::KOPPOETS SOCIETY::
Group Blog
 
 
สิงหาคม 2553
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
14 สิงหาคม 2553
 
All Blogs
 
“สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก” กับ 10 อย่างที่จะขอพูดถึง


1. ชื่อเรื่อง


ชื่อ “สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก” หรือ First Love ในภาษาอังกฤษนั้น ในความคิดเห็นของฉันนั้นออกจะ “ไม่ชอบ” เลยทั้งสองชื่อ ยิ่งถ้าเอาไปเทียบกับหนังตระกูลเดียวกันอย่าง “แฟนฉัน” หรือ “อนึ่งฯ คิดถึงพอสังเขป” ยิ่งรู้สึกว่าชื่อหนังไม่สามารถสื่อไปถึงจุดขายของหนังได้ (ฉันมองว่าจุดขายของเรื่องนี้อยู่ที่การพาผู้ชมย้อนอดีตไปสมัยมัธยม เป็น Coming of Age สุดพลังเลยนะ) ข้ออันตรายของการตั้งชื่อหนังแบบนี้ คืออาจทำให้คนเกิดความคิดในแง่ลบกับหนังตั้งแต่ยังไม่ได้รู้ข้อมูลอะไรมาก่อน แถมหนังเรื่องนี้ยังรวมเอาอีก 2 จุดขาย(ที่อาจเป็นจุดอ่อนได้ในเวลาเดียวกัน) คือ ตุ๊กกี้ และ มาริโอ้ ก็ยิ่งไปกันใหญ่ ถ้าไม่ได้ Trailer หรือกระแส Word of Mouth ก็อาจทำให้หลายคนพลาดหนังรักเล็กๆ เรื่องนี้ไปอย่างน่าเสียดาย

Footnote เล็กๆ: ฉันจั๊กจี้มากตอนที่พนักงานที่ช่องขายตั๋วถามว่า “ดูเรื่องอะไรดีคะ” เลยตอบแบบกระมิดกระเมี้ยนสุดๆ ว่า “สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารักค่ะ” (น้ำเสียงในตอนท้ายค่อยๆ เบาลง 555)



2.เวิร์คพอยท์

ปกติฉันจะคิดหนักเสมอเวลาที่ต้องเข้าไปดูหนังของ Work Point เพราะว่ามันช่างมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในแบบที่ไม่ถูกชะตากับฉัน แต่ต้องถือว่าเป็นโชคดีของ “สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก” ที่ฉันเสียเงินเข้าไปดูโดยที่ไม่รู้มาก่อนว่ามันเป็นหนังของ Work Point (แต่สหฯ มาจัดจำหน่ายให้ ภาพของสหฯ เลยชัดมาก)

แต่สุดท้ายก็ต้องขอบคุณ “สิ่งเล็กๆ ฯ” เขาล่ะ ที่ช่วยเรียกคะแนนให้ Work Point สำหรับฉันขึ้นมาได้เยอะเชียว ^^

3. ความสมจริง

นี่แหละคือสิ่งเล็กๆ ที่ทำให้ฉันเสียดายที่สุดในหนังเรื่องนี้ และสิ่งนี้ก็มักจะเป็นจุดอ่อนของหนังย้อนวัยใสของไทยแทบจะทุกเรื่อง (ทำไมวะ?) คือยังไงดี การจะทำหนังย้อนวัยใส พาเรากลับไปหวนอดีตอันหอมหวานจะ 10 หรือ 20 ปีที่แล้วหรือมากกว่านั้น ก็ต้องชัดเจนไปเลยว่า ในสมัยนั้นมีอะไรเกิดขึ้น มีอะไรเด่น อะไรดัง ไม่ใช่แค่จับมาริโอ้มาใส่ชุดนักเรียน ถ่ายทำในโรงเรียน ก็เท่ากับการย้อนอดีตแล้ว เสน่ห์ของหนังประเภทนี้ มันอยู่ที่การทำให้ผู้ชมสนุกกับการร้อง “เออ เมื่อก่อนกูก็เล่นมุขแบบนี้แหละ” หรือ “ใช่ๆ เพลงนี้เคยร้องให้รุ่นพี่สมัยเด็กๆ” ไม่ใช่การเอาเรื่องที่สนุกในปัจจุบัน มาทำให้เป็นอดีต มันจะทำให้ความสมจริงของฉากหายฮวบไปเยอะเลย

