เมื่อตะวันยอแสง..เรี่ยวแรงก็เริ่มอ่อนล้า..พักลงตรงนี่ที่เดิมแล้วหลับตา..
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
9 มีนาคม 2555
 
All Blogs
 
เดนมาร์ก ถิ่นกำเนิด เงือกน้อยผจญภัย

ประเทศเดนมาร์ก หรือราชอาณาจักรเดนมาร์ก เป็นประเทศหนึ่งในกลุ่มนอร์ดิก ที่ประกอบไปด้วยประเทศสวีเดน ฟินแลนด์ นอร์เวย์







เดนมาร์ก ตอนที่1 ถิ่นกำเนิด เงือกน้อยผจญภัย




และอีกหลายประเทศอย่างที่เคยได้นำเสนอกันไปแล้ว หรือหากจะให้พูดง่ายๆ และจำกันง่ายๆ ก็คือกลุ่มประเทศที่เคยปกครองโดยเหล่านักรบชาวไวกิ้งในครั้งประวัติศาสตร์นั่นแหละ เดนมาร์กถือว่าเป็นประเทศที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก และประชากรก็ไม่มากเท่าไหร่หากเทียบกับประเทศอื่นในแถบยุโรป ซึ่งประเทศเดนมาร์กตั้งอยู่ทางยุโรปตอนเหนือ และตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศเยอรมัน ที่เป็นเพื่อนบ้านทางภาคพื้นดินเพียงประเทศเดียว เนื่องจากพื้นที่ของประเทศตั้งอยู่บนทะเลเหนือ และทะเลบอลติก นอกจากนี้ ประเทศเดนมาร์กยังมีหมู่เกาะน้อยใหญ่อยู่ไม่น้อย ทั้งที่มีประชากรอาศัยอยู่ และไม่มีประชากรอาศัย หรือหากมีก็เบาบางมาก รวมถึงเมืองหลวงอย่าง โคเปนเฮเกน ก็ตั้งอยู่บนเกาะที่ชื่อว่า Zealand เช่นกัน




เดนมาร์ก ตอนที่1 ถิ่นกำเนิด เงือกน้อยผจญภัย




ประชากรส่วนใหญ่ใช้ภาษาเดนมาร์กเป็นภาษาทางราชการ และใช้ร่วมกับภาษาของเกาะกรีนแลนด์ และเกาะแฟโร ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่น อีกทั้งทางตอนใต้ที่ติดกับประเทศเยอรมัน ก็มีประชากรใช้ภาษาเยอรมันบ้างประปราย


ประเทศเดนมาร์กเป็นประเทศที่มีสวัสดิการรัฐขนาดใหญ่ และมีรายได้เข้าประเทศที่จัดเป็นอันดับต้นๆ ของกลุ่มประเทศยุโรป จึงทำให้ประชากรภายในประเทศได้รับสวัสดิการอย่างทั่วถึง




เดนมาร์ก ตอนที่1 ถิ่นกำเนิด เงือกน้อยผจญภัย




และหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ที่ประเทศเดนมาร์กนี่แหละ เป็นบ้านเกิดของนักแต่งนิทานที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่าง ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เชน ผู้ซึ่งแต่งนิทานที่พวกเราคงเคยผ่านตากันมาเป็นอย่างดีเช่น พระราชากับชุดล่องหน เงือกน้อยผจญภัย ลูกเป็ดขี้เหล่ และอีกหลายๆ เรื่อง ทีนี้พอจะคุ้นเคยกับประเทศนี้ขึ้นมาบ้างหรือยัง


