถึง

หนังพาเราไป พบในเวลาถัดมาว่าเหยื่อของกระสุนนัดนั้นเป็นคุณแม่ลูกสองชาวอเมริกันที่มา พักผ่อนและหาทางปรับความเข้าใจกับสามีเพียงลำพัง 2 คน จากเหตุการณ์แห่งความคึกคะนองลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโลกอยู่ในยุคแห่งความตื่นตระหนกต่อการก่อการร้าย

อีก ด้านหนึ่งลูกทั้งสองของนักท่องเที่ยวเคราะห์ร้ายก็พบเรื่องราวที่สาหัส เมื่อพี่เลี้ยงชาวเม็กซิโกตัดสินใจพาทั้งคู่ข้ามพรหมแดนไปร่วมงานแต่งงาน ลูกชายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากเหตุการณ์หนึ่งสู่อีกเหตุการณ์หนึ่งบาเบลนำพาผู้ชมไปสู่ลูกโซ่ของความ ผิดพลาดที่ประดังประเดเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง

ไกลออกไปยังอีกซีกโลก หนึ่งเด็กสาววัยรุ่นชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งกำลังทนทุกข์และอ้างว้างในเมือง ใหญ่... เพราะในโลกที่แสนอึกทึกกลับเงียบสนิทสำหรับเธอ ครับ เธอเป็นผู้พิการทางการได้ยิน พวกเขาถูกดึงเข้ามาโยงใยกันและกันได้อย่างไรและอุบัติเหตุที่น่าเศร้าครั้ง นี้จะจบลงแบบไหนก็ต้องไปตามดูกันเองแล้วครับ

ว่ากันที่ตัวหนัง... บาเบลโดดเด่นสมชื่อหอคอยเสียดฟ้าในบทปฐมกาลด้วยการผูกเรื่องที่ไม่น่า เกี่ยวข้องกันให้เกิดเป็นโศกนาฏกรรมขึ้นมาได้ แต่การจะกระทำเช่นนั้นได้เทคนิคการเล่าเรื่องและลำดับภาพต้องเป็นระดับขึ้น หิ้งสุดแสนบรรเจิดเลิศเลอ ไม่งั้นจะพาลงงกันทั้งคนสร้างและคนดู

และ นี่คือส่วนที่ผมต้องติ (ซึ่งจริงก็ไม่ค่อยอยาก) บาเบลเลือกที่จะเล่าเรื่องโดยไม่ยึดติดกันลำดับเวลาและสถานที่ อาจเพราะหนังไม่ยอมปูพื้นความรู้ให้เราแม้สักประโยคเดียว ผู้กำกับจึงเลือกว่าอะไรที่คนดูของเขาควรจะรู้ก่อนและหลัง

บา เบลพาคนดูตัดกลับไปมาโดยไม่อิงกับเวลาและสถานที่ พาไปข้างหน้าและพาย้อนมาข้างหลัง พาไปที่นู่นทีจนพอใจ (ของผู้กำกับ) แล้วเขาก็จะพาเราเปลี่ยนไปอีกที่หนึ่ง ผมค่อนข้างเข้าใจว่าวิธีกำกับแบบนี้เป็นอะไรที่สุดแสนจะ แนว

แต่หาสมาธิหลุดและไม่ต้องใจติดตามแล้วล่ะก็... คุณได้หลงทางกลางทะเลทรายแน่ๆ เพราะหลายครั้งการลำดับภาพการเรากระโดดเร็วเหลือเกิน

ส่วน ที่ชัดเจนมากๆคือ แก่นของเรื่องที่เน้นว่า หากไปอยู่ในโลกที่เราไม่ได้รู้สึกกลมกลืน... จะอึดอัดขนาดไหน ทั้ง 2 สามี-ภรรยาที่ต้องติดแหง่กแถมบาดเจ็บในดินแดนที่ไม่ค่อยมีใครเข้าใจภาษาของ เรา เด็กๆที่สัมผัสกับโลกในอีกแบบหนึ่ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งน้องนักเรียนญี่ปุ่นที่อยู่ในโลกเงียบและใครหลายคนหัน หลังให้เธอ

พูดถึงเนื้อเรื่องในส่วนของครอบครัวชาวญี่ปุ่นแล้ว ผมออกจะสงสัยไม่น้อยว่านี่เป็นเพียงส่วนเติมเต็มของเรื่องราวหรือเป็นแค่ อะไรบางสิ่งที่ผู้กำกับยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างของการไม่เข้าใจภาษาในอยู่แบบ หนึ่งเท่านั้น เพราะตั้งแต่ต้นจนจบเหมือนกับว่า ครอบครัวนี้กลายเป็นหนังอีกเรื่องที่ซ้อนทับอยู่

