Smiley.๐Smiley*~๐..ความรัก เป็นเรื่อง สวยงาม..๐Smiley*~๐Smiley.๐Smiley*~๐.
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2550
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
14 มิถุนายน 2550
 
All Blogs
 

..Memory In Love: บทที่25..ตอนจบ..


**************************************
Memory In Love: ด้วยรักและความทรงจำ
บทที่ 25......................ด้วยรักและความทรงจำ

**************************************








 

Create Date : 14 มิถุนายน 2550
12 comments
Last Update : 14 มิถุนายน 2550 4:47:27 น.
Counter : 473 Pageviews.

 

แบตตี้ยืนนิ่งอยู่หน้าห้อง ICU เธอมองเข้าไปข้างในนั้น.....พาสนาที่ดูจะปวดร้าวเหลือเกินกับอาการของพิษณุ ภาพนั้นทำให้แบตตี้ถึงกับตะลึง เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่า คนเย็นชาอย่างพาสนา จะร้องไห้มากมายได้ถึงขนาดนี้

นี่ระหว่างพิษณุและพาสนา มีอะไรมากกว่าที่เธอรู้ มากกว่าที่เธอคิด หญิงสาวกำกระเป๋าถือของเธอแน่น

“คุณแม่เป็นยังไงบ้างคะ” ปฏิมาหยิบยาดมขึ้นมาให้คุณสุภาพได้สูดเข้าไป
“ตาณุ.........ตาณุลูกแม่” คุณสุภาพพร่ำเพ้ออกมา
“คุณแม่ใจเย็นๆ นะคะ.......พี่ณุต้องปลอดภัยค่ะ” ปฏิมาพูดปลอบใจหญิงวัยกลางคนที่กำลังหมดเรี่ยวหมดแรงเพราะเรื่องที่เกิดกับลูกชายของเธอ

แบตตี้หันมองไปทางคุณสุภาพที่มีปฏิมา และปัญญาคอยดูแลอยู่ แล้วหันกลับมามองพาสนาอีกครั้ง........
“พี่ณุ....” หญิงสาวหัวนอกเอ่ยชื่อพิษณุออกมาเบาๆ

เธอก้มมองไปที่กระเป๋าถือใบน้อยในมืออีกครั้ง แล้วมองเข้าไปยังในห้องเพื่อมองคนสองคนที่อยู่ในห้องนั้น คนหนึ่งคือผู้ชายที่เธอรู้สึกผูกพัน และอยากใกล้ชิด ซึ่งกำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียง และอีกคนคือผู้หญิงคนที่เธอรู้สึกว่าเป็นคนเย็นชา คนที่ทำให้คนที่เธอรักเจ็บปวดในวันแรกที่เธอพบกับเค้า




“พี่ณุคะ........นี่อะไรหรือคะ” แบตตี้เดินเข้ามายืนข้างๆ โต๊ะเขียนหนังสือของพิษณุ แล้วมองไปที่สายรัดข้อมือที่ชายหนุ่มวางไว้ข้างๆ
“อ้อ อันนี้เป็นสายรัดข้อมือหน่ะ......” พิษณุตอบสีหน้ายิ้มๆ
“อืมม สวยดีนะคะ แบตตี้ขอได้มั้ยคะ” แบตตี้หยิบสายรัดนั้นขึ้นมาดู
“มันไม่ใช่ของเล่นนะแบตตี้” พิษณุรีบหยิบสายรัดจากมือแบตตี้คืนด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“อะไรกันคะพี่ณุ.......ก็แค่สายรัดอันเดียวทำหวงไปได้” แบตตี้ขมวดคิ้วมองหน้าชายหนุ่ม
“เออ พี่ขอโทษ แต่นี่ไม่ใช่ของเล่น พี่ให้แบตตี้ไม่ได้หรอกนะ” พิษณุกล่าวขอโทษแบตตี้ และนำสายรัดนั้นเก็บใส่แกะทันที
“มันสำคัญอะไรกันนักกันหนาคะ ทำไมถึงได้หวงจริง” แบตตี้พูดด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“.........” พิษณุยืนนิ่งไม่ยอมตอบอะไร จนสาวน้อยต้องสะบัดหน้าแล้ววิ่งหนีไปด้วยความโกรธ

“เป็นอะไรไปลูก แบตตี้” คุณมาดา มารดาแสนสวยของแบตตี้ ซักถามลูกสาวเมื่อเห็นแบตตี้วิ่งเข้ามาหาเธอ
“ก็พี่ณุซิคะ มะมี้.......” แบตตี้ร้องไห้ฟ้องมารดาถึงเรื่องพิษณุ
“พี่เค้าทำไมหรอจ๊ะลูก” คุณมาดา กล่าวถามน้ำเสียงอ่อนโยน
“ก็พี่ณุหวงของแบตตี้ แค่แบตตี้ขอมาใส่เล่นหน่อยก็ไม่ได้” แบตตี้พูดฟ้องมารดาของเธอ
“ของอะไรคะลูก” คุณมาดาเลิกคิ้วถามบุตรสาว
“สายรัดคะ แค่สายรัดอันเดียวหวงไปได้” แบตตี้พูดด้วยสีหน้าบึ้งๆ
“อืมม สายรัดนั่นเอง.......” คุณมาดาพยักหน้ายิ้มอย่างเข้าใจ เธอมองบุตรสาวแสนสวยวัย 18 ของเธอด้วยรอยยิ้ม
“สายรัดนั่น เป็นของเพื่อนพี่ณุเค้าให้มาหน่ะลูก………รู้สึกจะเป็นคนสำคัญด้วยนะ พี่เค้าเลยห่วงมากเป็นพิเศษ” คุณมาดาบอกกับแบตตี้เพื่อให้แบตตี้เข้าใจ
“เพื่อนคนสำคัญหรือคะแม่” แบตตี้ยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้นอีก ด้วยความสงสัยว่า เพื่อนคนสำคัญของพิษณุคือใคร ทำไมเค้าถึงได้หวงมากมายขนาดนี้ ทีของๆ เพื่อนที่พิษณุเรียนด้วยที่นี่ เค้ายังไม่เห็นจะหวงเธอเลยสักนิด

แบตตี้เดินกลับเข้าไปที่ห้องของพิษณุอีกครั้ง แต่คราวนี้เธอกลับเห็นพิษณุนั่งมองสายรัดด้วยแววตาเศร้า.......ชายหนุ่มดูเศร้าผิดตา เค้าจ้องมองสายรัดนั้นนิ่งเงียบ ดูเหมือนคนที่กำลังมีความทุกข์แสนสาหัส
“ปลา........ตอนนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่นะ” พิษณุพูดออกมาพร้อมกับมองออกไปนอกหน้าต่าง ด้วยสีหน้าที่เหม่อลอยเหลือเกิน
แบตตี้ยืนมองชายหนุ่ม ........ปลาคือใคร ทำไมถึงสำคัญกับพิษณุมากขนาดนี้..........


“แบตตี้....” พิษณุเข้ามาในห้องของแบตตี้ด้วยสีหน้าเคือง
“มีอะไรคะพี่ณุ” สาวน้อยที่กำลังนั่งหวีผมหันมาถามพิษณุ
“แบตตี้เอาสายรัดของพี่ไปใช่มั้ย” พิษณุถามหญิงสาวด้วยท่าทางไม่พอใจ
“เออออ........สายรง สายรัดอะไร แบตตี้ไม่เห็นรู้เรื่อง” แบตตี้จ้องมองชายหนุ่มแล้วปฏิเสธข้อกล่าวหาที่เค้ากำลังมอบให้
“พี่รู้ว่าต้องเป็นฝีมือแบตตี้แน่ๆ เอาคืนพี่มา” พิษณุแบมือไปทางสาวน้อย
“แอ๊ะ ก็แบตตี้บอกว่าไม่รู้เรื่องไงคะพี่ณุ” สาวน้อยวัย 18 ตอบปฏิเสธเสียงแข็ง
“ถ้าไม่คืน พี่จะค้นห้องแบตตี้นะ” พิษณุดูโกรธเกรียวมากขึ้น จนแบตตี้เองก็เกิดอาการกลัว
“อะไรกันพี่ณุ มันสำคัญอะไรนักหนากับอีแค่สายรัดบ้าบอนั่น” แบตตี้ถามเสียงดังขึ้นบ้าง
“สำคัญซิ ก็มันเป็นอย่างเดียวที่ปลา............” ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่นตะโกนตอบ แต่แล้วเค้าก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อเอ่ยชื่อของคนที่เค้าทั้งรัก และคิดถึง
“ปลา.......ปลาเป็นใคร ทำไมสำคัญกับพี่ณุนัก เวลาพี่ณุพูดถึงก็ดูเศร้าๆ เค้าเป็นใครคะพี่ณุ” แบตตี้ร้องถามพิษณุเพื่อหาคำตอบ
“เค้าเป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตพี่.......เอาสายรัดคืนมาได้แล้วแบตตี้” พิษณุตอบคำถามเธอ พร้อมกับรอรับของๆ เค้าคืน
“คนสำคัญหรอ.........” แบตตี้จ้องหน้าชายหนุ่ม แต่แล้วร่างน้อยของเธอก็ร่วงลงไปกองกับพื้นทันที
“แบตตี้...........” พิษณุรีบเข้าไปดูอาการของสาวน้อย
“พี่ณุ แบตตี้หายใจไม่ออก.......โอ้ยย ปวด.....” แบตตี้ยกมือกุมหน้าอกด้านซ้ายของเธอแน่น
“คุณอาครับ แบตตี้อาการกำเริบอีกแล้วครับ.......” พิษณุร้องตะโกนเรียกคนในบ้านให้มาดูอาการของสาวน้อยวัย 18 ที่กำลังเป็นโรคหัวใจกำเริบ



“.......” แบตตี้ยืนมองคนทั้งคู่จากประตูห้องด้วยความรู้สึกแปลบๆ ที่หน้าอกข้างซ้ายของเธอ หญิงสาวยกมือกุมตรงหน้าอกเอาไว้......เธอหลับตาลง แล้วน้ำตาหยดใสก็ไหลลงมา.....
“ฉันไม่เคยสู้เธอได้เลย ไม่ว่าเวลานั้น หรือว่า เวลานี้” สาวหัวนอกรำพึงออกมาเบาๆ
“เค้าไม่เคยลืมเธอเลยจริงๆ “ พูดจบ แบตตี้ก็ลืมตาขึ้นมองเข้าไปในห้องนั้นอีกครั้ง

เธอกำลังรู้แล้วว่า ทำไมพิษณุถึงได้รักปักใจกับผู้หญิงคนนั้นนัก..........จากภาพภายนอกที่ดูแข็งกร้าว และเย็นชา ภายในมันกลับอ่อนโยน และลึกซึ้ง เธอไม่เคยคิดว่าจะมีผู้หญิงคนไหนที่จะรักพิษณุได้เท่า หรือมากกว่าเธอ

แต่มาในวันนี้เธอรู้แล้วว่า ยังมีอีกคนที่รักพิษณุมากมาย เหมือนกับที่พิษณุก็รักเช่นกัน........

ความรัก เป็นเรื่องของจิตใจ ให้บังคับกันยังไงก็คงไม่ได้........เธอพยายามยื้อพิษณุเอาไว้กับเธอ พยายามแย่งชิงเค้ามาจากพาสนา แต่สุดท้าย.....ไม่ว่าจะทำยังไง พิษณุก็ยังเลือกพาสนาอยู่ดี นี่คือความจริง

แบตตี้ก้าวเดินถอยออกมาจากประตูห้อง ICU นั้นอย่างช้าๆ.........เธอคงไม่อาจเข้าไปขัดขวางคนทั้งคู่ได้อีกแล้ว


คุณสุภาพได้รับการดูแลจากปฏิมา และปัญญา จนอาการดีขึ้นมาก


หญิงวัยกลางคน มองไปที่ห้อง ICU อีกครั้ง...


“ขอแม่เข้าไปดูณุหน่อยได้มั้ย” คุณสุภาพกล่าวกับปฏิมา


หญิงสาวฟังคำขอร้องจากคุณสุภาพ ก็ต้องหันมองไปทางปัญญา


“คุณแม่ครับ...” อิทธิพล เรียกคุณสุภาพน้ำเสียงนุ่ม


หญิงวัยกลางคนมองไปทางชายหนุ่ม .....


“พ่ออิด.....พ่ออิดพาแม่ไปดูณุหน่อยเถอะนะ” คุณสุภาพร้องขอให้อิทธิพลพาท่านไปดูอาการบุตรชายของท่าน

 

โดย: kokoo_129 14 มิถุนายน 2550 4:48:48 น.  

