Smiley.๐Smiley*~๐..ความรัก เป็นเรื่อง สวยงาม..๐Smiley*~๐Smiley.๐Smiley*~๐.
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
4 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 

..Blueragon : อภินิหารหัวใจมังกร ตอนที่30..

คำเตือน
ขอสงวนสิทธิ์ใดๆ ตามกฎหมาย ในการทำคัดลอก เผยแพร่ ดัดแปลง ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดของนิยายเรื่องนี้ โดยไม่ได้รับอนุญาต และ หากผู้ใดกระทำการคัดลอกหรือนำไปโพสในเวปอื่น ๆ หรือบล็อค โดยมิได้รับอนุญาตมีโทษปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือ หากนำเรื่องไปเสนอต่อสำนักพิมพ์ ถือเป็นการเสนอขาย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 69 แห่ง พ.ร.บ.กฏหมายลิขสิทธิ์



************************
Blueragon : อภินิหารหัวใจมังกร
ตอนที่ 30

************************




แสงแดดเจิดจ้าร้อนระอุส่องผ่านหมู่เมฆบางๆ ตรงลงมาหากลุ่มคนที่กำลังเหยียบย่างเดินผ่านพื้นโล่งกว้างข้ามเขตนครพากาเซีย หรือที่รู้จักกันดีในนาม ดินแดนคนชั่ว


หยาดเม็ดเหงื่อไหลย้อยลงมาจากหน้าผากของเจ้าชายบาโอซีลอน พระองค์ยกมือขึ้นปาดเม็ดเหงื่อที่ไหลย้อยนั้นออก มองไปยังพื้นที่แห้งแล้งเบื่องหน้า


“ข้ามเขาลูกนั้นไป ก็จะพ้นเขตแดนนครพากาเซีย เข้าสู่เทือกเขาแม่มดแล้วพะยะค่ะ”
ทาลอสเอ่ยกับเจ้าชายเหมือนรู้ใจ


“อืม..”
เจ้าชายพยักหน้ารับเบาๆ อย่างเข้าใจ พระองค์หันมองไปยังกลุ่มทหารนักรบที่เดินตามมาด้านหลัง


“ทำไมมันร้อนอย่างนี้นะ”
ทหารคนหนึ่งพูดขึ้น เค้ายกกระติกน้ำขึ้นจิบแต่เหมือนว่าน้ำในกระติกนั้นแทบจะไม่เหลือ


“ก็นี่มันเขตดินแดนแห้งแล้งด้านทิศตะวันออกของเขตนครพากาเซีย ใกล้ๆ กับภูเขาไฟพากาเซียหน่ะซิ”
ทาร์พูดขึ้น เค้ามองไปทางภูเขาลูกใหญ่ที่ตั้งอยู่ห่างจากจุดที่พวกเค้ายืนอยู่ แต่ความร้อนระอุของมันไม่ได้ลดน้อยเลย


“มิน่าถึงหายใจติดขัด”
พาทริสรำพึงขึ้นเบาๆ


“อดทนอีกนิด ทางข้างหน้าจะมีแม่น้ำเล็กๆ พวกเราไปพักที่นั่นก็ได้”
ทาร์ผู้ชำนาญทางเป็นอย่างดีพูดขึ้น


“งั้นพวกเราเดินทางกันต่อเถอะ”
เจ้าชายตรัสขึ้น แล้วเดินนำต่อไปอย่างไม่ท้อถอย


ทหารนักรบทั้งกลุ่มต่างก็ก้าวเดินตามคำสั่งของเจ้าชาย แม้ว่าบางคนจะรู้สึกอ่อนล้าจากการเดินทางก็ตาม แต่พวกเค้าก็ไม่ได้ปริปากบ่นแต่อย่างใด ยังคงเดินตามกันไป


