กุมภาพันธ์ 2555

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
 
 
คิดบวก
บ้างครั้งงานหลายๆอย่างก็ไม่ได้สำเร็จตามเป้าหมาย อย่างที่เราตั้งเป้าหมายเอาไว้ เมื่อทำงานสิ่งใดล้มเหลว ลองยอมรับกับความล้มเหลวดูบ้าง อย่างมัว นั่งคิด นั่งเสียใจกับมัน ลองเปิดใจยอม ความล้มเหลวให้มากๆ จะทำให้เรามองเห็นความจริง ว่าทำไมเราถึงผิดพลาดล้มเหลวได้มากมาย ถึงขนาดนี้

ผมไม่สามารถจะกระตุ้นความกล้าล้มเหลวให้คุณได้มาก แต่ทำสิ่งใดแล้วก็ลองคิดเอาไว้เสมอว่ามันต้องมีล้มเหลวอยู่ดี แต่ถ้าเราไม่กลัวความล้มเหลวจริงๆ สิ่งนั้นจะดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลย มีวิธีคิดเรื่องความล้มเหลวมากมายที่ช่วยให้เรามีกำลังใจเวลาไม่ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำ แต่ผมมีข้อแนะนำเพียง 5 ข้อ ก็คิดว่าจะเป็นประโยชน์ได้

5 ข้อคิดเมื่อล้มเหลวมาหาเรา

1. ทุกคนล้วนมีความกลัวและความกล้า

ทำไมถึงบอกแบบนี้ล่ะ ก็เพราะว่า คนเรานั้นมีความกลัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะเกิดจากการเลี้ยงดูจากพ่อ แม่ หรือจะเป็นประสบการณ์ชีวิตของแต่ล่ะคน ตั้งแต่เด็กจนเป็นโตเป็นผู้ใหญ่ ก็ยังมีความกลัวอยู่ในตัวเองอยู่ดี

จะกลัวล้มเหลวหรือกลัวอะไรก็แล้วแต่ ให้ลองใช้ความกล้าแทนที่ความกลัวดูบ้าง กล้าที่จะล้มเหลวหลายๆ ครั้ง หรือทุกๆครั้ง ทำไมถึงบอกแบบนี้ก็เพราะว่าเรากล้าที่จะล้มเหลวมากๆ ทำให้บ่อย เราก็จะลดความกลัวได้ พอเราฝึกบ่อยๆ เราก็ไม่เกิดความกลัวในสิ่งที่ทำอีก

ถ้าเราไม่กลัวอะไรจริงๆ แล้วทำสิ่งใดก็ออกแรงเต็มที่ เต็มกำลัง ไม่มีความกังวล หวาดหวั่น กระวนกระวาย และร้อนใจ งานที่ทำจะประสบความสำเร็จ หรือไม่ยังไงเราก็ยังมีประโยชน์กับตัวเราเองอย่งแน่นอน

“เพราะแต่บางอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่ วางแผนเอาไว้

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะได้ไม่ประโยชน์”

[โทมัส เอดิสัน]

2. คิดบวกเสมอๆ ++ ยาวๆไปเลย

การคิดบวกทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเป็นสิ่งที่ดีกับทุกสิ่ง ให้โลกทั้งใบนี้ได้เลย นักวิจัยต่างๆ ใช้เวลาทุมเท ทำผลงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องการคิดบวกมากมาย ว่าเป็นผลดีต่อ ร่างกาย ชีวิต และจิตใจ ของมนุษย์

ดูเหมือนการคิดบวกจะเป็นเรื่องง่าย แต่จะยังไงให้เราคิดบวกได้ตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนหลับ ให้พยายามนึกถึงเรื่องๆดี เอาไว้ในทุกเรื่องรอบๆ ด้าน แม้กระทั่งคิดบวกกับความล้มเหลว

อย่าง โทมัส อัลวา เอดิสัน ทดลองไส้หลอดไฟหลายพันครั้ง กว่าจะได้ไส้หลอดไฟที่ใช้งานได้จริงๆ เขายังบอกแค่ว่า

“ผมแค่ทดสอบไส้หลอดไฟที่ใช้งานไม่ได้เท่านั้น”