 

“ครับ....” อิทธิพล ขานรับ และลุกขึ้นเพื่อจะพาคุณสุภาพเข้าไปดูอาการของพิษณุ


ชายหนุ่มประคองหญิงวัยกลางคน เดินตรงไปยังห้อง ICU….


ประตูห้องถูกเปิดเพื่อให้คนข้างนอกเข้าไปภายในห้อง.........


คุณสุภาพมองเห็นพาสนาที่นั่งอยู่ข้างๆ ร่างของบุตรชายเธอ สภาพของเด็กกะโปโล ที่ท่านคุ้นเคยเมื่อหลายปีก่อน และหญิงสาวที่สดใสที่ท่านได้รู้จักเมื่อไม่กี่วันก่อน ในเวลานี้ดูหม่นหมอง ดูซึมเศร้าเหลือเกิน


“ปลา...” คุณสุภาพเรียกชื่อเธอขึ้น จนพาสนาต้องละสายตาจากชายหนุ่มที่เธอกุมมือเค้าไว้ไม่ยอมปล่อย เพื่อมองเจ้าของเสียง


“แม่...” พาสนาเห็นคุณสุภาพที่กำลังเดินตรงเข้ามา


“แม่พี่ณุ......” หญิงสาวรู้สึกเก็บความรู้สึกเอาไว้แทบไม่อยู่ เมื่อเห็นมารดาของคนที่เธอรัก


“พี่เค้าเป็นยังไงบ้างลูก......” คุณสุภาพเดินเข้ามาใกล้ๆ เธอจ้องมองไปทางร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง


พาสนามองกลับไปยังชายหนุ่ม..........เธอจ้องมองเค้าด้วยแววตาที่แสนเจ็บปวด


“ปลา.....” ปฏิมาที่เดินเข้ามาด้วย ยกมือจับไหล่เพื่อนรัก


“ตุ้ม พี่ณุต้องไม่เป็นอะไร พี่ณุต้องปลอดภัย พี่ณุต้องหายดี” พาสนาพูดด้วยรอยยิ้ม แต่แววตาเศร้า


“ลูกแม่...” คุณสุภาพยืนมองบุตรชายด้วยน้ำตา........ท่านไม่เคยคิดว่าจะต้องมาเห็นสภาพบุตรชายในสภาพแบบนี้


แล้วในห้องนั้นก็มีเสียงร่ำไห้ของสองสาวต่างวัย.............


คนหนึ่งเป็นแม่ที่หวาดกลัวว่าจะสูญเสียบุตรชายคนเดียวของท่านไป และอีกคนคือหญิงสาวที่หัวใจใกล้จะแตกสลายเต็มที.......


ทั้งอิทธิพล ปัญญา และปฏิมาต่างก็ต้องเงียบนิ่ง ด้วยความเศร้าในใจ........
.
.
.
แบตตี้เดินออกมาจากด้านในของโรงพยาบาล เธอเดินมานั่งอยู่ตรงระเบียงด้านหลัง...........


หญิงสาวยังคงกำกระเป๋าถือใบเล็กในมือแน่น.........เธอก้มหน้ามองมันด้วยแววตาที่กำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง


อิทธิพลพาคุณสุภาพออกมาจากห้อง ICU เพราะหากปล่อยท่านเอาไว้นานอีกนิด ท่านคงต้องล้มป่วยไปอีกคน เพราะความโศกเศร้าเสียใจที่เกิดขึ้น


ส่วนปฏิมาก็พยายามจะพาพาสนาออกมาจากห้องนั้น.........


“ปลา.......ฉันว่าแกออกไปพักผ่อนหน่อยไม่ดีหรอ” ปฏิมาบอกกับพาสนา


แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายไม่ได้สนใจกับคำพูดของเธอเลยสักนิด


“ปลา.........” ปฏิมาเรียกพาสนาอีกครั้ง


“ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้นตุ้ม.........ฉันจะไม่ไปไหนจนกว่าพี่ณุจะตื่นขึ้นมาหาฉัน” พาสนาตอบน้ำเสียงสั่น


“ปลา........แต่ฉันห่วงแกนะ” ปฏิมาขมวดคิ้วมองเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง


“ขอบใจนะตุ้ม แต่ฉันทิ้งพี่ณุไปไหนไม่ได้ เค้าต้องการฉัน” พาสนาจ้องมองชายหนุ่มที่ยังคงนอนนิ่งอยู่


“ปลา.....” ปฏิมายังคงอยากให้พาสนาออกไปข้างนอกกับเธอ เพื่อไปพักผ่อนบ้าง


ในเวลานี้พาสนามีสภาพดูไม่ได้เอาซะเลย เธอดูโทรมลงมาก หน้าตาหมองเศร้า และเหมือนว่ายังไม่ได้นอนเลย


“ตุ้มพอเถอะ.....” ปัญญาพูดปรามปฏิมาที่กำลังรบเร้าพาสนาอยู่


“แต่พี่ปุ่น....” ปฏิมาหันมองชายหนุ่ม


“.....” ปัญญาส่ายหน้าไปมาเบาๆ ให้กับเธอ


ปฏิมามองปัญญาอย่างเข้าใจ เธอหันมองกลับมาทางพาสนาอีกครั้ง


พาสนายังคงจ้องมองพิษณุอย่างไม่ให้คลาดสายตา


ปฏิมาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเดินออกไปด้านข้างกับปัญญา.......เธอหันมองกลับมายังเพื่อนรักอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกจากประตูห้อง


พาสนายังคงนั่งกุมมือพิษณุไว้แน่น ดวงตาของเธอจ้องมองหน้าเค้านิ่ง......
.
.
.
ทุกคนออกมานั่งด้านนอกอีกครั้ง คุณสุภาพดูท่าทางจะเป็นลมอีกครั้ง จนทุกคนต้องช่วยกันปฐมพยาบาล.......


แบตตี้เดินกลับมาอีกครั้ง.......เธอเดินเข้าไปภายในห้อง ICU เพียงลำพัง อิทธิพลชำเลืองมองเห็นเธอเดินเข้าไป


แบตตี้เดินตรงไปที่เตียงของพิษณุ..........เธอหยุดยืนอยุ่ฝั่งตรงข้ามกับพาสนา


“พี่ณุ......” แบตตี้มองดูสภาพชายหนุ่มที่นอนตัวเหยียดตรงกับที่นอนด้วยความรู้สึกเศร้าใจ


เธอมองมาทางพาสนา.........จ้องใบหน้าใสที่ตอนนี้หม่นหมองเหลือเกิน........หญิงสาวยังคงกำกระเป๋าของเธอเอาไว้แน่น....


“ตลอดเวลา.......ฉันคิดว่าสักวัน พี่ณุคงต้องลืมเธอ....” แบตตี้พูดขึ้น พาสนาที่กำลังจ้องมองพิษณุอยู่ต้องหยุดฟัง


“แต่จนแล้วจนรอด เค้าก็ไม่เคยลืมเธอลงเลย “ แบตตี้เริ่มพูดน้ำเสียงสั่น


“เธอรู้มั้ย ขนาดฉันเอาชีวิตของฉันเข้าแลก........แต่พี่ณุก็ยังคงจะกลับมาหาเธอ” น้ำตาหยดใสเออคลอเบ้าตาของสาวน้อย


“วันที่เค้าบินกลับเมืองไทย เป็นวันที่ฉันฝ่าตัดหัวใจ เธอรู้มั้ยว่าทำไมมันถึงตรงกัน........เพราะฉันต้องการให้มันตรงกัน เพื่อจะดึงพี่ณุไว้ แต่แล้ว เค้าก็ยังคงบินกลับมาอยู่ดี” แบตตี้พยายามฝืนความรู้สึกน้อยใจ เสียใจเก็บเอาไว้


“ตอนแรกฉันอยากรู้เหลือเกินว่า หน้าอย่างไหนนะ ที่พี่ณุทั้งรัก ทั้งคิดถึงได้มากขนาดนี้.........ผู้หญิงแบบไหนนะที่พี่ณุไม่เคยลืม” แบตตี้จ้องมองหน้าพาสนาเขม็ง


“แล้วพอฉันได้มาเจอเธอ ฉันก็บอกตัวเองว่า นี่หน่ะหรือคือคนที่พี่ณุรัก นี่หรอคือคนที่ฉันต้องพ่ายแพ้.........ผู้หญิงเย็นชา ผู้หญิงไร้หัวใจแบบเธอนี่นะ............” พาสนาฟังคำพูดที่แบตตี้กำลังพรั่งพรูพูดมันออกมาอย่างเงียบๆ


“ผู้หญิงอย่างเธอมีอะไรมาเทียบฉัน มีอะไรที่ฉันสู้ไม่ได้..........อะไรกัน อะไร.....” แบตตี้ยกมือกุมหน้าอกของเธอเอาไว้


“แต่วันนี้ฉันรู้แล้ว..........ฉันรู้แล้วว่าอะไรที่ฉันสู้เธอไม่ได้.......” สาวน้อยน้ำตาร่วงลงมา


“เพราะความรักไง เธอและพี่ณุ รักกัน.........ไม่มีช่องว่างให้ฉันเข้าไปแทรกได้เลย ไม่มีจริงๆ” แบตตี้กล่าวออกมาด้วยความขมขื่นใจ

 

โดย: kokoo_129 14 มิถุนายน 2550 4:49:17 น.  

 

พาสนาเองก็นั่งฟังด้วยอาการสงบนิ่ง


“ฉันเหนื่อยเหลือเกิน ฉันคงต่อสู้กับเธอไม่ไหวอีกแล้ว.......ในสายตาพี่ณุ ฉันเป็นได้แค่น้องสาว ที่ชอบเอาแต่ใจ ชอบสร้างแต่เรื่องวุ่นวาย.....แต่ทั้งหมดนั้นเพราะฉันรักเค้า ฉันจึงอยากคว้าเค้าเอาไว้ข้างๆ ตัวฉัน”


“ฉันคืนพี่ณุให้กับเธอนะ ปลา.....” แบตตี้พูดจบก็ล้วงมือหยิบของบางอย่างในกระเป๋าถือของเธอออกมา


สิ่งที่แบตตี้หยิบออกมา แล้วยื่นให้กับพาสนา ทำเอาหญิงสาวตกตะลึง..........เธอมองสายรัดในมือของแบตตี้ แล้วน้ำตาใสๆ ก็เออล้นออกมา


“พี่ณุพกมันติดตัวตลอดเวลาตอนที่อยู่ออสเตเลีย.........จนฉันรู้สึกหมั่นไส้ จึงขโมยมันมา” แบตตี้บอกกับพาสนา แล้วมองไปยังใบหน้าของชายหนุ่มที่นอนหลับสนิทนิ่ง


“พี่ณุเค้าหวงมากนะ........เค้าไม่เคยทำให้ฉันต้องโกรธ เพราะกลัวโรคหัวใจฉันกำเริบ แต่วันนั้น วันที่สายรัดหาย เค้ามาอาระวาดกับฉัน.......เค้าแคร์เธอมากจริงๆ”


พาสนามองสายรัดในมือด้วยความรู้สึกบางอย่าง.......


“ฝากพี่ณุด้วยนะ...........ฝากดูแลเค้า ฝากรักเค้า ฝากเอาใจใส่เค้าแทนฉันด้วย......” แบตตี้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงสะอื้น น้ำตาใสๆ ของสาวน้อยไหลออกมา


พาสนาเงยหน้ามองหน้าสาวน้อยตรงหน้า..........เธอยิ้มให้แบตตี้บางๆ


“ไม่ต้องห่วง ฉันจะดูแลพี่ณุเท่ากับชีวิตของฉันเอง” เมื่อฟังพาสนาพูดจบ สาวน้อยหัวนอก ก็ยิ้มออกมาทั้งที่น้ำตายังไหลอยู่


“ขอบใจ...” แบตตี้พูดด้วยน้ำเสียงที่มีความสุข เธอยิ้มให้พาสนาอีกครั้ง ก่อนจะหันมองไปทางพิษณุ


“พี่ณุคะ........ดูแลตัวเองดีๆ นะคะ แบตตี้คงไม่ได้อยู่เมืองไทยอีกแล้ว........ขอให้หายไวๆ นะคะ” สาวน้อยกล่าวยิ้มๆ กับร่างที่หลับใหล ก่อนจะก้าวเดินช้าๆ เพื่อออกจากห้อง


“แบตตี้........” พาสนาเรียกแบตตี้เอาไว้


สาวน้อยหันมองกลับมาทางพาสนาอีกครั้ง


“แล้วเรื่องโรคหัวใจ......” พาสนาไม่แน่ใจว่าจะถามดีหรือไม่


“หึ.....ฉันผ่าตัดหัวใจเรียบร้อยเมื่อ 1 ปีก่อน........หัวใจฉันแข็งแรงดีแล้ว.......แข็งแรงกว่าคนปกติด้วยซ้ำไป ขอบใจนะที่ห่วง” แบตตี้ตอบจบก็เปิดประตูออกจากห้องนี้ไป........