พาทริสมองสภาพนักรบบางคนแล้วให้รู้สึกหนักใจ หนุ่มน้อยส่ายหน้าไปมาเบาๆ ...เค้ารู้ดีว่า นักรบบางคนแท้จริงมิใช่นักรบแต่กำเนิด แต่เป็นเพราะต้องการเงินค่าตอบแทนให้กับครอบครัว จึงอาสาออกรบร่วมกับเจ้าชายเช่นนี้ คนเหล่านั้นไม่เคยต้องมาเดินทางไกลนานๆ เช่นนี้มาก่อนจึงเป็นธรรมดาที่จะรู้สึกเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้า...สำหรับตัวหนุ่มน้อยเอง เค้าก็รู้สึกเหนื่อยล้าเช่นกัน แต่เค้าก็ไม่ได้คิดจะยอมแพ้มันเลยแม้แต่น้อยนิด ตอนสมัยที่พ่อของเค้ายังมีชีวิตอยู่ ท่านเคยให้เค้าร่วมเดินทางไกลๆ ออกล่าสัตว์อยู่บ่อยๆ หนุ่มน้อยจึงรู้สึกคุ้นเคยกับการเดินทางระยะไกลๆ แบบนี้


เพียงไม่นานกลุ่มนักรบและเจ้าชายก็เดินทางมาถึงเขตชายป่า ต้นไม้ ต้นหญ้าสีเขียวสด ทำให้ทุกคนต่างยิ้มออกมาได้บ้าง ความร้อนแรงของดินแดนที่ร้อนระอุได้ทุเลาลง...


ทาร์นำทางทุกคนบุกผ่านแนวป่าเข้าไปเพื่อมุ่งไปยังสายน้ำที่ทาร์ได้กล่าวถึงก่อนหน้านี้ สภาพทหารนักรบส่วนใหญ่นั้นอ่อนล้าเต็มที


“อย่านะ...ได้โปรดอย่าทำอะไรลูกข้าเลย”


เสียงหนึ่งทำเอาทุกคนในกลุ่มต้องหยุดชะงัก เจ้าชายพยายามเพ่งสายตามองไปเบื้องหน้า หลังแนวไม้นั้น ภาพชายชราชาวบ้านกำลังนั่งขอร้องวิงวอนกลุ่มชายร่างใหญ่ 2 คนที่กำลังยืดยุดฉุดกระชากหญิงสาวชาวบ้านอยู่


“ปล่อยข้านะ ปล่อย”
หญิงสาวชาวบ้านร้องตะโกนออกมา พร้อมกับพยายามดิ้นรนขัดขืน


“ท่านขอรับได้โปรดอย่าจับตัวลูกข้าไปเลย”
ชายชรายังคงวิงวอนร้องขอความเมตตาจากชายร่างยักษ์ ใบหน้าโหดเหี้ยมไร้ปราณี ชายชราใช้สองมือของเค้าจับขาข้างหนึ่งของชายร่างยักษ์ 1 ใน 2 คนนั้น


“เจ้าแก่พูดมากจริง”
ชายร่างยักษ์ที่โดนจับขาไว้นั้น ได้ยกขาของตนขึ้น แล้วยันร่างชายชราจนล้มเซถลาไม่เป็นท่า


“โอ้ย...”
ชายชราร้องออกมาเมื่อร่างของตนได้ล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง


“เจ้าแก่นี่ เห็นทีจะไม่อยากอยู่ดูโลกนี้นานๆ ซะแล้ว”
ชายร่างยักษ์คนเดิม ก้าวสามขุมเข้าไปหาชายชราหมายหมาดจะลงมือกับชายชราให้รู้สำนึกที่บังอาจมาขัดกิจธุระของมัน


“พ่อ...จะทำอะไรพ่อข้า…ปล่อยข้านะ ”
หญิงสาวชาวบ้านร้องออกมา นางพยายามจะเข้าไปช่วยประคองบิดาของนาง แต่ทว่าชายร่างยักษ์ที่จับตัวนางไว้นั้นไม่ยอมปล่อยนางให้เป็นอิสระแต่โดยง่าย


“แม่น้องสาวอย่าไปยุ่งกับเค้าเลยน่า มามะ มากับพี่ดีกว่า”
ชายที่จับตัวหญิงสาวเอาไว้ รวบตัวนางไว้แน่น ส่งสายตา และแสดงกริยาท่าทางอันกักขระของมันออกมา แล้วพยายามลากนางเข้าไปหลังพุ่มไม้กับมัน


“เฮ้ย เบาๆ หน่อยนะเพื่อน เดี๋ยวของดีๆ จะช้ำหมด”
ชายร่างยักษ์อีกคนที่คิดจะลงมือกับชายชรากล่าวขึ้น ดวงตาของมันลุกวาวน่าหวาดกลัว


