Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2556
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
10 ธันวาคม 2556
 
All Blogs
 
วันที่งดงามท่ามกลางความขัดแย้ง




...........ในฐานะประชาชนคนตัวเล็กๆคนหนึ่ง และรู้สึกหวาดผวากับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยตลอดเวลาประมาณ ๘ ปีที่ผ่านมา เพราะหลายครั้งมักจะเกิดโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้า และมีคนตายอย่างไร้ค่า ซึ่งก็เป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่เป็นฝ่ายสังเวยความขัดแย้งนั้น แต่แกนนำหลัก มักจะลอยตัวเสมอ แม้ว่าสัปดาห์ก่อนอาจจะมีการกระทบกระทั้งและมีผู้เสียชีวิต ซึ่งมันก็เป็นเหตุการณ์ที่น่าเศร้า แต่ก็ไม่ได้ขยายวงของความขัดแย้งรุนแรงจนเกิดโศกนาฏกรรมซ้ำซ้อนขึ้นมา


.........เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ เป็นวันที่ฝ่ายต้านรัฐบาลพร้อมจะรุกอย่างเต็มที่ (แต่เป็นการรุกโดยสงบ) และรัฐบาลที่นำโดยนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยุบสภา แต่ปัญหาและความขัดแย้งอาจจะยังอยู่ ทว่า มันก็เป็นความงามงดงามที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกท่ามกลางความขัดแย้งที่มีมวลชนออกมาร่วมชุมนุมตั้งมากมาย แต่ไม่เกิดการเสียเลือดเนื้อและชีวิตขึ้นมาอีก


........ในสถานการณ์เช่นนี้ นับว่าผู้ชุมนุม โดยการนำของคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ และทางฝั่งรัฐบาลที่นำโดยนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต่างก็ถือว่าคำนึงถึงประเทศชาติเป็นที่ตั้ง แม้ว่าความขัดแย้งจะดำรงอยู่ แม้ว่าคุณสุเทพ จะยังไม่ยอมหยุด หรือเป้าหมายแท้จริงคือสิ่งใด สภาประชาชนนั้นจะมีหน้าตาเป็นอย่างไรก็ตาม


..........แต่ที่ผู้เขียนเสียใจอย่างหนึ่งก็คือ ไม่มีการตกลงกันในที่สาธารณชนเพื่อที่จะนำไปสู่ความสงบหรือทางออกอย่างแท้จริงของสองขั้วพรรคการเมือง ซึ่งการเมืองไทยที่ขัดแย้งมายาวนาน ในมุมมองของผู้เขียนแล้ว มันเกิดจากสองขั้วการเมืองนี้แย่งชิงอำนาจกันเป็นด้านหลัก การอ้างหรือกล่าวหากันว่าใครโกงใครชั่ว คงต้องให้กระบวนการยุติธรรมตัดสิน แต่เราจะตัดสินโดยความคิดความรู้สึกให้เป็นดั่งใจเราไม่ได้ แม้แต่นักโทษที่ฆ่าคนตาย แม้ขณะที่กำลังฆ่าคนตายนั้นพยานก็เป็นผู้คนทั้งหลายก็เห็น แต่เขาก็อยู่ในฐานะผู้ต้องหา ตราบใดที่ศาลยังไม่พิจารณาตัดสิน ในเรื่องทางการเมืองยิ่งซับซ้อนกว่านั้น ทั้งสองฝ่ายต่างใช้กลยุทธ์เพื่อที่จะโค่นล้มกันและกัน แม้ยุบสภาปัญหาก็ยังไม่จบ และยิ่งโดยเฉพาะคุณสุเทพ ประกาศที่จะสกัดกั้นตระกูลชินวัตร คำพูดนี้ผู้เขียนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะมันขัดทั้งหลักกฎหมาย ทั้งหลักจริยธรรมอย่างร้ายแรง จะเอาความรู้สึกและจิตใจที่จะโค่นล้มแต่ละฝ่ายมาขับเคลื่อนมวลชนให้คิดตามและมาไล่ล่าคนที่ไม่เกี่ยวข้องไม่ได้ ในเมื่อเขาไม่ได้ผิดด้วย คุณสุเทพก็เป็นนักการเมืองมายาวนาน จบการศึกษาถึงปริญญาโท และเป็นถึงอดีตรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย เป็นถึงอดีตรองนายกฯ ดูแลความมั่นคงและอีกหลายๆตำแหน่งที่ถือว่ามีคุณวุฒิสูงส่ง