พาสนานั่งฟังคำตอบของแบตตี้ เธอยิ้มออกมาอย่างโล่งอก........แล้วเธอก็มองกลับมาที่สายรัดในมือ


หญิงสาวมองสายรัดนี้แล้วต้องยิ้มออกมา..........เธอตั้งใจให้เค้าเมื่อตอนบินไปเรียนต่อ แต่ก็ไม่ได้ให้ เพราะมัวแต่น้อยใจในคำพูดของเค้า จนทำสายรัดหาย หายังไงก็ไม่เจอ ที่แท้พิษณุก็เป็นคนเก็บเอาไป


มาวันนี้ มันกลับมาอีกครั้ง............กลับมาเพื่อคุ้มครองเค้าอีกครั้ง......


หญิงสาวนำสายรัดใส่เข้าไปในข้อมือของพิษณุ.........


“พี่ณุต้องปลอดภัยนะ.........”


แบตตี้เดินออกจากห้อง ICU ด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุข แม้ว่าจะมีคราบน้ำตาที่สองแก้มของเธอก็ตาม....หญิงสาวไม่เคยรู้เลยว่า การที่ต้องรักใครคนหนึ่ง มันยิ่งใหญ่แค่ไหน จนเธอได้มาเห็นคนสองคน ที่รักกันมากเหลือเกิน อย่างพิษณุ และพาสนา


เธอรู้ว่าตอนนี้พิษณุกำลังต่อสู้กับความตาย เพื่อกลับมาอยู่กับพาสนา และพาสนาเองก็พยายามยื้อคนที่รักไว้จากความตาย.........สิ่งนี้เองที่เธอไม่สามารถสู้กับพาสนาได้เลย หัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่พาสนามี.............เธอสู้ไม่ได้จริงๆ


สาวน้อยผมสีน้ำตาลเข้ม ก้าวเดินออกจากโรงพยาบาล พร้อมกับหัวใจที่กำลังเหนื่อยล้าเต็มที.....


“ให้ผมไปส่งมั้ย” เสียงๆ หนึ่งดังมาจากด้านหลังของเธอ


แบตตี้หันมองกลับไปก็พบกับผู้ชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งซึ่งเธอคุ้นตาเป็นอย่างดี


“คุณอิทธิพล...” หญิงสาวเรียกชื่อของเค้า


“ให้ผมขับรถไปส่งมั้ย” อิทธิพลถามขึ้นอีกครั้ง


“.........ขอบคุณค่ะ” แบตตี้ยิ้มบางๆ ออกมา สีหน้าของเธอตอนนี้มันมีความเศร้าเจือปนอยู่ ซึ่งต่างจากที่ชายหนุ่มเคยเห็นมา


“ผมรู้ว่าเป็นการยากที่จะตัดใจเมื่อเรารักใครสักคน.........แต่ถ้าได้มองเค้ามีความสุขเราก็จะสุขตามเค้าไปด้วย” อิทธิพลกล่าวอย่างรู้ใจอีกฝ่าย


“ค่ะ....” แบตตี้พยักหน้ารับเบาๆ


“ตลอดเวลาแบตตี้คิดว่า สักวันแบตตี้คงเข้าไปยืนแทนที่เธอได้........แต่ก็ไม่เคยเลย ไม่เคยมีสักครั้งที่พี่ณุจะหันมองมาทางแบตตี้เลย สองตาของพี่ณุจ้องมองแต่คุณปลา.........ทุกลมหายใจของเค้ามีแต่เธอ” แบตตี้ขณะที่มีน้ำตาไหลลงมาจากดวงตา


“แม้ในเวลานี้ ตอนนี้พี่ณุก็ยังคงมีแต่เธอ” หญิงสาวพูดด้วยความรู้สึกที่เจ็บเข้าไปถึงหัวใจของเธอ


“แต่แบตตี้ก็ดีใจนะคะ เพราะอย่างน้อย คนที่พี่ณุรัก ก็รักพี่ณุ และรักมากกว่าที่แบตตี้รัก.........” แบตตี้เงยหน้ามองมาทางชายหนุ่มที่กำลังยืนจ้องมองเธออยู่


“ตอนแรกอาจเจ็บปวด แต่ผมว่าต่อไปคุณต้องหายดี และจะมีความสุขกับมัน” อิทธิพลรู้ดีถึงความรู้สึกของแบตตี้ เพราะเค้าเองก็ไม่ต่างกันกับเธอ…..


“ค่ะ.....แบตตี้ก็จะขอภาวนาให้เค้าทั้งสองมีความสุข” แบตตี้ยิ้มออกมาทั้งที่มีน้ำตานองแก้ม


“ใช่ครับ เราต้องมาช่วยเป็นกำลังใจให้พวกเค้าได้สมหวังกันซะที...” อิทธิพลเองก็ยิ้มออกมาเช่นกัน
.
.
.
ติ๊ด...................ติ๊ด....................ติ๊ด................


เสียงเครื่องวัดคลื่นหัวใจยังคงเต้นดังเป็นจังหวะ......แต่ทำไมชายหนุ่มกับยังไม่ตื่นขึ้นมาอีก......


พาสนานั่งจ้องหน้าของคนที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง เธอเฝ้ารอเวลาที่เค้าตื่นขึ้นมา อีกนานแค่ไหนกันนะ .......อีกนานแค่ไหน


หญิงสาวกุมมือของชายหนุ่มไว้แน่น.......เธอกำลังรอคอยการกลับมาของเค้า อย่างมีความหวัง แม้ว่าความหวังนั้นจะเลือนราง เลื่อนลอยเต็มทีก็ตาม เธอก็จะรอ เธอก็จะหวังต่อไป....


“ปลา....” ปฏิมาเดินเข้ามาในห้องอีกครั้ง เธอมาหยุดยืนข้างๆ พาสนา


“.......” พาสนาไม่ตอบอะไร เธอเอาแต่นั่งจ้องมองพิษณุ


“ปลา...นี่ก็จะบ่ายแล้วนะ ฉันว่าแกออกไปข้างนอกบ้างดีกว่านะ” ปฏิมายกมือขึ้นจับไหล่ของพาสนาอย่างแผ่วเบา


“ฉันไม่ไป...” พาสนาตอบน้ำเสียงนิ่ง


“ปลาแกยังไม่ได้กินอะไรเลยนะ ออกไปกินอะไรสักหน่อยดีกว่ามั้ย” ปฏิมาแสดงความเป็นห่วงในเพื่อนรัก


“ไม่......ฉันไม่หิว ฉันไม่กิน” พาสนาส่ายหน้าไปมาเบาๆ


“ปลา........” ปฏิมาขมวดคิ้วมองเพื่อนรัก


“ตุ้มฉันขออยู่กับพี่ณุตรงนี้ ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น” พาสนาบอกกับเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงเศร้า


“นี่แกอยากจะป่วยอีกคนรึไงหะ..........ถ้าพี่ณุรู้ว่าแกเป็นแบบนี้เค้าจะดีใจ เค้าจะสบายใจงั้นหรอปลา” ปฏิมาพูดเสียงเข้มขึ้นเมื่อเห็นว่าเพื่อนรักไม่ยอมลุกไปไหน ไม่ยอมทานอะไรเลย


“ตุ้ม......ฉันเป็นห่วงพี่ณุ.....” พาสนาหันมองกลับมายังเพื่อนของเธอ


“รู้ ฉันรู้ว่าแกห่วงพี่ณุ ใครๆ เค้าก็รู้” ปฏิมาพยักหน้าเข้าใจความรู้สึกของพาสนาในเวลานี้ดี


“แต่เค้าก็ไม่อยากให้แกทรมานตัวเองแบบนี้........แกต้องกิน แกต้องนอน เพื่อจะได้มีแรงอยู่ดูแลพี่ณุไง” ปฏิมาบอกกับพาสนาเพื่อให้เพื่อนของเธอได้คิดถึงข้อนี้


พาสนานั่งฟังคำของเพื่อนรัก.......เธอเข้าใจดีถึงความห่วงใยที่ทุกคนมีให้เธอ แต่หญิงสาวก็ไม่อาจเดินออกไปไหนได้ เธอไม่อยากทิ้งเค้าไว้เพียงลำพัง ไม่อยากห่างจากเค้าเลย


พาสนาหันมองกลับไปที่ชายหนุ่มอีกครั้ง


“ขอบใจที่เป็นห่วงฉันนะตุ้ม ฉันรู้และเข้าใจแก.....ขอฉันอยู่กับพี่ณุอีกสักพักนะ” พาสนากล่าวต่อรองกับเพื่อนรัก


ปฏิมาฟังสิ่งที่พาสนาต่อรองกลับมา เธอเองก็ไม่อยากฝืนใจพาสนามากนัก


“อืม ถ้าแกหิวก็ออกไปนะ เข้าใจมั้ย อย่าทรมานตัวเอง” ปฏิมาปล่อยมือจากไหล่ของพาสนา


“อืมม...” พาสนาพยักหน้าให้ปฏิมาเบาๆ


“งั้นฉันไปรอข้างนอกนะ” ปฏิมาพูดจบก็เดินออกจากห้องเพื่อไปรอพาสนาที่ข้างนอกนั้น


พาสนายังคงนั่งจ้องมองพิษณุที่หลับสนิทอยู่.........


“พี่ณุเมื่อไหร่จะตื่นขึ้นมา.....ตื่นขึ้นมาซะทีเถอะนะ...” พาสนาบอกกับเค้าเบาๆ
.
.
.
“ว่าไงบ้างตุ้ม” ปัญญาที่นั่งรออยู่ข้างนอก รีบซักถามปฏิมาที่เพิ่งเดินออกมาจากห้อง ICU


“.........” ปฏิมาถอนหายใจยาว พร้อมกับส่ายหน้าไปมาเบาๆ


“คงต้องรออีกสักพักหน่ะ............ตอนนี้ใครไปพูดยังไง ปลาก็ไม่ฟังหรอก” อิทธิพลที่กลับมานั่งกับทุกคน กล่าวขึ้นเพราะเค้ารู้จักนิสัยของพาสนาเป็นอย่างดี หากลองพาสนาตัดสินใจอะไรแล้ว ก็ยากต่อการเปลี่ยนใจ


“นอนก็ไม่นอน กินก็ไม่กิน ขืนปล่อยไปแบบนี้ มีหวังได้เป็นคนไข้อีกราย” ปฏิมาบ่นกระปอดกระแปดออกมา


“เฮ้ออ.......แม่ผิดเอง ที่พูดจาอะไรไม่ทันคิด ไม่เคยถามเลยว่าณุเค้ารู้สึกยังไง” คุณสุภาพพูดขึ้นด้วยสีหน้าทุกข์ใจ


“แม่คะ...” ปฏิมาที่นั่งอยู่ข้างๆ รู้สึกเป็นห่วงความรู้สึกของคุณสุภาพเหลือเกิน


“แม่ไม่รู้จริงๆ ว่าณุเค้ารักอยู่กับปลา..........แม่ก็คิดแค่ว่าเค้าเป็นเพียงรุ่นพี่รุ่นน้องกัน แม่นี่ใช้ไม่ได้จริงๆ” คุณสุภาพกล่าวตำหนิตัวเอง


“ไม่หรอกครับแม่ ขนาดผมที่ใกล้ชิดสองคนมากที่สุด ผมยังเพิ่งมารู้ไม่นานมานี่เองครับ....” อิทธิพลกล่าวปลอบใจหญิงวัยกลางคน


“ตอนนี้พวกเราก็ทำได้แค่ ภาวนาขอให้พี่ณุฟื้นขึ้นมาไวๆ เพื่อให้พวกเค้าได้สมหวังกันซะทีนะคะ” แบตตี้พูดขึ้น แล้วมองไปที่ห้อง ICU


“เฮ้ออออออออออ..............เจ้าประคูณ.........ขอให้พี่ณุหายไวๆ ทีเถอะ ลูกช้างจะยอมงดกินขนมไป 7 วันเลย” ปฏิมายกมือขึ้นพนม แล้วบ่นบาลต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ


“หึ.....ใครเค้าบนด้วยการไม่กินขนมกันตุ้ม” ปัญญายิ้มขำๆ กับเรื่องที่ปฏิมาบนเอาไว้


“โธ่..........พี่ปุ่น พี่ปุ่นก็รู้ว่าเรื่องงดขนมเนี่ยะ มันยากมากสำหรับตุ้มนะ แต่ตุ้มก็จะยอมทำ ถ้าพี่ณุฟื้นขึ้นมาไวๆ” ปฏิมาหันมาพูดค้อนๆ ใส่ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างหลังเธอ


คำพูดของปฏิมา ทำให้ทุกคนต่างก็อมยิ้มออกมา แม้ว่าจะเป็นเพียงรอยยิ้มจางๆ แต่ก็ทำให้เวลาที่ทุกคนกำลังเสียใจ เศร้าใจนี้ผ่อนคลายลงได้มาพอสมควร



 

โดย: kokoo_129 14 มิถุนายน 2550 4:50:54 น.  