Footnote เล็กๆ: หนังไทยเรื่องเดียวที่ทำให้ฉัน “เชื่อ” ว่าอดีตมีอยู่จริงๆ ในหนัง ก็ยังคงเป็น “แฟนฉัน” อยู่ดีนั่นแหละ


4. ตุ๊กกี้

ไม่ได้ไม่ชอบตุ๊กกี้ แต่บางทีเธอก็อยู่ผิดที่ผิดทางไปซักหน่อย แต่สำหรับเรื่องนี้ถือว่าเธออยู่ถูกที่ถูกเวลาและ “กำลังดี”

5. มาริโอ้

ปกติฉันจะรำคาญพวกสก๊อยในโรงหนังที่ตั้งใจมากรี๊ดพระเอกโดยเฉพาะแบบสุดๆ แต่กับเรื่องนี้ อยู่ดีๆ ฉันก็ให้อภัยนางพวกนี้เฉยเลย เพราะว่าตัวเองก็แอบเคลิ้มกับความหล่อของน้องโอ้ (ปกติก็หล่อ แต่ด้วยบทของเรื่องนี้ ทำให้ยิ่งหล่อๆๆๆๆ ขึ้นไปอีก อ๊อย) แม้จะมีแม่สองนางสก๊อยเกิร์ลที่นั่งอยู่แถวหน้าเยื้องๆ ฉันออกไปสามสี่ที่นั่ง จะส่งเสียง “ฮื้อออ” “อื๊อออ” “กรี๊ดด” “ว้ายย” อยู่ไม่หยุดหย่อน แต่ฉันก็ถือซะว่าเป็นการดูหนังแบบ 3D (ภาพ เสียงในฟิล์ม และเสียงใกล้ตัว) ในราคาปกติก็แล้วกัน


6. ใบเฟิร์น

น้องใบเฟิร์นกับฉากที่สระว่ายน้ำช่วงท้ายๆ เรื่อง คือสิ่งที่ดีที่สุดของหนังเรื่องนี้!

7. นิ่ม

จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าน้องที่รับบทเป็น “นิ่ม” ชื่อเสียงเรียงนามจริงๆ ของเธอคืออะไร แต่ฉันรักตัวละครตัวนี้มากเลย แล้วก็ดีใจมาก ที่ในชีวิตของฉันได้มี “เพื่อน” แบบนิ่มอยู่หลายคนเชียว ^^



8. เกสท์เฮ้าส์ ภาษาอังกฤษ นักฟุตบอล

สามสิ่งนี้เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ฉันชอบมากที่ผู้สร้างเลือกที่จะใส่ให้กับตัวละครทั้งหลาย แถมมันยังดูไม่เว่อร์ และไม่ยัดเยียดเกินไป ชอบที่ใส่รายละเอียดให้นางเอกเป็นเด็กที่เรียนภาษาอังกฤษเก่ง เพราะที่บ้านทำธุรกิจเกสท์เฮ้าส์ ทำให้เธอได้เล่นละครภาษาอังกฤษ และได้ไปเมืองนอกในเวลาต่อมา (อันนี้ไม่ค่อยชอบละ 555) เช่นเดียวกันกับพี่โชน ที่ชอบเล่นบอลเหมือนพ่อ แต่ดั๊นมีปมอดีต(ที่ตัวเองไม่ได้ก่อ) จากพ่อที่ยิงลูกโทษไม่เข้า สร้างความเซ็งให้กับประชาชนทั้งจังหวัด ทำให้พี่โชนของเราไม่กล้าเป็นนักบอลตัวจริง แต่ก็ชอบถ่ายรูปด้วยนะ (เออ อันนี้งง) เสียดายอยู่แค่ที่ว่า หนังใช้ประโยชน์กับรายละเอียดพวกนี้ไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร เหมือนยังพัฒนาต่อไปไม่สุด จากที่จะทำให้มันดีถึงขึ้นน่าจดจำได้ ก็เลยได้แค่ระดับที่น่าพึงพอใจ

