Group Blog
 
<<
มกราคม 2554
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
13 มกราคม 2554
 
All Blogs
 
ความรู้พื้นฐานสำหรับการลงทุนในตลาดอนุพันธ์ (ตอนที่6) Options4 : Put options

Put options เป็นอะไรที่อธิบายยาก เพราะมันขัดกับความรู้สึกของคนเล่นหุ้น ที่ว่า ยิ่งดัชนีตก ยิ่งกำไร แต่เนื่องจากปัจจุบันมีทั้งการยืมหุ้น short และการ short futures ทำให้หลาย ๆคนคุ้นเคยกับการจัดการของ port ขาลง

ถ้ามีความเข้าใจเรื่อง call options โดยเฉพาะในส่วนของการ ทำตาราง pay off และการทำกราฟแล้ว เราสามารถเอาแนวคิดดังกล่าวมาทำกับ put options ได้ เพียงแต่ว่ามันเป็น mirror image หรือภาพสะท้อนในกระจก ในด้านซ้าย-ขวา

ความหมายของ put options สิทธิที่จะขาย ในกรณีของ put options ของ set50 ก็คือสิทธิที่จะขายดัชนีในราคา strike price เราจะได้กำไรจาก option เมื่อ ดัชนีลดลง ยิ่งลดลงมากจะมีโอกาสกำไรมาก (ตรงกันข้ามกับ call option ที่ดัชนียิ่งขึ้นแต่ยิ่งได้กำไร) และด้วยความที่มันเป็นสิทธิ(ที่จะขาย) ทำให้ผู้ที่ซื้อ put option มีสิทธิที่จะเลือกว่าจะใช้สิทธิหรือยอมทิ้งสิทธิ (หรือเหมือนกรณีที่ทิ้งใบจอง) โดยยอมเสียเฉพาะค่า option ที่ซื้อ ถ้าอยู่ในกรณีที่ใช้สิทธิแล้วยิ่งขาดทุน (คือกรณีที่ดัชนีสูงกว่า strike price) แต่ในทางกลับกัน ผู้ขาย option จะต้องทำตามความต้องการของผู้ซื้อเสมอ ว่าจะใช้สิทธิหรือไม่ใช้สิทธิ

ความยากมันอยู่ตรงที่ว่า ผู้ซื้อ put option หมายถึง ผู้ซื้อสิทธิที่จะขาย คือเขายังเป็นผู้ซื้ออยู่ (แม้ว่าสิทธินั้นจะเป็นสิทธิที่จะขาย) ทำให้คนงง ดังนั้นพยายามอ่านให้เคลียร์ และดูตัวอย่างประกอบ (เหมือนเดิมครับ คือฝึกเขียนตาราง และ กราฟให้คล่อง ก็จะ get idea

เราเริ่มที่ model ก่อนนะครับ เอาเป็นว่าใช้ข้อมูลปัจจุบันคือ ดัชนี Set50 ปิดที่ประมาณ 707 เราเลือกเอา put option ที่มี strike price ใกล้เคียงกับดัชนีปัจจุบัน 2 ตัว คือ P700 และ P710



ตัวแรก P710 ราคาที่มีเสนอขายในตลาดคือ 31 (ความหมายแรกที่เราควรรู้คือ ถ้าจะซื้อตัวนี้ ใช้เงิน 6,200 บาทหรือจุดละ 200บาท)
ทำตารางก่อน โดยเริ่มที่ ผลตอบแทน ณ ราคา ปัจจุบัน แล้วเพิ่มช่องทั้งในด้านมากกว่า และน้อยกว่าราคาปัจจุบัน (ให้ลองกลับไปดูวิธีทำในกรณี call option ในตอนที่ 4 ครับ) ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็นดังนี้ครับ




ลองทำตัว P700 อีกตัว P700 มีคน offer ที่ 26 หรือราคา 5200 บาท จะได้ตารางและกราฟดังนี้






ถ้าจำเป็นต้องคิดในใจ ผมใช้อย่างนี้ครับ สมมุติว่าเราซื้อ call720 และ put720 ที่ราคา 20 และ 25 ตามลำดับ

กรณีของ call ค่าที่ทำให้เราเท่าทุนก็คือ เอา strike price + มูลค่าที่เราซื้อ จะได้ 720+20 หรือ break even ที่ 740 และหากดัชนีสูงกว่านั้นในวันสิ้นสุดสัญญา ก็จะเริ่มได้กำไร จุดละ 200 บาท

กรณี put เอา strike price - มูลค่าที่เราซื้อ จะได้ 720-25 หรือ break even ที่ 695 และหากดัชนียิ่งต่ำไปกว่านั้นก็เริ่มได้กำไร

