เรื่องราว....ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต...ของแมวเก้าชีวิตติสต์แตก ยินดีต้อนรับค้าบ.....แง๊ววว.....
Group Blog
 
 
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
31 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
^^^แมวเน่า......เจ้าน้ำอบ^^^

เรามักจะชอบให้อาหารแมวหรือหมาจรจัดอยู่เสมอ เวลาไปต่างประเทศนอกจากน้ำพริก และมาม่าที่เอาติดตัวไปประทังชีวิตแล้ว เราต้องเอาพวกปลาหมึกแห้งหรือทาโร่ไปด้วยตลอด ปลาหมึกแห้งและทาโร่พวกนี้มันค่อนข้างเบาเอาไปครั้งละเยอะๆก็ไม่หนักกระเป๋า

เมื่อมาอยู่หอพักในต่างประเทศหลังจากสำรวจที่ทางดูเรียบร้อยแล้ว เราก็คอยจับตาดูว่ามีหมาแมวจรจัดบ้างมั้ย ส่งเสียงร้องเรียกเมี้ยวๆๆๆไม่นานก็มีแมวตัวนึง สองตัว สามตัวเดินออกมาตามเสียงเรียก เพิ่งรู้ตอนนั้นเองว่า"เมี้ยว"เป็นภาษาสากลของแมว เพราะแมวทุกชาติทุกภาษาเข้าใจหมด

เราเริ่มการผูกมิตรเจ้าแมวเหล่านี้ด้วยปลาหมึกนั่นเอง ตามสัญชาตญาณของแมวจรจัด จะไม่ค่อยให้เราเข้าใกล้ ทำได้แค่ให้อาหารแล้วก็นั่งดูอยู่ห่างๆ

ระหว่างที่เอาทาโร่ให้แมวอยู่นั้น เราได้กลิ่นอะไรเหม็นๆ พอหันไปมองก็เจอแมวอีกตัวนึงเพิ่งเดินมา นั่งมองอยู่ไกลๆไม่กล้าเข้ามาเหมือนตัวอื่น พอมองให้ชัดๆว่าทำไมแมวตัวนี้กลิ่นมันช่างเหม็นเหลือร้าย ก็รู้ว่าที่คอเจ้าเหมียวมีรอยแผลเหวอะหวะเหมือนโดนใครฟันมา

เราลองโยนทาโร่ให้กิน ตอนแรกเจ้าเหมียวตกใจวิ่งหนีไปตั้งหลัก พอรู้ว่าเราไม่ได้จะทำร้าย ก็ค่อยขยับเข้ามาใกล้ๆและกินทาโร่ที่เราโยนให้

เราแกล้งถามเจ้าเหมียวว่า “ไปโดนอะไรมาน่ะ ทำไมคอเป็นแผลซะขนาดนั้น”

เจ้าเหมียวไม่ตอบ คงไม่ชอบให้ใครมาถามเรื่องส่วนตัว อิอิอิ

จากนั้นทุกๆวันเวลาเราคลุกข้าวให้บรรดาแมวๆหมาๆที่หอกิน เจ้าน้ำอบ(เราแกล้งตั้งชื่อให้มันดูหอมๆ)ก็จะมากินด้วยทุกครั้ง แต่มักจะมาเป็นตัวสุดท้ายทุกที

เวลาน้ำอบไปที่ไหนกลิ่นจะมาก่อนเลย เราเองต้องเอาวาเป็กโปะผ้าเช็ดหน้าผูกไว้ที่คอเวลาน้ำอบมา เพราะกลิ่นน้ำอบมันเหม็นสุดๆ

สาเหตุที่คอน้ำอบเน่าเป็นเพราะมีคนใจร้ายเอาเส้นลวดมาผูกคอน้ำอบ คิดว่าคงผูกตั้งแต่น้ำอบยังเล็กๆเพราะพอน้ำอบโตขึ้น เส้นลวดมันก็กินลึกลงไปในผิวหนัง จนเกิดเป็นรอยแผลเน่าส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว

บางทีเราทนเหม็นไม่ไหว พอน้ำอบกินข้าวแล้วเผลอ เราจะเอาแป้งเด็กโรยตัวน้ำอบตลอดแต่ก็ไม่ได้ผล