9. แก๊งค์บีบี

ข้อนี้ไม่เกี่ยวกับหนังเท่าไหร่ แต่เมื่อไหร่ชีวิตการดูหนังของฉัน (และใครอีกหลายๆ คน) จะหลุดพ้นจากแก๊งค์บีบี แก๊งค์รับโทรศัพท์ในโรงหนัง แก๊งค์กินอาหารกลิ่นแรงในโรงหนังซักที (อ่ะแน่ล่ะ วันนี้ฉันเจอแฮตทริคสามเด้ง สามพฤติกรรมเลยจ้า) ไม่ต้องบรรยายสรรคุณคงพอเข้าใจ ขอสาปแช่งเอาไว้ ณ ที่นี้เลยละกันนะ ดวก!

10. ตัวฉันเอง

เมื่อประมวลผลความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อหนังเรื่องนี้ ต้องถือว่า “ชอบ” มากกว่าไม่ชอบ เอาเป็นว่าพอดูจบแล้วอารมณ์ดี เดินยิ้มออกมาจากโรงเลยแหละ (ก่อนจะดูเพิ่งทะเลาะกับแฟน พอออกมาโทรไปง้อเฉยเลย 555) มีหลายช่วงหลายตอนที่ไปต้องตรงกับชีวิตวัยหวานของฉัน ตั้งแต่ การขอครูไปเข้าห้องน้ำ แต่จริงๆ แล้วไปชะโงกดู “พี่คนนั้น” ที่ห้องเรียนเค้าการใช้มุข “เพื่อนฝากมาให้” กับคนที่เราแอบชอบการนั่งกอดคอร้องไห้และร้องเพลงอำลาอาลัยกับเพื่อน (แหวะ 555), การใช้เบอร์บ้านโทรไปหารุ่นพี่ที่เราแอบชอบ ด้วยความตื่นเต้นแบบสุดๆ(ของฉันแอดวานซ์กว่าในหนัง ตรงที่ต้อง “จด” ด้วยว่าเราคุยอะไรกัน 555) รวมไปถึงจังหวะตลกๆ ที่ไม่ค่อยได้เห็นในหนังไทย (ที่ชอบที่สุดน่าจะเป็นตอนที่ 2 อดีตดรัมเมเยอร์เดินเข้าเฝือกที่คอ หน้าตุ่ยๆ แต่ยังคุยเม้าท์ผู้ชายอยู่ ขำก๊ากขึ้นมาเลย)

ขอให้หนังเรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนาเรื่องต่อไป แล้วก็ขอขอบคุณช่วงเวลาสองชั่วโมงกว่าๆ ที่ทำให้ฉันนึกถึงอดีตของตัวเองได้เยอะเลย ^^

Footnote เล็กๆ ก่อนจบ: แต่ก่อนฉันต้องโทรเข้าเบอร์บ้าน หรือไม่ก็แอบเอาจดหมายรักไปวางไว้ที่โต๊ะรุ่นพี่ที่แอบปลื้ม แต่เมื่อเวลาผ่านไปเป็นสิบปี ทุกวันนี้ฉันเป็น friend กับรุ่นพี่ที่ฉันชอบใน facebook และยังติดตามชีวิตของพี่เค้าใน twitter อยู่เสมอๆ แต่ก็ยังไม่กล้าคุยกับเค้าอยู่ดีแหละนะ 55555





Create Date : 14 สิงหาคม 2553
Last Update : 14 สิงหาคม 2553 12:56:05 น. 9 comments
Counter : 1134 Pageviews.

 
kak wa


โดย: tod IP: 115.87.84.45 วันที่: 14 สิงหาคม 2553 เวลา:14:23:45 น.  

 
อิอิ แวะมาทักทายจ้า แอบกลับมาระบายเนอะ ว่าแต่เรายังไม่ได้ดูเลยอะ เรื่องเนี่ย


โดย: หนุงหนิงคะ (samakrut_008 ) วันที่: 14 สิงหาคม 2553 เวลา:15:06:55 น.  