 

เวลาล่วงเลยมาจนถึงช่วงหัวค่ำ...พาสนายังคงนั่งอยู่ในห้องนั้น ไม่ว่าคุณหมอ พยาบาลจะพูดให้เธอออกไปพักผ่อนยังไง เธอก็ไม่ยอมออกไป หญิงสาวยังคงตั้งตารอคอยชายหนุ่ม คนที่เธอรักต่อไป อย่างไม่มีสิ้นสุด


“ผมว่า พวกคุณควรบอกให้เธอพักผ่อนบ้างนะครับ ไม่อย่างนั้นเธอเองนั่นล่ะที่จะล้มป่วยไปอีกคน” คุณหมอออกมาบอกกับทุกคนข้างนอก


“พวกเราก็พยายามบอกแล้วนะคะหมอ แต่ปลาไม่ยอมท่าเดียว” ปฏิมาบอกกับคุณหมอถึงความดื้อของพาสนา


“ผมก็เข้าใจความรู้สึกของเธอนะครับ ตั้งแต่มาถึงโรงพยาบาลเนี่ยะ เธอไม่ยอมห่างเค้าเลย” คุณหมอรู้สึกหนักใจเหมือนกัน


“ยังไงเดี๋ยวพวกเราจะพยายามพูดกับปลาอีกทีแล้วกันครับ” อิทธิพลกล่าวกับคุณหมอ


“ครับ ยังไงก็ฝากด้วยนะครับ” คุณหมอยิ้มให้กับทุกคนก่อนจะเดินจากออกมา


“เฮ้ออออออ.....” ปฏิมาถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกครั้ง


“นี่ถ้าปลาเป็นอะไรอีกคน คงยุ่งน่าดู” หญิงสาวมาดเซอร์พูดออกมาด้วยความหนักใจ


“ว่าแต่....ผมว่าเราพาคุณแม่กลับไปพักผ่อนก่อนดีมั้ยครับ เพราะนี่ก็เริ่มจะดึกแล้ว” อิทธิพลหันมองมาทางคุณสุภาพ ที่มานั่งอยู่ที่โรงพยาบาลนี้ตั้งแต่ก่อนเที่ยงแล้ว


“นั่นซิคะ.......คุณแม่กลับไปพักผ่อนก่อนดีมั้ยคะ” ปฏิมาหันมาพูดกับคุณสุภาพ


“แต่แม่...” คุณสุภาพรู้สึกห่วงลูกชายของท่าน


“พี่ณุอยู่โรงพยาบาลแล้วนะคะ ยังไงก็ปลอดภัย ถึงมือหมอแล้ว” ปฏิมาบอกกับหญิงวัยกลางคนให้คลายกังวลใจ


“นั่นซิคะคุณป้า........กลับไปพักผ่อนหน่อยเถอะคะ แล้วพรุ่งนี้เราค่อยมาใหม่” แบตตี้เองก็เป็นห่วงสุขภาพของคุณสุภาพเช่นกัน


“งั้นผมขับรถไปส่งนะครับ” อิทธิพลอาสาขอไปส่งคุณสุภาพ กับแบตตี้


“ขอบใจลูกๆ มากนะ ยังไงฝากดูณุ กับปลาด้วย” คุณสุภาพบอกกับทุกคน


“ค่ะ พวกเราจะรอพี่ณุเป็นเพื่อนปลาเอง แล้วถ้ายังไงตุ้มจะโทรไปบอกนะคะ” ปฏิมายิ้มให้คุณสุภาพ


“ขอบใจจ๊ะ..” คุณสุภาพยิ้มตอบสาวมาดเซอร์ ก่อนจะลุกเดินไปกับแบตตี้ และอิทธิพล


เมื่อคุณสุภาพเดินทางกลับไปพักผ่อน.......ปฏิมาก็หันมองมาทางปัญญา


“พี่ปุ่น......” ปฏิมาร้องเรียกชายหนุ่มข้างๆ


“หืมม” ปัญญาขานรับ


“เราจะทำไงดีกับปลา..” ปฏิมารู้สึกหนักใจกับคนที่นั่งอยู่ในห้องนั้น...........คนป่วยก็ยังต้องรอดูอาการ แต่คนเฝ้านี่ซิ.....อาการหนักขึ้นเรื่อยๆ


“เดี๋ยวพี่ลองเข้าไปคุยกับปลาอีกรอบแล้วกัน” ปัญญาบอกกับปฏิมาก่อนจะลุกขึ้น


หญิงสาวจับมือชายหนุ่มเอาไว้.........ปัญญาหันมองมายังปฏิมา


“พี่ปุ่น..........ฝากด้วยนะ” ปฏิมาจ้องตาอีกฝ่าย ด้วยแววตาอย่างมีความหวัง


ปัญญายิ้มออกมาบางๆ เค้ายกมืออีกข้างจับมือของหญิงสาวที่จับมือของเค้าไว้.........


“อืมม...” ปัญญาพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเปิดประตูห้อง ICU เข้าไปหาพาสนา


หญิงสาวยังคงนั่งนิ่งจ้องมองคนที่ยังหลับสนิทอยู่.........


“ปลา...” ปัญญาเรียกเธอน้ำเสียงนุ่ม


“พี่ปุ่น...” พาสนายกมือขึ้นปาดน้ำตาที่แก้ม แล้วหันมองปัญญา


“เป็นยังไงบ้าง” ปัญญาเดินมายืนข้างๆ เธอ และมองไปที่ร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง


“ยังไม่ยอมตื่นเลย.............” พาสนามองกลับไปยังชายหนุ่มที่นอนนิ่งอีกครั้ง น้ำเสียงของเธอมันสั่นเครือ


“ปลากลับไปพักผ่อนก่อนดีมั้ย.....” ปัญญาหันมองมายังหญิงสาวที่กำลังนั่งมองพิษณุด้วยแววตาเศร้า


“.......ไม่.......” พาสนาส่ายหน้าเบาๆ


“ปลา.......พี่รู้ว่าปลาห่วงคุณณุ แต่ถ้าขืนปลาทำแบบนี้ ไม่นานปลาเองก็จะล้มป่วย แล้วใครจะอยู่ดูแลคุณณุล่ะ” ชายหนุ่มพยายามบอกกับหญิงสาว


“..........” พาสนานั่งฟังนิ่ง


“นะเชื่อพี่ กลับไปพักผ่อน” ปัญญาพยายามบอกกับเธอ


“ปลานอนไม่หลับหรอพี่ปุ่น ตราบใดที่พี่ณุยังไม่ตื่นขึ้นมา ปลาหลับตาไม่ลงจริงๆ” หญิงสาวบอกกับปัญญาน้ำเสียงสะอื้น หยดน้ำตาของเธอมันกำลังจะร่วงลงมาอีกครั้ง


“...........” ปัญญาถอนหายใจออกมาเบาๆ เค้าเข้าใจและรู้ดีว่าตอนนี้พาสนาทุกข์ใจมากแค่ไหน


“งั้นออกไปกินอะไรสักนิดก็ยังดีนะ.........ปล่อยท้องว่างแบบนี้นานๆ เดี๋ยวจะพาลไม่สบายเอา” ปัญญาบอกกับเธอ


“..........” พาสนานั่งฟังนิ่งอีกครั้ง


“นะปลา ทานอะไรสักนิด ........ปลาจะได้มีแรงมานั่งเฝ้าคุณณุอีกไง” ปัญญาบอกกับหญิงสาว เพื่อให้เธอยอมทานอะไรสักนิดก็ยังดี


พาสนาหันมองมาทางปัญญา.........ดวงตาของเธอเออล้นไปด้วยหยดน้ำตาใสๆ


“นะ........” ปัญญาพยักหน้าเบาๆ ให้เธอ


พาสนาหันมองกลับไปยังพิษณุอีกครั้ง เธอไม่อยากเดินออกจากห้องนี้เลย แต่มันก็จริงอย่างที่ปัญญาบอก หากเธอป่วยไปอีกคน แล้วใครจะอยู่ดูแลพิษณุกัน....


“ก็ได้....แต่แค่แปบเดียวนะ” พาสนาบอกกับปัญญา


“อืมม ออกไปหาอะไรทานสักนิดแล้วค่อยกลับมาใหม่ก็ได้” ปัญญายิ้มออกมาเมื่อพาสนายอมใจอ่อนออกไปทานข้าว


“พี่ณุ เดี๋ยวปลามานะ ไม่นานหรอก.........เดี๋ยวปลามาอยู่เป็นเพื่อนนะ” พาสนาหันไปบอกกับชายหนุ่มที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง


“ปะ...” ปัญญากล่าวเพื่อพาพาสนาออกมา


หญิงสาวลุกขึ้นจากเก้าอี้..........เธอมองคนที่นอนอยู่ แล้วค่อยๆ หันไปทางปัญญา เพื่อเดินออกจากห้องตามที่ปัญญาขอไว้.......


แต่แล้ว พิษณุที่นอนนิ่งนั้น ก็เริ่มขยับตัว....


“ป...........ล.......” น้ำเสียงแผ่วเบาดังออกมาจากริมฝีปากที่ปิดสนิท


พาสนาหยุดก้าวทันที..........เธอหันกลับมองไปที่ร่างชายหนุ่มอีกครั้ง


“ป........ลา..........” เสียงของเค้าดังออกมาอีกครั้ง


พาสนายืนนิ่ง..........เธอจ้องมองเค้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย แต่ที่แน่ๆ เธอรู้สึกดีใจอย่างที่สุด


“พี่ณุ............” หญิงสาวยิ้มออกมาด้วยความดีใจ น้ำตาหยดใสไหลร่วงลงมา


“ปล........า............. ปลา..........” แม้ว่าดวงตาของเค้ายังไม่ลืมขึ้น แต่ปากของเค้ากำลังร้องเรียกหาเธอ


“ปลาอยู่นี่พี่ณุ ปลาอยู่นี่” พาสนารีบวิ่งเข้าไปหาเค้าทันที เธอทั้งยิ้มดีใจ และร้องไห้ไปในเวลาเดียวกัน



 

โดย: kokoo_129 14 มิถุนายน 2550 4:51:22 น.  

 


“ป......ลา.....” ชายหนุ่มร้องเรียกชื่อผู้หญิงที่เค้ารักออกมา...