หากอยากจะมาแลนดิ้งกันที่ประเทศนี้ ต้องขอบอกก่อนว่าอุณภูมิโดยเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 10-20 องศาเซลเซียส ก็คงเหมาะสำหรับคนที่ชอบความเย็นสบาย ซึ่งหน้าร้อนอยู่ช่วงเดือน กรกฎาคม-สิงหาคม อุณภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 20-25 องศาเซลเซียส แต่หากอยากจะมาท้าสายลมหนาวยะเยือกก็ช่วงฤดูหนาวเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ เพราะอุณหภูมิจะอยู่ที่ -5-5 องศาเซลเซียส คงสะท้านทรวงทีเดียว แต่ไม่ว่าจะย่ำเท้าไปเยือนดินแดนใดในเขตยุโรป ก็คงต้องเป็นช่วงหน้าร้อนเห็นจะเหมาะกับสภาพร่างกายอย่างเรามากที่สุด นอกจากนี้ กิจกรรมของประเทศแถบหนาวทั้งหลายก็มักจะจัดกันมากมายในช่วงหน้าร้อน โดยจะออกมาจัดงานเริงร่ากันกลางแจ้ง รวมถึงห้างร้านต่างๆ ก็จะเปิดเกินเวลาให้ได้สนุกสนานกันเต็มที่ เพราะนานๆ ทีถึงจะมีอากาศอบอุ่นให้ออกมารื่นเริงกัน ว่าแล้วเราไปตะลุยเมืองหลวงกันดีกว่า เพราะเมืองหลวงนี่แหละ ที่เป็นแหล่งรวมนานาสาระให้ได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น หากพร้อมก็ตามกันมาที่ โคเปนเฮเกน




เดนมาร์ก ตอนที่1 ถิ่นกำเนิด เงือกน้อยผจญภัย




Copenhagen (โคเปนเฮเกน)


เป็นเมืองหลวงเก่าแก่ที่ก่อตั้งมาราวๆ ศตวรรษที่ 10 และเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ จึงมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นพอสมควร อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการบริหารประเทศที่เป็นที่ตั้งของ รัฐสภา รัฐบาล และพระราชวังหลวงแห่งราชวงศ์เดนมาร์ก




เดนมาร์ก ตอนที่1 ถิ่นกำเนิด เงือกน้อยผจญภัย




นอกจากนี้ หากเดินชมรอบๆ เมือง ก็จะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวเดนนิชอย่างใกล้ชิด เนื่องจาก โคเปนเฮเกน เป็นทั้งเมืองท่าศูนย์กลางการขนส่งสินค้า การทำประมง การท่องเที่ยว เรียกว่าครบวงจรภายในเมืองเดียว




เดนมาร์ก ตอนที่1 ถิ่นกำเนิด เงือกน้อยผจญภัย




นอกจากนี้ สีสันที่ขาดไม่ได้ตามวอร์คสตรีทในช่วงหน้าร้อนก็คือ เหล่าศิลปินหลากหลายสาขา ทั้งจิตรกร นักมายากล ต่างออกมาอวดฝีไม้ลายมือกันอย่างล้นหลาม อีกทั้งเป็นแหล่งรวมของประชากรหลากหลายเชื้อชาติ จึงมีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่เพลิดเพลิน และสนุกสนาน




เดนมาร์ก ตอนที่1 ถิ่นกำเนิด เงือกน้อยผจญภัย




และหนึ่งสถานที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้สาวเท้าเข้าไปดั่งต้องมนต์คือ โคเปนเฮเกน ซิตี้ฮอลล์




เดนมาร์ก ตอนที่1 ถิ่นกำเนิด เงือกน้อยผจญภัย




Copenhagen City Hall (โคเปนเฮเกน ซิตี้ฮอลล์) คือศาลากลางของเมืองโคเปนเฮเกน เป็นสำนักงานใหญ่ของสภาเทศบาลนายกเทศมนตรี




เดนมาร์ก ตอนที่1 ถิ่นกำเนิด เงือกน้อยผจญภัย




อาคารหลังปัจจุบันออกแบบโดยสถาปนิกนามว่า มาร์ติน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบสถาปัตยกรรม City Hall of Siena ของประเทศอิตาลี แล้วเสร็จและเปิดใช้เมื่อวันที่ 12 กันยายน 1905 เป็นต้นมา