 
กำลังจะไปดู เลยแวะเวียนมาอ่านก่อนค่ะ



โดย: fonrin วันที่: 14 สิงหาคม 2553 เวลา:15:15:35 น.  

 
เห็นด้วยทั้ง 10 ข้อเลย

ชอบฉากที่น้ำสารภาพรักกับพี่โชนที่สระว่ายน้ำมากที่สุด น้องเล่นดีมาก ต้องเศร้า ตื่นเต้น ประหม่า ต้องระบาย แต่ก็ต้องทำให้คนดูหัวเราะไปด้วยให้ได้ ประทับใจที่สุดเลยฉากนี้

เป็นอีกเรื่องที่จะแนะนำเพื่อนให้ไปดูครับ


โดย: ก้องเกียรติ IP: 115.67.199.52 วันที่: 14 สิงหาคม 2553 เวลา:15:59:50 น.  

 
เห็นด้วยเรื่องชื่อหนังที่ไม่เวิร์คเลย แต่มันก็มีเพลงมาประกอบอะนะ แต่ก็ไม่ยักเข้ากะหนัง เหมือนมาแปะๆไงไม่รู้

ส่วน workpoint ก็ไม่ชอบเหมือนกันเพราะมาแต่หนังตลกไม่เวิร์ค แต่เรื่องนี้ที่ดูดีกว่าเพื่อนเพราะ ... สังเกต end credit หรือเปล่าครับ? ลองดูสิว่าใครเป็น producer

ชอบหนังเรื่องนี้เช่นกัน :) ดีกว่าที่คาด


โดย: จุใจ วันที่: 14 สิงหาคม 2553 เวลา:20:11:43 น.  

 
กำลังตัดสินใจว่าจะดูดีหรือป่าวน๊ะ
เพราะ work point นั่นล่ะที่ทำให้คิดหนัก
สัปดาห์หน้า กวน มึน โฮ เข้าและรอดูเรื่องนี้อยู่

^o^



โดย: Life & Learn วันที่: 15 สิงหาคม 2553 เวลา:1:15:08 น.  

 
ชอบเรื่องนี้มากเช่นกัน
ดูแล้วคิดถึงตัวเองสมัยเรียนเลยครับ
มีรุ่นน้องน่ารักมาชอบ แต่ชอบไม่ได้ เพราะเพื่อนในกลุ่มผมก็ชอบน้อง ไม่อยากเสียเพื่อน

ไม่รู้น้องจะยังรอเราเหมือนในหนังหรือเปล่า หรือจะลูก2ไปแล้วก็ได้ อิอิ


โดย: BaLL182 วันที่: 18 สิงหาคม 2553 เวลา:21:37:00 น.  

 
นิ่มเเละเเก๊งหน้าปลวก ชอบมากๆๆเลย^^


โดย: SO IP: 125.24.47.97 วันที่: 19 สิงหาคม 2553 เวลา:19:09:31 น.  

 
กู อะ-กรี มาก กับการที่ต้องกระมิดกระเมี้ยนบอกชื่อหนังเรืองนี้
ถึงกับต้องพูดเสียงเบาจริงๆ
ต่อไปถึงความไม่มั่นใจตอนจะเข้าโรง
ยิ่งเห็นมีแต่เด็กน้อย เด็กจริงๆนะ ม.ตันเลย
ยิ่งคิดว่า กูอยู่ผิดที่ผิดทางละ แน่นอน 555

แต่จบออกมาก็แนะนำให้คนอื่นดูต่อนะ ส่วนตัว ว่ามันน่ารักดี
ดีใจที่เกิดทันยุคโทรศัพท์บ้าน ยุคที่ต้องลุ้นว่าเหี้ยเอ้ย พ่อเค้ารับสายว่ะ ทำไงดี จะคิดว่ากูแรดไหม 5555555

คิดย้อนเรื่องพวกนี้แล้วเขินไปหมด


โดย: เชอะ รี่ IP: 183.89.200.24 วันที่: 7 ตุลาคม 2553 เวลา:23:28:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ยิ่งยง นั่งยองยอง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ยิ่งยง นั่งยองยอง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.