Welcome to Kookkies's Webblog
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2557
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
21 ตุลาคม 2557
 
All Blogs
 
Japan 2014 (1)

เที่ยวญี่ปุ่น 2014

ฟูจิ นิกโก้ โตเกียว
13-20 ตค 2557

ได้มีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่น
โดยมีกลุ่มเพื่อนดำน้ำ จัดกันไปกลุ่มเล็ก
เลยขอไปกะเค้าด้วย

เส้นทางเดินทาง
เอฟจัดโปรแกรมได้ถูกใจมาก
ไปดูฟูจิ (คาวาฟูจิโกะ)
ไปดูเมืองมรดกโลก World heritage ที่นิกโก้
และไปโตเกียว



แถมยังไปชวนบรรดาพี่ๆน้องๆหลานๆ ไปด้วยกันอีก 4 คน
รวมเป็นกลุ่มย่อย 5 คนในกลุ่มใหญ่ 10 คน

เดินทางออกจากสนามบินดอนเมือง
ตี 1 ของวันที่ 13 ตค
พอขึ้นเครื่องได้ก็หิวมาก
แต่เค้าก็ยังไม่ขายอาหาร จะไปขายตอนตีสี่ครึ่ง
ก็เลยขอซื้อมาม่าต้มยำกุ้งมากินซะหนึ่งคัพ
ไม่งั้นคงนอนไม่หลับแน่เลย
ท้องร้องซะขนาดนั้น

ตีสี่ เค้าเปิดไฟปลุกเพื่อขายอาหารเช้า
แงๆๆๆ ง่วงนอนมากกกกก

ก่อนที่เราจะบินมา
วันที่ 10-12 มีพายุ Vongfong ถล่มโอกินาวา
และกำลังเดินทางมาญึ่ปุ่น
เค้าเป็นพายุระดับ super typhoon ที่มีความเร็วลมสูงกว่าพายุไห่เอี้ยน ที่ถล่มฟิลิปปินส์เมื่อปีที่แล้ว
ก็เลยลุ้นกันว่า เรากะพายุ ใครจะเดินทางเร็วกว่ากัน

วันที่หนึ่ง
9 โมงกว่า เครื่องลงที่สนามบินนาริตะ
พายุยังมาไม่ถึง แต่อากาศครึ้มมาก ยังไม่มีฝน



ลากกระเป๋าจากสนามบิน ไปขึ้นรถไฟ
เพื่อไปสถานีชินจุกุในโตเกียว



แวะกินข้าว 
มีลิฟท์ที่มีลวดลายจ๊าบมาก



ไปถึงชินจุกุ ไปที่ Bus terminal
เพื่อหาตั๋วไป Kawaguchiko
ปรากฏว่า ไม่มีตั๋วพอสำหรับกรุ๊ป 10 คน
และเป็นรถเที่ยวสุดท้ายด้วย

เอฟ ที่เป็นผู้นำกลุ่ม
ก็เลยต้องเปลี่ยนแผนให้เราไปรถไฟกันแทน
ไปซื้อตั๋วรถไฟ และต้องไปเปลี่ยนขบวนที่ Otsuki

ที่สถานี Otsuki ไปเจอเจ้าหน้าที่สาวสวย
ที่ให้ความช่วยเหลือและคำแนะนำต่างๆดีมาก
พูดภาษาอังกฤษเก่งด้วย

ขึ้นรถไฟไปถึง Kawaguchiko ประมาณห้าโมงเย็น
ฝนมาพอดีเลย
เดินตากฝนพรำๆไปที่โรงแรมที่อยู่ไม่ไกลนัก
แต่ตอนที่ออกไปซื้ออาหารเย็นที่ seven 
ฝนตกลงมาห่าใหญ่เลย
และฝนก็ตกตลอดทั้งคืน
ซึ่งก็แปลว่า พายุ Vongfong มาถึงคาวากูชิโกะแล้ว
แต่ลมไม่แรงมาก เพราะได้อ่อนกำลังลงกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว

วันที่สอง
ตอนเช้าตื่นมา
ฟ้าใสแดดสวยเลยละ

จากหน้าต่างห้องพัก



เห็นฟูจิอยู่ข้างหน้าโรงแรมเลย



วันนี้ จะไปขึ้น cable car เพื่อไปชมฟูจิซังกัน

อุณหภูมิวันนี้
บอกโดยเมิร์ฟ




เดินไปที่สถานีรถไฟ ซึ่งก็เป็นสถานีรถบัสด้วย
มีรถบัสท่องเที่ยวสองสาย
สายสีแดง และสายสีเขียว
เราขึ้นสายสีแดงก่อน

รถบัสสำหรับนักท่องเที่ยว เก๋มากค่ะ
เหมือนรถนักเรียนรุ่นโบราณ
ชอบๆๆๆ



ที่นั่งในรถ ก็เป็นไม้ เบาะสีแดง



ถึงสถานีเคเบิลคาร์
มีหมีและกระต่ายมารอต้อนรับ
(หมีเป็นตัวแทน ผช
กระต่ายเป็นตัวแทน ผญ)



ราคาค่า cable car ไปจุดชมวิว



เคเบิลคาร์
พาเราเหาะขึ้นไป



ขึ้นไปถึง
ก็เจอแผนที่ก่อน
มีคุณกระต่ายและคุณหมี เป็นผู้แนะนำสถานที่



จากสถานี มองย้อนลงมาที่ต้นสาย
จะมองเห็นทะเลสาบคาวากูชิโกะ
(โกะ แปลว่า ทะเลสาบ)



ถ้ามองขึ้นข้างบน
ก็มองเห็นฟูจิซัง
ฟ้าใส แดดสวย มีเมฆประปราย
เนื่องจากยังไม่เข้าหน้าหนาว
คุณฟูจิซังเลยยังไม่ใส่หมวกขาว




คุณหมีและคุณกระต่าย 
มาฟัดกันอยู่หน้าห้องน้ำ



มีร้านขนมด้วย




ดูวิวและเล่นเกมส์จนจุใจแล้ว
ลงมา ก็เดินไปที่ท่าเรือ



ลงเรือชมทะเลสาบ และฟูจิ



เสร็จแล้วก็นั่งรถกลับมาสถานีรถไฟ
เพื่อขึ้นรถสายสีเขียวไปหมู่บ้านโบราณริมทะเลสาบไซโกะ

ระหว่างรอรถ ก็ประทับใจในความขยันของคนญี่ปุ่น
ต้นไม้สูงขนาดนั้น 
ทั่นยังอุตสาห์ปีนขึ้นไปตัดแต่งให้เป็นพุ่มสวย



หมู่บ้านนี้ชื่อยาวมาก
ไซโกะอิยะชิโนะซะโตะเนมบะ

ถนนทางเข้า ทำผิวถนนสวยมาก
เป็นเศษไม้สนผสมกับแอสฟัลท์



เดินเข้าหมู่บ้าน
หันหลังกลับมา
ก็ยังเห็นฟูจิซัง



หมู่บ้านนี้ เป็นหมู่บ้านโบราณ
ที่ถูกน้ำป่า(จากฟูจิซัง)ถล่มทำลายราบเมื่อปี 1966
คนตายหมดทั้งหมู่บ้าน
รัฐบาลญี่ปุ่นมาฟื้นฟูทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยว
เปิดในปี 2006 นี่เอง



ทางเข้าหมู่บ้าน
มีสวนฟักทองแสดงให้ดู
เถียงกันอยู่ว่า ฟักทองที่เห็นนั้น
เป็นของจริงหรือของปลอม



แผนผังหมู่บ้าน
จะมีคำอธิบายว่า
บ้านไหนทำอะไร
แต่เราอ่านไม่ออก ก็เลยต้องเดินไปเรื่อยๆ



ลักษณะบ้าน เป็นบ้านไม้ มุงด้วยหญ้าอย่างหนาเป็นฟุต
น่าจะทำไว้ให้แข็งแรงมาก
เพื่อรับน้ำหนักหิมะในหน้าหนาว




ที่ผูกสุนัข
หน้าบ้าน



บ้านช่างวาดรูป





โรงละครกลางแจ้ง



ร้านขายของ





มีร้านที่ให้เช่าชุดญี่ปุ่นถ่ายรูปด้วย
(ชุดแบบนี้ เรียกยูคาตะ ไม่ใช่กิโมโน)
ถ้าเป็น ผช ก็เป็นชุดนักรบโบราณก็มีนะ
น่าเสียดายที่มีเมฆมาบังยอดฟูจิซะแล้ว