“อย่า....อย่าทำอะไรนางเลย นางยังเด็กนัก อย่าเลยขอรับท่าน ได้โปรด”
ชายชราขอร้องวิงวอน ต่อชายทั้งสอง แต่เหมือนว่าพวกมันจะไม่ยอมฟังคำของชายชราแม้แต่น้อย


“ปล่อยข้านะ พวกคนชั่ว ปล่อย...”
หญิงสาวร้องเสียงหลง นางพยายามดิ้นรนขัดขืนแต่ไม่เป็นผล


“5555...ไปสนุกกับข้าดีกว่านังหนู ข้ารับรองว่าเจ้าต้องชอบแน่ๆ”
ชายร่างยักษ์ที่จับตัวนางอยู่นั้นร้องออกมาด้วยน้ำเสียงชอบใจ มันส่งสายตาวาวน่าหวาดกลัวให้กับนาง


ชายชราพยายามลุกขึ้นเพื่อจะได้เข้าไปช่วยลูกสาว แต่แล้วเค้าก็ต้องล้มลงอีกครั้งเมื่อชายร่างยักษ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ใช้ขาของมันถีบใส่ชายชราจนล้มหงายหลังลงกับพื้น


“หน่อย พวกมันจะมากไปแล้ว”
หนุ่มน้อยพาทริสเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตรงหน้ารู้สึกอดรนทนไม่ไหว เค้าคว้าศรธนูที่เสียบไว้ในกระบอกใส่ที่สะพายอยู่กลางหลังออกมา หมายจะยิงใส่ชายร่างยักษ์วายร้ายทั้งสอง


“หยุดนะ พวกแก”
แต่ไม่ทันที่พาทริสจะง้างคันศร เจ้าชายบานโอซีลอนก็พุ่งพรวดออกไปจากพุ่มไม้เบื้องหน้า ออกไปเผชิญหน้ากับชายโฉดทั้งสองอย่างไม่เกรงกลัว


“เฮ้ย แกเป็นใครวะ ริมาสอดเรื่องของพวกข้า”
ชายร่างยักษ์ทั้งสองหันมาเผชิญหน้ากับเจ้าชาย พวกมันมองเจ้าชายด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม


“ข้าเป็นใครไม่สำคัญ แต่ข้าทนดูพวกแกทำเรื่องชั่วช้าแบบนี้ไม่ได้”
เจ้าชายผู้องอาจเอ่ยน้ำเสียงเข้มดุดัน


“ฮะฮ้า... เจ้านี่ท่าทางจะวอนหาเรื่องซะแล้ว”
ชายร่างยักษ์ผมสีดำหัวเราะเย้ยหยันใส่เจ้าชายบาโอซีลอน มันขบกรามแน่น แสยะยิ้มเย้ยเจ้าชาย


“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยข้าด้วย”
หญิงสาวร้องขอให้เจ้าชายข่วยนาง


“นังหนู แกคิดว่าไอ้คนนี้มันจะช่วยอะไรเจ้าได้หึ...รูปร่างแบบนี้จะทำอะไรได้”
ชายร่างยักษ์ผมสีน้ำตาลเข้มที่จับตัวหญิงสาวเอาไว้พูดขึ้นน้ำเสียงขบขัน มันมองเจ้าชายด้วยแววตาดูหมิ่น


“ท่านผู้กล้า ได้โปรดช่วยลูกข้าด้วย”
ชายชราร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าชายอีกคน


“ไอ้แกพูดมากนักนะ...”
ชายร่างยักษ์ผมสีดำทำท่าจะใช้ขาของมันทำร้ายชายชราอีกครั้ง เจ้าชายใช้ความเร็วของพระองค์เข้าขัดขวางทันที


“เลิกทำการชั่วช้าได้แล้ว”
น้ำเสียงของพระองค์ดุดันทรงพลัง พระองค์ใช้ดาบในมือตวัดเข้าหาชายร่างยักษ์ผมสีดำอย่างรวดเร็วจนมันแทบจะไม่ทันได้ตั้งหลัก


