กรอบหน้าต่างยังคงเดิมในทุก ๆ วัน แต่สิ่งที่เปลี่ยน...คือข้างนอกหน้าต่าง
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2556
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
24 มิถุนายน 2556
 
All Blogs
 
Bhutan 2nd time of happiness ตอนที่ 1 เส้นทางความสุข Phobjikha-Trongsa-Bumthang


เป็นบันทึกฉบับเก่าเมื่อปี 2012 ที่ยังค้างอยู่ในความทรงจำและหน้ากระดาษ
วันนี้กลับมาเขียนอีกครั้ง กับ Bhutan เส้นทางแห่งความสุขและความทรงจำ Phobjikha - Trongsa - Bumthang


ฉันเฝ้ารอว่าจะมีใครซักคนมั้ย ? ที่จะไปภูฏานในเส้นทาง ผอบจิกะ-บุมถัง.... เพื่อฉันจะได้ร่วมเดินทางไปด้วย เพราะการเดินทางไปภูฏานเป็นหมู่คณะ ค่าใช้จ่ายจะถูกลงไปเยอะ.. แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีข่าวว่าใครจะไป ...  ฉันจึงตัดสินใจแพคกระเป๋าไป Bhutan หนที่ 2  แบบ Alone tour อีกครั้ง

การเดินทางครั้งนี้จะเรียบร้อยไม่ได้ถ้าขาด "คุณหลิง" จาก โกลบอลทัวร์แพลนเนอร์ ที่ช่วยจัดทริป(ตามใจฉัน) และจัดทริปให้ได้อยู่ผอบจิกะถึง 2 วัน ให้หายคิดถึงอย่างทีฝัน

27 Aug 2012  วันแรกของทริปครั้งที่ 2 ไม่ได้แตกต่างจากเมื่อปีที่แล้วมากนัก ต่างกันแค่ที่ว่า วันนี้ฟ้าสวย ใส ไม่มีฝน และเที่ยวบินมาถึงเช้ากว่าเมื่อครั้งที่แล้ว  รวมถึงไกด์คนใหม่ สำหรับทริปนี้คือ Karma Dhendup


ระหว่างทางจาก Paro วิวยังเหมือนเดิมไม่ได้แตกต่างจากคราวที่แล้วนัก ที่แตกต่างอาจจะเป็นเพิงเล็ก ๆ ข้างทาง ที่ชาวบ้านเอาผลไม้ พืชผักมาขาย


บรรยากาศข้างทางจาก Paro สู่ Thimpu















ทริปที่วางไว้สำหรับวันแรก คือ Phobjikha Valley (ผอบจิกะ) 

สถานที่สวย ๆ ต้องแลกด้วยความทรหดอีกเล็กน้อย...จาก Paro ไป Phobjika  ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง หรือประมาณ 149 กิโลเมตร ทริปนี้จึงออกจะทรหดนิดนึงสำหรับคนที่ไม่ชอบนั่งรถนาน ๆ แต่สำหรับใครก็ตามที่สนใจเรื่องราวระหว่างทางไม่น้อยไปกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้  คงจะมีความสุขเล็ก ๆ เหมือนกับฉัน เพราะเพียงแค่ได้มองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพข้างทางของภูเขาที่ทอดรับสลับกันลูกแล้วลูกเล่า ก็ชวนให้น่าสนใจไปได้ตลอดทาง


และนี่คือภาพระหว่างทางที่แสนสวยของ Dochula pass

หากนับรวมกับเมื่อปีที่แล้ว ฉันผ่านที่ Dochula pass ประมาณ 4  ครั้ง และยังไม่มีครั้งไหนที่ฉันเห็น  Dochula pass ในวันที่ฟ้าใสซักครั้ง เนื่องจากสถานที่นี้อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 3,150 เมตร อากาศเย็นมาก ซึ่งครั้งที่แล้วฝนตก  หรือถ้าฝนไม่ตกก็หมอกลงจัด  จึงยังไม่มีโอกาสได้เห็นฟ้าแจ่ม ๆ ซักครั้ง ไกด์บอกว่าหากมาช่วงหน้าหนาว เราจึงจะเห็นฟ้าใสและสามารถเห็นวิวภูเขาหิมาลัยด้านตะวันตกได้อีกด้วย


ที่เห็นในรูปคือ 108 สถูป หรือที่เรียกกันว่า Dochula Chorten  สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับทหารภูฏานที่เสียชีวิตจากสงครามอัสสัม



และอีกด้านหนึ่งของ 108 สถูป ก็คือวัด Drukwangyel Lhakhang ซึ่งสร้างโดยพระราชินีในพระราชาองค์ที่ 4  ด้านในมีภาพเขียนของเจ้าหญิงและเจ้าชายทุกพระองค์ ซึ่งด้านบนเราสามารถมองวิวได้แบบ Panorama















