เมื่อตะวันยอแสง..เรี่ยวแรงก็เริ่มอ่อนล้า..พักลงตรงนี่ที่เดิมแล้วหลับตา..
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
23 ธันวาคม 2555
 
All Blogs
 
เที่ยวตามรอยพระราชดำริ ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน

เขาหินซ้อน

เขาหินซ้อน

เขาหินซ้อน

อุทยานแห่งชาติทับลาน


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ ม่วงมหากาฬ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

ย้อนกลับไปเมื่อหลาย 10 ปีก่อน ใครจะเชื่อว่า เขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ดินแดนที่เสื่อมโทรม แห้งแร้ง แตกระแหง ดูแล้วไม่น่าจะพัฒนาที่ดินเจริญขึ้นได้เลย แต่เมื่อเวลาผ่านไปผืนดินแห่งนั้นกลับเขียวชอุ่มและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้นานาพันธุ์ ด้วยพระอัจฉริยภาพของ "พ่อหลวง" พระมหากษัตริย์นักพัฒนาของชนชาวไทย

เพราะฉะนั้น วันนี้กระปุกท่องเที่ยวเลยจะพาเพื่อน ๆ ไปเดินทางตามรอยฝ่าพระบาทของพระองค์ท่าน ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมแวะไปชมความเขียวขจีของผืนป่ากันที่ อุทยานแห่งชาติทับลาน ผ่านบันทึกการเดินทางและภาพถ่ายบอกเล่าเรื่องราวของ คุณ ม่วงมหากาฬ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม กันค่ะ





บันทึกการเดินทางชุดนี้เป็นการเดินทางตามรอยฝ่าพระบาทพระองค์ท่านที่ "ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน" หนึ่งในโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแก้ไขปัญหาของพสกนิกรชาวไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ที่ กม.53 ฉะเชิงเทรา – กบินทร์บุรี ริมทางหลวงหมายเลข 304


เขาหินซ้อน

วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ คือ เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมการศึกษา ทดลอง วิจัย และการพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ทางการเกษตร

เขาหินซ้อน

ย้อนหลังกลับไปเมื่อ 50 ปีก่อน พื้นที่เขาหินซ้อนเป็นพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ผืนหนึ่งของภาคตะวันออก

เขาหินซ้อน

แต่ด้วยการทำการเกษตรที่ผิดวิธี การปลูกพืชไร่เชิงเดี่ยว การบุกรุกพื้นที่เพื่อใช้เป็นที่ทำกิน และการใช้ยาฆ่าแมลงที่มากเกินไป

เขาหินซ้อน

เวลาเพียง 20 ปี ก็เปลี่ยนพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ให้เป็นทะเลทราย ไม่สามารถทำมาหากินได้อีก แม้แต่มันสำปะหลัง ซึ่งเป็นพืชที่ทน ไม่ต้องการน้ำมาก ก็ยังไม่สามารถปลูกได้

เขาหินซ้อน

ในปี พ.ศ. 2520 ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งจึงร่วมกันน้อมเกล้าน้อมถวายที่ดินผืนนี้ จำนวน 264 ไร่ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้ทรงสร้างพระตำหนัก

เขาหินซ้อน

"...ก็เลยถามผู้ที่ให้ที่นั้นนะ ถ้าหากไม่สร้างพระตำหนัก แต่ว่าสร้างเป็นสถานที่ที่จะศึกษาเกี่ยวกับการเกษตรจะเอาไหม เขาก็บอกยินดี ก็เลยเริ่มทำในที่นั้น..." พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

เขาหินซ้อน

จุดเริ่มต้นของการจัดตั้ง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนตามพระราชดำริ จึงเริ่มขึ้น แม้จะมีบางท่านเชื่อว่าการจะพลิกฟื้นผืนดินที่แห้งแล้งดั่งทะเลทรายให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากก็ตาม

เขาหินซ้อน

แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ทุกคนมีความหวังที่จะพัฒนาพื้นที่แห้งแล้งดั่งทะเลทรายแห่งนี้ได้ ก็คือ ความเชื่อมั่น ... ความเชื่อมั่นที่ว่า เมื่อหากความเดือดร้อนของประชาชนทราบถึงพระเนตรพระกรรณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์จะไม่ทรงละเลยต่อความทุกข์ยากของราษฎร

เขาหินซ้อน

จากการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในทุก ๆ ภูมิภาคของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้พระองค์ทรงเข้าใจถึงปัญหาและวิธีการแก้ไขอย่างถูกวิธี ... ผืนดินที่เคยแห้งแล้งแห่งนี้ กลับมาเขียวขจี และสดชื่นอีกครั้ง

เขาหินซ้อน

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นับเป็นต้นแบบแห่งความสำเร็จของการพัฒนาด้านการปรับปรุงบำรุงดิน

เขาหินซ้อน

การนำวิถีทางแห่งธรรมชาติมาใช้พลิกฟื้นผืนแผ่นดิน โดยการใช้ปุ๋ยพืชสด ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก รวมถึงการปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน

เขาหินซ้อน

มีการสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร

เขาหินซ้อน
มีการจัดทำสวนกล้วยไม้ สวนพรรณไม้หอม

เขาหินซ้อน

จัดทำแปลงสาธิตการเกษตรในรูปแบบต่าง ๆ ตามแนวทฤษฎีใหม่

เขาหินซ้อน

ด้วยพระองค์ท่านทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญ สรรพคุณ และประโยชน์ของสมุนไพรไทย ได้จัดทำโครงการสวนป่าสมุนไพรซึ่งมีพื้นที่ถึง 15 ไร่ ทีเดียว

เขาหินซ้อน

ในวันที่พวกเราเข้าไปเยี่ยมชม ยังมีกลุ่มนักเรียน นักศึกษา เข้าไปทัศนศึกษากันอย่างไม่ขาดสาย

เขาหินซ้อน

ที่นี่ไม่เสียค่าบริการใด ๆ ในการเข้าเยี่ยมชมทั้งสิ้น โดยสามารถติดต่อขอยานพาหนะพาชมสถานที่ต่าง ๆ ได้ ถ้ามาเป็นหมู่คณะ

เขาหินซ้อน

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งนี้ จึงเหมาะอย่างยิ่งที่เกษตรกรและประชาชนทั่วไป จะเข้ามาศึกษาหาความรู้ และได้พักผ่อนหย่อนใจควบคู่ไปอีกด้วย

เขาหินซ้อน

จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ผมมุ่งหน้าตามทางหลวงหมายเลข 304 กบินทร์บุรี – ปักธงชัย เพื่อสัมผัสความงดงามของผืนป่ามรดกโลก อุทยานแห่งชาติทับลาน

หน่วยพิทักษ์สวนห้อม อุทยานแห่งชาติทับลาน ในวันนี้ยังคงความเป็นธรรมชาติอย่างเต็มเปี่ยม

อุทยานแห่งชาติทับลาน

บ้านพักอุทยานฯ หลังเล็ก ๆ บนเนินเขา กับวิวทิวทัศน์ที่กว้างไกล อากาศสดชื่นยิ่งนัก

อุทยานแห่งชาติทับลาน

ลานกลางเต็นท์ภายในหน่วยฯ สวนห้อม ยังดูว่างเปล่า ผิดกับอีกโซนใกล้ ๆ กัน ที่ดูคึกคัก

อุทยานแห่งชาติทับลาน

น้ำตกห้วยใหญ่ หนึ่งในน้ำตกของหน่วยพิทักษ์สวนห้อม อุทยานฯ ทับลาน ความสวยงาม สดชื่นยังเป็นจุดเด่น

อุทยานแห่งชาติทับลาน

ระหว่างทางเดินไปน้ำตกอีกแห่งสามารถพบเห็นดอกไม้ป่าประดับประดาสองข้างทาง ความสวยงามของดอกไม้ป่า น้ำตก ธรรมชาติ คงยากไม่น้อยที่จะตัดสินว่าอะไรสวยกว่ากัน ทั้ง 3 สิ่งหล่อหลอมรวมกันให้ธรรมชาติน่าพิสมัย น่าเชยชมเสมอ ๆ

อุทยานแห่งชาติทับลาน

น้ำตกม่านฟ้า เป็นอีกหนึ่งน้ำตกที่สวยงาม ภายในหน่วยพิทักษ์สวนห้อม

อุทยานแห่งชาติทับลาน

ระยะทางที่ไม่ไกล การเดินทางที่ไม่ลำบาก แต่ทำไมยังเป็นตัวเลือกรอง ๆ ลงมากว่าสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ยังเป็นคำถาม

อุทยานแห่งชาติทับลาน

สายน้ำ ละอองน้ำที่ฟุ้งกระจาย ปะทะผิวกาย ให้ความรู้สึกสดชื่นทีเดียว

อุทยานแห่งชาติทับลาน

คืนนี้พวกเราขอแอบอิงธรรมชาติ กางเต็นท์พักแรมกันที่นี่ เริ่มมีเพื่อนร่วมเต็นท์มากขึ้นเมื่อตกเย็น

อุทยานแห่งชาติทับลาน

นั่งลงใต้ต้นไม้ มองวิวทิวทัศน์ มองความเขียว รู้สึกผ่อนคลายเอามาก ๆ

อุทยานแห่งชาติทับลาน

ลานกางเต็นท์ของพวกเรายังสามารถมองเห็นผาชมตะวัน ซึ่งอยู่ฝั่งไทยสามัคคี วังน้ำเขียว ได้อีกด้วย