“พี่ณุ ปลาอยู่นี่ ปลาอยู่ตรงนี้” พาสนาจับมือของเค้ากุมไว้แน่น เรียกร้องบอกเค้าด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตา


“คุณณุฟื้นแล้ว...” ปัญญาเองก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ ชายหนุ่มรีบวิ่งออกไปจากห้องเพื่อตามคุณหมอมาดูอาการของพิษณุทันที


“พี่ณุ ปลาอยู่นี่......พี่ณุ....” พาสนาร้องเรียกชายหนุ่มให้ลืมตามามองเธออีกครั้ง


“ป.....ลา...........ปลา........” เสียงเรียกของหญิงสาวทำให้ดวงตาที่ปิดสนิทมาเนิ่นนาน ค่อยๆ ลืมขึ้นมา


“พี่ณุ..........พี่ณุกลับมาหาปลาแล้วใช่มั้ย” พาสนายิ้มออกมาเมื่อเห็นชายหนุ่มลืมตาขึ้น เธอดีใจจนบรรยายไม่ถูก เธอรู้แต่ว่าเวลานี้เธอดีใจเหลือเกิน ดีใจที่สุด หญิงสาวยิ้มออกมาทั้งที่น้ำตาไหลริน


“ป......ลา.......” ชายหนุ่มขานเรียกชื่อเธอออกมาเมื่อเห็นใบหน้าของเธอ


“จ๋า.....ปลาอยู่ตรงนี้แล้วนะ ปลาไม่ได้หนีพี่ณุไปไหนเลยนะ” พาสนาบอกกับเค้าด้วยน้ำเสียงที่สั่น


“..........” ชายหนุ่มจ้องใบหน้าสวยพร้อมกับยิ้มออกมา


“......... “ พาสนาเองก็ยิ้มดีใจที่เห็นเค้าฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เธอจ้องใบหน้าของเค้าด้วยความดีใจ แต่น้ำตาของเธอก็ยังคงไหลร่วงลงมา มันมาจากความดีใจอย่างที่สุด


“พี่ณุอย่าจากปลาไปไหนอีกนะ อย่าทิ้งปลาไปนะ” พาสนาบอกกับเค้า อ้อนวอนขอเค้า


“.........” ชายหนุ่มพยายามพยักหน้ารับคำของเธอ


พาสนามองคำตอบจากอีกฝ่าย เธอยิ้มอย่างดีใจ พร้อมสะอื้นไห้ออกมา


“อ....ย่า......ร้อง......ไห้” ชายหนุ่มพยายามรวบรวมแรงที่มีบอกกับเธอ เค้าอยากจะเช็ดน้ำตาที่แก้มใสให้เธอ


“..........” พาสนาพยายามฝืนยิ้ม และหยุดร้องไห้ตามที่ชายหนุ่มขอ แต่เธอกลับทำไม่ได้ เพราะมันมาจากความดีใจที่เธอได้เค้ากลับคืนมาอีกครั้ง เธอเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาออกจากแก้มของเธอ แล้วยิ้มให้เค้า แต่ก็ยังคงมีเสียงสะอื้นออกมา


พิษณุมองหน้าผู้หญิงที่เค้ารักด้วยความดีใจ ดวงตาของเค้าที่จ้องมองเธอ มันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีอยู่.........พาสนาจ้องมองดวงตาคู่นั้น เธอรู้ดีว่าชายหนุ่มรักเธอมากแค่ไหน เธอเองก็ไม่ต่างกัน


“ไหนครับ คนไข้เป็นยังไงบ้าง” คุณหมอที่ปัญญาออกไปตาม ได้รีบเข้ามาดูอาการของพิษณุ


พาสนาเดินออกมายืนห่างๆ เธอให้คุณหมอเข้าไปดูอาการของพิษณุ.....หญิงสาวจ้องมองเค้า ด้วยอาการที่ยังสะอึกสะอื้นอยู่


ปฏิมาเข้ามายืนข้างๆ เธอจับแขนเพื่อนรักแล้วบีบเบาๆ


“ตุ้ม.....พี่ณุ พี่ณุฟื้นแล้ว........พี่ณุฟื้นแล้ว.......” พาสนาหันไปบอกกับเพื่อนรัก ด้วยน้ำเสียงสะอื้น แต่มีรอยยิ้มบนใบหน้า


“อืมม ดีใจด้วยนะปลา” ปฏิมายิ้มให้เพื่อนรัก อย่างเข้าใจ


“.......” พาสนายิ้มให้ปฏิมา ทั้งที่มีน้ำตาอยู่บนใบหน้า


ปฏิมายิ้มให้พาสนา เธอกอดเพื่อนรักของเธออย่างเข้าใจ........พาสนากอดปฏิมาไว้แน่น เธอทั้งยิ้ม และร้องไห้ในเวลาเดียวกัน ในเวลาแบบนี้คงไม่มีใครเข้าใจเธอ เธอดีใจอย่างที่สุด


“ไม่เป็นไรแล้วนะ พี่ณุปลอดภัยแล้ว” ปฏิมาปลอบเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
.
.
.
หลังจากที่คุณหมอตรวจดูอาการของพิษณุเรียบร้อยแล้ว ก็เดินตรงมาทางที่พาสนากำลังยืนรออยู่ คุณหมอยิ้มให้เธอ........


“ดีใจด้วยนะครับ ตอนนี้คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้ว ต่อไปก็แค่พักรักษาตัว อีกไม่นานก็กลับบ้านได้” คุณหมอพูดด้วยสีหน้ายิ้มๆ


“.........” พาสนายืนฟังคุณหมอด้วยใบหน้าที่ยิ้มดีใจที่สุด


“แต่หมอห่วงอยู่อย่างหนึ่งนะครับ” คุณหมอมีสีหน้าเครียดเล็กน้อย


“อะไรคะหมอ........มีอะไรอีก” พาสนาร้องถามคุณหมอ


“หมอห่วงคุณหน่ะครับ ยังไงก็พักผ่อนบ้างนะครับ อย่าฝืนร่างกายตัวเอง เดี๋ยวจะพลอยป่วยไปอีกคน” คุณหมอพูดยิ้มๆ ให้เธอ


เมื่อฟังคำของคุณหมอ พาสนาก็ถึงกลับถอนหายใจออกมา ที่แท้คุณหมอก็หมายถึงตัวเธอนี่เอง


“ค่ะ....” พาสนารับความหวังดีจากคุณหมอด้วยรอยยิ้ม


“หมอขอตัวนะครับ” คุณหมอยิ้มให้เธออีกครั้ง ก่อนจะเดินออกจากห้อง


พาสนามองคุณหมอที่เดินออกไป แล้วหันมองไปทางพิษณุ เธอยิ้มให้เค้าหวานที่สุดเท่าที่เคยยิ้มมา หญิงสาวเดินเข้าไปหาเค้าใกล้ๆ.......ชายหนุ่มจ้องมองเธอด้วยรอยยิ้มเช่นกัน


“เออ ตุ้มว่าเราออกไปก่อนดีมั้ยพี่ปุ่น” ปฏิมามองคนทั้งคู่แล้ว ต้องรีบกระซิบบอกกับปัญญา


“อืมม...” ปัญญาเองก็เห็นด้วย แล้วทั้งคู่ก็เดินออกจากห้องไป คงเหลือไว้เพียงคนสองคนที่กำลังจ้องมองกันและกัน....


“........” พาสนานั่งลงกับเก้าอี้ข้างๆ เตียงของชายหนุ่ม เธอจ้องมองเค้าด้วยรอยยิ้ม แม้ดวงตาของเธอจะแดงกร่ำ เพราะผ่านการร้องไห้มาเป็นเวลานาน แต่มันก็ยังคงมีแววหวานอยู่ภายในนั้น


พิษณุจ้องมองหญิงสาวข้างๆ เค้ายิ้มให้เธอ .......จ้องมองเธอด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มี


“ดูซิ ร้องไห้จนตาแดงไปหมดแล้ว” พิษณุพูดขึ้น...


“......” พาสนาไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ เธอได้แต่ยิ้มให้เค้าพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มออออกมาอีกครั้ง


“ไม่เอาแล้วนะ ห้ามร้องไห้อีกนะ” พิษณุรีบร้องห้ามอีกฝ่ายเอาไว้ แต่คำห้ามของเค้ามันไม่ทันซะแล้ว เพราะน้ำตาหยดใสไหลลงมาจากดวงตาคู่สวยซะแล้ว


“.........” จริงๆ พาสนาก็ไม่อยากร้องไห้อีกแล้ว แต่ไม่รู้ทำไม น้ำตามันถึงได้ไหลออกมาอีก แต่มันมาจากความตื้นตันใจ ความดีใจที่เค้ายังอยู่ ยังมีชีวิตอยู่


“ปลา....อย่าร้องไห้ซิ” พิษณุมองหน้าหญิงสาว เค้าไม่อยากให้เธอร้องไห้แบบนี้เลย เพราะมันทำให้เค้ารู้สึกปวดใจไปด้วย


“ปลาดีใจ ปลาดีใจพี่ณุ” หญิงสาวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นสะอื้น


พิษณุฟังคำของหญิงสาว เค้ายิ้มออกมาอย่างซึ้งใจ


“พี่ณุรู้มั้ยว่าปลาเฝ้าภาวนาขอให้พี่ณุฟื้น ขอให้พี่ณุอยู่กับปลาตลอดไป.......ปลากลัว....” หญิงสาวพร่ำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสะอื้น


“พี่ก็ฟื้นแล้วไง” พิษณุบอกกับเธอ


“นั่นละ ปลาถึงดีใจ...........ดีใจที่พี่ณุไม่ทิ้งปลาไป” หญิงสาวยิ้มออกมาทั้งน้ำตา


“ไม่เอานะคนดี อย่าร้องไห้อีกเลยนะ” พิษณุบอกห้ามเธอ เค้าเองก็พอจะเข้าใจความรู้สึกของพาสนา เมื่อเห็นเธอเป็นอย่างนี้ เค้าทั้งดีใจ และไม่สบายใจไปพร้อมๆ กัน เค้าไม่สบายใจที่ต้องเห็นเธอร้องไห้ แต่เค้าก็ดีใจที่รู้ว่าเธอรักเค้ามากแค่ไหน


“ปลาจะไม่ร้องไห้........ไม่ร้อง” พาสนาจับมือชายหนุ่มมาแนบแก้มของเธอ แม้ปากบอกว่าจะไม่ร้อง แต่ทำไมน้ำตามันไหลออกมาไม่หยุดเธอก็ไม่รู้สาเหตุเหมือนกัน


“..........” พิษณุไม่ร้องห้ามอะไรเธออีก ชายหนุ่มมองหญิงสาวด้วยความซึ้งใจ เค้ายิ้มออกมาด้วยความรู้สึกสุขใจอย่างที่สุด


พาสนาเองก็ร้องไห้สะอื้นกับความดีใจที่เกิดขึ้น..........


ทั้งสองจ้องมองกันและกัน ยิ้มให้กัน............ตอนนี้ไม่มีคำพูดใดๆ จะสื่อความหมายที่มีได้ลึกซึ้ง ไปกว่าการจ้องมองกันและกัน รับรู้ความหมายในดวงตา.........



 

โดย: kokoo_129 14 มิถุนายน 2550 4:52:00 น.  

 

ปฏิมาโทรไปแจ้งข่าวดีให้กับคุณสุภาพ และอิทธิพลได้รับรู้....


เพียงไม่นาน อิทธิพลก็พาคุณสุภาพกลับมาที่โรงพยาบาลใหม่อีกครั้ง


“ณุ......ณุลูกแม่” คุณสุภาพเข้ามาในห้อง ICU พร้อมกับรอยยิ้มดีใจ


“แม่ครับ...” พิษณุมองมารดาของเค้าที่กำลังยิ้มดีใจกับการฟื้นขึ้นมาของเค้า


“หมดเคราะห์ หมดโศกซะทีนะลูกนะ” คุณสุภาพกล่าวกับบุตรชายพร้อมรอยยิ้มดีใจ


“ครับแม่” พิษณุยิ้มให้มารดา


“สบายใจได้แล้วนะลูก........” คุณสุภาพไม่ลืมที่จะหันมาบอกกับพาสนาที่ยืนอยู่ข้างๆ


“ฮะแม่” พาสนาพยักหน้าให้คุณสุภาพพร้อมกับยิ้ม


“ฮะ ....หะ........อะไรอีกลูก จะมาเป็นลูกสะใภ้แม่ ต้องพูดคะกับแม่ซิ ได้มั้ย” คุณสุภาพบอกกับหญิงสาว


พาสนาได้ยินคำบอกของคุณสุภาพก็ถึงกับหน้าแดงกร่ำด้วยความอายขึ้นมาทันที


“แม่ครับ....” พิษณุเองก็ตกใจที่มารดาของเค้ากล้าพูดออกมาแบบนี้


“ไม่ต้องอายกันแล้ว ตอนนี้แม่รู้แล้วว่าเราสองคนรักกัน.......ปลาแม่ขอโทษด้วยนะที่แม่พูดอะไรที่ไม่ดีออกไป ทำให้ปลาเข้าใจผิด” คุณสุภาพบอกกับพาสนา


“ไม่เป็นไรหรอกคะแม่” พาสนาบอกกับคุณสุภาพเมื่อเห็นท่าทางของท่านเป็นกังวล


“ไม่เป็นไรได้ยังไง แม่ทำให้เราสองคนเข้าใจผิดกัน แม่ผิดเองที่พูดไม่ทันคิด.......” คุณสุภาพกล่าวกับหญิงสาว