3. คิดไอเดียใหม่ ให้เป็นเรื่องสนุกๆ

การคิดไอเดียใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาช่วยเหลือความล้มเหลวได้อย่างไร ลองคิดง่ายๆดูนะ ถ้าเราทำงานใดแล้วไม่ได้อย่างที่ใจคิดนั้น ส่วนมาก จะเกิดเสียคิดอะไรไม่ออกรู้สึกล้มเหลว ไม่อยากทำอะไรอีก แต่ถ้าเรามี ไอเดียอยู่มากมาย

เราทำ ไอเดียที 1 ไม่ผลเรา ก็ยังมีไอเดียที่ 2 ไอเดียที่ 3 ไม่ได้ผลก็ยัง ไอเดียอื่นๆ อีกมายมาก ช่วยในการทำงานยังไงผมช่วยว่าต้องประสบผลสำเร็จอย่างแน่นนอน

4. ชีวิตและโลกคือห้องทดลองขนานใหญ่

แนวคิดนี้ได้มากจากหนังสือเล่มหนึ่ง(จำชื่อหนังสือไม่ได้แล้วแต่จดข้อความนี้เอาไว้ ) ผมคิดว่า ช่วยให้เรามีกำลังใจ ช่วยให้เราเป็น คนช่างสังเกต ช่างสงสัย มองรอบด้าน และเราจะคิดว่าอยู่บนโลกนี้เป็นเรื่องสนุกที่สุดเลย เราคิดว่าห้องทดลองนี้เรามีผู้คนมากมาย งานมากมาย ธรรมชาติต่างๆ ให้เราทำการทดลองอยู่ตลอดเวลาด้วยตัวเราเอง ลองฝึกดูนะอาจจะช่วยเหลือกันได้บ้าง



“ชีวิตก็ไม่ต่างอะไรกับการห้องทดลองขนาดใหญ่
ที่มนุยษ์ชาติได้อยู่รวมกันมากมาย”


5. เข้าใจตัวเองดีหรือยัง

แนวคิดอาจจะดูเหมือนไม่เกี่ยวอะไร กับความล้มเหลว แต่จริงๆ การเข้าใจตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุดใน 5 ข้อนี้

การเข้าใจตนเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตทุกคน บางคนรู้เข้าใจตัวเองตั้งแต่ยังวัยเด็ก มีความสามารถเล่นกีฬา ทีมชาติเป็นแชมป์โอลิมปิค ได้หลายทอง



อย่าง คุณบัณฑิต ฮึ้งรังษี รู้ว่าตัวเองต้องเป็นวาทยกร ด้วยความมุ่งมั่นและเข้าใจตัวเอง มุ่งเป้าว่าจะต้องเป็นวาทยกร ระดับโลกให้ได้ ทำให้มีแรงพลักดัน เป็นวาทยกรระดับโลก ทั้งที่ไม่เคยมีใครคิดว่าคนไทยจะเป็นได้



“ถ้าไม่เข้าใจตัวเอง คุณจะสำเร็จยาก”
[จากหนังสือ สำเร็จก่อนใคร - บัณฑิต ฮึ้งรังษี]


ถ้าถามว่าคุณบัณฑิต เคยล้มเหลวไหม ผมว่าเคย อาจจะหลายครั้งก็ได้ แต่เขาไม่กลัวความล้มเหลว ถ้าคุณบัณฑิต กลัวความล้มเหลวก็คงจะไม่เรียนตัวคนเดียวอยู่เมืองนอกหลายปีและทำงานจนประสบความสำเร็จระดับโลกได้

แถมยังเป็นแรงบันดานใจให้กับนักดนตรีคลาสสิก นักวาทยกรและคนไทยอีกมากมาย

ใครกำลังคิดว่าตัวเองพบกับความล้มเหลวแล้วก็อย่าเสียใจเลย

น่าจะดีใจมากกว่านะประสบการณ์ หาซื้อไม่ได้ ให้กันไม่ได้ คุณเองก็ยังดีกว่าคนที่ไม่ทำอะไรอีกมากมาย

