Smiley.๐Smiley*~๐..ความรัก เป็นเรื่อง สวยงาม..๐Smiley*~๐Smiley.๐Smiley*~๐.
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2554
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
14 กุมภาพันธ์ 2554
 
All Blogs
 

Part3 : คืนวันจันทร์เต็มดวง


อรุณ รุ่งเหยียบย่างเข้ามาอีกครา แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดกระทบกับยอดสนสูง ทำให้ใบไม้แหลมเรียวส่องแสงเป็นประกายจากหยาดน้ำค้างซึ่งเกาะอยู่ยอดใบ นั้น.. กุหลาบสีขาวเบ่งบานรับอรุณรุ่ง ส่งกลิ่นหอมรัญจวนยามเช้า

แคโรไลน์กึ่งวิ่งกึ่งเดินออกจากบ้านหลังน้อยด้วยอาการร่าเริง เด็กสาวยิ้มร่าต้อนรับวันแสนพิเศษของเธอ
“หนูไปก่อนนะคะคุณยาย”
แคโรไลน์ โบกมือให้เอมม่าซึ่งนั่งมองเธออยู่หลังหน้าต่างห้องนั่งเล่น หญิงชราโบกมือให้หลานสาวเช่นกัน

“โชคดีนะหลานรัก”
คำกล่าวของหญิงชราอาจดูปรกติเช่นทุกวัน แต่ทว่าในวันนี้ ดวงตาของเอมม่ากลับดูผิดไป

หญิง ชรามองร่างเด็กสาวซึ่งปั่นจักรยานสีแดงสดมุ่งหน้าไปตามทาง ที่กำลังจากลับไปทุกที เธอเอนกายลงกับพนักเก้าอี้โยกตัวโปรด เสียงเอียดอาดจากเก้าอี้ตัวเก่าคร่ำคร่าดังเป็นจังหวะเบาๆ เอม ม่ามองไปนอกหน้าต่างบานเล็ก มองไปยังท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ออกไป แสงจากท้องฟ้ายังคงอ่อนไม่จัดนัก สายลมพาก้อนเมฆก้อนน้อยใหญ่สีขาวเคลื่อนตัวช้าๆ อย่างสงบ

“แค โรไลน์หลานรัก ยายคงทำหน้าที่ได้ดีที่สุดเพียงเท่านี้ ต่อไปเป็นหน้าที่ของหลานแล้ว ยายจะคอยเฝ้าดูและเอาใจช่วยให้หลานเอาชนะความกลัวต่างๆ ไปได้ด้วยดี...ยายรักหลานนะจ๊ะ”


++++++++++


“วันนี้แล้วซินะ”
เสียงเล็กกล่าวขึ้น ขณะที่เธอกำลังกระพรือปีกน้อยๆ บินวนไปมา

“ใช่”
ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบราวไม่ได้มีอารมณ์ใดๆ

“เจ้าจะทำยังไงต่อไป เดออส”
ทิงเกอเบลร้องถามอย่างใคร่รู้

“ก็ไม่เห็นต้องทำอะไร..คงแค่รอ”
ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยดั่งเช่นหน้าตาของเค้า

“เจ้านี่ใจเย็นจริง”
ทิงเกอเบลกล่าวน้ำเสียงแอบประชด

“.....”
เดออสนั่งนิ่ง เค้าไม่ได้แสดงอาการใดๆ ออกมา มีแต่เหงนหน้ามองท้องฟ้า ซึ่งเวลานี้ดวงตะวันกำลังเคลื่อนตัวลงต่ำลงเรื่อยๆ

“นี่เดออส ข้าได้ข่าวว่า พวก...นักล่า มันกำลังมา”
ทิงเกอเบลกระซิบบอก

“อืม”
ตอบสั้นๆ อย่างไม่ใส่ใจ เช่นเคย

“เจ้าไม่ห่วงหรือ ถ้าหาก....”
ทิงเกอเบลรู้สึกเป็นทุกข์ขึ้นมา

“ห่วง ห่วงอะไร”
เดออสย้อนถามแต่ก็ยังคงมีทีท่าไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก

“ก็ถ้าพวกมันได้ไป ถ้าพวกมัน..”
ทิงเกอเบลกระซิบเบาๆ ข้างหู

“หึ....ท๊อง ข้าก็หวังให้เป็นเช่นนั้น”
เค้าแสยะยิ้มน้อยๆ

“ทำไม!!”
ทิงเกอเบล กระพรือปีกวินวนมาเบื้องหน้าของคู่สนทนา

“ข้าก็จะได้ไม่ต้องเหนื่อยไง”
เค้าตอบ สีหน้าเรียบสนิท

“แต่...”
ทิงเกอเบลรู้สึกไม่วางใจ

“เอาน่าท๊อง ถึงยังไงข้าก็ไม่ปล่อยเอาไว้แน่ ยังไงซะ ข้าก็ต้องทำลายมัน”
เดออสตอบเสียงหนักแน่น ดวงตาของเค้าแข็งกร้าวขึ้นทันที