“ไม่เป็นไรจริงๆ คะแม่.........ปลาก็ผิดที่ไม่ถามพี่ณุให้รู้เรื่องก่อน เอาแต่โกรธ เอาแต่วู่วาม” พาสนายิ้มให้หญิงวัยกลางคน


“ปลา....ลูก” คุณสุภาพดึงหญิงสาวเข้ามากอดอย่างรักใคร่ พาสนาเองก็กอดคุณสุภาพด้วยความรู้สึกสุขใจ


พิษณุมองผู้หญิงที่เค้ารักสองคนกอดกัน ก็ยิ้มออกมา


“แม่ฝากดูแลพี่เค้าด้วยนะลูก” คุณสุภาพบอกกับพาสนาสีหน้ายิ้มๆ


“..........ค่ะ” พาสนารับคำด้วยใบหน้าที่เป็นสีชมพูระเรื่อ


หญิงวัยกลางคนมองพาสนายิ้มๆ แล้วหันมองกับไปที่บุตรชายของเธอที่นอนยิ้มอย่างมีความสุข
.
.
.
พาสนาปล่อยให้คุณสุภาพได้อยู่คุยกับพิษณุเพียงลำพัง เธอเดินออกมาข้างนอกกับอิทธิพล


“พี่ดีใจนะ ที่ปลายิ้มได้ซะที” อิทธิพลกล่าวขึ้น


“.........” พาสนายิ้มบางๆ ให้เค้า


“ต่อไปนี้ พี่หวังว่าปลาคงมีความสุข ไม่มีเรื่องให้ทุกข์ใจอีก” ชายหนุ่มจ้องใบหน้าสวยของพาสนา แล้วกล่าวกับเธอด้วยน้ำเสียงนุ่ม


“ขอบคุณพี่อิดมากนะ” พาสนากล่าวขอบคุณในความห่วงใยที่เค้ามีให้เธอ


“พี่เชื่อว่า ณุ จะทำให้ปลามีความสุขได้........เพราะเค้ารักปลามาก” อิทธิพลกล่าวยิ้มๆ


“.......” พาสนายิ้มตอบเธอรู้ดีว่า พิษณุรักเธอมากแค่ไหน


“ปลาต้องเข้มแข็ง ต้องเชื่อใจตัวเอง ต้องเชื่อใจณุ............อย่าหลอกตัวเอง อย่าโกหกใจตัวเองเด็ดขาด เพราะมันอาจไม่มีโอกาสที่สองให้เราแก้ไขได้อีกเหมือนครั้งนี้” อิทธิพลกล่าวเตือนเธอ


พาสนาจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้า และฟังคำเตือนของเค้า เธอรู้สึกถึงความหมายของมันดี เพราะตลอดเวลา เธอพยายามหลอกตัวเอง โกหกใจตัวเองที่จะไม่ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นภายในใจของเธอ จนเธอเกือบสูญเสียเค้าไป ต่อไปนี้เธอจะไม่โกหกตัวเอง ไม่โกหกใจตัวเองอีกต่อไป


“ขอบคุณพี่อิดมากเลยนะ ต่อไปนี้ปลาจะซื่อสัตย์ต่อหัวใจตัวเอง” หญิงสาวกล่าวยิ้มๆ รอยยิ้มหวานของเธอทำให้คนที่ยืนมองอยู่รู้สึกปลอดโปร่งใจ เค้ายิ้มตามเธอออกมาด้วยความรู้สึกที่สุขใจ
.
.
.
เมื่ออิทธิพลพาคุณสุภาพ และแบตตี้กลับหัวหินอีกครั้ง พาสนาก็กลับเข้ามาในห้อง ICU


เธอยืนมองคนที่เพิ่งนอนหลับไปเพราะความเหนื่อยอ่อน และฤทธิ์ยาที่คุณหมอให้ไป...


หญิงสาวยิ้มมองเค้าด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความรักที่มี...........ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นอีก เธอจะเข้มแข็ง จะอดทน จะมั่นคงต่อเค้า.........


“ปลา.......” ปฏิมาร้องเรียกเธอจากหน้าประตู


“หืมมม” พาสนาหันกลับมองไปยังเพื่อนรัก


“ฉันจองโรงแรมไว้ให้แล้วนะ........ฉันว่าแกกลับไปนอนพักหน่อยดีมั้ย” ปฏิมาบอกกับพาสนา


“อืมม ขอเวลาแปบนะ” พาสนาพยักหน้าให้ปฏิมา


“ฉันรอหน้าห้องนะ” ปฏิมาบอกกับพาสนา ก่อนจะปิดประตูลง


พาสนาหันมองมายังพิษณุอีกครั้ง..........เธอมองเค้าหลับอย่างมีความสุข เพราะเธอมั่นใจว่า เค้าต้องตื่นขึ้นมาพบกับเธอ.........


“หลับฝันดีนะคะพี่ณุ” พาสนาบอกกับชายหนุ่มก่อนจะหันหลังเพื่อเดินออกจากห้อง


“ปลา........” เสียงของชายหนุ่มดังขึ้น


พาสนาหันหลังกลับมองไปที่เค้า........ พิษณุยังไม่ได้หลับ เค้ามองมายังเธอพร้อมกับยิ้มหวาน


“อ้าว ปลานึกว่าพี่ณุหลับแล้ว” พาสนาเดินเข้ามานั่งข้างๆ เตียง


“ถ้าพี่ไม่แกล้งหลับ แล้วคนอื่นจะออกไปหรอ” ชายหนุ่มตอบสีหน้ายิ้มๆ


พาสนาจ้องมองคนเจ้าเล่ห์ แล้วอมยิ้มออกมา


“ปลา.......” พิษณุร้องเรียกเธอด้วยน้ำเสียงอ้อน


“หืมม” พาสนาขานรับพร้อมยิ้มออกมาบางๆ


“คิดถึงจัง....” ชายหนุ่มบอกกับเธอ


“หืมม ปลาก็อยู่นี่ไง” พาสนามองเค้ายิ้มๆ


“อยากกอดจัง...” ไม่ทันไรชายหนุ่มก็ร้องอ้อนออกมา


พาสนามองคนช่างอ้อนด้วยแววตาหมั่นไส้นิดๆ.......


“อยากกอดก็รีบหายไวๆ ซิ” พาสนาตอบสีหน้ายิ้มๆ


“ไม่เอาอ่ะ......อยากกอดตอนนี้นิ” ชายหนุ่มบอกกับเธอน้ำเสียงออดอ้อน


“อยากกอดตอนนี้ก็มากอดซิ” พาสนาแกล้งพูดท้าเค้า เพราะเธอรู้ว่าชายหนุ่มยังไม่สามารถลุกขึ้นมากอดเธอได้


“ใจร้าย...” พิษณุทำหน้าบู้บี้ใส่เธอ


“.........” พาสนานั่งมองเค้ายิ้มๆ


แล้วหญิงสาวก็ลุกขึ้น พร้อมกับโน้มตัวเข้าไปหาชายหนุ่ม ใบหน้าของเธอซบลงกับอกกว้างของเค้าอย่างแผ่วเบา......สองมือของพิษณุยกขึ้นโอบร่างหญิงสาวเอาไว้


“ชื่นใจจัง...” ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข


พาสนาเองก็ยิ้มหวานออกมาอย่างสุขใจ..........ไม่มีเวลาไหนที่เธอรู้สึกมีความสุขเท่ากับเวลานี้อีกแล้ว...........ต่อไปนี้เธอขอสัญญาว่า เธอจะใช้เวลาทุกวินาทีอยู่กับเค้า ดีกับเค้า และรักเค้าให้มากที่สุด


 

โดย: kokoo_129 14 มิถุนายน 2550 4:52:34 น.  

 

พิษณุถูกย้ายไปอยู่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ


พาสนาเข้ามาเฝ้าชายหนุ่มทุกวัน.........หลังจากทำงานเสร็จ เพื่อนๆ ที่ทำงานจะแวะเวียนมาเยี่ยมชายหนุ่มทุกวัน รวมทั้งคุณจุลติเจ้านายของเค้าด้วย....


“นี่หมอบอกว่าคุณณุจะออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไหร่หรือปลา” คุณจุลติหันมาถามพาสนาขณะที่เธอออกมาส่งเค้าหน้าห้องผู้ป่วย


“คุณหมอบอกว่าอาการของพี่ณุดีขึ้นมากแล้วฮะ อีก 2 วันก็กลับบ้านได้แล้ว” พาสนาตอบเจ้านายของเธอด้วยสีหน้าสดชื่น


“ผมนี่แย่นะ ไม่รู้อะไรเลย เกือบทำให้พวกคุณ.......” จุลติเองก็เพิ่งรู้ว่าคนทั้งคู่รักกัน


“ไม่เป็นไรฮะ......” พาสนาตอบยิ้มๆ


“เอาล่ะ ยังไงก็อย่าลืมพักผ่อนบ้างนะ ไม่ใช่ห่วงแต่คนป่วยจนตัวเองป่วยไปซะเองล่ะ” จุลติกล่าวกับพาสนาก่อนจะเดินเข้าลิฟธ์


“ขอบคุณ คุณจุลมากฮะ” พาสนายิ้มให้เจ้านายของเธอ


“ผมไปล่ะ พรุ่งนี้เจอกันที่ออฟฟิศ” จุลติกล่าวยิ้มๆ ก่อนจะกดปิดประตูลิฟธ์


พาสนายืนยิ้มหน้าลิฟธ์ ก่อนจะหันเดินกลับไปยังห้องพักผู้ป่วย............ซึ่งมีพิษณุนอนพักรักษาตัวอยู่


“คุณจุลกลับไปแล้วหรอ” พิษณุซักถามทันทีที่พาสนาเปิดประตูกลับเข้ามา


“อืมม...” พาสนาพยักหน้าตอบ


“คุณจุลนี่ดีเนอะ........ออกค่าใช้จ่าย ในการรักษาพยาบาลให้หมดเลย” พาสนาพูดไปก็ปรับเตียงนอนของคนเฝ้าไข้ไป เพราะคืนนี้เธอจะนอนเฝ้าพิษณุที่นี่


“นั่นซิ........” พิษณุพูดยิ้มๆ


“อืมม พรุ่งนี้นายแม่ กับกุ้งกั้ง บอกว่าจะมาเยี่ยมพี่ณุด้วยนะ” พาสนาพูดด้วยสีหน้ายิ้มๆ


“จริงหรอ พรุ่งนี้กุ้งกั้งจะมานี่หรอ” พิษณุเองก็ร้องถามด้วยความดีใจ เค้านึกถึงภาพใบหน้ายิ้มแย้มน่ารักของเด็กน้อยแล้วให้ต้องยิ้มตาม


“อืมม....กุ้งกั้งบอกว่า คิดถึงลุงณุมากเลย” พาสนายังคงก้มหน้าจัดที่นอนของเธอในคืนนี้


“นายแม่ถามว่า พี่ณุอยากกินอะไรพิเศษมั้ย นายแม่จะ.........” พาสนาหันกลับมาเพื่อจะพูดคุยกับพิษณุ แต่แล้วเธอก็ต้องหยุดคำพูดลง เมื่อชายหนุ่มเดินมาอยู่ข้างหลังของเธอ


“พี่ณุลุกขึ้นมาทำไม” พาสนาขมวดคิ้วต่อว่าเค้า


“พี่แข็งแรงดีแล้ว” พิษณุตอบยิ้มๆ


“แข็งแรงอะไร ไม่ได้กลับไปนอนที่เลย” พาสนาเองก็พูดน้ำเสียงดุๆ


“ไม่เอา.......รู้มั้ยวันนี้พี่คิดถึงปลาจะแย่” ชายหนุ่มจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า ด้วยดวงตาหวานฉ่ำ


“.........”พาสนาฟังคำของเค้าเธอก็ยิ้มออกมาบางๆ


“ดูซิ กว่าจะได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง ก็ปาเข้ามาป่านนี้แล้ว” ชายหนุ่มยังคงพูดน้ำเสียงอ้อนๆ


“เอาน่า.......ปลาก็อยู่นี่แล้วไง กลับไปนอนบนเตียงดีๆ นะ” พาสนาบอกกับเค้าด้วยใบหน้ายิ้มๆ