หากมองดูแล้วจะพบ ว่า ความเกี่ยวเนื่องของ 3 กลุ่มคนที่เหลือนั้นดูจะกลมกลืนและแนบเนียนกว่า แต่น่าแปลกที่แม้จะจะแค่เกาะกับเนื้อเรื่องหลักแค่เพียงปลายนิ้ว เรื่องราวของน้องหนูญี่ปุ่นกับโลกเงียบของเธอนั้นโดดเด่นและมีพลังในการ สื่อความหมายมากกว่าเสียอีก

การดำเนินเรื่องแบบคู่ขนานพร้อมการเล่า เรื่องแบบไม่ยึดติดกับลำดับเวลาขับให้ความขัดแย้งในเนื้อเรื่องเด่นชัดขึ้น มา เราจะเห็นทั้ง 2 ฝั่งของกลุ่มคนที่พัวพันกับความผิดพาลดครั้งนี้ และเห็นความเจ็บปวดค่อยๆกัดกินพวกเขาและนั่นทำให้หนังเป็นเจ้าของช่วงเวลา อันน่าอึดอัดและตรึงเครียดนาทีแล้วนาทีเล่า แต่ไปๆมาๆ บทจะลงเอยก็ลงเอาเรียบๆง่ายเสียอย่างนั้น

ว่ากันที่นักแสดง... 2 นักแสดงนำทั้ง พิตต์และเคท ดูจะลอยตัวกับบทบาทที่พวกเขาได้รับ ความชั่วแน่นอนว่าไม่มีแต่ถ้าจะให้ชมก็ชมไม่เต็มปากมากนักเพราะทั้งคู่ดู ไม่เปลืองพลังของซูเปอร์สตาร์มากเท่าที่ควร และอันที่จริงและทั้งพิตต์และเคทเองก็เป็นเพียงนักแสดงนำ หาใช่กระดูกสันหลังของเรื่องทั้งหมดไม่

ที่น่าประทับใจและต้องปรบ มือให้คงหนีไม่พ้นเด็กชาวบ้าน 2 คนที่มาจากไหนก็ไม่ทราบแต่มีพลังในการชับเคลื่อนเรื่องราวได้ และที่ควรชมมากกว่านั้นคือ 2 นักแสดงสมทบหญิง Adriana Barraza จากบทพี่เลี้ยงเด็กชาวเม็กซิโกและแน่นอน น้องหนู Rinko Kikuchi จากบทสาวใบ้ ชิเอโกะ ที่ขยันขโมยซีนเอามากๆ (เธอทั้งคู่เข้าชิงรางวัลออสการ์สานักแสดงสมทบหญิงปีนี้)

หลายคน เปรยๆว่าดูบาเบลจบแล้วอดคิดย้อนไปถึงเรื่อง Crash ไม่ได้ จะเพราะอะไรก็ตามผมไม่ทราบได้เพราะไม่ได้ดูหนังเรื่องที่ว่า แต่ไม่ต้องเปรียบมวยกับใครอื่นบาเบลก็ชัดเจนจะแจ้งในตัวตนของตัวเองอยู่แล้ว หนังพาเราขึ้นจุดพีคตามเป็นควรจะเป็นและก็คลายลงในตอนท้ายโดยไม่มีแวะพัก หรือที่ว่างใดๆให้การความผลิกผัน

(ไม่นับเรื่องที่เป็มปมบางอย่างที่ผู้กำกับน่าจะจงใจทิ้งไว้เราคาใจกันเล่นๆ)

ว่า กันถึงรางวัล... จากการเข้าชิงถึง 7 รางวัลในเวทีออสการ์ (ขออนุญาตไม่พาดพิงไปถึงรางวัลอื่นๆ เพราะขี้เกียจเขียนถึง) ที่อยากให้ได้ใจจะขาดก็คือสมทบหญิงยอดเยี่ยมและรางวัลด้านเพลงประกอบ ส่วนของใหญ่อย่างภาพยนตร์แห่งปีนั้นยังไม่กล้ายกให้เพราะยังไม่ดูคู่แข่ง รายอื่นเลย แต่ให้ทายคงต้องบอก ดียังไม่พอ ฟันธงแบบไม่กลัวหน้าแหกว่า ไม่ได้แน่นอน

(ถ้าผมทายผิดหนังเกิดได้รางวัลขึ้นมาค่อยว่ากันทีหลัง)

ภาพ รวม... เนื้อเรื่องเล็กๆที่ทรงพลังมาพร้อมกับการต่อเชื่อมอย่างแยบยล (ถึงจะโดดหยองแหยงบ้างบางอารมณ์) และแม้จะไม่มีความน่าตื่นเต้น (ไปเกินกว่าที่เรื่องราวควรจะมี) ก็ต้องชมว่าอินาริตูแน่จริงๆที่ทำได้ถึงขนาดนี้ พิพากษาให้คะแนนแบบไม่ลำเอียงแล้ว เรื่องราวความสับสนในโลกที่เราไม่คุ้นเคยชิ้นนี้ รับไปจากผม 3 ดาวค่อนๆ





Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2550 22:58:55 น. 0 comments
Counter : 394 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

krysler
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add krysler's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.