Posted in คิดบวก | Tags: ข้อคิดความสำเร็จ, ความสำเร็จ, คิดบวก, ชีวิตคือ, ล้มเหลว | 1 Comment »
ก่อนจะคิดบวก ให้เข้าใจตัวเองก่อน
August 31, 2011
หากเราเข้าใจธรรมชาติของตัวเอง หรือเข้าใจตัวเองให้ได้ก่อน เราก็จะเข้าถึงธรรมชาติอื่นๆ อีกหลายๆ อย่างโดยไม่ยาก และก็จะเป็นคนที่คิดบวกโดยธรรมชาติโดยไม่ต้องไปเรียนต่อหรือไปหรือค้นหาอะไรจากที่ไหน มันจะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติจากจิตวิญญาณภายในของเราเอง มองให้ลึก เข้าไปในตัวเองเมื่อเข้าใจแล้วก็จะเข้าใจทุกสิ่งดีขึ้นความคิดดีๆ จะเกิดขึ้นเองโดยไม่ต้องคิด มันเป็นอัตโนมัติ และคติประจำใจจะเกิดขึ้นอย่างน้อย 1 คติเพื่อใช้ในการดำรงชีวิต อย่างแน่นอน (แค่ 1 คติ เราก็สามารถใช้ได้ตลอดชีวิตเลยล่ะ) แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่เข้าว่าเราเข้าใจตนเองดีหรือยัง ก็ต้องลองปล่อยจิตใจให้ว่างๆ บ้างในวันหยุด อยู่กับตัวเอง 1 วันต่อสัปดาห์ หยุดไปเพื่อน หยุดเข้าสังคม หยุดออกไปดูหนัง หรือทำอะไรที่ให้สมองวิ่งๆ คิดตลอดเวลาบ้าง แต่ให้ลองหาที่สงบๆนั่งอยู่เฉย อยู่แบบสันโดษ ตามสวนสวนสาธารณะ นั่งเล่น ริมคลอง ริมแม่น้ำในวันสบายๆ นั่งดูภาพธรรมชาติ หรือจะออกไปเที่ยวธรรมชาติตามรีสอร์ท ก็แล้วแต่ความชอบ เมื่ออยู่คนเดียว เมื่อจิตสงบ ความคิดที่ดีจะเกิดขึ้น จะรู้สึกถึงจิตใจตัวเองได้ง่ายและสามารถทำให้เรารู้จักตัวเอง เข้าใจตนเองจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดยไม่ต้องคิดอะไรมากมายเลย มีท่านอาจารย์ และกูรู้หลายๆ ท่านใช้วิธีการนั่งสมาธิในสถานที่ ที่สงบอากาศดีๆ ก็จะทำให้สงบได้ ซึ่งก็ได้ผลดีมากๆ

อีกวิธีนึงโดยใช้การสังเกตตนเองเป็นวิธีง่ายๆ และกูรู้หลายๆ ท่านก็เขียนลงหนังสือหลายๆ เล่มด้วยวิธีนี้และก็ได้ผลดีเหมือน กัน โดยการสังเกตจากสิ่งที่เราทำอยู่ ชอบทำอะไรประจำๆ สามารถทำได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกอึดอัด ไม่เครียดกับสิ่งนั้น ทำได้ทั้งวัน หรือทำได้หลายๆ วันติดต่อกันเป็นเวลานานๆ หรืออาจจะใช้ระยะเวลาเป็นเดือน สิ่งนั้นและจะบอกความเป็นตัวเองตนของเราเอง แต่ต้องไม่เครียดหรือกดดันตัวเองและไม่รู้สึกฝืนอะไรเกิดความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่ อยากให้ทุกคนลองค้นหาตัวเองจากภายในของเราเองดูนะ หาธรรมชาติตัวเองให้ได้ เมื่อเจอแล้วก็จะสึกได้เลยว่าตัวเราเองจะเปลี่ยนไปโดยไม่ต้องฝืนอยากทำอันนั้น อยากทำอันนี้จริงๆ หรือเปล่า ความคิดบวก ความคิดดีๆ ความเรียบง่าย การใช้ชีวิตจะเกิดจากภายในตัวเอง ขอให้โชคดีกับการค้นหาตัวเองให้เจอนะ



Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2555 22:00:47 น.
Counter : 813 Pageviews.

0 comments

บันทึก..การเดินทาง
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]