Group Blog
 
 
สิงหาคม 2550
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
22 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 
เมื่อฉันเป็นอาจารย์เต็มตัวในวันเเรก

วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันที่สอง แต่เป็นวันผมสอนเป็นวันแรก (เพราะผมสอนวันอังคาร กับ พฤหัส) ถึงแม้ผมจะมีประสบการณ์การสอนนักเรียนอเมริกันมาก่อนห้าปีแล้ว แต่ผมก็เพิ่งได้เป็น full-time, tenure-track professor วันนี้เป็นวันแรก เพราะฉะนั้นความรู้สึกก็รู้สึกต่างไปนิดหน่อย

อย่างแรกคือผมรู้สึกว่าตัวเองมี authority ในห้องเรียนขึ้น เนื่องจากคนส่วนใหญ่มองผมจากภายนอก และคิดว่าผมยังเป็นนักเรียนอยู่ อาจจะเพราะว่าผมตัวเล็ก และหน้าเด็ก (อิอิ) เพราะฉะนั้นเมื่อเราได้ title ว่า assistant professor มา ทำให้รู้สึกถึงความมี authority ขึ้นในชั้นเรียน สังเกตได้จากเด็กในชั้นจะถามเกี่ยวกับประวัติการศึกษาของผมว่าทำไมเรียนจบเร็วจัง ทำ dissertation หัวข้อไหน เป็นต้น เวลาเป็น graduate student และสอน ผมรู้สึก(ไปเองหรือเปล่า) ว่าเด็กไม่ค่อยฟังเราเท่าไร และไม่ค่อยตั้งใจเรียน อาจเป็นเพราะเด็กส่วนใหญ่คิดว่า ถ้าวิชาไหนสอนโดยทีเอ จะให้เกรดไม่โหด (ซึ่งจริงๆกลับตรงกันข้าม ทีเอ โหดกว่าอาจารย์จริงๆซะอีก คงเพราะกำลังไฟแรง ต้องการให้ทุกอย่างถูกต้องตามหลักมั้งครับ)

จริงๆมันไม่ใช่แค่เด็กนักเรียนหรอกที่มองว่าผมเป็นนักเรียน แม้แต่อาจารย์ในภาคภาษาอังกฤษบางคน(ที่ยังไม่รู้จักผม หรือรู้จักแล้วแต่จำไม่ได้) ก็ยังนึกว่าผมเป็นนักเรียนเลย อาทิตย์ก่อนเดินเข้าไปในห้องของภาคภาษาอังกฤษ เพื่อไปเอาหนังสือจากชั้นส่วนกลาง มีอาจารย์คนนึง เดินมาหาผม "can I help you?" ผมตอบ "Hi, Sandy, This is Krisda. We had lunch together when I came here for a visit"....เธอหยุดไป พร้อมกับพูดว่า "Oh...Krisda...I'm sorry. I thought you were a student..."

มันก็ดีหรอกนะที่ผมหน้าเหมือนนักเรียน เพราะใครๆก็ดีใจใช่ไหมครับว่า หน้าเด็ก แต่อีกนัยหนึ่งมันก็แปลกนะที่คนทั่วๆไปมักจะ make assumption based on how you look, how you speak, what car you drive, what clothes you wear, etc. เฮ้อ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า don't judge a book by its cover.

เทอมนี้ผมสอน สองวิชาที่แตกต่างกัน แต่มีสอนซ้ำ (นั่นคือ สอนสอง section ของวิชาเดียวกัน) สอนสองวิชาคือ วากยสัมพันธ์หรือไวยากรณ์อังกฤษ และ การเขียนภาษาอังกฤษ ผมรู้สึกโอเคนะ กับการเตรียมตัวสองวิชา ไม่มากไป

ผมคงไม่สามารถเตรียมตัวสอนสามวิชาในเทอมเดียวได้ เพราะมันหนักเหลือเกิน ไม่เคยคิดเลยว่าเป็นอาจารย์จริงๆมันจะหนักขนาดนี้ เพราะตอนผมสอนขณะที่เป็น grad student มันแค่ตัวเดียวต่อเทอม (นั่นคือ half-time professor) แต่อาจเป็นเพราะผมอัดทุกอย่างภายในสองวันด้วยกระมัง จากแปดถึงห้าโมงเย็น อังคาร และพฤหัส (แต่ยังดีมีพักระหว่างคาบเรียน ชั่วโมงบ้าง สองชั่วโมงบ้าง ให้ผมได้พักทานข้าว ไปออกกำลังกาย ฯลฯ) ผมเลยมีวันหยุด จันทร์ พุธ ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์