เดนมาร์ก ตอนที่1 ถิ่นกำเนิด เงือกน้อยผจญภัย




ด้านหน้าศาลากลางแห่งนี้ มักจะมีประชาชนออกมาผึ่งแดดรับลมกันอย่างคับคั่งในช่วงซัมเมอร์ และยังมีกิจกรรมต่างๆ ให้ได้ชมกันอย่างเพลิดเพลิน เช่น การเล่นดนตรี การโชว์มายากล การวาดภาพของเหล่าศิลปิน อีกทั้งยังมีที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจ หรือเป็นจุดนัดพบ โดยหาซื้อขนมหน้าตาดีแถวนั้นมานั่งจุ๊บจิ๊บไปเพลินๆ ค่าเวลาก็ชิวดี




เดนมาร์ก ตอนที่1 ถิ่นกำเนิด เงือกน้อยผจญภัย




นี่เป็นแค่น้ำจิ้มเล็กๆ ที่เกริ่นมาให้พอรู้จักกับเดนมาร์ก แดนดินถิ่นนิทานเท่านั้น เดี๋ยวตอนหน้าจะพาตะลอนทัวร์ให้ทั่วแดน ดูสิว่าจะหนุกหนานกันแค่ไหน แบกเป้ให้กระชับ แล้วขยับตามกันมาที่ตอนสอง




เดนมาร์ก ตอนที่ 2 ลัดเลาะพระราชวัง




เพราะเมืองนี้มีสถานที่ที่น่าสนใจใคร่รู้รออยู่มากมาย วันนี้ขอแต่งตัวดีๆ เพื่อให้เกียรติสถานที่กันสักนิด ซึ่งในชีวิตก็ไม่ค่อยจะได้พิถีพิถันอะไรสักเท่าไหร่ แต่เนื่องจากจุดหมายในวันนี้คือการไปเยือนพระราชวัง ซึ่งไม่ใช่แค่หนึ่ง แต่เป็นถึงสองแห่งในวันเดียว ถ้าพร้อมแล้วก็ตบเท้าเข้าแถวตามกันมา พระราชวังแห่งแรกที่โดดเด่นเป็นสง่าคอยท่าอยู่เบื้องหน้าคือ




เดนมาร์ก ตอนที่ 2 ลัดเลาะพระราชวัง




Amalienborg Palace (พระราชวัง อามาเลียนบอร์ก) เป็นสถานที่ประทับในช่วงฤดูหนาวของราชวงศ์เดนมาร์กมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1794 ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองโคเปนเฮเกน ตัวสถาปัตยกรรมภายนอก และการตกแต่งภายในอาคารพระราชวังเป็นสไตล์ร็อคโคโค


บริเวณพระราชวังประกอบด้วยสี่ส่วนหลักๆ และด้านหนึ่งได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยว และบุคคลทั่วไปเข้าเยี่ยมชมห้องต่างๆ ที่เคยเป็นที่พำนักของราชวงศ์ในอดีตเมื่อปีค.ศ.1863-1947 เมื่อเดินเข้ามาภายในบริเวณพระราชวัง สิ่งแรกที่พบคืออนุสาวรีย์ของพระเจ้าเฟรดเดอริกที่4 ทรงประทับอยู่บนหลังม้า ตั้งอยู่ตรงกลางลานแปดเหลี่ยม




เดนมาร์ก ตอนที่ 2 ลัดเลาะพระราชวัง




ซึ่งพระเจ้าเฟรดเดอริกที่4 ทรงเป็นผู้ก่อตั้งและพำนัก ณ พระราชวังอามาเลียนบอร์กแห่งนี้ จากนั้น พระมหากษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ต่างใช้พระราชวังแห่งนี้เป็นที่พำนักสืบต่อกันเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งถ้าหากสมเด็จพระราชินีนาถแห่งเดนมาร์กได้เสด็จมาประทับ ณ พระราชวังแห่งนี้ ทางพระราชวังก็จะมีการสับเปลี่ยนทหารยามหน้าวังทุกวันในตอนเที่ยง และหากมาตอนช่วงที่เค้ากำลังเปลี่ยนทหารยามกันล่ะก็ จะได้ดูเหล่าทหารเดนนิชเดินสวนสนามกันอย่างเป็นระเบียบ เพลินตาเลยทีเดียว เห็นแล้วอยากกินคุ๊กกี้กล่องแดงที่บ้านเราจัง มันจะเกี่ยวกันมั้ยเนี่ย