พยายามดูให้หน้าเป็นญี่ปุ่นหน่อยนะ




รูปนี้แสงสวย
เงาต้นไม้ก็สวย



ก่อนจะจากคาวาฟูจิโกะ
ก็บันทึกภาพเมืองเสียหน่อย
เดินชมเมืองตอนเช้า

ลูกพลับสุกเต็มต้น
มีมากมาย





ดอกหญ้า
ที่แทรกคอนกรีตขึ้นบนถนน
สวยด้วยองค์ประกอบหลากหลาย
ยังกับมีคนจัดแจกันไว้
แปลกใจมาก



ใบไม้สีสวย



สถานีรถไฟคาวากูชิโกะ



อนุเสาวรีย์สี่สหาย
น่าจะมีนิทานประกอบอะไรสักอย่าง



เดินผ่าน รร ประถม
มีรูปปั้นเด็กยากจนแบกฟืน เดินอ่านหนังสือ



กิจกรรมเด็กนักเรียนยามเช้า



พุ่มหญ้าสีแดง
สวยอีกแล้ว



ลุงคนนี้
ออกมาเก็บต้นหอมใส่ตะกร้า
คงไปทำกับข้าว



ต้นไม้ไต่กำแพง





รางรับน้ำฝน
ทำสวยมาก



บ้านนี้น่าจะเป็นบ้านเศรษฐีญี่ปุ่น
บ้านสไตล์ญี่ปุ่นโมเดิร์น แต่ใหญ่มาก
ไม่ต้องมีรั้ว



ลูกอะไรสักอย่าง
ขนาดเท่าลูกตะขบ



ไม้ดัดขนาดใหญ่
ดัดด้วยไม้ไผ่



วันที่สาม
จากคาวาฟูจิโกะ 10 โมง
นั่งรถบัสไปชินจูกุ 
นั่งรถไฟไปอาซากุสะ
นั่งรถไฟไปนิกโก้
ไปถึงนิกโก้ประมาณห้าโมงเย็น



ทีแรก จองที่พักแบบดอร์มไว้สามที่
ห้องคู่อีกหนึ่งห้อง
แต่พอไปเช็คอิน
พบว่าห้องที่จอง กลายเป็นห้องแฟมิลี่ นอนได้ 4 คน
ก็เลยไปนอนรวมกันหมดเลย 5 คน

ห้องที่ได้มา เป็นเหมือนอพาร์ทเมนท์ญี่ปุ่น
ห้องนอนสองห้อง ปูห้องละสองฟูก
แต่มีตู้เก็บเครื่องนอนอยู่ที่ข้างฝา
ก็เลยเอาฟูก หมอน ผ้าห่มมาปูได้อีกหนึ่งที่นอนสบายๆเลย

มีห้องน้ำห้องส้วมแยกกัน ไม่ต้องรอกันเวลาใช้
มีครัวด้วย แต่เค้าปิดไว้ไม่ให้ใช้
แต่ห้องอยู่สบายมาก








ถนนข้างๆโรงแรม
มีต้นสนใหญ่มาก เป็นแนวตลอดถนนเลย



วันที่สี่
วันนี้ ไปขึ้น cable car 
เพื่อไปดู Natural zone ของนิกโก้
ที่เป็น National park เพื่อดูวิวมุมสูงของน้ำตก







แล้วก็นั่งรถบัสไปน้ำตก 
แผนผัง Nikko National Park



มีขบวนนักเรียนมาทัศนศึกษา



ใบไม้แดง เริ่มที่พุ่มเตี้ยๆก่อน



น้ำตก Kegon



ร้านขายปลาย่าง



เมเปิ้ลบอนไซ ก็ยังผลัดใบ





ทะเลสาบ Chyuzenji



หาดเป็นกรวดใหญ่



แล้วก็เดินผ่านถนนเล็กๆ ข้ามสะพาน ไปที่วัด





แดงซะ





เพื่อนร่วมทาง





วิวแบบไม่แดงก็มีนะ
สวยด้วย





จบหนึ่งวัน
กลับมาที่โรงแรม



สถานี JR
ที่นิกโก้





วันที่ห้า
เราจะไปดูขบวนแห่กันในเขตเมืองเก่า

ตู้โทรศัพท์สมัยเก่า



สะพานงู
ในตำนานเล่าว่า เป็นสะพานที่เทพเจ้าสร้างขึ้น
โดยเสกงูขึ้นมาสองตัว สีแดงและสีน้ำเงิน
ทำเป็นสะพานเพื่อให้โชโด-โชนินข้ามแม่น้ำ Daiya