“ไม่เอา........คืนนี้พี่อยากนอนกอดปลานิ” พิษณุยังคงพูดด้วยสีหน้าอ้อนๆ


“ไม่ได้......พี่ณุยังป่วยอยู่นะ” พาสนาทำเสียงเขียวใส่เค้า


“พี่จะนอนนี่” พิษณุยังคงอ้อนไม่หยุด


“อย่าดื้อซิ.......” พาสนามองเค้าด้วยสีหน้าตำหนิ


“นะๆ ให้พี่นอนตรงนี้กับปลานะ” พิษณุยังคงอ้อนหญิงสาว


“ไม่ได้.....กลับไปนอนที่ตัวเองซะดีๆ” พาสนาส่ายหน้าไม่ยอมใจอ่อน เธอพาเค้ากลับไปที่เตียงคนป่วย


“นอนนี่นะอย่าดื้อ.....” พาสนาพูดกับชายหนุ่มเหมือนกับว่าเค้าเป็นเด็กน้อย เธอพาเค้าขึ้นไปนอนบนเตียงคนป่วย และจัดการห่มผ้าให้เค้า


“.........ปลาใจร้าย” พิษณุบ่นอุบอิบด้วยสีหน้าบู้บี้


“แนะ มาว่าปลาได้ไง.......” พาสนามองเค้ายิ้มๆ


“เอาล่ะ หลับฝันดีนะ.......” พาสนาบอกกับชายหนุ่ม ก่อนจะเดินกลับไปยังที่นอนของเธอ


แต่แล้วเมื่อหญิงสาวกำลังจะล้มตัวลงนอนบ้าง เธอก็รู้ตัวว่ากำลังโดนรวบตัวจากข้างหลัง


“พี่ณุ....” หญิงสาวร้องออกมาเมื่อตัวเธอล้มลงกับที่นอน โดยมีคนมากอดเธอเอาไว้


“ทำไมทำแบบนี้หะ” พาสนาพูดตำหนิคนที่กอดเธออยู่


“ก็ปลาใจร้าย........” พิษณุบ่นน้ำเสียงอ้อน


“ปลาพูดอะไรไม่เชื่อเลยนะ” พาสนาทำเสียงดุเค้า


“ก็พี่คิดถึงปลานิ.......ขอกอดหน่อยนะ” ชายหนุ่มกระชับอ้อมกอดของเค้าแน่นขึ้น


“จะมาขออะไรอีกล่ะ ก็กอดอยู่ไม่ใช่หรอ” พาสนาพูดน้ำเสียงขุ่น


“หึหึหึ” ชายหนุ่มหัวเราะออกมาอย่างสุขใจ


“ชื่นใจจัง” พิษณุใช้จมูกของเค้าสูดดมกลิ่นหอมจากผมของเธอทางด้านหลัง


พาสนารู้สึกหน้าแดงไปหมด ที่ชายหนุ่มทำแบบนี้.........


“แฟนใครนะ ห้อมหอม ตัวก็นิ้มนิ่ม” ชายหนุ่มพูดออกมาน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม


“........” พาสนาไม่ตอบอะไร เธอเอาแต่นอนหน้าแดงจัดด้วยความเขินอาย


“ปลาจ๋า..........” พิษณุกระซิบเรียกเธอข้างๆ หู


“หืมมม” พาสนาขานรับน้ำเสียงแผ่วเบา


“พี่รักปลานะ.......รู้มั้ย” ชายหนุ่มกระซิบบอกเธอน้ำเสียงหวาน


“อืมม” พาสนาพยักหน้ารับรู้


“พี่อยากฟังปลาพูดบ้างจัง...” ชายหนุ่มร้องอ้อนบอกกับหญิงสาว


“..........” พาสนาเอาแต่นอนอมยิ้ม เธอไม่ยอมพูดออกมา


“ว่าไง พูดให้พี่ชื่นใจอีกสักครั้งได้มั้ย” พิษณุ ค่อยๆ พลิกตัวหญิงสาวในอ้อมกอด ให้หันหน้ามองมาทางเค้า.........


ชายหนุ่มจ้องมองดวงตาของเธอหวานซึ้ง.........รอยยิ้มหวานละไมผุดขึ้นบนใบหน้าของคนทั้งคู่


พาสนาจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้า.........เธอยิ้มหวานออกมาให้เค้า ทุกลมหายใจของเธอที่มี เธอมีไว้สำหรับเค้าแค่คนเดียว........ทุกนาทีที่เธอมี จะใช้มันเพื่อเค้าเพียงคนเดียว


“ปลารักพี่ณุค่ะ” หญิงสาวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานที่สุดเท่าที่เคยพูดออกมา


ชายหนุ่มฟังคำของอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มหวานละไม เค้าจ้องมองดวงตาของเธอด้วยความรักที่เต็มเปี่ยม


“ยอดรักของพี่” ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยความซึ้งที่มีอยู่เต็มหัวใจ เค้าค่อยๆ ก้มใบหน้าต่ำลง......และริมฝีปากบางของเค้าก็ได้บรรจบแนบสนิทกับริมฝีปากอิ่มของหญิงสาวอย่างนุ่มนวล และแผ่วเบา.........


หญิงสาวหลับตารับจุมพิตอันอบอุ่น และอ่อนโยนจากอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกรักที่เต็มหัวใจ



.

 

โดย: kokoo_129 14 มิถุนายน 2550 4:53:02 น.  

 



“เฮ.....................ยินดีต้อนรับพี่ณุกลับมาค่ะ” เสียงปฏิมาดังขึ้นด้วยความดีใจ


“แหม....เรื่องร้ายๆ ผ่านไปได้ซะทีนะคะคุณณุ” เจ้กานดา ยิ้มกว้างบอกกับชายหนุ่ม


“ขอบคุณครับเจ้กานดา” พิษณุส่งยิ้มให้เจ้กานดา


“เฮ้อ........เรื่องร้ายๆ ก็ผ่านไปหมดแล้ว ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้ข่าวดีบ้างนะ” ปฏิมาพูดขึ้นพร้อมเหล่สายตามองไปยังพาสนาที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ พิษณุ


พาสนาหันมองกลับมาทำตาเขียวใส่เพื่อนรักที่บังอาจมาพูดแซวเธอ


“นั่นซิคะ.........เมอยากกินขนมแต่งงานใจจะขาดแล้ว” เมราณีเองก็ผสมโรงช่วยปฏิมาพูดแซวพาสนาหนักขึ้น


“พี่ว่า น้องเมรอกินขนมแต่งงานของพี่ปุ่นก่อนดีกว่านะ” พาสนาก็ไม่ยอมแพ้เช่นกันเธอพูดแขวะไปยังปัญญา และปฏิมาทันที


“อะไรกันปลา.......ทำไมโยนมาหาพี่ล่ะ” ปัญญาทำตาโต พูดเสียงหลงเมื่อโดนพาสนาโยนลูกระเบิดกลับ


“นั่นซิๆ คู่นี้ก็คบกันนานแล้วนะ เมื่อไหร่คะ เมื่อไหร่” การ์ตูนเองก็ยิ้มแป้นร้องถาม


“เฮ้ย ใครจะไปแต่งด้วย.........แหวะ” ปฏิมาทำหน้าเบ้ใส่ปัญญาทันที ด้วยสีหน้าที่แดงจัด


ปัญญาหันมองหญิงสาวข้างๆ........เค้ายิ้มมองเธอ


“ถ้าไม่แต่ง.......พี่ไปหาคนแต่งแทนนะ” ชายหนุ่มแกล้งพูดกระซิบบอกกับเธอ จนปฏิมาต้องหน้าแดงจัดขึ้นมาอีก


“บ้า......กล้าหรอ” ปฏิมาขมวดคิ้วต่อว่าเค้าเสียงเขียว


สิ้นคำของหญิงสาวทุกคนต่างก็โห่ร้องแซวกันอย่างสนุกสนาน..........


พิษณุหันมองหญิงสาวข้างๆ เค้ายิ้มให้เธอ........พาสนาเองก็มองคนข้างๆ เช่นกัน เธอยิ้มหวานออกมา


ชายหนุ่มเอื้อมมือของเค้าจับมือของเธอไว้..........พาสนาเองก็ประสานมือของเธอกับมือของชายหนุ่มไว้เช่นกัน
.
.
.
หลังจากแยกย้ายกันกลับจากร้านเจ้กานดา.........พิษณุก็ขับรถมาส่งพาสนาที่หอพักของเธอ


“ขอบคุณมากนะพี่ณุ” พาสนาหันมาพูดยิ้มๆ กับชายหนุ่ม


“เดี๋ยวซิปลา” พิษณุจับมือของอีกฝ่ายเอาไว้


“หืมม...” พาสนาหันมายิ้มให้กับเค้า


“พรุ่งนี้พี่มารับนะ” พิษณุบอกกับเธอน้ำเสียงหวาน


“อืมม” พาสนาพยักหน้ายิ้มให้เค้า


“ปลา...” ชายหนุ่มร้องเรียกหญิงสาวน้ำเสียงอ้อน


“อะไรหรอพี่ณุ” พาสนาจ้องหน้าอีกฝ่ายพร้อมกับรอยยิ้ม


“เมื่อไหร่..........เมื่อไหร่.........” พิษณุทำท่าอ้ำอึ้ง เค้ามีบางอย่างที่อยากจะบอกเธอ แต่ก็ไม่กล้าพูดออกมา


“หืมมม” พาสนาทำท่าตั้งใจฟัง


“ไม่มีอะไรจ๊ะ......ฝันดีนะคะ” ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะหันมายิ้มให้เธอ


“อืมม พี่ณุก็ขับรถกลับดีๆ นะ” พาสนายิ้มหวานให้เค้า


หญิงสาวเปิดประตูรถ และก้าวขึ้นไปตัวตึกของหอพักของเธอ.......เธอหันมายิ้มและโบกมือให้อีกฝ่าย ก่อนจะเดินหายเข้าไปในตัวตึกนั้น....


“เฮ้ออออออออ........” พิษณุถอนหายใจออกมา เค้าจ้องมองพาสนาจนหายเข้าไปในตัวตึกของหอพัก


“ทำไมไม่กล้าวะ ไอ้ณุ......” ชายหนุ่มพูดตำหนิตัวเอง กับความไม่กล้าพูดคำนั้นออกมา


พาสนาเดินอมยิ้มขึ้นมายังห้องพักของเธอ…..เธอรู้สึกว่าทุกวันที่ผ่านไปช่างเป็นวันที่มีความสุขเหลือเกิน เธอไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะมีความสุขมากมายอะไรได้ขนาดนี้........
.
.
.
ในมหาวิทยาลัยฯ มีชื่อใจกลางเมือง.....ที่คณะวิศวะฯ มีงานฉลองครบ 50 ปีของคณะฯ เหล่านักศึกษาทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้องต่างก็มาร่วมงานกันอย่างคึกคัก ....


รถยนต์คันสวยสีน้ำเงินเข้มจอดสนิทที่ลานจอดหน้าคณะฯ


อิทธิพลก้าวลงมาจากรถ....ชายหนุ่มถอดแว่นกันแดดสีเข้มออก.....แล้วมองไปรอบๆ คณะฯ ที่เปลี่ยนแปลงไปพอสมควร เหล่ารุ่นน้องหลายต่อหลายรุ่นได้มาร่วมงานกันอย่างมากมาย


“เฮ้ย........อิด” เสียงๆ หนึ่งร้องเรียกอิทธิพล ชายหนุ่มหันมองไปแล้วยิ้มให้กับต้นเสียง


“ไงนวี “อิทธิพลโบกมือให้เพื่อนรักสมัยเรียน


“แหม ดูเพื่อนเปลี่ยนไปเยอะนะ มาดนักธุรกิจใหญ่เกาะเต็มไปหมด” นวีพูดแซวเพื่อนรัก


“นายเองก็ไม่ต่างกันหรอกนะวี ดูซิมาดผู้บริหารไฟแรงฉายออกมาเต็มไปหมด” อิทธิพลกล่าวกับเพื่อนรักสีหน้ายิ้มๆ


“พี่อิดใช่มั้ยครับ” เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลังของอิทธิพล ชายหนุ่มหันมองกลับไปก็พบกับรุ่นน้องที่ห่างกันไปนาน


“ไง มอส.......อ้าวปุ้ย” มอส และสิทธิพลรุ่นน้องสองรุ่นของเค้าเข้ามายืนยิ้มทักทาย


“พี่อิดสวัสดีค่ะ” สาวสวยสองคนเดินเข้ามาหาอิทธิพล


“ไงน้อง.............น้องบี น้องมล” อิทธิพลหยุดนึกชื่อรุ่นน้องอีกสองคนแล้วเค้าก็เรียกชื่อพวกเธอออกมา


“พี่อิดสบายดีมั้ยคะ” มลฑิราที่ดูเปลี่ยนไปทักทายชายหนุ่มด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม


“ครับ...” อิทธิพลจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าพร้อมตอบยิ้มๆ ให้เธอ มลฑิราซึ่งเมื่อก่อนดูเซอร์ เรียบๆ แข็งๆ ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสาวทำงานที่ดูสดใส น่ามอง


“อืมม ยังไม่เห็นณุเลยนะ” นวีมองไปรอบๆ มองหารุ่นน้องรหัสของเค้า


“เดี๋ยวคงมาถึง เมื่อกี้เพิ่งคุยกันเอง” อิทธิพลพูดยังไม่ทันขาดคำ รถยนต์สีเขียวปีกแมงทับก็วิ่งเข้ามาจอดในลานจอดรถ


ทุกคนต่างก็หันมองไปที่รถคันนั้น อิทธิพลยืนมองด้วยสีหน้ายิ้มๆ


เพียงไม่นานประตูรถก็ถูกเปิดออก พร้อมกับร่างของคนสองคน.........