หลังจากแวะเที่ยวชมภายในแล้ว เราก็เดินทางต่อ ซึ่งยังต้องเดินทางอีกยาวไกล การเดินทางที่ภูฏานจะสัญจรบนเทือกเขาสูงตลอดเส้นทาง บางครั้งอาจมีปัญหาดินสไลด์บ้าง ปิดซ่อมแซมทางบ้าง  ดังนั้น นักท่องเที่ยวต้องเตรียมใจไว้นิดนึงนะคะ ...  ก็บอกแล้วว่า ข้างทางมีอะไรให้เราน่าสนใจอยู่เสมอ :)

สำหรับทริปนี้ ก็เป็นตามธรรมเนียมเช่นกัน เราต้องจอดรอให้คนงานขนหินจากภูเขา (ที่ทราบจากไกด์ว่าเป็นของรัฐบาล) ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นการทำงานตามปกติ ไม่ได้เกิดจากเหตุสุดวิสัยอะไร คนงานจะขนหินจากภูเขาลงมาทำเขื่อน ภูเขาเป็นลูก ๆ ถูกแม็คโครและอุปกรณ์ต่าง ๆ เจาะกันตรงนั้น    ทางรัฐบาลจะกำหนดเวลาทำงานเป็นช่วง ๆ ให้รถได้วิ่งผ่านได้เป็นรอบ ๆ  สำหรับรอบของฉันก็เบาะ ๆ แค่ 30 นาที




แสงแดดเริ่มบางตา หมอกจาง ๆ เริ่มคล้อยต่ำละอยู่ตามยอดเขา พร้อมสายฝนที่เริ่มพรำ ...ทำให้ฉันคิดถึงบรรยากาศเก่า ๆ ยามครั้งแรกที่เดินทางมาถึงที่นี่

ผอบจิกะ  อยู่ในพื้นที่ตะวันตกของภูฏาน หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาแห่งนี้ เป็นมนต์เสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้ฉันหลงรักที่นี่



ถนนสายที่คุ้นตา ทำให้ฉันรู้ว่าอีกไม่นานเราก็จะใกล้ถึงแล้ว ด้วยการเดินทางตั้งแต่เช้า และระยะทางที่ไกลพอตัว ทำให้เรามาถึงที่ผอบจิกะก็เย็นมากแล้ว จึงไม่มีโอกาสได้เดินเล่นให้หายคิดถึง ไกด์ จึงพาเข้าพักที่โรงแรมก่อน  สำหรับ Gakling Guest House เป็นครั้งแรกที่ฉันได้พักที่นี่  บรรยากาศดีและตึกที่ฉันอยู่ก็เพิ่งจะสร้างเสร็จ







ที่นี่เป็นโรงแรมที่ห้องน้ำกว้างมาก :) มีเครื่องทำน้ำอุ่น และมีเครื่องทำความร้อน อาหารค่ำอร่อยมากโดยเฉพาะเมนูซุปไข่ อร่อยมาก  อร่อยจนอยากทำกินเองที่กรุงเทพเลยล่ะ :)

วิวผอบจิกะที่มองจากระเบียงชั้นบนของโรงแรม





















ฝากไว้ก่อนนะผอบจิกะ ขอเดินทางต่อไปเมือง Trongsa และ Bumthang ก่อน แล้วจะกลับมาเดินเล่นให้หายคิดถึง ^_^


ตอนต่อไป จะพาเดินทางไปต่อกับเมือง Trongsa เส้นทางสวย ๆ ตามรอยจากภาพยนตร์เรื่อง Travellers & Magicians กันค่ะ Click




Create Date : 24 มิถุนายน 2556
Last Update : 25 มิถุนายน 2556 23:53:23 น. 6 comments
Counter : 1488 Pageviews.

 
น่าไปจังคะทริปไปคนเดียวแพงไหมคะ?


โดย: maistyle วันที่: 24 มิถุนายน 2556 เวลา:20:48:29 น.  

 
ก็แพงอยู่ค่ะ มี 2 ส่วนหลัก ๆ คือ ค่าตั๋วเครื่องบิน กับ ค่าทัวร์ที่ต้องจ่ายให้ภูฏาน ภูฏานจะมีเรียกเก็บค่า Tourist tariff ถ้าเป็น low season อยู่ประมาณ 200 USD/คืน/คน และถ้าคนเดียวจะมีชาร์จอีก 40 USD/คืน/คน ซึ่งเป็นมาตรฐานที่รัฐบาลภูฏานกำหนด และผู้เดินทางท่องเที่ยวต้องใช้บริการของทัวร์ท้องถิ่นภูฏานเท่านั้นค่ะ ไม่แน่ใจว่ามีปรับขึ้นลงอย่างไร อาจต้องเช็คข้อมูลอีกทีนะคะ