เขตเมืองเก่าที่เป็น World heritage



ทางเดินขึ้นเขา
เป็นหินปนตะใคร่ มีทางน้ำไหลเล็กๆอยู่ตรงกลางทางเดิน



มีต้นไม้ยักษ์เยอะแยะ
ต้นนี้สวยตรงกิ่งด้านข้างที่โค้งออกมาเป็นครึ่งวงกลม
ต้นสนเหล่านี้ ปลูกโดย Masatsuna Matsudaira
ปัจจุบัน มีสนแบบนี้อยู่ประมาณ 13,000 ต้น



ประตูที่หนึ่ง



วัด Dai Goma-do (Temple of Fire)
เป็นส่วนที่สร้างขึ้นใหม่ในปี 1998





Five-storied Pagoda สูง 34.3 เมตร
สร้างขึ้นในปี 1650 และถูกไฟไหม้ไปในปี 1815
ถูกบูรณะขึ้นใหม่ในปี 1820 



เข้าไปที่  Toshogu Shrine 
ต้องซื้อตั๋วก่อน



เข้าไปข้างใน 
เป็นช่วงที่ผู้ร่วมขบวนกำลังเตรียมตัว



คนนี้หน้าตาน่ารัก
ผู้ร่วมแกงค์ได้รับใบไม้ศักดิ์สิทธิด้วย



เด็กน้อยเตรียมตัวร่วมขบวน
บรรดาพ่อๆแม่ๆช่วยกันจัดอุปกรณ์กันใหญ่



ลิงปิดหู ปิดตา ปิดปาก
เป็นตำนานต้นแบบ original one ของลิงสามตัว หรือเปล่า





Sacred fountain และ 
The Revolving Library (Sutra Library) 
น้ำพุถูกสร้างในปี 1618 โดย Katsushige Nabeshima








ลวดลายที่ระเบียงคต





มีบันไดสูง
เดินขึ้นไป Toshogu Shrine



ถึงแว้ว



ด้านใน



ทางเดินโดยรอบ



เดินลงมาแล้ว

อาคารที่เก็บเกี้ยวที่จะอัญเชิญไปแห่



เกี้ยวที่เก็บไว้
เดี๋ยวเค้าจะเอาออกมาเข้าขบวนแห่



ขบวนเริ่มด้วยคนชุดฟ้า-ชุดขาว
แล้วตามด้วยม้า



สิงห์



ม้า



ทหาร






เด็กน้อย
ขบวนพลอง



พัดยศ



ม้านั่ง



กลอง



อะไรมะรุ





ขลุ่ย



เกี้ยวมาแล้ว



สวยเน๊อะ



ดูเหมือนมีผู้หญิงด้วยนะ



ขบวนจบแล้วจ้า

ไปต่อตอนที่ 2 นะจ๊ะ

Japan 2014 (2)




Create Date : 21 ตุลาคม 2557
Last Update : 23 ตุลาคม 2557 6:57:07 น. 2 comments
Counter : 866 Pageviews.

 
จัดได้เก่ง ถ่ายภาพได้สวย เล่าเรื่องราวได้ดี สั้นๆ ได้ใจความ เห็นแล้วอยากไปเที่ยว


โดย: พี่ป้า IP: 110.169.75.182 วันที่: 23 ตุลาคม 2557 เวลา:10:20:16 น.  

 
ไปดิ พี่ป้า
ไปซะก่อนที่จะไม่มีแรงเดิน
555+



โดย: *Cookies* วันที่: 23 ตุลาคม 2557 เวลา:10:46:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

*Cookies*
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

ค้นหาใน google.co.th
Friends' blogs
[Add *Cookies*'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.