“อ๊ะ เจ้า...อยากเล่นสนุกนักหรือ ได้...ข้าจะสั่งสอนเจ้าเอง”
ชายร่างยักษ์หลบวิถีของดาบเจ้าชายออกมาตั้งหลัก มันหันมองเจ้าชายอย่างเคืองแค้น


“เข้ามาเลย พวกคนถ่อย”
เจ้าชายตั้งท่ารับอย่างไม่หวั่นเกรง


“ได้เลย...”
ชายร่างยักษ์ผมสีดำ วิ่งปราดเข้าหาเจ้าชาย มันใช้สองมือของมันตะปบจับร่างเจ้าชายเอาไว้แน่น หมายจะบีบเจ้าชายให้แหลกคามือของมัน


“โอ๊ะ..”
แรกๆ ที่เจ้าชายโดนตะบบสองแขนได้ พระองค์เหมือนจะเพี้ยงพร้ำให้กับมัน แต่แล้วพระองค์ก็รวบรวมพละกำลังทั้งหมดขึ้น แล้วดันร่างยักษ์ของชายกักขระออก ก่อนจะใช้ขาของพระองค์ถีบดันร่างของเจ้ายักษ์ผมดำอย่างแรงจนร่างของมันเซถลาล้มลง


“อ๊า...”
เจ้าร่างยักษ์ผมดำล้มลงกระแทกพื้น มันร้องออกมาด้วยความขุ่นเคืองใจที่เจ้าชายสามารถตอบโต้มันได้


“เจ้ากล้าทำน้องชายข้างั้นรึ อย่าอยู่เลย”
เจ้าร่างยักษ์ผมน้ำตาลที่เดิมจับตัวหญิงชาวบ้านเอาไว้ ได้ผลักร่างของหญิงชาวบ้านล้มลงไปกองกับพ่อของนาง แล้วหันมาเผชิญหน้ากับเจ้าชาย


“มาเลย..”
เจ้าชายบาโอซีลอนยิ้มมุมปาก พระองค์ไม่รู้สึกหวาดกลัวชายร่างยักษ์ทั้งสองแม้แต่น้อย


“เจ้า..”
ชายร่างยักษ์ผมสีน้ำตาลผู้พี่ขบกรามแน่น


มันพุ่งตรงเข้าหาเจ้าชายอย่างรวดเร็ว ใช้ผ่ามือของมันตวัดฟาดลงที่ร่างเจ้าชาย หมายให้โดนอย่างจัง แต่ทว่าเจ้าชายก็ว่องไวกว่ามันมากนัก พระองค์หลบหลีกฝ่ามือของมันได้อย่างรวดเร็ว ชายร่างยักษ์ผมสีน้ำตาลขบกรามแน่นขึ้น มันบุกเข้าโจมตีเจ้าชายอีกหลายต่อหลายรอบ แต่เจ้าชายก็สามารถหลบได้หมด แถมพระองค์ยังตอบโต้ได้อย่างแม่นยำ


กลุ่มนักรบของเจ้าชายตามมาจนทัน แต่เหมือนว่าทุกคนจะมองสถานการณ์ออก เกมนี้แม้ฝ่ายตรงข้ามจะมีถึงสอง แต่เจ้าชายก็เป็นต่ออยู่มาก เพราะความว่องไวของพระองค์ทำให้เจ้ายักษ์ทั้งสองทำอะไรพระองค์ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย


พาทริสยืนมองการต่อสู้เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกทึ้งๆ กับฝีมือของเจ้าชายที่เค้าเคยคิดเสมอว่า เจ้าชายคงไม่เก่งเท่าไหร่นัก แต่แท้จริงแล้วพระองค์ดูปราดเปรียวว่องไว และชำนาญการรบเป็นอย่างมาก...