พอได้ feeling ไหมครับ ลองคิดตัวอย่างด้วยตัวเอง แล้วคำนวณ ดู ทำหลาย ๆ ครั้งก็เริ่มคล่องครับ

คราวหน้า จะพูดเรื่อง การ ขาย option หรือหมายถึง หากเราอยากเปลี่ยนบทบาทจากคนซื้อใบจอง หรือคนซื้อประกัน เป็นคนขายใบจองหรือคนขายประกันแทน จะเอาขึ้นวันจันทร์แล้วกัน

เหมือนเดิมครับ comment หรือลงชื่อ จะขอบคุณมากครับ ถ้ามีข้อสงสัยถามได้ จะหลังไมค์ก็ได้นะครับ


Create Date : 13 มกราคม 2554
Last Update : 14 มกราคม 2554 7:55:30 น. 14 comments
Counter : 4277 Pageviews.

 
รออ่านตอนต่อไปอยู่ครับ อย่าเพิ่งเลิกก่อนนะ


โดย: Au IP: 183.89.97.74 วันที่: 14 มกราคม 2554 เวลา:15:24:13 น.  

 
รออ่านต่อด้วยครับ

เท่าที่เข้าใจคือแบบนี้ใช่มั๊ยครับ
ซื้อ call option ดัชนีขึ้น เราได้กำไร
ขาย call option ดัชนีลง เราได้กำไร
ซื้อ put option ดัชนีลง เราได้กำไร
ขาย put option ดัชนีขึ้น เราได้กำไร
ประมาณนี้ใช่มั๊ยครับ
แบบนั้นเราก็เล่น call แบบเดียวเลยสิครับเข้าใจง่ายกว่า ผมไม่ค่อยเข้าใจว่าเราจะ put ทำไม
เอ่อ ผมจำได้ว่าเรามีพูดถึงค่า premium เป็น buffer ให้ผู้ขายด้วยใช่มั๊ยครับ? ไม่ทราบว่าเราดูตรงไหนอ่ะครับ
ขอบคุณมาล่วงหน้าครับผม สำหรับความรู้ดีดี
เรื่อง option ผมได้ยินมานานมากแล้วแต่ยังงงงงอยู่


โดย: Chess IP: 115.87.138.185 วันที่: 14 มกราคม 2554 เวลา:21:47:37 น.  

 
premium เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณครับ
ที่เหลือก้อพอเข้าใจครับ ขอบคุณครับ


โดย: chess IP: 58.9.48.120 วันที่: 17 มกราคม 2554 เวลา:11:58:15 น.  

 
แล้วจะรู้ได้ไง ว่าตอนนี้ควรซื้อ call options หรือซื้อ put options มีแนวทางในการดูยังไงครับ ถ้าไม่ดูกราฟ แล้วซื้อเดือนใกล้หรือเดือนไกลดีครับ ผมสงสัยว่าทำไม set50 , ทอง มีแต่คนเล่นเดือนใกล้ แต่น้ำมันดิบ ยางพารา มีแต่คนเล่นเดือนไกล มันกลับด้านกัน แล้วเดือนใกล้แพงกว่าเดือนไกล แปลว่าอะไร เดือนไกลแพงกว่าเดือนใกล้ หมายถึงอะไร ผมสงสัยมานานแล้วครับ ไม่รู้เกี่ยวกับ options หรือเปล่า


โดย: U1000 IP: 58.8.83.79 วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:1:59:05 น.  

 
@U1000 ดู comment คุณ chess ครับ คือ ต้องมีมุมมองก่อนว่า ดัชนีจะขึ้นหรือลง แล้วเลือกเครื่องมือ ส่วน strike price จะเขียนไว้ในตอนต่อจากตอนนี้

Set50 นิยมเล่น series ใกล้ เพราะ Series ใกลมันมีความเสี่ยงของการแปรปรวนของดัชนีมาก ก็ไม่นิยมเล่นครับ ส่วน Commodities อื่นๆ อาจมีประเด็นที่คนที่เขาทำธุรกิจจริง เขาใช้ป้องกันความเสี่ยง ถ้ารอบในการชำระ ยาว ก็ต้องเลือกตัวยาว ให้เหมาะสมกันครับ

เดือนไกล เดือนใกล้ แพงถูก ขึ้นกับ expectationของตลาดครับ ว่าช่วงที่หมดอายุ ตลาดเก็งว่าจะขึ้นหรือลง