ขอหยุดความคิดและสะกดความหิวเพื่อไปลุยต่อกันอีกหนึ่งพระราชวังเลยดีกว่าที่ ปราสาทเฟรเดอริคส์บอร์ก




เดนมาร์ก ตอนที่ 2 ลัดเลาะพระราชวัง




Frederiksborg Palace (ปราสาทเฟรเดอริคส์บอร์ก หรือ พระราชวังเฟรเดอริคส์บอร์ก) คือปราสาทที่งดงามในรูปแบบของสถาปัตยกรรมแบบเลอเนซอง สร้างขึ้นโดย พระเจ้าเฟรดเดอริกที่ 2 และเป็นที่ประทับของกษัตริย์คริสเตียนที่ ในราวศตวรรษที่17




เดนมาร์ก ตอนที่ 2 ลัดเลาะพระราชวัง




ในอดีตพระราชวังแห่งนี้ใช้เป็นที่ประกอบพิธีสำคัญทางศาสนา และพิธีสำคัญอื่นๆ ของพระมหากษัตริย์อย่างเช่น พิธีปราบดาภิเษก และยังเป็นสถานที่เก็บของสะสม ตลอดจนผลงานศิลปะของเชื้อพระวงศ์อีกด้วย จึงเปรียบเสมือนเป็นสถานที่แห่งชาติที่ชาวเดนนิชภาคภูมิใจ




เดนมาร์ก ตอนที่ 2 ลัดเลาะพระราชวัง




ปราสาทหรือพระราชวังเฟรเดอริคส์บอร์ก ตั้งอยู่บนทะเลสาบที่สวยงามในเมืองโคเปนเฮเกนซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติทางประวัติศาสตร์ของประเทศเดนมาร์ก ภายในตกแต่งด้วยความวิจิตรอ่อนช้อยอร่ามตาไปด้วยสีทองตามแบบฉบับเลอเนซอง และมีห้องจัดแสดงกว่า 70 ห้องที่เปิดให้เข้าชม บนเพดานเกือบทั้งพระราชวังเป็นงานจิตรกรรมของจิตรกรที่มีชื่อเสียง อันแสดงถึงเรื่องราวของพระเยซูคริสต์ บริเวณโดยรอบพระราชวังมีการตกแต่งสวนอันเขียวชอุ่มในรูปแบบของบารอค ซึ่งนับว่าคุ้มค่าต่อสายตาผู้มาเยือนจริงๆ




เดนมาร์ก ตอนที่ 2 ลัดเลาะพระราชวัง




หลังจากซึบซับดูดดื่มกับชาววังกันแล้ว ขอนำทางไปสัมผัสวิถีชีวิตชาวเมืองเดนนิชกันบ้าง โดยเดินลัดเลาะไปเรื่อย เพื่อจะไปสัมผัสการคมนาคมของชีวิตคนเมืองโคเปนเฮเกนที่สถานีรถไฟ แต่ก็ต้องขอหยุดพักเท้ากันสักนิด ณ ที่ทำเลเหมาะแห่งนี้ เพราะมีตำนานที่น่าสนใจไม่เบา ซึ่งมันก็ฉุดกระชากต่อมใคร่รู้ให้ทำงานอีกครั้ง อีกทั้งยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองโคเปนเฮเกนเช่นกัน




เดนมาร์ก ตอนที่ 2 ลัดเลาะพระราชวัง




Gefion Fountain (น้ำพุแห่งราชินีเกฟิออน) เป็นน้ำพุขนาดใหญ่รูปทรงแปลกตา คล้ายธารน้ำตกที่ไหลริน ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าท่าเรือเมืองโคเปนเฮเกน มีตำนานเล่าว่า ราชินีเกฟิออนได้รับมอบหมายจากเทพเจ้าผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ ให้กอบกู้ชาติบ้านเมือง พระนางจึงให้พระโอรสทั้งสี่ของพระองค์แปลงกายเป็นพระโค เพื่อช่วยกันไถพื้นดินจนกลายเป็นแผ่นดินเดนมาร์กในปัจจุบัน แล้วชาวเดนนิชก็ได้สร้างอนุสาวรีย์ของพระนางและพระโอรสทั้งสี่พระองค์ไว้เพื่อเป็นเกียรติ และเพื่อเป็นการระลึกถึง อืม แปลกดีแฮะ ตำนานของฝรั่งเนี่ย




เดนมาร์ก ตอนที่ 2 ลัดเลาะพระราชวัง




แต่สถานที่แห่งนี้มันให้ความร่มรื่นได้ดีจริงๆ เพราะเสียงสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆ บวกกับละอองน้อยๆ ที่กระเซ็นมาให้ความชุ่มชื่น ชวนให้เปลือกตาเริ่มคล้อยลงต่ำ เห็นทีจะต้องยืดเส้นยืดสายแล้วไปกันต่อดีกว่า กับสถานีรถไฟ เป้าหมายของวันนี้ แต่ไม่ได้เดินทางไปไหนหรอก ก็แค่ไปนั่งดูวิถีชีวิตของคนที่นี่ว่าเค้าจะรีบเร่งเหมือนคนบ้านเรามั้ย




เดนมาร์ก ตอนที่ 2 ลัดเลาะพระราชวัง




Copenhagen Central Station (สถานีรถไฟโคเปนเฮเกน) เป็นศูนย์กลางการขนส่งและคมนาคมของเมืองโคเปนเฮเกนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเดนมาร์ก และเป็นเส้นทางของการเดินรถไฟแห่งประเทศ โดยรถไฟทุกสายจะมีเส้นทางเดินรถไปทั่วทั้งประเทศเดนมาร์ก รวมถึงประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป จึงมีผู้คนหนาแน่น ต่างแบกเป้ ลากกระเป๋า แล้วแต่จุดหมายปลายทางที่ใกล้ไกลแตกต่างกัน




เดนมาร์ก ตอนที่ 2 ลัดเลาะพระราชวัง




ใกล้ๆ สถานีรถไฟแห่งนี้ยังมีสวนสนุกทิโวลี ซึ่งเป็นสวนสนุกที่เก่าแก่ที่สุดของโลก สร้างขึ้นราวศตวรรษที่19 โดยจะเปิดให้บริการเฉพาะช่วงฤดูร้อน และก่อนวันคริสต์มาสหนึ่งอาทิตย์ ซึ่งชาวเดนนิชถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ โดยที่จะต้องออกมาเดินเล่นที่สวนสนุกแห่งนี้เป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูร้อน




เดนมาร์ก ตอนที่ 2 ลัดเลาะพระราชวัง




ชีวิตคนเมืองที่นี่ก็รีบเร่ง และพลุกพล่านเหมือนเมืองใหญ่ของทุกประเทศทั่วโลก ขึ้นอยู่กับว่าใครจะสาวเท้าได้เร็วกว่ากัน แต่เราเลือกที่จะสาวเท้าช้าๆ ไปเรื่อยๆ เพื่อไปตามหาบรรพบุรุษนักรบ ผู้ถ่ายทอดสายพันธุ์ชาวเดนนิชที่พิพิธภัณฑ์กันในตอนหน้าดีกว่า













เดนมาร์ก ตอนที่ 3 กระทบไหล่บรรพบุรุษไวกิ้ง




และซากทางโบราณคดีมากมาย ที่ยังหลงเหลือไว้ในชนรุ่นหลังได้ตามหาชาติพันธุ์ ซึ่งก็คงไม่ต้องไปที่ไหนไกล เพราะการเดินเข้าพิพิธภัณฑ์นี่แหละ จะสามารถตอบโจทย์ความเป็นมาตั้งแต่ครั้งอดีตได้ดีที่สุด ดังนั้น สาวเท้าตามกันมาให้ไวว่อง เพราะจะขอนำพาทุกคนไปลงเรือลำเดียวกัน