พาสนาลงมาจากรถ พร้อมกับพิษณุ.......ทั้งคู่มองมายังตรงที่ทุกคนกำลังยืนมองอยู่


“ปลา.........” วรีวรรณร้องเรียกเพื่อนรักที่ห่างกันมานาน ด้วยความดีใจ


“บี มล” พาสนายิ้มให้เพื่อนทั้งสอง พร้อมกับเดินตรงมาหาคนทั้งคู่


“ไงณุ.....” มอสเรียกเพื่อนรักพร้อมยักคิ้วให้


“สวัสดีครับพี่อิด พี่วี” พิษณุกล่าวทักทายรุ่นพี่ทั้งสอง


“พี่อิด พี่วี พี่มอส สวัสดีฮะ” พาสนาไม่ลืมที่จะทักทายรุ่นพี่


“แหม มาด้วยกันเชียวนะ” เสียงหวานเสียงหนึ่งดังขึ้น ทำให้พาสนาหันไปยิ้มให้


“ไงป่าน......” พาสนายิ้มหวานให้เพื่อนรักของเธออีกคน


“ปลา....” สายป่านยิ้มทักทายเพื่อนรักของเธอ


พาสนามองสายป่านยิ้มๆ จากสาวน้อยที่คอยวิ่งตามเธอ ตอนนี้เปลี่ยนไปเป็นคุณแม่คนใหม่......ที่ดูสดใสและมีความสุข


สิทธิพรเดินเข้าไปประคองภรรยาของเค้า ที่ตอนนี้กำลังตั้งครรภ์ลูกของเค้า.....


“ป่านสบายดีมั้ย” พาสนาซักถามเพื่อนรักของเธอ


“ดีซิ ถ้าไม่ดีนะ ตาปุ้ยตายคามือป่านแน่” สายป่านพูดยิ้มๆ


“โธ่.......ป่านจ๋า ปุ้ยรักป่านออกปานนี้จะทำอะไรป่านได้หึ” สิทธิพรพูดกับภรรยาเสียงอ้อน


แล้วทุกคนต่างก็มองทั้งคู่ด้วยสีหน้ายิ้มๆ


ระหว่างพิธีสำคัญ ซึ่งมีพี่น้องร่วมคณะฯ มากมายหลายต่อหลายรุ่นมารวมกันนั้น มลฑิราแอบกระซิบถามพาสนาเบาๆ


“ปลา....” หญิงสาวกระซิบเรียกเพื่อนรักข้างๆ


“หืมม...” พาสนาขานรับเสียงแผ่วเบา


“เมื่อไหร่แกจะมีตัวเล็กๆ แบบป่านบ้างล่ะ” มลฑิราถามยิ้มๆ


“บ้าหรอมล......ฉันยังไม่ได้แต่งงานนะ” พาสนาขมวดคิ้วมองเพื่อนสีหน้าอายๆ


“แล้วเมื่อไหร่จะแต่งล่ะปลา” วรีวรรณที่ยืนข้างก็ร้องถามด้วยความอยากรู้


“........” พาสนาไม่ยอมตอบเธอเอาแต่อมยิ้มหน้าแดง


“พี่ณุยังไม่พูดอีกหรอปลา” มลฑิรากระซิบถามอีก


“อืมม” พาสนาพยักหน้าเบาๆ ให้เพื่อนของเธอ


“แหม พี่ณุนิ ไม่ได้ดั่งใจเลย” มลฑิราขมวดคิ้วมองไปทางรุ่นพี่ที่กำลังยืนทำพิธีสำคัญอยู่ที่ลานกว้าง


“แล้ว ถ้าพี่ณุขอล่ะปลา....ปลาจะว่าไง” วรีวรรณถามคำถามที่เธอเองก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว


พาสนาไม่ตอบอะไร เธอเอาแต่อมยิ้มด้วยสีหน้าอายๆ จนเพื่อนทั้งสองต้องยิ้มตามไปด้วย.....


.

 

โดย: kokoo_129 14 มิถุนายน 2550 4:53:37 น.  

 



หลังจากพิธีไหว้เสด็จปู่เสร็จสิ้นลงแล้ว.......พิษณุและพาสนาก็ออกมาเดินเล่นรอบๆ คณะฯ....


ชายหนุ่มเดินจูงมือหญิงสาวข้างๆ เดินมาหยุดยืนตรงลานกว้าง ที่เมื่อก่อนใช้สำหรับรับน้องใหม่ปี 1.....


“ปลาจำที่นี่ได้มั้ย” ชายหนุ่มหันมาพูดกับพาสนา


“จำได้ซิ” พาสนาพยักหน้ารับเบาๆ


“พี่เจอปลาครั้งแรกที่นี่....” พิษณุมองออกไปยังลานกว้างเบื้องหน้า


พาสนามองไปยังลานกว้างเช่นกัน เธอยิ้มบางๆ ออกมา เมื่อคิดถึงภาพของวันเก่าๆ ที่เค้าและเธอพบกัน


“ตลกนะ วันนั้นเราดูจะเข้ากันไม่ได้เลย" พิษณุรำลึกถึงเรื่องเก่าๆ วันคืนเก่าๆ.........


“นั่นซิ......วันนั้นพี่ณุน่าหมั่นไส้มากเลยนะ” พาสนาพูดยิ้มๆ


“ปลาก็แสบใช่เล่น” ชายหนุ่มยิ้มกว้างออกมา


แล้วทั้งคู่ก็ต้องหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อคิดถึงวันเก่าๆ ของทั้งสองคน


“ต้องขอบคุณเหตุบังเอิญในวันนั้นนะ ที่ทำให้เราตกลงไปที่เหวดินนั่น” พิษณุยังคงจำวันนั้นได้ดี


พาสนาฟังชายหนุ่มพูดพร้อมอมยิ้มออกมา


“ปลารู้มั้ย วันนั้นทำให้พี่รู้จักคำว่า รัก” พิษณุบอกกับหญิงสาวข้างๆ


“......” พาสนาได้แต่ฟังเงียบๆ


“หลังจากวันนั้น พี่ก็เฝ้าถามตัวเองว่า รู้สึกยังไงกับเด็กผู้หญิงคนนั้น คนที่แสนจะเฮี้ยว แสนจะห้าว” พิษณุพูดยิ้มๆ กับตัวเอง


“แล้วพี่ก็ได้คำตอบ.......ว่าพี่รักเธอ” ชายหนุ่มยิ้มออกมา พร้อมกับมองหญิงสาวข้างๆ


พาสนาเอาแต่นิ่งและฟังเค้า ด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า....


“วันนั้นปลาก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรเหมือนกัน.......มันทั้งห่วง และคิดถึงพี่ตลอดเวลา” พาสนาบอกกับชายหนุ่มน้ำเสียงหวานใส


“ปลาต้องใช้เวลาอยู่นาน ถึงจะรู้ว่าใจตัวเองคิดอะไร...” พาสนาบอกกับชายหนุ่มถึงความรู้สึกที่มีของเธอ


“ถึงแม้จะช้าไปนิด แต่พี่ก็ดีใจนะ....” พิษณุพูดยิ้มๆ


พาสนามองหน้าชายหนุ่มแล้วยิ้มออกมาเช่นกัน...


“ปลา....” พิษณุหันมองมาทางหญิงสาวข้างๆ ดวงตาของเค้าจ้องมองใบหน้าหวานของเธอ


“หืมม...” พาสนาตอบรับพร้อมยิ้มให้เค้า


ชายหนุ่มจ้องหน้าของหญิงสาวด้วยแววตาซึ้ง.......เค้าหยิบเอาอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อของเค้า......แสงแวววาวต้องกับแสงตะวันส่องประกายวิบวับ


พาสนามองแหวนวงน้อยในมือของชายหนุ่ม.....


พิษณุนั่งก้มมองมันก่อนจะมองหน้าของพาสนาอีกครั้ง......


“ปลา....” พิษณุเรียกชื่อพาสนาน้ำเสียงอ่อนโยน


“คะ...” พาสนายิ้มอายๆ เธอรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการพูดอะไรกับเธอ....


“แต่งงานกับพี่นะครับ” ชายหนุ่มกล่าวคำที่เค้าเก็บเอาไว้ ที่ไม่กล้าพูดกับเธอออกมา


พาสนาฟังคำขอของอีกฝ่ายด้วยแววตาสดใส มันเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขที่เธอมี........เธอยิ้มออกมา และมองหน้าของเค้า


ผู้ชายคนนี้ที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้มาลงเอยกับเค้าได้


ผู้ชายคนนี้ที่วันแรกที่เจอเธอรู้สึกเกลียดขี้หน้าของเค้าจับใจ


ผู้ชายคนนี้ที่คอยปกป้อง ดูแลเธอยามเธอมีภัย


ผู้ชายคนนี้ที่ทำให้พบกับทั้งความทุกข์ และความสุข


ผู้ชายคนนี้ที่ทำให้เธอรู้จักคำว่า...........รัก........


พิษณุจ้องหน้าหญิงสาวตรงหน้า ด้วยแววตาแห่งความหวัง เค้าเฝ้ารอคอยคำตอบจากเธอ..........


“ค่ะ” พาสนายิ้มรับออกมา รอยยิ้มหวานๆ ของเธอทำเอาชายหนุ่มยิ้มกว้างอย่างดีใจ


ชายหนุ่มรีบนำแหวนเพชรวงน้อยสวมนิ้วนางของหญิงสาวอย่างถนุถนอม.........แล้วก็ดึงเธอมากอดแนบอกอย่างดีใจ


“พี่ดีใจที่สุดเลย.........” พิษณุกระซิบบอกกับเธอ.......


“ปลาก็ดีใจค่ะ” พาสนาตอบเค้าด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน เธอโอบกอดชายหนุ่มไว้ด้วยความรัก


ทั้งคู่ต่างก็ยิ้มออกมาด้วยความสุขที่มี.....


วันนี้ชายหนุ่มไม่ต้องเก็บคำถามไว้ภายในใจของเค้าอีกต่อไป เพราะทุกคำตอบได้อยู่ตรงหน้าของเค้าแล้ว...


วันคืนเก่าๆ นับตั้งแต่วันรับน้องวันแรก จนถึงทุกวันนี้.....ทำให้คนคู่หนึ่งได้รู้จักถึงคำว่า มีกันและกัน รู้จักคำว่า รัก และอยู่เพื่อกันและกัน....ไม่ว่าเวลาจะหมุนผ่านเนิ่นนานสักแค่ไหนก็ตาม...


ณ. ลานแห่งนี้ คือจุดเริ่มต้นของความทรงจำอันดีที่ทำให้คนสองคนได้มาพบกัน ได้รู้จักกัน และได้........รักกัน....



จบบริบูรณ์

.

 

โดย: kokoo_129 14 มิถุนายน 2550 4:54:02 น.  

 

จบแล้วนะคะ สำหรับ Memory In Love
^o^
หวังว่าคงถูกใจผู้อ่านทุกท่านนะคะ อิอิ


 

โดย: kokoo_129 14 มิถุนายน 2550 4:55:23 น.  

 

สนุกจังเลยนะคะ ชอบมากเลยค่ะ

 

โดย: POP IP: 58.9.80.128 24 เมษายน 2552 21:30:28 น.  

 

ขอบคุณค่ะ แล้วอย่าลืมอ่านเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ *0*

 

โดย: kokoo_129 24 เมษายน 2552 22:51:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


kokoo_129
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Smiley*~๐.."รัก" ก็แค่คำว่า "รัก"..๐~*Smiley
Cute Cursors from Dollielove
Free Hit Counters
Friends' blogs
[Add kokoo_129's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.