“แต่ตอนนี้เราก็คงทำได้แค่ต้อง รอ”
ทิงเกอเบลทิ้งตัวลงบนยอดหญ้าข้างๆ ร่างสูงใหญ่ เธอกระพรือปีกเล็กๆ สองสามที ก่อนจะหยุดมันนิ่งเนิ่นนาน


++++++++


“คุณยาย...คุณยายหนูกลับมาแล้วค่ะ”
เสียง หวานใสดังขึ้นพร้อมรถจักรยานสีแดงสดที่จอดสนิทหน้าประตูบ้าน แคโรไลน์ก้าวเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้าที่เบิกบาน ในอ้อมแขนโอบอุ้มเอาช่อไฮยาซินธ์สีขาว สีม่วง และสีชมพู เธอมองหาเอมม่าด้วยสีหน้าเบิกบานใจ

แค โรไลน์วิ่งไปตามทางเดิน แล้วเข้าไปยังห้องเล็กๆ ที่แต่งให้ดูอบอุ่นน่าอยู่ ตรงเตาผิงซึ่งมีเก้าอี้โยกตัวเก่าคร่ำคร่า เอมม่ายังคงนั่งอยู่ ณ ที่ตรงนั้น

“คุณยาย ดูซิว่าหนูเอาอะไรมาฝากวันนี้”
แคโรไลน์ยื่นช่อดอกไฮยาซินธ์มอบให้เอมม่าด้วยรอยยิ้ม

“......”
หญิงชรายังคงนั่งเฉย ไม่ตอบโต้อะไร

“คุณยาย คุณยายคะ”
แคโรไลน์รู้สึกไม่สบาย เด็กสาวรีบเข้าไปนั่งข้างๆ ร่างของหญิงชรา เธอมองใบหน้าของหญิงชราที่ยามนี้ กำลังหลับตานิ่งสนิท

“คุณ...ยาย”
แค โรไลน์กลืนก้อนแข็งๆ ลงคอ เด็กสาวเอื้อมมือของเธอเข้าไปแตะสัมผัสเบาๆ ที่แขนของเอมม่า ใจของเธอในเวลานี้ มันเต้นรั่วด้วยความหวาดกลัว

“อืม...รอไลน์ กลับมาแล้วหรือ”
น้ำเสียงแหบแห้งดังจากริมฝีปากเหี่ยวย่น

“คุณยาย...หนูตกใจหมดเลย”
แครอไลน์ยิ้มออกมา ด้วยอาการโล่งใจ เธอมองใบหน้าของหญิงชราด้วยความห่วงใย

“อ้อ ยายเผลอหลับไปหน่ะจ๊ะ”
เอมม่ายิ้มให้หลานสาว

“หิวรึยังจ๊ะ เดี๋ยวยายเตรียมอาหารเย็นก่อนนะ”
เอมม่าทำท่าจะลุกขึ้น แต่แคโรไลน์ รั้งแขนของท่านไว้

“ไม่เป็นไรค่ะ คืนนี้หนูแสดงฝีมือเอง”
แคโรไลน์ยิ้มหวานให้หญิงชรา แล้วลุกขึ้นเดินไปทางส่วนของครัว เอมม่า มองตามหลังหลานสาว หญิงชรามองด้วยแววตาเศร้าสลด




มื้อค่ำผ่านไปอย่างเช่นทุกๆ วันที่เป็นมา สำหรับแคโรไลน์นั้น ไม่ว่าวันใดเธอก็รู้สึกมีความสุขเสมอ หากมีเอมม่าร่วมโต๊ะอาหารด้วย
“เสียดายจริง ที่คืนนี้ยายไม่ได้ทำเค๊กให้หลาน”
เอมม่ากล่าวขึ้น ด้วยน้ำเสียงเสียดาย
“ไม่เป็นไรค่ะคุณยาย”
แคโรไลน์ยิ้ม

“แต่วันนี้ วันเกิดหลาน”
เอมม่ายังคงตำหนิตนเอง

“แค่มีคุณยาย หนูก็คิดว่ามันวิเศษสุดแล้วค่ะ”
บอกจากใจจริง

“โอ้วว หลานรักของยาย”
เอมม่ายิ้มออกมาด้วยความปลื้มใจจากคำของหลานสาว

“ได้เวลาแล้วนะจ๊ะหลานรัก หนูเอาของขวัญที่ยายมอบให้มาเปิดดูซิจ๊ะ”
เอมม่ากล่าวด้วยรอยยิ้ม ขณะเดินไปนั่งที่เก้าอี้โยกตัวโปรด

“ค่ะ”
แคโรไลน์รับคำ แล้ววิ่งขึ้นไปบนห้องของเธอเพื่อนำเอากล่องสีเงินใบเล็กจิ๋วที่เอมม่ามอบให้เมื่อคืนก่อน