เดนมาร์ก ตอนที่ 3 กระทบไหล่บรรพบุรุษไวกิ้ง




Viking Ship Museum (Roskilde) พิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้ง ตั้งอยู่ที่เมืองโคเปนเฮเกน ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของประเทศเดนมาร์ก ที่จัดแสดงเรือ และเส้นทางการเดินเรือ ในยุคก่อนประวัติศาสตร์จนมาถึงยุคกลาง ของบรรพบุรุษชาวไวกิ้ง โดยมีการจัดแสดงเรือไวกิ้งในหลากหลายลักษณะ ขึ้นอยู่กับการใช้งานในยุคนั้น เช่น เรือสินค้า เรือรบ ล้วนแล้วแต่เป็นซากเรือโบราณทั้งสิ้น ซึ่งบางลำก็ได้มีการกู้ซากขึ้นมาได้จากใต้ท้องทะเลลึก เนื่องจากในสมัยนั้น ชาวไวกิ้งได้มีการจมเรือไว้ใต้ท้องทะเล เพื่อเป็นการป้องกันการโจมตีของข้าศึกทางน่านน้ำทะเลด้วย โดยเรือที่มีขนาดยาวที่สุดที่ทำการค้นพบได้ มีขนาด 36 เมตร และเรือลำล่าสุดที่ได้มีการค้นพบและกู้ซากขึ้นมา คือเมื่อปี ค.ศ.1990




เดนมาร์ก ตอนที่ 3 กระทบไหล่บรรพบุรุษไวกิ้ง




เรือไวกิ้งโบราณแต่ละลำที่ได้ทำการกู้ซากขึ้นมา ล้วนอยู่ในสภาพปรักหักพัง แต่ทางการเดนมาร์กก็ได้ทำการบูรณะ ซ่อมแซม และบำรุงรักษาให้คงสภาพเดิมไว้ได้มากที่สุด จนเรือบางลำเกือบอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์




เดนมาร์ก ตอนที่ 3 กระทบไหล่บรรพบุรุษไวกิ้ง




ในพิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้ง มีการจัดแสดงวัตถุและซากเรือโบราณอยู่สองส่วน คือภายในและภายนอกอาคาร ซึ่งภายนอกอาคารนั้น จะเป็นการจำลองการขนถ่ายสินค้า หรือการเทียบเรือ ตลอดจนกระทั่งพื้นที่ที่ทำการบูรณะ ซ่อมแซม สภาพเรือที่เสียหาย


ภายในพิพิธภัณฑ์มีคำบรรยายทั้งภาษาเดนมาร์ก เยอรมัน และอังกฤษ สามารถเดินอ่าน เดินชม ลัดเลาะกันได้รอบพิพิธภัณฑ์ โดยที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ออกจากพิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้งได้ไม่นาน ก็ขอตามติดด้วยการเข้าปราสาทต่อเลยละกัน แต่ที่นี่ไม่ใช่แค่ปราสาทธรรมดา เพราะปราสาทแห่งนี้ได้ใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ด้วย ก็เลยต้องไปตามหาชาติพันธุ์ชาวเดนนิชกันต่อที่




เดนมาร์ก ตอนที่ 3 กระทบไหล่บรรพบุรุษไวกิ้ง




Rosenborg Castle (ปราสาทโรเซนบอร์ก) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโคเปนเฮเกน และเป็นอีกหนึ่งปราสาทในสมัยของพระเจ้าคริสต์เตียนที่4 ตั้งแต่ศตวรรษที่17 ซึ่งแต่เดิมถูกสร้างเป็นศาลาพักร้อน ต่อมาได้ใช้เป็นที่พำนักของกษัตริย์ และเชื้อพระวงศ์ของเดนมาร์กในกรณีฉุกเฉิน คือเมื่อครั้งแรกที่พระราชวังคริสเตียนบอร์กถูกเผาในปีค.ศ.1794 และครั้งที่สองค.ศ.1801 เมื่อโคเปนเฮเกนถูกโจมตีจากอังกฤษ