“ระ...”
หนุ่มน้อยเผลอพูดขึ้นเมื่อเห็นเจ้ายักษ์ร่างใหญ่ผมดำผู้น้องกำลังดึงเอาไม้ขนาดใหญ่ออกมาหมายจะฟาดลงที่เจ้าชาย แต่เจ้าชายก็สายตาไวพอที่จะหลบหลีก แล้วชักดาบออกมาเพื่อฟันลงไปที่ท่อนไม้นั้น


ฉับ!!!~


ดาบอันคมกริบฟันลงที่ท่อนไม้ใหญ่นั้น....ท่อนไม้ขาดเป็นสองท่อนอย่างโดยง่าย เจ้ายักษ์ร่างใหญ่ผมดำมองไม้ในมือด้วยสีหน้าตกตะลึง


“อะไรกันนี่..”
มันไม่อยากเชื่อเลยว่า คมดาบของเจ้าชายจะสามารถฟันไม้ท่อนใหญ่ในมือของมันขาดเป็นสองท่อนได้โดยง่าย


“แก...”
เจ้ายักษ์ผมสีน้ำตาลมีอาการฉุนเฉียวหนักขึ้น มันชักเอากระบองขนาดเขื่องของมันออกมา กระบองขนาดใหญ่ติดโลหะสีเงินเป็นหนามยาวคมกริบ มันง้างกระบองเต็มแรง หมายจะหวดลงที่เจ้าชาย เจ้าชายใช้ดาบของพระองค์ตั้งฉากรับกระบองเงินของเจ้ายักษ์ผมน้ำตาลเอาไว้


เจ้ายักษ์ผมน้ำตาลออกแรงกดลงไปที่กระบองของมัน หมายจะให้กระบองลงต่ำ และฟาดเข้ากับตัวของเจ้าชายให้ได้ แต่ทว่าเจ้าชายก็พยายามใช้แรงที่มี ยันกระบองนั้นเอาไว้


“ไอ้หนุ่มโง่เง่า”
เจ้ายักษ์ผมดำ เห็นว่าเจ้าชายกำลังสู้กับพี่ชายของมัน มันจึงฉวยโอกาสนี้ ดึงเอามีดพกของมันออกมา คมมีดคมกริบส่องแสงแวววับสีเงินเป็นประกาย แล้วมันก็หมายจะจ้วงแทงคมมีดนั้นเข้าหาเจ้าชายอย่างเต็มที่


“หยุดนะ...”
แต่ไม่ทันที่เจ้ายักษ์ผมสีดำจะได้ใช้มีดพกของมันจ้วงแทงเข้าที่ลำตัวเจ้าชาย ศรธนูสีเงินพุ่งพ้นพุ่มไม้ออกมา มันรวดเร็ว พุ่งตรงเข้าที่ต้นแขนของเจ้ายักษ์ผมดำอย่างเหมาะเจาะ


ฉึก !!!


“อ๊ากกกกก....”


แกร๊งง.....


มีดพกสีเงินของเจ้ายักษ์ผมดำหล่นลงมากระทบพื้นดิน ศรธนูปักแน่นที่ต้นแขนของเจ้ายักษ์ผมดำ เจ้ายักษ์ผมดำร้องเสียงหลงออกมา มันใช้มืออีกข้างตะคุบศรธนูที่ปักอยู่เหนือแผลของมัน เลือดสีแดงฉานไหลย้อยลงมา


“หะ น้องข้า..”
เจ้ายักษ์ผมสีน้ำตาลมองน้องชายของมันที่โดนศรธนูปักที่แขนด้วยความเป็นห่วง จึงเป็นจังหวะที่เจ้าชายมีโอกาสตอบโต้มัน


เจ้าชายออกแรงดันไปที่ดาบของพระองค์ ส่งผลให้เจ้ายักษ์ผมสีน้ำตาลเซถอยห่าง...จังหวะนั้นเอง เจ้าชายก็ใช้ดาบของพระองค์ตวัดฉับเข้าที่กระบองเงินของเจ้ายักษ์ผมน้ำตาล กระบองขาดเป็นสองท่อนไม่ต่างจากท่อนไม้ที่เจ้ายักษ์ผมดำคิดจะใช้ทำร้ายพระองค์เมื่อครู่



“กระ...กระบองข้า อะไรกันนี่”
เจ้ายักษ์ผมน้ำตาลรู้สึกตื่นตระหนกกับสิ่งที่เกิดตรงหน้า มันไม่อยากจะเชื่อว่า ดาบของมนุษย์ตัวเล็กๆ จะทำให้กระบองเงินอันทรงพลังของมันขาดออกจากกันได้



“แก...”
เจ้ายักษ์ผมน้ำตาลมองเจ้าชายด้วยสายตาเครียดแค้น มันย่างสามขุมเข้าหาเจ้าชายทันที