เราคิดว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้น้ำอบคงตายแน่เลย คิดหาวิธีว่าจะทำยังงัยดีเพื่อช่วยน้ำอบ แต่น้ำอบไม่ยอมให้จับตัวเพราะยังกลัวคนอยู่

ปฏิบัติการปิดประตูตีแมวจึงเกิดขึ้น

เนื่องจากว่าน้ำอบเริ่มไว้ใจเราในระดับหนึ่ง เพราะเราหาข้าวให้น้ำอบกินทุกวัน บางทีเวลาเราเปิดประตูห้อง น้ำอบจะค่อยๆย่องเข้ามาสำรวจในห้อง เราต้องแกล้งทำเป็นมองไม่เห็น หรือไม่สนใจเพราะถ้าเราทำเป็นสนใจเมื่อไหร่น้ำอบจะวิ่งหนีออกนอกห้องทันที

บางทีน้ำอบก็มานั่งๆนอนๆในห้อง เราก็เกรงใจไม่กล้าไล่ ทั้งๆที่เหม็นจนสุดจะทนแต่เราคิดว่าน้ำอบให้เกียรติเราอย่างมากที่ไว้ใจมานั่งเล่นในห้อง เราก็เลยต้องทนอยู่ในห้องเดียวกับน้ำอบทั้งๆที่เหม็นอยู่อย่างนั้น

น้ำอบคงคิดว่าจมูกเราเป็นไซนัสแน่เลย เราเคยถามน้ำอบว่า “น้ำอบ แกเคยเหม็นตัวเองบ้างป่ะเนี่ย”

น้ำอบร้องตอบ “เมี้ยว” แปลได้ว่า”เหม็นอะไร ใครเหม็น อย่ามากล่าวหาผมนะ” แล้วก็ทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้

วันนั้นเราหยุดและเราคิดว่า มันถึงเวลาเผด็จศึกซะที เราล่อน้ำอบเข้ามาในห้อง แกล้งเอาทาโร่ไปวางไว้ใต้โต๊ะหนังสือแล้วทำเป็นไปยืนตรงระเบียงห้อง

น้ำอบค่อยๆย่องเข้าไปในห้องเหมือนเดิม ขณะที่น้ำอบกำลังกินทาโร่อย่างเอร็ดอร่อยอยู่นั้น เราก็ค่อยๆย่องเข้าห้องตัวเอง และรีบปิดประตู

น้ำอบตกใจสะดุ้ง หันมามองหน้าเราแล้วร้อง “เมี้ยวววว” แปลได้ว่า “จะทำอะไรน่ะ”

เราบอกน้ำอบว่า “ไม่ต้องตกใจนะ เดี๋ยวจะช่วยให้หายทรมานนะ”

น้ำอบร้องเสียงหลง”แง๊ววววววว แง๊วววววว” ซึ่งแปลว่า “ไม่อาวววว ปล่อยผมไปเดี๋ยวนี้นะ ไม่อาววววววว ช่วยด้วยยยย”

น้ำอบวิ่งหนีไปรอบห้อง เราใช้ไม้ตายเอาผ้าขนหนูผืนใหญ่ตะครุบน้ำอบ แล้วจัดการเรียกเพื่อนที่รอท่าอยู่หน้าห้องให้เข้ามาช่วยจับน้ำอบ

เพื่อนเราช่วยกันจับแขนขาน้ำอบไว้ไม่ให้ดิ้น ส่วนเราเอาเทปพันปากน้ำอบไว้ ป้องกันไม่ให้น้ำอบกัด

จากนั้นเป็นขั้นตอนที่ทรมานที่สุดคือ เราดูคอน้ำอบ เส้นลวดมันฝังที่คอน้ำอบลึกกว่าที่คิดไว้มาก จมลงไปในเนื้อของน้ำอบเลย เรานึกในใจน้ำอบคงจะเจ็บและทรมานมากๆ

เราเอากรรไกรตัดลวดที่ยืมมาจากช่าง ตัดฉับตรงลวด น้ำอบหยุดดิ้นทันที น้ำอบคงคิดว่าเราตัดคอมันมั้ง พอตัดลวดเสร็จ เราก็ทำการล้างแผล ใส่เบทาดีน แล้วก็ตามด้วยผงชูชีพที่พกมาทาแก้สิว อิอิอิ มีประโยชน์กับน้ำอบตอนนี้เอง