หลายคนอาจจะบอกว่า เป็นอาจารย์สบายจัง ทำงานแค่ สองวัน วันละเก้าชั่วโมง คนเค้าทำกันสี่สิบชั่วโมง แต่นี่เป็นเพียงแค่ภาพภายนอกเท่านั้น เพราะว่าจริงๆ แล้ว ต้องนับเวลาที่ผมเตรียมตัวสอน เวลาที่ผมถ่ายเอกสาร หรือ ทำชีทแจก เวลาที่ผมเขียนบทความส่ง เวลาที่ผมเข้าประชุม หรือ สัมนา และเวลาที่ผมทำหน้าที่บริการมหาลัยในด้านต่างๆ สิ่งเหล่านี้อาจจะไม่ได้นับเวลาได้โดยการตอกบัตรเหมือนพนักงานออฟฟิศ มันแค่ดีตรงที่มันเป็น flexible hours คือ ทำตอนไหนก็ได้ที่อยากทำ แต่ถ้านับจริงๆแล้ว ผมว่ามากกว่าสี่สิบชั่วโมง เพราะว่าบางทีอ่านหนังสือ เขียนบทความ ทำๆไปเพลินๆก็สี่ห้าชั่วโมง เพราะรู้สึกสนุกกับมันไงครับ

ปัญหาอย่างหนึ่งที่ผมเจอกับตัวคือ บางทีเราเข้าใจอ่ะ แต่ไม่ทราบจะอธิบายให้นักเรียนเข้าใจอย่างไร เช่น ยกตัวอย่างง่ายๆ In the book are grammar lessons. มองปั๊บรู้ทันทีว่า อะไรคือประธาน อะไรคือ กริยา แต่เด็กอเมริกันไม่เข้าใจอ่ะครับ บางทีไปตอบ book บ้าง ไปตอบ in the book บ้าง คือมันก็ยากเหมือนกัน มันคงเหมือนว่า ให้ผมไปสอน เอ บี ซี กับนักเรียนอนุบาล ผมคงทำไม่ได้หรอก เพราะว่าไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรไงครับ เพราะทุกสิ่งมันดูเหมือนง่ายไปหมด

พรุ่งนี้ก็หยุดหนึ่งวัน ก่อนสอนอีกทีวันพฤหัส คืนวันพฤหัส เหมือนปล่อยผีเลยครับ ผมคงขอนอนก่อน แล้ววันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ค่อยทำงานเขียนบทความต่อไป....




Create Date : 22 สิงหาคม 2550
Last Update : 22 สิงหาคม 2550 10:22:55 น. 12 comments
Counter : 548 Pageviews.

 
คุณครูค่ะ มันก็ไม่ง่ายนะค่ะ เด็กไทยเห็น ยังต้องลองให้เรียงประโยคใหม่ จึงจะพอไหวนะค่ะ
In the book are grammar lessons เป็น Grammar lessons are in the book.

โชคดี และยินดีด้วยนะค่ะ คุณครูคนใหม่


โดย: Uwa วันที่: 22 สิงหาคม 2550 เวลา:10:52:14 น.  

 
เป็นอาจารย์หน้าเด็กก็ลำบากนิดนะคะ อิ อิ..
เคยเป็นมาแล้วเหมือนกันค่ะ ของเราเด็กๆเรียกพี่ค่ะ เพราะตอนนั้นอายุยังไม่เท่าไหร่


โดย: ลูกแม่ดอกบัว วันที่: 22 สิงหาคม 2550 เวลา:11:13:49 น.  

 
มาหวัดดี อาจารย์


โดย: boatboat วันที่: 22 สิงหาคม 2550 เวลา:11:38:32 น.  

 
อ่านแล้วซีเรียสนะคะ แต่้เชื่อว่าคุณทำได้ค่ะ


โดย: ostojska วันที่: 22 สิงหาคม 2550 เวลา:11:45:00 น.  

 

ตัวเล็ก หน้าเด็กเหมือนกัน
หุหุ


โดย: p_tham วันที่: 22 สิงหาคม 2550 เวลา:13:03:11 น.  