“แก...”
เจ้ายักษ์ผมดำก็ไม่ต่างกัน มันหักปลายศรธนูที่ปักอยู่ออกจากแขนของมัน แล้วลุกขึ้นเดินเข้าหาเจ้าชาย



“เล่นสองรุมหนึ่งจะไปสนุกอะไร เจ้ายักษ์หน้าโง่”
เสียงสูงดังขึ้นพร้อมร่างของหนุ่มน้อยหน้าใส พาทริสเล็งศรธนูของตนไปที่เจ้ายักษ์ผมดำ


“แก แกเองที่ยิงข้า”
เจ้ายักษ์ผมดำเปลี่ยนจุดโจมตีมาที่พาทริส มันมองหนุ่มน้อยด้วยแววตาดุดันแค้นเคืองเต็มที


“ใช่ และข้าก็จะยิงเจ้าอีก”
ไม่พูดเปล่า ลูกธนูของหนุ่มน้อยได้วิ่งออกจากคันศร แล้วพุ่งตรงเข้าใส่ร่างเจ้ายักษ์ผมดำอย่างรวดเร็ว...



“โอ๊ยยยย...”
เจ้ายักษ์ร่างใหญ่ผมดำร้องออกมาเมื่อลูกธนูได้ปักแน่นเข้าที่ต้นแขนอีกข้างของมัน



“แก ไอ้เด็กเวร”
เจ้ายักษ์ผมสีน้ำตาลรู้สึกเดือดดาลแทนน้องของมัน มันหันเหความสนใจมาที่พาทริส แล้วคว้าเอามีดพกของมันออกมาจากชายเสื้อ ขว้างออกมาอย่างรวดเร็วเข้าหาพาทริส



“เจ้าหนูระวัง”
เจ้าชายบาโอซีลอนเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า เค้าพยายามใช้ดาบในมือปัดวิถีของมีดที่เจ้ายักษ์ผมน้ำตาลขว้างออกมา แต่ก็ไม่ทันซะแล้ว มีดพกพุ่งผ่านอากาศตรงเข้าหาพาทริส


“เฮ้ย...”
พาทริสมองเห็นมีดที่พุ่งตรงเข้าหาตน หนุ่มน้อยเซร่างเพื่อหลบวิถีของมีดพก



“โอะ..”
แม้ว่าจะมีสายตาที่ว่องไว และการหลบเลี่ยงที่รวดเร็ว แต่ทว่า แขนข้างซ้ายของหนุ่มน้อยก็โดนมีดพกของเจ้ายักษ์ผมน้ำตาลเฉียวไปเล็กน้อย จนเกิดเป็นแผลเล็กๆ เลือดสีแดงของเค้าไหลซึมออกมา


“แก....”
พาทริสมองเจ้ายักษ์ผมน้ำตาลด้วยสีหน้าขุ่นแค้น หนุ่มน้อยคว้าลูกธนูออกมาอีก 1 ดอก หมายจะยิงโต้กลับเพื่อสั่งสอนเจ้าร่างยักษ์ผมน้ำตาล


“แกคิดจะทำพี่ข้าง่ายๆ งั้นรึ”
แต่ไม่ทันที่พาทริสจะได้ทำตามใจชอบ เจ้าร่างยักษ์ผมสีดำก็พุ่งเข้าหาหนุ่มน้อยอย่างรวดเร็วจนเค้าไม่ทันได้ตั้งรับ...แม้สองแขนของมันจะใช้งานไม่ได้ดั่งใจ แต่ก็ยังไม่ถึงขนาดทำให้มันไม่สามารถใช้แขนของมันได้


ยักษ์ผมดำ รวบตัวหนุ่มน้อยเอาไว้แน่น มันออกแรงบีบรัดร่างของพาทริสจนเค้าแทบหายใจไม่ออก...


“แกตาย...ไอ้เด็กน้อย”
มันขบกรามแน่น และพยายามออกแรงเพิ่มเพื่อรัดร่างของพาทริส หมายให้เค้าแหลกตายคามือ



“โอ๊ะ....”
หนุ่มน้อยดิ้นรนให้พ้นสองแขนของยักษ์ผมสีดำ


“เจ้าหนู”
เจ้าชายวิ่งเข้ามาหมายจะช่วยหนุ่มน้อยพาทริส แต่ทว่า เจ้ายักษ์ใหญ่ผมสีน้ำตาลก็เข้ามาขวางไว้ มันดึงเอาโซ่ที่คล้องเอวของมันออกมา แล้วพาดเข้าใส่เจ้าชาย



“อ๊ะ...”