“นี่ค่ะคุณยาย”
แคโรไลน์ลงมาชั้นล่างอีกครั้ง พร้อมกล่องสีเงินใบเล็กจิ๋ว เธอเดินไปนั่งข้างๆ หญิงชรา

“เปิดดูซิจ๊ะ”
เอม ม่ากล่าว ขณะที่ดวงตาของเธอมองออกไปนอกหน้าต่าง ซึ่งในเวลานี้ท้องฟ้าได้เปลี่ยนเป็นสีดำมืดสนิท แต่ตรงนั้น ตรงที่ห่างออกไป มีดวงจันทร์สีนวลกลมใหญ่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ

“ค่ะ”
แคโรไลน์ รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย ขณะที่กำลังเปิดกล่องสีเงินใบสวยนั้น เด็กสาวเองก็อยากรู้เช่นกันว่า มีอะไรซ่อนอยู่ในกล่องใบนี้

“ว้าว สร้อยสวยจังค่ะคุณยาย”
แคโรไลน์ยิ้มออกมาขณะมองสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในกล่องสีเงิน

“สวมซิจ๊ะ”
เอมม่ากล่าว

“ค่ะ”
แคโรไลน์ค่อยๆ หยิบเอาสายสร้อยสีเงินขึ้นมา ตรงนั้น ที่จี้ของมันเป็นรูปดวงจันทร์เสี้ยวสีทองสวยแวววับจับตา

แค โรไลน์สวมสร้อยเส้นสวยของเธอ เด็กสาวพิจารณาดูจี้ดวงจันทร์เสี้ยวด้วยความสนใจ เธอขยับวงเดือนเสี้ยวเล่น แล้วสิ่งที่น่าอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น วงเดือนซึ่งคราแรกเป็นเพียงเดือนเสี้ยว ก็เกิดการขยายของเนื้อทองจนกลายเป็นวงเดือนเต็มอย่างน่าอัศจรรย์ใจ แสงสว่างฉายวาบออกมา

“ว้าว คุณยายคะนี่มันอะไรกัน”
แคโรไลน์ร้องถามขึ้นด้วยความประหลาดใจกับของขวัญในปีนี้ของเธอ

“สวยใช่มั้ย”
เอมม่าถาม

“ใช่ค่ะสวยมาก และก็..”
.แคโรไลน์มองดวงจันทร์สีทองในคอของเธอ

“มันเป็นของหลาน มันถูกกำหนดให้เป็นของหลานในวันครบรอบอายุ 18 ของหลานจ๊ะ”
เอมม่ากล่าวย้ำ

“คุณยายคะทำไม..”
แคโรไลน์สงสัยในคำตอบ แต่เมื่อเธอเงยหน้ามองหญิงชรา ภาพที่เธอพบกลับทำให้เธอตกใจมากขึ้น

“คุณยาย คุณยายเป็นอะไรไปคะ”
แคโรไลน์ร้องเรียกเอมม่า ที่มีสีหน้าอิดโรยอย่างชัดเจน หญิงชราเอนกายพิงพนักเก้าอี้โยกตัวโปรดด้วยอาการเหนื่อยอ่อน

“รอไลน์ที่รัก หมดเวลาของยายแล้ว”
เอมม่ากล่าวน้ำเสียงอ่อนโยน

“หมดเวลาอะไรคะคุณยาย คุณยายพูดอะไร”
แคโรไลน์ไม่อาจเข้าใจความหมายในคำพูดนั้น

“หลานอายุครบ 18 หลานโตเป็นสาวแล้วนะจ๊ะ ยายหมดหน้าที่ดูแลหลาน หน้าที่ของยายสิ้นสุดลงแล้ว”
หญิงชรากล่าว

“หนูไม่เข้าใจ คุณยายหมายความว่ายังไง”
แคโรไลน์ยังคงสับสนในเนื้อหาสำคัญในคำพูดของเอมม่า

“จำไว้นะหลานรัก หลานจงเดินไป ไปตามแสงแห่งจันทรา มันจะนำหลานไปยังดินแดนที่เหมาะสม หลานมีหน้าที่ หลานมีสิ่งที่ต้องทำ”
สิ้น เสียงนั้น ดวงตาของหญิงชราก็ปิดสนิทลง แคโรไลน์ที่มองภาพการจากไปของเอมม่า เธอกำลังรู้สึกตระหนกกับสิ่งที่เกิดขึ้น เด็กสาวเบิกตากว้าง โผลเข้าสวมกอดร่างไร้วิญญาณของหญิงชรา

“ไม่...ไม่นะคุณยาย ไม่ๆๆๆ”
แคโรไลน์ร้องออกมาด้วยความตกใจ เธอกอดร่างเอมม่าไว้แน่น หยาดน้ำตาของเธอไหลออกมาด้วยความเสียใจ

แต่ ร่างไร้วิญญาณนั้น หาได้ตอบสนองใดไม่ ร่างนั้นแน่นิ่งไร้การขยับตอบโต้ แคโรไลน์ร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ...แต่เธอก็ไม่อาจแสดงความโศรกเศร้าได้ นานนัก แสงจากตวงจันทร์ ส่องกระทบกับร่างเธอจากทางหน้าต่างบานเล็ก มันสว่างจนผิดปรกติ

กรุ้งกริ่ง.....กรุ้งกริ่ง....