เดนมาร์ก ตอนที่ 3 กระทบไหล่บรรพบุรุษไวกิ้ง




สถาปัตยกรรมของปราสาทโรเซนบอร์กเป็นแบบเรอเนซองค์ ภายในตกแต่งด้วยศิลปะ และวัตถุที่ล้ำค่า มีมากมายหลายห้อง ซึ่งปัจจุบันได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวผู้สนใจได้เข้าชม มีทั้งเก้าอี้ที่ใช้ในพระราชพิธีราชาภิเษกของกษัตริย์ ราชบัลลังก์ มงกุฏ ตลอดจนอาวุธยุทโธปกรณ์ และเสื้อเกราะของอัศวิน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นของล้ำค่าในศตวรรษที่17 ทั้งสิ้น




เดนมาร์ก ตอนที่ 3 กระทบไหล่บรรพบุรุษไวกิ้ง




ออกจากปราสาทมุ่งหน้าตรงดิ่งไปที่ย่านการค้าเพื่อยืดเส้นยืดสาย พร้อมละลายทรัพย์กันบ้างที่ย่านนี้เลย




เดนมาร์ก ตอนที่ 3 กระทบไหล่บรรพบุรุษไวกิ้ง




Nyhavn (นูฮาวน์) คือแหล่งบรรเทิงย่านริมน้ำของเมืองโคเปนเฮเกน ซึ่งเป็นย่านค้าขายและสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ หากอยากจะมาสัมผัสชีวิตและกิจกรรมในวันว่างของชาวเดนนิชก็ต้องที่นี่เลย




เดนมาร์ก ตอนที่ 3 กระทบไหล่บรรพบุรุษไวกิ้ง




เพราะมีทั้งร้านค้า ภัตตาคาร ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ทอดตัวยาวสองฝั่งแม่น้ำ สถาปัตยกรรมบ้านเรือนสีสันฉูดฉาดสวยงาม มีทั้งรูปแบบของสถาปัตยกรรมแบบเก่าและแบบใหม่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว




เดนมาร์ก ตอนที่ 3 กระทบไหล่บรรพบุรุษไวกิ้ง






เดนมาร์ก ตอนที่ 3 กระทบไหล่บรรพบุรุษไวกิ้ง




อีกทั้งในลำน้ำยังเป็นที่เทียบเรือ ทั้งเรือใบ เรือสินค้า ที่พร้อมหน้ามาทอดสมอรอนักท่องเที่ยวมาแชะภาพกันได้ตามอัธยาศรัย และไม่ไกลกันนั้น หากเดินเลียบๆ เคียงๆ มาเรื่อยๆ ก็จะได้พบกับจุดท่องเที่ยวที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศเดนมาร์ก คือ เงือกน้อย




เดนมาร์ก ตอนที่ 3 กระทบไหล่บรรพบุรุษไวกิ้ง




Little Mermaid (เงือกน้อย) หากติดตามกันมาตั้งแต่เดนมาร์ตอนแรก ที่ได้กล่าวแนะนำตัวไว้ว่า เป็นถิ่นกำเนิดของ เงือกน้อยผจญภัย จากนิทานที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน ตอนนี้เธอได้อยู่ตรงหน้าเราแล้ว เพราะเธอเป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองโคเปนเฮเกน ที่ตั้งอยู่ริมอ่าว นักท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศแทบทุกคนจะต้องมายืนแชะภาพกับเธอ ประหนึ่งว่าถ้าไม่มีรูปคู่เธอ ก็เปรียบเสมือนมาไม่ถึงเดนมาร์กประมาณนั้น แต่สีหน้าเธอดูเศร้าสร้อย เอาแต่นั่งเฝ้าคอยเจ้าชายคนรักดั่งเนื้อเรื่องในนิทานมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ตอนนี้เธอมีน้องสาวด้วย ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกันนัก แต่น้องสาวเธอดูจะเป็นสาวสมัยใหม่สมกับยุคปัจจุบัน เพราะประติมากรจงใจที่จะสร้างเธอขึ้นมาเพื่อรำลึกถึง ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน ผู้แต่งนิทานเรื่องนี้ โดยมีชื่อเสียงไปทั่วโลก จนทำให้เดนมาร์กเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป




เดนมาร์ก ตอนที่ 3 กระทบไหล่บรรพบุรุษไวกิ้ง




และแล้วการเดินทางในประเทศเดนมาร์กก็สิ้นสุด ด้วยความตื่นเต้นและดีใจที่ได้มาพบกับเงือกน้อยในตอนสุดท้ายพอดี แม้ว่าเธอผจญภัยมาแสนนาน จนสามารถค้นพบจุดที่จะมานั่งรอเจ้าชายของเธอ ก็ขอเอาใจช่วยให้เธอสมหวัง ส่วนตัวเราขอผจญภัยต่อไปในโลกกว้าง เพื่อตามหาเจ้าชายของเราเช่นกัน


Written by Omyim


ลิขสิทธิ์บทความของ e-magazine.info


ติดตามบทความ ท่องเที่ยว หรืออ่าน แมกกาซีน


(ติดต่อขอใช้บทความที่ฝ่ายการตลาด โทร. 02 713 5220)


ที่มาข้อมูล : //www.e-magazine.info




ที่มาข้อมูล : //www.e-magazine.info











Create Date : 09 มีนาคม 2555
Last Update : 9 มีนาคม 2555 0:23:45 น. 3 comments
Counter : 3139 Pageviews.

 
København er dejlige...Vi elsker vores byen...Tak..


โดย: Dorrit Kalisz IP: 94.18.231.234 วันที่: 9 มีนาคม 2555 เวลา:2:53:49 น.  

 

มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

มาตามเที่ยวตามชมเมืองหลวงของเดนมาร์กด้วยคนครับ เห็นสถาปัตยกรรม สิ่งก่อสร้าง ในบ้านเมืองเค้าก็ดูสวยงามดีมากเลยครับ

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 9 มีนาคม 2555 เวลา:12:39:51 น.  

 
เราก้อจาไปเหมือนกันหลังปีใหม่ ไม่รู้จาเปงไงตื่นเต้นน่าดู นี่ก้อเพิ่งจาไปต่างประเทศครั้งแรกด้วย และก้อจาไปประเทศนี้พอดีอ่ะ ยังไงแนะนำด้วยนะค่ะ


โดย: มารูโกะ IP: 110.49.249.158 วันที่: 30 กรกฎาคม 2555 เวลา:9:58:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สาว17
Location :
ลูกสาวเมืองสิงห์ Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Color Codes ป้ามด







เพื่อรักษาไว้ซึ่งชีวิตครอบครัว
มีบางครั้งที่เราต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ
มีบ้างบางครั้งที่เราต้องเลิกทำในสิ่งที่ชอบ
เพื่อความก้าวหน้าของชีวิตครอบครัว
มีบ่อยครั้งที่เราต้องรู้จักใช้สติ
ต้องรู้จัก อดทน และให้อภัย
ดูอย่างต้นไม้ซิ
มันไม่เคยที่จะผืนลิขิตของฤดูกาล
มันไม่คิดจะขัดธรรมชาติ
เมื่อถึงคราวต้องทิ้งใบก็ยินยอมแต่โดยดี
อดทนและอดทน
เพื่อผลิใบ และดอกผลเมื่อฝนมา
เพราะเมื่อเวลามาถึงทุกสิ่งจะดำเนินไป
ชีวิตที่เรียบง่ายคือชีวิตที่มีสุข








Free Hit Counter ทีเว็บมาสเตอร์ รวมพลคนทำเว็บ
Google
New Comments
Friends' blogs
[Add สาว17's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.