เจ้าชายกระโดดหลบวิถีของโซ่ที่เจ้ายักษ์ผมสีน้ำตาลฟาดลงมา แล้วใช้ดาบกั้นไว้เพื่อตั้งรับ แต่ทว่าโซ่ได้ถูกตวัดแล้วพันเข้ากับดาบของเจ้าชาย



“อ๊ากกก...”



เจ้าชายออกแรงสู้กับเจ้ายักษ์ใหญ่ผมสีน้ำตาล แต่เหมือนว่าแรงมนุษย์ของพระองค์จะสู้แรงของยักษ์ใหญ่ไม่ได้ แต่พระองค์ก็ยังคงพยายามต่อสู้



พาทริสมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เค้าพยายามรวบรวมกำลังทั้งหมด แล้วดึงร่างตัวเองขึ้น จนแขนของเค้าหลุดเป็นอิสระข้างหนึ่ง หนุ่มน้อยกดศอกของตนลงที่ปากแผลซึ่งยังมีเศษธนูของเค้าปักอยู่ หนุ่มน้อยออกแรงกด ทำให้ลูกธนูฝังลงไปลึกขึ้น



“โอ้ยยยยยยยยยย....”
ทันทีที่ลูกธนูฝังลงไปลึกขึ้น เจ้ายักษ์ผมสีดำก็ทนความเจ็บปวดไม่ไหว มันร้องออกมาเสียงโหยหวน ก่อนจะปล่อยร่างของพาทริสให้เป็นอิสระ เลือดสีแดงของมันพุ่งกระฉูดไหลนองออกมา



“โกไลน์ น้องข้า..”
เจ้ายักษ์ผมสีน้ำตาลมองเห็นภาพของน้องชายตนล้มลงแล้วดิ้นทุรนทุรายแล้วให้เกิดแค้นหนักขึ้น มันมองกลับมาทางพาทริสหมายเอาชีวิตหนุ่มน้อย



“แก ตาย..”
โซยาวของเจ้ายักษ์ถูกตวัดคืน แล้วตวัดออกอีกครั้งไปทางพาทริสที่ยังไม่ทันได้ตั้งรับใดๆ



“หะ…”
หนุ่มน้อยตกตะลึงกับวิถีของโซ่ที่ถูกตวัดมาทางตน


“เจ้าหนูระวัง..”
เจ้าชายรีบวิ่งเข้ามาผลักร่างของพาทริสให้พ้นวิถีของโซ่...ร่างของพาทริสล้มกลิ้งลง



“โอ๊ะ...!!!”



“เจ้าชาย!!”
เสียงของทาลอสดังขึ้น



“จะ...เจ้าชาย”
พาทริสมองภาพเจ้าชายที่โดนโซ่ฟาดใส่ด้วยความตกใจ



“โอ๊..”
ร่างของเจ้าชายทรุดฮวบลงที่พื้น



“หึหึหึ แม้จะพลาดเป้าไปนิด แต่ข้าก็ว่าคุ้ม”
เจ้ายักษ์ผมสีน้ำตาลหัวเราะในลำคอ มันมองสภาพเจ้าชายอย่างพอใจ มันค่อยๆ สาวโซ่ในมือขึ้น แล้วตั้งท่าจะฟาดลงใส่เจ้าชายอีกรอบ


“อย่านะ...”
พาทริสร้องออกมา หนุ่มน้อยคว้าเอาดาบของเจ้าชายขึ้น แล้วฟันฉับลงไปที่เจ้ายักษ์ผมน้ำตาลอย่างรวดเร็ว


ฉับ!!!!