จี้รูปดวงจันทร์ที่คอนั้นสั่นสะเทือน ส่งเสียงดังเล็กแหลมออกมา สาวน้อยตกใจ เธอก้มมองจี้ที่คอของเธอ มันกำลังเคลื่อนไหว

“อะ..อะไรกัน”
แคโรไลน์ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอมองจี้ประหลาดซึ่งอยู่ในคอของเธอ

แสง สว่างวูบวาบเกิดขึ้น ลำแสงสีทองสาดส่องออกมาจากจี้รูปจันทร์เต็มดวงของเธอ เด็กสาวตกใจกับสิ่งที่เกิด เธอตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก จี้สีทองส่องกระทบกับแสงจันทร์นวลด้านนอก มันยิ่งสั่นหนักขึ้น ส่งเสียงดังหนักขึ้นเรื่อยๆ จนแคโรไลน์รู้สึกปวดแก้วหูไปหมด
“โอ้ย นี่มันอะไรกันนี่ เกิดอะไรขึ้นกับฉัน ไม่นะ ไม่...กรี๊ดดดดดดดด”

เด็ก สาวคิดจะถอดสายสร้อยออกจากคอ แต่มันไม่ได้เป็นผลเลย เธอเหมือนกำลังถูกบางสิ่งบางอย่างดึงร่างของเธอ ยิ่งดิ้นรนต่อสู้ ก็ยิ่งเหมือนแรงดูดนั้นจะหนักหน่วงขึ้น แคโรไลน์พยายามต่อสู้แต่เธอก็ไม่อาจเอาชนะได้ และแล้วร่างของเธอก็ถูกดูดเข้าไปในจี้สีทองนั้นอย่างรวดเร็ว...



“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”


ตุ๊บ!!!

+++++++++



“เดออส นั่น”
ทิงเกอเบลร้องดังขึ้น พร้อมส่งสัญญาณให้เดออสมองไปบนฟากฟ้า ที่พระจันทร์เต็มดวง แต่ เหมือนว่าภูติจิ๋วตัวน้อยจะช้ากว่าผู้ที่เฝ้ารอ ร่างสูงใหญ่ขยับตัวลุก แล้วกระโดดอย่างว่องไวไปทางที่มาของสิ่งประหลาดซึ่งตกลงมาจากฟากฟ้า ตกลงมาจากดวงจันทร์

“ระ รอข้าด้วยซิเดออส”
ทิงเกอเบล รีบกระพรือปีก บินตาม แต่เหมือนว่า เธอจะไม่ทันเค้าเสียแล้ว

ร่าง สูงใหญ่กระโดดด้วยความว่องไว เค้าสามารถกระโดดได้ทีละไกลๆ และไวอย่างเหลือเชื่อ เค้าเห็นบางอย่างตกลงมาจากฟากฟ้า ตกลงมาจากดวงจันทร์ ตามที่เค้าคาดการณ์ไว้ และนี่คือสิ่งที่เค้ารอคอย ภาระกิจที่เค้าต้องทำให้สำเร็จ




“โอะโอ้ยย...”
เสียงร้องครวญดังออกมา พร้อมกับร่างบางๆ ที่บอบช้ำ

“มันเกิดอะไรขึ้นกับฉันนี่”
แคโรไลน์ร้องขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ เด็กสาวรู้สึกเหมือนตัวเองตกลงมาจากที่สูง

“ที่นี่มันที่ไหนเนี่ยะ”
เธอพยายามเพ่งมองไปรอบๆ ซึ่งตอนนี้เธอเองก็ไม่รู้ว่า ตัวเองอยู่ที่ไหนกัน

แค โรไลน์พยุงร่างตนเองลุกขึ้น เธอมองไปรอบๆ ที่มีแต่ความมืดสลัวไร้แสงไฟ มีเพียงแสงจันทร์ที่นำทาง เด็กสาวรู้สึกหนาวสันหลังอย่างบอกไม่ถูก เธอห่อตัวแน่น แล้วพยายามเพ่งมองไปรอบๆ อีกหลายต่อหลายที

“แล้วฉันจะกลับบ้านยังไงกันนี่”
เธอครวญออกมาอีกครั้ง และพยายามจะก้าวเดิน แต่แล้ว....