 
เหมือนกันเลยค่ะ ตอนมาทำงานใหม่ๆ เค้านึกว่าเป้นเด็กฝึกงาน

ไม่ได้หน้าอ่อนนะ แต่ว่าตัวเตี้ยอ่ะ เง้อ.....


โดย: หมวยแก้มป่อง วันที่: 22 สิงหาคม 2550 เวลา:13:18:47 น.  

 
อาจารย์ สุดยอดเลยคับ


โดย: frank3119 วันที่: 22 สิงหาคม 2550 เวลา:14:05:59 น.  

 
เอาใจช่วยอาจารย์คนใหม่นะคะ


โดย: mintny_n วันที่: 22 สิงหาคม 2550 เวลา:14:09:08 น.  

 
เข้าใจเลยค่ะ ใคร ๆ คิดว่าอาจารย์ทำงานน้อย แต่ที่ไหนได้ (ดิฉันก็เป็นอาจารย์ เหมือนกัน แต่เป็นอาจารย์พิเศษค่ะ แล้วหน้าก็เด็กค่ะ แต่อาศัยแต่งตัวให้ดูเก๋าเข้าไว้) เคยเตรียมการสอนจนถึงเช้าแล้วก็ไปสอนต่อ แล้วก็เข้าใจความรุ้สึกของการสอนคาบสุดท้ายมากเลยค่ะ มันโล่งงงงงใจมากเลย ว่าแต่คุณกฤษดา (เขียนอย่างนี้ถูกหรือเปล่าคะ) เก่งจังเลยค่ะ สอนภาษาอังกฤษให้กับเจ้าของภาษาเลยนะนั่น

มีคนเคยบอกว่า แค่อาจารย์เตรียมการสอน ก่อนเข้าสอนก็เป็นอาจารย์ที่ดีแล้วค่ะ น้องว่าจริงมั้ยคะ



โดย: vlovethai วันที่: 22 สิงหาคม 2550 เวลา:14:24:04 น.  

 
การเป็นอาจารย์เป็นงานลำบากค่ะ เราไม่เคยคิดว่าเป็นงานสบายเลย

ตอนจบโทใหม่ๆเพื่อนเคยชวนเป็นอาจารย์เหมือนกัน แต่คิด 5 ตลบแล้วขอบายอ่ะค่ะ เพราะรู้สึกทนไม่ไหวที่ต้องกลับไปอยู่ในบรรยากาศการเรียน(การสอนอีก) ตอนเรียนจบก็เหมือนยกภูเขาออกจากอกแล้ว ถ้าเป็นอาจารย์คงต้องอ่าน text ต่อไปอีกเรื่อยๆไม่มีสิ้นสุด มิฉะนั้นเด็กถามมาจะตอบไม่ได้

อีกอย่าง ลองคิดถึงวันหยุดของเรา ถ้าเราจะแต่งตัวโทรมๆหรือทำตัวไม่เหมือนตอนเป็นอาจารย์ เกิดลูกศิษย์เจอเข้าก็อายเค้าอีก และยังคิดไปไกลถึงขั้นว่า ฉันไม่อยากโดนคนด่าลับหลัง ตอนเรียนเมาท์อาจารย์ลับหลังประจำเลย ยิ่งสอนไม่ดีไม่รู้เรื่องยิ่งแล้วใหญ่

เป็นกำลังใจให้เจ้าของบล็อกค่ะ และแอบอิจฉาที่หน้าเด็กจนดูเหมือนนักเรียน


โดย: L.I.R.A. วันที่: 22 สิงหาคม 2550 เวลา:16:16:34 น.  

 
เราว่าเรียนภาษาแม่ของตัวเองยากกว่าเรียนภาษาต่างชาติอีกค่ะ

เพราะเราวัดจากตัวเองรู้สึกว่าไวยากรณ์ภาษาไทยยากกว่าอังกฤษอีก


โดย: MaRiMeKKo วันที่: 22 สิงหาคม 2550 เวลา:23:42:21 น.  

 
ขอ added นะ คร๊าบ (add ไปแว๊ว ก่อนขอ อิอิ)


โดย: Sabine วันที่: 4 ตุลาคม 2551 เวลา:15:36:59 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

krisdauw
Location :
Washington, Seattle United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




Friends' blogs
[Add krisdauw's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.