แต่ถ้าไม่คิดถึง expectaion โดยทฤษฎีแล้ว ตัวไกล จะถูกกว่าตัวใกล้ครับที่เรียกว่า Contango
เพราะเขามองว่าหากราคาสินทรัพย์อ้างอิงไม่เปลี่ยนแปลงเลย (นิ่งตลอด) การเล่น future ใส่เงินแค่นิดเดียว เงินที่เหลือเอาไปฝากแบงค์ได้ดอกเบี้ย ดังนั้น future ควรจะถูกลงนิดนึงเมื่อเทียบกับสินค้าอ้างอิง และยิ่งใกล ยิ่งถูก
ตามกฏของ one price ครับ ไม่งั้นคน arbitrage ได้


โดย: krit587 วันที่: 19 มกราคม 2554 เวลา:12:11:25 น.  

 
Thanks very much


โดย: 3am IP: 183.89.205.126 วันที่: 23 มกราคม 2554 เวลา:18:49:47 น.  

 
@chess
risk-return pattern มันไม่เหมือนกันครับ
เช่นมองว่าตลาดขึ้น เลือกได้ทั้ง long call และ short put แต่ความเสี่ยงและผลตอบแทน คนละแบบกันเลยครับ เงินประกันก็ไม่เหมือนกัน ต้องมาประเมินว่า อะไรที่ OK สำหรับผู้ลงทุนกว่ากัน (น่าจะเขียนเรื่องนี้ในตอนหน้าหรือตอนถัดไป
ส่วนเรื่อง premium จะเขียนเร็ว ๆ นี้ครับ หลักก็คือ premium คือ intrinsic value + time decay value และ time decay value คือสิ่งที่เกินไปกว่าค่าที่แท้จริง เวลาเรา ซื้อหรือขาย option เช่น
ดัชนีอยู่ที่ 710
Call 700 ราคา 25
Call 710 ราคา 20
ถ้า คิดมูลค่าจริง ๆ แบบง่าย ๆ call 700 มันต่ำกว่าราคาตลาด 10 จุด ก็คือมันมีค่า intrinsic value 10 และส่วนที่เหลือ 25-10=15 ก็คือ time decay calue
ส่วน call 710 ค่าจริง ๆ คือ 0 ที่เหลือคือ time decay value ล้วน ๆ


โดย: krit587 วันที่: 6 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:7:06:16 น.  

 
เป็นนักศึกษาป.โทคะ กำลังศึกษาวิชาการค้นคว้าอิสระอยู่ จึงมีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลจากแบบสอบถามคะ เพื่อใช้ประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น จึงอยากจะขอความร่วมมือจาก เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ด้วยนะคะ (ตามลิงค์คะ)

https://spreadsheets.google.com/viewform?hl=en&pli=1&formkey=dHBNY2NMbFcwTlduOUJweG5HaU5MVGc6MQ#gid=0

ขอขอบคุณมากนะคะ


โดย: muk IP: 124.122.250.218 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:1:04:14 น.  

 
ได้โปรดลงตอนที่ 7 ได้ไหมครับ
ผมจะสอบวันเสาร์นี้แล้ว 5 มี.ค. Y Y

ผมงง ในมุม ผู้ขาย ครับบบบบ


โดย: Seefa Bank IP: 49.229.190.240 วันที่: 3 มีนาคม 2554 เวลา:21:08:12 น.  

 
ลงชื่อเข้าห้องเรียนค่ะ เปงนักเรียใหม่ จะตามไประดับ intermediate level ให้ได้เร็วๆๆ นี้จ๊ะ


โดย: genie (จีนี) IP: 10.0.2.208, 118.175.64.208 วันที่: 22 มิถุนายน 2554 เวลา:4:47:06 น.  

 
ขอบคุณมากครับ


โดย: seenin IP: 183.89.126.146 วันที่: 18 กันยายน 2554 เวลา:13:16:56 น.  

 
ขอบคุณมากครับ


โดย: helicopter IP: 124.120.32.194 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:22:06:51 น.  

 
สู้ต่อไป ทาเคชิ


โดย: kenkoong IP: 58.9.6.137 วันที่: 15 มกราคม 2556 เวลา:21:08:05 น.  

 
กระทู้ 4 ปีกว่าแล้ว
เป็นประโยชน์กับคนรุ่งหลังมากครับ
ผมเพิ่งศึกษา option ได้ความรู้มากเลย
ขอบคุณมากครับ


โดย: spytrade IP: 1.20.185.240 วันที่: 29 มิถุนายน 2560 เวลา:19:14:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

krit587
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




Friends' blogs
[Add krit587's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.