“ในที่สุดข้าก็ได้เจอกับเจ้า”
เสียงทุ้มเย็นดังขึ้นท่ามกลางความมืด ทำเอาแคโรไลน์หยุดชะงัก เธอพยายามมองหาที่มาของเสียง

“ใคร...ใครกัน”
เด็กสาวทำใจดีสู้เสือ เธอร้องถาม

“ไม่จำเป็นต้องรู้ เพราะอีกไม่นานเจ้าก็ต้อง ตาย”

สิ้น คำนั้น แคโรไลน์ผวาตกใจ เธอรีบผละถอยหลังอย่างไม่คิดอะไร เธออยากจะคิดว่า นี่คิอ ฝันร้ายของเธอ แต่ก็นั่นล่ะ มันไม่ใช่แน่ เพราะเธอรู้สึกเจ็บ ตอนที่ตกลงมากระทบกับพื้น ดีตรงที่ว่า ตรงที่เธอตกลงมานั้นเป็นทุ่งหญ้าขนาดสูง และหนาแน่น เธอจึงไม่บาดเจ็บอะไร

“ทะ ทำไมต้องตาย ฉันไปทำอะไรให้คุณ”
แคโรไลน์พยายามพูดจาต่อรอง

“ไม่จำเป็นต้องรู้”
น้ำเสียงนั้นดูดุดัน และเอาจริง

“ยะ..อย่านะ อย่าเข้ามานะ”
แคโรไลน์ พยายามข่มใจ และพูดจาขู่ เธอคว้ากิ่งไม้ที่ตกอยู่กับพื้นขึ้นมา กวัดแกว่งไปมาท่ามกลางความมืด

“เจ้าเป็นปัญหาที่ข้าต้องจัดการ”
เสียงนั้นดังขึ้นกว่าเก่า ทำให้แคโรไลน์ตกใจมากขึ้น เด้กสาวตวัดไม้ในมือไปมาอย่างไร้ทิศทาง

“อย่านะ อย่าเข้ามา อย่า...”
เธอ ตวัดไม้ในมือเพื่อต่อสู้ไม่ให้สิ่งที่เธอไม่รู้ว่าคืออะไรเข้าใกล้เธอ แล้วแคโรไลน์ก็ต้องชะงักเมื่อรู้สึกได้ว่า ไม้ของเธอกำลังถูกตรึงไว้

“แค่กิ่งไม้เล็กๆ แค่นี้คิดจะทำอะไรข้าได้ งั้นรึ”
เสียงนั้นดังชัดเจนเบื้องหน้า แคโรไลน์สะดุ้งทันที

“อย่า...อย่าเข้ามานะ”
น้ำ เสียงสั่น แต่ก็พยายามข่มใจ เธอพยายามออกแรงฟาดไม้ในมือออกไปหมายให้โดนคนที่คิดปองร้ายเธอ แต่ก็ไม่ได้ผล เค้ากลับดึงไม้จากเธอแรงขึ้น จนร่างของเธอต้องเซตามแรงดึงนั้น


“ว้ายยย!!”
แคโรไลน์ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ร่างของเธอเซไปตามแรงดึงนั้น จนไปปะทะกับบางสิ่งที่แข็งแกร่ง


แสง จันทร์กระจ่างบนฟ้า ส่องกระทบลงมาทำให้มองเห็นใบหน้าของคนที่กำลังคิดจะฆ่าเธอ แคโรไลน์ตกตะลึงกับภาพตรงหน้านั้น ชายหนุ่มผมยาวสีดำเข้ม กับดวงตาสีดำ กำลังจ้องมองเธอเขม็ง สองแขนของเธอถูกสองมือของเค้าจับกุมเอาไว้ มันแข็งแรง และแน่นหนา

“......”
แคโรไลน์อ้าปากค้าง จ้องมองอีกฝ่ายด้วยแววตาหวาดกลัว

เด ออสมองร่างบอบบางของหญิงสาวที่เค้าจับตัวได้ เค้าเองก็ไม่คาดว่าจะเจอกับเธอในเวลาแบบนี้ ผมสีน้ำตาลแดง เข้ากับผิวสีชมพูอ่อน ดวงตาสีฟ้ากลมโตอย่างที่เค้าไม่เคยพบเจอมาก่อน นี่หรือ คือสิ่งที่เค้าต้อง “กำจัด”

“อย่า..อย่าทำอะไรฉันนะ ปล่อย...ปล่อยฉัน”
แคโรไลน์ได้สติ เธอพยายามสะบัดตัวเองให้หลุดจากสองมือแกร่ง

“......”
เดออสยังคงตกตะลึงกับสิ่งที่เค้าไม่ได้คาดคิดมาก่อน เค้าจ้องมองร่างบอบบางเบื้องหน้าด้วยความรู้สึก สับสน