..........อดีตนายกฯ ทักษิณ มีคดีความ ก็เป็นคดีความของอดีตนายกฯ ทักษิณ ไม่เกี่ยวกับคนอื่นๆ ในตระกูลที่ไม่ได้ทำผิดด้วย ในกรณีนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ก็ไม่เกี่ยว แต่หาก ในกระบวนการทางกฎหมาย หากทำผิดดั่งกล่าวหา ก็ว่ากันไปตามประบวนการการทางกฎหมาย คุณสุเทพก็รู้ดีที่สุด บางอย่างหากมันไม่ใช่ ก็อย่าไปชี้นำมวลชนให้เชื่อตาม ทุกอย่างต้องอยู่ในหลักการแห่งความถูกต้อง ในความหมายว่าถูกต้องในที่นี้ไม่ได้หมายถึงว่ารัฐบาลถูกต้อง แต่หมายถึงความถูกต้องที่แท้จริง ถูกต้องในแง่ของสัจธรรมที่ไม่อาจจะมีใครบิดเบือนได้ เพราะว่าความจริงที่แท้จริงยังคงเป็นจริงอยู่เสมอ อาจจะบางช่วงถูกหมอกควันบดบังไปเท่านั้น ในมุมกลับกัน หากว่าคุณสุเทพทำผิด ตระกูลของคุณสุเทพจะไม่พลอยผิดไปด้วยหรือ


...........อย่าลืมว่า ในยุคล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก ก็ใช้ข้ออ้างของความป่าเถื่อนนี้เพื่อยึดครองประเทศที่อ่อนแอกว่า แม้แต่สยามประเทศก็ไม่อาจจะหลุดพ้นจากการถูกรุกราน โดยอ้างว่าเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน จนกระทั้งล้นเกล้า ร. ๕ พระองค์ทรงปรับปรุงสยามประเทศกันเสียยกใหญ่ เพื่อให้เจริญทัดเทียมประเทศที่เจริญแล้ว และทรงเสด็จประพาสยุโรปเพื่อสานสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ เพื่อให้ประเทศชาติพ้นภัยและให้ประเทศทางยุโรปซึ่งในขณะนั้นทรงอิทธิพลเหนือภูมิภาคอื่นของโลกเห็นว่าสยามประเทศเป็นอารยะแล้ว ต้องไม่ลืมว่า ตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ช่วงต้นๆ การลงโทษหรือประหารชีวิต แม้ครอบครัวและญาติที่ไม่ได้ผิดด้วยก็ยังถูกลงโทษหรือประหารชีวิต นั่นคือความป่าเถื่อนและไร้อารยะอย่างหนึ่ง ที่มักจะเป็นข้ออ้างอย่างหนึ่งเพื่อการยึดครอง (ทั้งที่ชาติตะวันตกที่ว่าเจริญแล้วก็ใช้ความไร้อารยะเพื่อยึดครองประเทสอื่นทั้งที่ตัวเองบอกว่าเป็นประเทศอารยะเช่นกัน)


..........ดังนั้น อย่าใช้ความไร้อารยะ ในท่ามกลางการเรียกตัวเองว่าอารยะ เพื่อทำลายหรือเบียดเบียนคนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยพลังมวลชนที่เห็นด้วยกับตนเอง เหมือนที่ยุคล่าอาณานิคมที่อ้างว่าเป็นอารยะ แต่ใช้กำลังและอาวุธที่ทันสมัยกว่าขืนใจผู้บริสิทธิ์เพื่อให้ได้ดินแดนเป็นอาณานิคมของตนเอง ถึงแม้ว่าจะได้วางรากฐานความเจริญให้กับประเทศเหล่านั้นก็ตาม


.........ผู้เขียนกำลังจะบอกว่า การนำของคุณสุเทพก้าวสู่ชัยชนะของการชุมนุมแล้ว แต่อย่าไปเบียดเบียนหรือล้มล้างคนที่ไม่เกี่ยวข้อง หากไม่เช่นนั้น คุณสุเทพ ก็ไม่ต่างจากหรือเปรียบประหนึ่งคนที่กระหายสงคราม เมื่อชนะแล้วก็หลงอำนาจ เฉกเช่นกับอดีตนายกฯ ทักษิณ ที่ลุแก่อำนาจในบางอย่าง ช่วงที่บริหารประเทศ เพราะคิดว่าตนเองมีอำนาจที่ประชาชนมอบให้ จนกระทั่งนำมาสู่ชะตากรรมในปัจจุบัน การมองโทษคนอื่นนั้นง่าย แต่คนเรามักจะมองโทษตัวเองไม่เห็น หากการมองโทษตัวเองเห็น ก็จะเป็นคุณกับคนทั้งประเทศ เพราะคนที่มีอำนาจเช่นคุณสุเทพ ย่อมนำพลังแห่งการเกื้อกูลและทำลายล้างให้เกิดขึ้นมาได้เช่นกัน หากว่าเกิดพลาดพลั้งปะทะกับอีกกลุ่มมวลชนหนึ่งที่เห็นต่าง ถึงแม้ว่าคุณสุเทพจะไม่ได้กุมอำนาจรัฐก็ตาม ณ กาลนี้ ต้องยอมรับอย่างไม่ต้องสงสัยว่า เปี่ยมด้วยอำนาจและบารมีที่สามารถนำมวลชนตั้งมากมาย จนกระทั้งรัฐบาลต้องถ่อยแล้วถอยอีก จนกระทั่งต้องยุบสภา