พอใส่ยาเสร็จก็จัดการจับน้ำอบยัดใส่กรงที่ซื้อมาจากในเมือง เพราะเราไม่อยากให้น้ำอบเตลิดไปที่อื่น วันหลังเราจะได้ใส่ยาให้น้ำอบอีก

กว่าจะเสร็จขั้นตอนรักษาน้ำอบเล่นเอาเราเหงื่อตกไปเลย ไอ้เหนื่อยจับน้ำอบน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่เจ้าน้ำอบคงกลัวมาก เพราะมันฉี่แตกเหม็นไปทั้งห้องเลย เราต้องนอนเหม็นกลิ่นฉี่แมวผสมกับกลิ่นเน่าของเจ้าน้ำอบตั้งหลายวัน

เราขังน้ำอบไว้ในกรงตรงหน้าระเบียง ส่งข้าวส่งน้ำให้กินทุกวัน รวมทั้งใส่ยาด้วย ทุลักทุเลอยู่ประมาณสิบกว่าวัน ในที่สุดแผลของน้ำอบก็เริ่มดีขึ้น รวมทั้งความสัมพันธ์ของเรากับน้ำอบก็ดีขึ้นตามลำดับ

น้ำอบไม่ทำฤทธิ์แล้วเวลาเราทำแผลให้ มันคงคิดได้ว่า “ดิ้นไปก็เหนื่อยเปล่า”

พอเห็นว่าแผลเริ่มแห้งเราก็เลยปล่อยน้ำอบออกจากกรง น้ำอบวิ่งจู๊ดหายไปด้านหลัง

วันรุ่งขึ้นเราตื่นมาตอนเช้า เห็นเจ้าน้ำอบนอนสบายใจเฉิบอยู่ในกรง พอน้ำอบได้ยินเสียงเราก็ลุกขึ้นมาดูและร้อง “เมี้ยววว”

เราทักน้ำอบว่า “เมื่อคืนมานอนที่นี่เหรอ”

น้ำอบเอียงคอและมองหน้าเรา จากนั้นก็เดินเอาตัวมาถูขาเรา พันขาเราไปมา ปากก็ร้องเมี้ยวๆม๊าวๆไม่ได้หยุด ในใจเราคิดว่าน้ำอบคงมาขอบใจเราและขอเป็นเพื่อนกับเราแน่เลย

ตั้งแต่วันนั้นน้ำอบก็ไม่กลัวแล้วเวลาเจอเรา พอเห็นเราทีไรก็รีบวิ่งเข้ามาคลอเคลียทุกที

ฮึ ความจริงเรารู้หรอกน่าว่าน้ำอบน่ะติดใจทาโร่ที่เราให้กินทุกวันต่างหาก คิคิคิ



Create Date : 31 มีนาคม 2551
Last Update : 31 มีนาคม 2551 18:49:22 น. 5 comments
Counter : 726 Pageviews.

 
ในไปเนารักมลค๊เธอ


โดย: มิลค๊ในรักเนา IP: 203.113.17.157 วันที่: 15 สิงหาคม 2551 เวลา:6:15:15 น.  

 
บตว ปสกลา อยกมิจเอลสา บอถถัรเจนเร่าวสอิากเน่า


โดย: มิลค๊ในรักเนา IP: 203.113.17.157 วันที่: 23 สิงหาคม 2551 เวลา:16:35:27 น.  

 
บตว ปสกลา อยกมิจเอลสา บอถถัรเจนเร่าวสอิากเน่า


โดย: มิลค๊ในรักเนา IP: 203.113.17.157 วันที่: 23 สิงหาคม 2551 เวลา:16:37:09 น.  

 
แมวเน่าที่บ้านก็มีไม่เคยเลียขนตัวดำมาก


โดย: แมวงา IP: 202.28.62.245 วันที่: 7 มกราคม 2552 เวลา:15:58:26 น.  

 
ดีใจแทนเจ้าแมวจรจัด ที่ในโลกนี้มีคนแบบคุณ


โดย: คนรักแมว IP: 192.0.0.39, 203.146.125.236 วันที่: 13 พฤษภาคม 2553 เวลา:10:27:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ข้าวโพดแมวติสต์แตก
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





myspace layout images



Friends' blogs
[Add ข้าวโพดแมวติสต์แตก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.