“ปล่อย..ฉันบอกให้ปล่อย”
แคโรไลน์ยังคงดิ้นรนให้อีกฝ่ายปล่อยเธอ

“แค่จะดิ้นให้หลุดยังไม่มีปัญญา แล้วนี่หรือคือ...”
เดออสกล่าวเบาๆ ในลำคอ เค้ารู้สึกสับสนกับบางอย่างในใจ ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่น

“หรือว่า คำทำนาย จะผิดพลาดไป”
เค้ายังคงพึมพำกับตนเอง

แค โรไลน์เห็นว่าชายแปลกหน้าที่แต่งตัวประหลาดกำลังดขาดสมาธิ เธอจึงใช้ไม้เด็ดที่ใช้กี่ทีก็ได้ผลทันที เด็กสาวก้มหน้าไปที่แขนของอีกฝ่าย แล้วอ้าปากงับแขนเค้าอย่างไม่ปราณี


งับ!!


“อ๊ากก!!”


ได้ผลเสมอ เดออสปล่อยมือจากแขนของแคโรไลน์ ทำให้เด็กสาวเป็นอิสระ เธอรีบวิ่งหนีเค้าออกไปทันที


“คิดว่าจะหนีพ้นหรือไง”
เค้ารีบกระโดดตามอย่างรวดเร็ว


“ว้ายย อย่าตามมานะ อย่านะ”
แค โรไลน์ร้องออกมาด้วยความกลัว เธอหลับหูหลับตาวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต แล้วเธอก็ก้าวพลาด ร่างบอบบางของเธอเซไถลไปกับพื้น ตกเนินเล็กๆ ลงไปยังทุ่งหญ้ากว้างที่เอียงชัน


“ว้ายยย”
เธอร้องออกมาด้วยความตกใจ ร่างของเธอกลิ้งไถลไม่เป็นท่า จนไปหยุดที่โขดหินเล็กๆ


“โอ้ยยย”
แคโรไลน์ร้องออกมาด้วยความเจ็บ และมึนหัว


“นี่มันอะไรกัน วันอะไรกัน”
เธอร้องออกมาด้วยความไม่เข้าใจ เธอรู้สึกเจ็บตามเนื้อตามตัวไปหมด

แค โรไลน์มองไปรอบๆ ตัวอีกครั้ง ครานี้แสงจันทร์ช่วยเธอได้มาก อาจเพราะเป็นกลางทุ่งหญ้ากว้าง ทำให้รอบๆ ข้างดูโล่ง ไร้ต้นไม้ใหญ่ เด็กสาวพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น


“อ่า นี่ไง เจอแล้ว”
เสียงหนึ่งไม่คุ้นเคยดังขึ้นมาอีก


แคโรไลน์รีบหันมอง เธอพบกับชายวัยฉกรรจ์คนหนึ่ง หน้าตาน่ากลัว มือข้างหนึ่งถือดาบยาวเป็นมันวาว มองมาทางเธอ

“นี่มันอะไรกันนี่”
เธอรำพึงกับตนเองเบาๆ

“ว่าไงจ๊ะน้องสาว มาทำอะไรแถวนี้”
ชายหน้าตาน่ากลัวกล่าว สีหน้าของมันดูไม่น่าเป็นมิตรเอาซะเลย

“คะ...คุณเป็นใคร”
แคโรไลน์พยายามทำใจสู้

“55 พี่เป็นใครไม่สำคัญ ว่าแต่น้องสาวซิจ๊ะ มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ มืดๆ คนเดียว”
ชายหน้าตาน่ากลัวยังคงพูดด้วยสีหน้ากรุ่มกริ่ม

“ฉัน...ฉันก็ไม่รู้”
แคโรไลน์ ถอยห่างออกมาเรื่อยๆ

“มามะ บ้านอยู่ไหน เดี๋ยวพี่พาไปส่ง”
ชายหน้าตาน่ากลัว เดินเข้ามาใกล้ มันก้าวตรงมาทางเด็กสาวอย่างหมายหมาด

“มะ ไม่ต้อง...อย่าเข้ามานะ อย่า...”
แคโรไลน์ร้องตะโกนออกมา เธอถอยกรูอย่างรวดเร็ว

ชายหน้าตาน่ากลัว เอื้อมมือออกมา หวังจะจับตัวเธอ แต่แล้วก็มีบางอย่างเกิดขึ้น บางอย่างที่มาหยุดยืนขวางระหว่างเธอกับชายหน้ากลัว