........และการยุบสภานั่นเอง ที่ทำให้ผู้เขียนรู้สึกว่า เสียโอกาสอย่างมาก เสียโอกาสที่จะได้ตกลงและพูดคุยกันถึงทางออกของประเทศ เพราะมันจะกลับมาสู่ปัญหาเดิม ก็คือ


........กลุ่มทุนที่อยู่ในนามพรรคการเมือหรือหนุนพรรคการเมืองก็จะกลับมามีอำนาจทางการเมืองหรือทางการบริหารอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะรัฐธรรมนูญเป็นเช่นนั้น รัฐธรรมนูญให้อำนาจประชาชนผ่านพรรคการเมืองในการบริหารประเทศ หลังเลือกตั้ง หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล กลุ่มทุนพรรคเพื่อไทยก็มีอิทธิพลในการบริหารทั้งทางตรงและทางอ้อม กลุ่มทุนพรรคประชาธิปัตย์ก็เช่นกัน ถ้าหากพรรคประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้ง กลุ่มทุนพรรคประชาธิปัตย์ก็มีอิทธิพลในการบริหารทั้งทางตรงและทางอ้อม, ดุจเดียวกัน รวมทั้งพรรคการเมืองอื่นที่อยู่ในคณะรัฐบาลด้วย


......แต่ที่ผู้เขียนเสียใจก็คือ...

......ในเมื่อคุณสุเทพ จุดกระแสขึ้นมาแล้ว น่าจะเกิดสิ่งที่เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีให้กับประเทศชาติ

.........แต่รัฐบาลก็ชิงยุบสภาเพื่อไม่ให้เกิดการปะทะหรือขัดแย้งกันมากยิ่งขึ้นกับคนทั้งสองฝ่ายที่เห็นต่างกัน โดยสรุปก็คือ พรรคเพื่อไทย ยึดมั่นต่อระบอบประชาธิปไตยที่มีระบบพรรคการเมืองอย่างเช่นปัจจุบัน ซึ่งก็เป็นเช่นประเทศประชาธิปไตยของการเมืองในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา เพราะเชื่อมั่นต่อฐานคะแนนเสียงของตัวเอง


..........ขณะที่คุณสุเทพ ซึ่งก็รวมทั้งพรรคประชาธิปัตย์ ทำได้แค่การต่อต้านและลาออกจาก ส.ส. เพราะสู้ในทางรัฐสภาไม่ได้ เนื่องจากเสียงน้อยกว่า ซึ่งก็ไม่ต่างจากพรรคตรงข้ามกับประชาธิปัตย์มีเสียงน้อยกว่าในสภาในสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลและจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหารที่ถูกมวลชนคนเสื้อแดงก่อกวนนั้นเช่นกัน อะไรก็โหวตผ่านหมดเช่นเดียวกัน หรือว่าไม่ใช่รัฐบาลเสียงข้างมากลากไป (ตอนนั้นยังมีทหารช่วยลากอีกแรง)

............ในที่นี้ ผู้เขียนกำลังจะบอกว่า ในส่วนของสภาปฏิรูปของคุณสุเทพ ที่กำลังเสนอ ทั้งที่ยังไม่มีโครงร่างที่แน่นอนนั้น ก็คงเป็นระบบที่ไม่ต่างกัน เพราะคนที่จะเป็นคนเลือกผู้มีความรู้ความสามารถ และ คนดี ที่เรากำลังตามหานั้น เป็นใครกัน คนๆนั้นจะดีกว่าเสียงประชาชนทั้งประเทศเป็นคนเลือกหรือเปล่า จะเอาอะไรมาเป็นหลักประกันและจะรับผิดชอบอย่างไรหากมันไม่เป็นเช่นนั้น