อุทยานแห่งชาติทับลาน

ดวงตะวันเริ่มคล้อยต่ำ อากาศเริ่มเย็นลง ความเงียบเริ่มเข้ามาทดแทน

อุทยานแห่งชาติทับลาน

แสงสุดท้าย ดวงตะวันดวงเดิม ความรู้สึกกับสถานที่ใหม่ที่แตกต่าง

อุทยานแห่งชาติทับลาน

ความแตกต่างที่ทำให้สถานที่แห่งนี้ ต้อนรับผู้มาเยือนอย่างไม่ขาดสาย

อุทยานแห่งชาติทับลาน

ลานกางเต็นท์อีกโซนหนึ่งที่ดูคึกคักกว่าโซนที่พวกเราพักอยู่

อุทยานแห่งชาติทับลาน

ชีวิตย่อมมีจุดจบและเริ่มต้น มีพบก็ต้องมีพลัดพราก ไม่ต่างจากดวงตะวันที่กำลังลาลับ

อุทยานแห่งชาติทับลาน

ภาพความสวยงามแบบนี้ ต่างเวลา ต่างสถานที่ แต่ไม่แตกต่างซึ่งความสุข

อุทยานแห่งชาติทับลาน

หากแลกได้ อยากให้หยุดช่วงเวลานี้ไว้ซัก 24 ชั่วโมง แบบไม่ต้องนอน ไม่ต้องพักผ่อน ขอแค่แอบอิงนั่งชมความสวยแบบนี้ก็เพียงพอ

อุทยานแห่งชาติทับลาน

เช้าวันใหม่ดวงตะวันยังไม่มาทักทาย มีหมอกจาง ๆ อากาศไม่เย็นมากนัก สดชื่นมาก ๆ

อุทยานแห่งชาติทับลาน

ค่ำคืนวานบรรยากาศเย็นสบาย ดวงดาวเต็มท้องฟ้า น้ำค้างไม่แรงมากนัก

อุทยานแห่งชาติทับลาน

หากเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว และโชคดีอาจได้เห็นทะเลหมอก แต่วันนี้พวกเราโชคไม่ดี

อุทยานแห่งชาติทับลาน

รอดวงตะวันโผล่มาทักทาย พวกเราก็เตรียมรอยยิ้มไว้ทักทายกลับเช่นกัน

อุทยานแห่งชาติทับลาน

แสงสีทองของวันใหม่ อาจไม่สวยเท่าที่อื่น ๆ แต่ก็สวยพอที่ทำให้ผมมีความสุข

อุทยานแห่งชาติทับลาน

สาย ๆ ของวันนั้น ๆ ผมขอมาสัมผัสบรรยากาศที่ผาชมตะวัน บรรยากาศสดใสทีเดียว มองวิวทิวทัศน์ได้สุดลูกหูลูกตา ดู ๆ ไปก็คล้ายผาเดียวดายที่เขาใหญ่เหมือนกัน

อุทยานแห่งชาติทับลาน

จากลากันไปด้วยภาพบรรยากาศของผาชมตะวัน และขอสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าด้วยครับ ขอให้เดินทางท่องเที่ยว เดินทางกลับบ้านกันอย่างปลอดภัย แล้วพบกันใหม่ทริปหน้าครับ สวัสดีครับ

อุทยานแห่งชาติทับลาน


  • Kapook.com กระปุก Logo



  • Create Date : 23 ธันวาคม 2555
    Last Update : 23 ธันวาคม 2555 0:10:03 น. 1 comments
    Counter : 2568 Pageviews.

     


    โดย: Kavanich96 วันที่: 23 ธันวาคม 2555 เวลา:4:54:41 น.  

    ชื่อ :
    Comment :
      *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
     
    รหัสส่งข้อความ
    กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

    สาว17
    Location :
    ลูกสาวเมืองสิงห์ Germany

    [ดู Profile ทั้งหมด]

    ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
    ฝากข้อความหลังไมค์
    Rss Feed
    Smember
    ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




    Color Codes ป้ามด







    เพื่อรักษาไว้ซึ่งชีวิตครอบครัว
    มีบางครั้งที่เราต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ
    มีบ้างบางครั้งที่เราต้องเลิกทำในสิ่งที่ชอบ
    เพื่อความก้าวหน้าของชีวิตครอบครัว
    มีบ่อยครั้งที่เราต้องรู้จักใช้สติ
    ต้องรู้จัก อดทน และให้อภัย
    ดูอย่างต้นไม้ซิ
    มันไม่เคยที่จะผืนลิขิตของฤดูกาล
    มันไม่คิดจะขัดธรรมชาติ
    เมื่อถึงคราวต้องทิ้งใบก็ยินยอมแต่โดยดี
    อดทนและอดทน
    เพื่อผลิใบ และดอกผลเมื่อฝนมา
    เพราะเมื่อเวลามาถึงทุกสิ่งจะดำเนินไป
    ชีวิตที่เรียบง่ายคือชีวิตที่มีสุข








    Free Hit Counter ทีเว็บมาสเตอร์ รวมพลคนทำเว็บ
    Google
    New Comments
    Friends' blogs
    [Add สาว17's blog to your web]
    Links
     

     Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.