“แกคิดจะทำอะไร”
น้ำเสียงทุ้มคุ้นหูดังตรงหน้า แคโรไลน์เบิกตามองด้วยความตะหนก

“ไม่ใช่เรื่องของแก หลีกไป”
ชายหน้าตาน่ากลัวโต้กลับ อย่างไม่เกรงกลัว

“แกต่างหากที่ไม่เกี่ยว”
เค้าขบกรามแน่น จ้องมองชายหน้าตาน่ากลัวเขม็ง

“ไอ้หน้าอ่อน แกรู้มั้ยว่าข้าเป็นใคร”
ชายหน้าตาน่ากลัว ยืดอกพูดแสดงฐานะของตน

“ไม่เห็นจะอยากรู้”
เดออสตอกกลับน้ำเสียงเฉยชา

“บ๊ะ ไอ้นี่อยากลองดีซะแล้ว ข้าคือ นักล่าเบอร์หนึ่งแห่งทาซ่า ถ้าเจ้าไม่อยากตาย ก็ถอยไป นี่ไม่ใช่ธุระของเจ้า”
ชายหน้าตาน่ากลัวกล่าวเสียงดัง เค้ามีท่าทางภูมิใจกับสิ่งที่พูดออกมา

“หึ...นี่ไม่ใช่ธุระของเจ้า แต่เป็นของข้าต่างหาก”
เดออสไม่มีทีท่าจะสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย

“ไอ้นี่วอนหาที่ซะแล้ว...ย๊ากกกกกกกก”
ชายหน้าตาน่ากลัวกล่าวจบ ก็รีบตรงปรี่เข้าหาเดออสทันที

ชาย หนุ่มตั้งท่ารับมือชายหน้าตาน่ากลัวอย่างว่องไว จนอีกฝ่าย ต้องเสียท่าให้หลายต่อหลายที ไม่ว่าจะโจมตีมายังไง เดออสก็สามารถหลบเลี่ยงได้หมด แถมยังออกหมัดต่อยจนเค้านอนหงายลงไปกับพื้น


“คืนนี้ข้าไม่อยากฆ่าใคร จงไปซะ เพราะข้า ต้องฆ่า เพียงคนเดียวเท่านั้น”
กล่าวจบ เดออส ก็หันขวับมาทางแคโรไลน์ทันที เด็กสาวรู้สึกหนาววูบที่สันหลัง

“อะไรนะ จะฆ่าฉันงั้นหรือ”
แค โรไลน์ พูดน้ำเสียงตะกุกตะกัก อย่างไม่เต็มคำ เธอจ้องมองใบหน้าเพรชฆาตที่หมายเอาชีวิตเธอ โดยที่เธอไม่รู้สาเหตุว่าทำไมเค้าต้องคิดฆ่าเธอด้วยซ้ำไป

ชาย หน้าตาน่ากลัวไม่ได้คิดจะหนีไปอย่างที่เดออสบอก มันกลับลุกขึ้นยืน แล้วหยิบดาบที่ทั้งใหญ่ ทั้งยาวน่ากลัวของมันออกมา แล้วยกสูงขึ้น หมายจะฟันใส่เดออสจากด้านหลัง แคโรไลน์ที่เห็นเหตุการณ์ร้องออกมาด้วยความตกใจ


“ระวัง!!!”
เธอลืมไปว่า คนที่เธอบอกให้ระวังนั้น หมายจะเอาชีวิตของเธอ

เด ออส หันหลังไปทันเห็นชายหน้าตาน่ากลัวคิดจะทำร้ายตนพอดี เค้าจึงชักดาบจากเข็มขัดของเค้าออกมาอย่างรวดเร็ว แล้วรับดาบของชายหน้าตาน่ากลัว ประกายไฟจากเหล็กกล้ากระทบกันเป็นแสงเกล็ดกระจาย

“แกกล้าลอบกัดจากด้านหลังงั้นหรือ ย๊ากกก!!!”
เดออสขบกรามด้วยความโกรธ

ภาพ การต่อสู้เกิดขึ้นเบื้องหน้า แคโรไลน์มองการต่อสู้ของผู้ชายสองคนด้วยความประหวั่นกลัว เพราะไม่ว่าใครชนะ เธอก็ต้องตกอยู่ในอันตรายทั้งสิ้น เด็กสาวค่อยถอยหนีออกมาด้วยความหวาดกลัว

“นี่มัน อะไรกันนี่”
ชายหน้าตาน่ากลัวร้องขึ้น เมื่อรู้ว่าตนเองตกเป็นรองอย่างสู้ไม่ได้

“ข้าให้โอกาสเจ้าหนีไปแล้วนะ”
เดออสขบกรามพูดเสียงเล็ดออกมาจากไรฟัน

“อย่านะ อย่า...”
ชายหน้าตาน่ากลัวร้องขึ้น เมื่อเห็นเดออสยกดาบขึ้นสูง

“กรี๊ดดดดดดดดด”
แคโรไลน์ที่เห็นเหตุการณ์ร้องดังขึ้นด้วยความกลัว ก่อนที่เธอจะหันหลังวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต


เด ออสหันมองร่างบอบบางที่เตลิดหนีห่างออกไป เค้าไม่ได้สนใจคู่ต่อสู้อีกต่อไปแล้ว เค้าละทิ้งร่างของชายหน้าตาน่ากลัวลงไปกองกับพื้น แล้วกระโดดตามแคโรไลน์ ซึ่งวิ่งหนีหายเข้าไปในป่าทึบ