..........ในที่นี้ ผู้เขียนกำลังจะบอกว่า ในระบอบประชาธิปไตยเช่นปัจจุบันนี้มันดีอยู่แล้ว แม้แต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่กำลังใช้อยู่นี้ พรรคประชาธิปัตย์ก็รณรงค์ให้ทุกคนช่วยรับหลักการและลงประชามติ (หรือว่าผ่านแค่ไม่กี่ปี ก็หลงๆลืมๆ)

...........แต่ ในมุมมองของผู้เขียนและสิ่งที่ผู้เขียนเกิดจุดประกายความคิดจากการชุมชุมที่คุณสุเทพเป็นตัวตั้งตัวตีในครั้งนี้ก็คือ อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น แต่ทั้งสองแนวคิดในปัจจุบันมันแก้ปัญหาไม่ได้หรอก เพราะมันก็จะถูกกลุ่มทุนกุมอำนาจ และในแนวทางของความคิดของคุณสุเทพก็จะถูกผู้มีอำนาจกลุ่มหนึ่งกุมอำนาจทางความคิดอีกเช่นกัน เรียกว่า ประชาชนทั่วไปก็เป็นแค่หมากในกระดานของการชิ่งอำนาจเท่านั้น ต้องยอมรับว่า การชิงอำนาจในปัจจุบันนี้ไม่ว่าฝ่ายไหนก็ลึกซึ้งทันกัน เรียกว่า กลยุทธ์ทั้งสองฝ่ายนั้น จริงคือหลอก หลอกคือจริง ประชาชนทั้งประเทศต้องแยกให้ออกว่า อะไรจริง, จริงๆ และอะไรหลอก, หลอกจริงๆ

............ถ้าหากจะให้ไม่มีใครได้เปรียบ และน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดของประเทศในขณะนี้ ก็คือ การเลือกตั้งโดยตรง โดยไม่มีพรรคการเมืองเหมือนที่เคยเสนอไว้ในข้อเขียนก่อนหน้านี้ ให้ทุกอย่างเป็นเช่นรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เปลี่ยนแค่ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเลือกตั้งโดยตรงโดยไม่มีพรรคการเมืองเท่านั้น ให้ทุกคนเป็นผู้สมัครอิสระ และประชาชนก็จะได้เลือกคนที่เขาเลือกจริงๆ ไม่ต้องมีสภาประชาชนอะไรให้วุ่นวาย สภาผู้แทนราษฎรทุกวันนี้ก็คือสภาที่ดีที่สุดแล้ว ที่ไม่ดีไม่ใช่สภาหรือระบบ แต่เป็นคน เป็นที่จิตใจของคน ความชั่วร้ายเลวร้ายอยู่ที่จิตใจของคน ไม่ใช่ระบบ ถึงระบบไม่ดีไม่เข้ากับสถานการณ์ก็แก้ไขไปได้ แต่จิตใจของคน แก้ไขยาก ถึงยากที่สุด การสลายกลุ่มหรือพรรคพวกในนามพรรคการเมืองจึงคือสิ่งที่จะแก้ปัญหาได้ในระดับที่ดีที่สุดในขณะนี้


...........เขียนไปก็เหมือนย้ำคิดย้ำเขียน เพราะเป็นแค่เสียงเดียวในระบบสุริยะจักรวาลนี้ หรือเป็นแนวคิดที่เรียกว่า แค่หนึ่งธุลี ณ จักรวาลนี้ เท่านั้น


.............แต่ก็ขอบคุณ เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ที่ผ่านมา ที่ประเทศยังคงสงบอยู่ และผ่านพ้นความรุนแรงไปได้อีกวัน จึงเป็นความงดงามที่เกิดขึ้นในวันนี้ที่น่าจดจำ เพราะมีประชนชนเป็นจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ที่มาชุมนุมแต่สามารถอยู่ในความสงบได้ และอีกฝ่ายก็ไม่นำมวลชนออกมาใกล้กัน จนสุ่มเสี่ยงต่อการปะทะหรือเกิดความรุนแรง

............ช่างเป็นความงดงามยิ่ง ขอบคุณและขอคารวะ


Create Date : 10 ธันวาคม 2556
Last Update : 10 ธันวาคม 2556 17:21:54 น. 0 comments
Counter : 589 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

huaboonsan
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





.....มีความฝันเป็นเรือ
ล่องลอยไปในทะเล
แห่งกาลเวลา............

Friends' blogs
[Add huaboonsan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.