ป.ล. สำหรับเงินที่ภูฏานเรียกเก็บจากนักท่องเที่ยว เขาก็เอามาพัฒนาภายในประเทศ อย่างเรื่องค่ารักษาพยาบาล คนภูฏานหรือแม้แต่นักท่องเที่ยวหากเจ็บป่วยเขาก็บอกว่ารักษาฟรีนะคะ แต่ระบบรักษาอาจไม่ได้ดีอย่างบ้านเราน่ะค่ะ
ถ้าสนใจจะไป ต้องติดต่อทำวีซ่าและซื้อทัวร์ผ่านทัวร์ท้องถิ่นของภูฏานนะคะ นักท่องเที่ยวจะ backpack ไปเองไม่ได้ค่ะ หรือถ้าเราไม่สะดวกติดต่อกับทัวร์ท้องถิ่นที่ภูฏาน ก็อาจติดต่อผ่านทัวร์ไทย เขาจะติดต่อกับทัวร์ท้องถิ่นที่โน่นให้ ซึ่งทัวร์ท้องถิ่นเขาจะจัดหาที่พัก รถที่เหมาะกับกรุ๊ปที่เดินทาง พร้อมไกด์ท้องถิ่นชาวภูฏาน (พูดภาษาอังกฤษคล่องกว่าเราเสียอีก) ไม่ว่าจะไปคนเดียว หรือไปเป็นกลุ่มก็จะได้สเปคตามนี้เลยค่ะ เพียงแต่ไปไม่กี่คนก็เป็นรถเก๋ง ถ้าเป็นหมู่คณะก็จะเป็นรถขนาดใหญ่

สำหรับการเดินทางครั้งแรก เมื่อปี 2011 ค่าใช้จ่ายรวมทุกอย่างแล้ว 63,000บาท ไป 5 คืน 6 วัน เส้นทาง พาโร ทิมพู พูนาคา วังดีโปรดัง ผอบจิกะ (เป็นเส้นทางยอดนิยม พื้นที่ตะวันตกของภูฎาน)

สำหรับการเดินทางครั้งที่ 2 เมื่อปี 2012 ค่าใช้จ่ายรวมทุกอย่างแล้ว 72,000 บาท ไป 5 คืน 6 วันเหมือนกัน แต่เป็นเส้นทางที่ไกลขึ้น และเป็นทริปที่ขอจัดพิเศษน่ะค่ะ แวะผอบจิกะ 2 คืน เป็นเส้นทาง พาโร ผอบจิกะ ทรองซา บุมถัง ซึ่งเป็นเส้นทางพื้นที่ภาคกลางของภูฏาน ที่จะออกแนวธรรมชาติ โดยเฉพาะเส้นทางบุมถัง เป็นสวิสเซอร์แลนด์ของภูฏานน่ะค่ะ

ทั้งหมดนี้ เป็นทริปที่เดินทางคนเดียวราคาเลยสูงหน่อยนะคะ



โดย: กองฟอน วันที่: 25 มิถุนายน 2556 เวลา:23:24:11 น.  

 
แต่ก็คุ้มนะคะกับการที่ได้ไปสัมผัส^_^
อยากไปค่ะเมื่อว่าจะเอามอไซค์ไปแต่ต้องเสียให้ค่ามอไซค์วันละ250เหรียญ:(
555นี่เฉพาะค่ารถนะก็เลยยกเลิกแผนแต่อาจจะไปกับเพื่อนค่ะ


โดย: maistyle วันที่: 26 มิถุนายน 2556 เวลา:6:51:58 น.  

 
คุณ maistyle คะ แต่ของหลิงถ้าเอามอไซด์ไปเอง ไม่มี charge เพิ่มนะคะ ถ้าสนใจจริงๆติดต่อมาได้นะคะ tel. 0866677011


โดย: Judy IP: 124.122.209.129 วันที่: 26 มิถุนายน 2556 เวลา:11:31:20 น.  

 
ช่วงที่เดินทางนี่เดือนอะไรคะ อยากเห็นนาเขียวๆ แต่ไม่น่าใจว่าเดือนไหนที่ฝนตกน้อยที่สุด


โดย: เปิ้ล IP: 27.55.199.170 วันที่: 7 พฤษภาคม 2557 เวลา:17:09:34 น.  

 
ครั้งที่ 2 นี่เดินทางเดือนส.ค. ปลาย ๆ เดือนน่ะค่ะ
ส่วนครั้งแรก ไปเมื่อเดือน ก.ค.
ทั้งสองช่วงก็จะเห็นทุ่งนา ป่าเขียวชอุ่มค่ะ ก็มีฝนบ้าง แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคกับการเดินทางค่ะ


โดย: กองฟอน วันที่: 13 มิถุนายน 2557 เวลา:20:08:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

กองฟอน
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ฉันหลงไหลการเดินทางตั้งแต่ฉันจำความได้ ขอเพียงได้ออกไป ได้นั่งรถไป ได้นั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ความสุขของฉันก็จะประกายออกมา..ผ่านที่ดวงตาของฉัน
เราไม่อาจทิ้งความฝันให้อยู่อย่างเปลี่ยวเหงา ในขณะที่ต้องจมจ่อมอยู่กับความเป็นจริงที่แสนเจ็บปวด ขอได้ปล่อยให้ความฝัน ได้เดินเคียงข้างไปกับความเป็นจริง ...ปล่อยให้ทั้งสองได้เดินทางไปด้วยกัน
ทริปประทับใจ
New Comments
Friends' blogs
[Add กองฟอน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.