โซ่ในมือของเจ้ายักษ์ใหญ่ผมน้ำตาลขาดหล่นลงกับพื้น...หยดเลือดสีแดงฉานไหลย้อยลงมาจากแขนของมัน



“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก......”
เสียงของมันร้องดังลั่นป่า



“โกลิม!!!~”
เจ้ายักษ์ผมสีดำร้องเสียงดัง มันรีบถลาเข้าไปประคองร่างพี่ชายของมัน



“แก...แกทำพี่ชายข้า”
มันร้องออกมาอย่างเครียดแค้น



“อ๊ากก...เจ็บปวด....ทำไมเจ็บเช่นนี้”
เจ้ายักษ์ผมสีน้ำตาลร้องออกมาด้วยท่าทางทุรนทุราย เลือดสีแดงฉานของมันพุ่งทะลักออกมามากมาย



“โกลิม ทำไมเลือดเจ้าออกมาเช่นนี้”
เจ้ายักษ์ผมดำร้องออกมาด้วยความตกใจ มันมองเลือดของพี่ชายด้วยความหวาดหวั่น



“ดาบอะไรกัน ทำไม...”
เจ้ายักษ์ตกตะลึงกับบาดแผลที่พี่ชายของตนได้รับมันใช้มือของมันกดลงที่บาดแผลของพี่ชายเอาไว้



“ฝากไว้ก่อนเถอะ ไอ้มนุษย์ตัวน้อย ข้าต้องมาเอาคืนแน่ๆ”
เจ้ายักษ์ผมดำอาฆาตแค้นต่อหนุ่มน้อยพาทริสและเจ้าชายบาโอซีลอน แต่มันก็ได้พาร่างพี่ชายของมันหนีหลบหายเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว



“จะหนีไปไหน เจ้ายักษ์ชั่ว”



“อย่า...อย่าตามมันไป”


พาทริสคิดจะวิ่งตาม แต่แล้วเค้าก็ต้องชะงักเมื่อเจ้าชายรั้งเค้าเอาไว้ หนุ่มน้อยหันกลับมองร่างเจ้าชายที่ทรุดลงไปกับพื้นจากแรงฟาดของเจ้ายักษ์ชั่วร้าย...



“เจ้าชาย ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”
หนุ่มน้อยทรุดลงนั่ง แล้วถามเจ้าชายด้วยความเป็นห่วง



“ไม่...เราไม่เป็นไร เจ้านี่กล้าหาญมากนะเจ้าหนู”
เจ้าชายยิ้มให้หนุ่มน้อย



“ท่านเองก็องอาจกล้าหาญเช่นกัน”
หนุ่มน้อยยิ้มตอบ เค้ารู้สึกว่าต้องมองเจ้าชายใหม่ซะแล้ว



“เจ้าชายทรงเป็นอย่างไรบ้างพะยะค่ะ”
ทาลอส และทหารคนอื่นๆ วิ่งออกมาจากหลังพุ่มไม้ แล้วโอบล้อมเป็นวงกลมรอบๆ เจ้าชาย



“ไม่ เราไม่เป็นไร”
เจ้าชายสีหน้าปกติ



“หม่อมฉันขออภัยที่ออกมาช่วยไม่ทัน”
ทาลอสยอมรับข้อผิดพลาดของตน



“....”
เจ้าชายไม่ได้ตอบโต้อะไร พระองค์นิ่งอย่างเข้าใจ



“ลุกไหวมั้ยพะยะค่ะ”
ทาลอสถามอีกด้วยความเป็นห่วง



“เราไม่เป็น....โอ๊ะ...”
เจ้าชายส่ายหน้าปฏิเสธ แต่พอพระองค์พยุงตัวลุกขึ้นก็รู้สึกเจ็บที่กลางหลัง จนต้องทรุดลงไปนั่งอีกรอบ



“เจ้าชาย...”
ทาลอสและพาทริสร้องออกมาพร้อมกัน



“ทะ...ท่านได้รับบาดเจ็บนิ”
พาทริสเห็นเลือดสีแดงไหลซึมผ่านผ้าคลุมของเจ้าชายออกมา หนุ่มน้อยรู้สึกเป็นห่วงเจ้าชายอย่างมาก






************







 

Create Date : 04 ธันวาคม 2552
0 comments
Last Update : 4 ธันวาคม 2552 18:57:48 น.
Counter : 486 Pageviews.


kokoo_129
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Smiley*~๐.."รัก" ก็แค่คำว่า "รัก"..๐~*Smiley
Cute Cursors from Dollielove
Free Hit Counters
Friends' blogs
[Add kokoo_129's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.