ชาย หน้าตาน่ากลัวทรุดลงกับพื้นด้วยความเหนื่อยอ่อน และหวาดกลัวไม่แพ้กัน เพราะภาพสุดท้ายที่เค้าเห็นคือ ดวงตาสีแดงฉานจากบุรุษที่ตนเกือบเสียท่าจนเกือบสิ้นชีวิตไปเมื่อครู่

“ปะ ปีศาจ มันคือปีศาจ”
เค้าเพ้อออกมาด้วยความหวาดวิตก




“ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยด้วย”
แค โรไลน์ร้องตะโกนออกมา หวังให้ใครสักคนได้ยิน แล้วออกมาช่วยเธอ แต่นั่นคงเป็นความคิดที่ สิ้นคิดจริงๆ เพราะในป่าใหญ่แบบนี้จะมีใครมาได้ยิน เด็กสาววิ่งเตลิดเข้าไปในป่าทึบ


แต่ ยิ่งวิ่ง ก็เหมือนยิ่งวนอยู่ในที่เดิมๆ แคโรไลน์วิ่งจนสุดกำลัง เธอรู้สึกอ่อนล้าเต็มที ขาของเธอเหมือนจะหมดแรง มันเริ่มก้าวไม่ออก เสียงลมหายใจของเธอหอบดังชัดเจน


“จะหนีไปไหนอีก”
เสียงทุ้มคุ้นเคย ดังขึ้นบนกิ่งไม้เบื้องหน้า แคโรไลน์สะดุ้งหงึก มองไปยังเสียงนั้น

“อย่าเข้ามานะ อย่า”
เธอร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว เธอคิดจะวิ่งหนีอีกครั้ง แต่แล้วเด็กสาวก็ต้องตกตะลึง เมื่อร่างสูงใหญ่นั้นกระโดดมาดักตรงหน้าเธอพอดี

“เจ้าหนีไม่พ้นหรอก”
เค้ามองมาที่เธอด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ

“ฉันไปทำอะไรให้ ทำไมต้อง...ฆ่าฉันด้วย”
แคโรไลน์ร้องออกมาด้วยความไม่เข้าใจ

“ก็เพราะ...”
เด ออสหยุดชะงัก เค้าจ้องมองใบหน้าของอีกฝ่าย อาการกระหายเลือดที่เกิดขึ้นกับเค้าเมื่อครู่ ตอนที่ต่อสู้กับชายหน้าตาน่ากลัวผู้นั้น บัดนี้มันได้ลดลง จนเกือบจะเป็นอารมณ์ปรกติ

“เพราะอะไร เพราะอะไรกัน”
แคโรไลน์ร้องถามด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมเธอต้องถูกเค้าตามล่า

“เพราะ...”
เดออสหยุดนิ่ง เค้าจ้องมองเธอเขม็ง

“เพราะอะไรกันเล่า บอกมา..”
แค โรไลน์คิดจะร้องถามเอาความจริงให้กระจ่าง แต่แล้วเธอก็โดนเค้าโอบร่างบางเอาไว้แน่น เธอรู้สึกได้ถึงแผ่นอกที่แข็งแรงของเค้า อ้อมแขนที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่เธอจะหนีได้พ้น

“นี่จะทำอะไรฉันหน่ะ”
แคโรไลน์พยายามดันร่างออกจากอกกว้าง แต่ก็ไม่ได้ผล

“อยากถูกงูกัดตายรึไง”
เค้ากล่าวน้ำเสียงเรียบนิ่ง


แคโรไลน์หันมองไปด้านหลังของเธอ เธอก็พบกับภาพงูตัวเขื่องที่ถูกดาบของเดออสปักเสียบกับพื้นดิน มันอยู่ห่างจากตัวเธอไม่เกินศอก


“ว้ายยย”
เด็กสาวตกใจเธอรีบซุกหน้าเข้าหาอกกว้างอย่างหวาดกลัว จนลืมไปว่า คนที่เธอกำลังกอดอยู่นี้ น่ากลัวกว่างูหลายเท่านัก


“....”
เด ออสนิ่งเงียบ เค้าเองก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องช่วยเธอจากงูพิษ ทั้งๆ ที่เค้าควรจะปล่อยให้เธอตายเพราะงูพิษมากกว่า ชายหนุ่มยืนนิ่ง ปล่อยให้หญิงสาวกอดเค้าอยู่อย่างนั้น






............




 

Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2554
0 comments
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2554 22:13:28 น.
Counter : 503 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


kokoo_129
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Smiley*~๐.."รัก" ก็แค่คำว่า "รัก"..๐~*Smiley
Cute Cursors from Dollielove
Free Hit Counters
Friends' blogs
[Add kokoo_129's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.