I finAlly foUnd soMeone--loVe So sweeT
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
11 กรกฏาคม 2551
 
All Blogs
 
Praha - - Prague หลากความทรงจำที่ไม่มีวันลืม Part II

หลังจากปรับสภาพได้อย่างรวดเร็ว วันนี้นัดกันตื่นแต่เช้าประมาณตีสี่ครึ่ง เรื่องของเรื่องก็คือจะไปเดินสะพานชาลส์ตอนเช้า ตอนที่ยังไม่ค่อยมีคน ตื่นมาใจแป้วไปเลยเพราะได้ยินเสียงฝนตก+ฟ้าร้อง ในใจก็นึกว่า สงสัยแผนชมสะพานตอนเช้าของเราเป็นอันชวดแหงๆ แต่ก็นะ ไหนๆ ก็ตื่นมาแล้วเลยจัดการธุระส่วนตัวกัน เสร็จประมาณตีห้ากว่าๆ ได้ข่าวว่าพอลงไปตรงล็อบบี้นี่ยังมืดเชียว ปิดไฟเงียบ พ่อรีเซปชั่นนอนอืดอยู่บนโซฟาซะงั้น (ไหนว่า 24 hr. reception ไง) 5555 แต่พี่แกคงได้ยินเสียงพวกเราก็เลยตื่นมาแบบงงๆ เข้าทางค่ะ เลยขอเปิดคอมเช็คเมล์ซะเลย (ปกติจะเปิดให้ใช้ตอนหกโมงเช้าถึงเที่ยงคืน) พี่แกก็โอเคแบบงงๆ พอสักพักก็มีผู้หญิงคนนึงเดินเข้ามา เดาว่าเป็นจนท.ของโรงแรมสักฝ่ายนี่ล่ะ พี่แกสองคนก็เลยเม้าท์กันเป็นภาษาเช็กใหญ่ ดูจากท่าทางและการปรายตาของสองคนนี้แล้ว รู้เลยว่ากำลังนินทาเราอยู่ 555 คงนินทาว่ายัยพวกนี้จะรีบตื่นมาทำไม อะนะ...ก็ชั้นมาเที่ยว ไม่ได้มานอนเฉยๆ นี่

เช็คเมล์เสร็จฝนหยุดพอดี เป็นใจมากๆ ก็เลยยกขบวนออกจากโรงแรม ยังไม่หกโมงเช้าเลยแต่คนที่ป้ายรถเมล์ก็ไม่น้อยนะ แน่นอนเรากระโดดขึ้นสายประจำ 133 เช่นเคย ไปลงย่าน Old Town เดินเลาะลัดไปมาแบบมั่วนิดๆ แต่ก็ได้ถ่ายรูปตึกตามซอกตามซอยไปเรื่อยๆ เช้าๆ แถมฝนเพิ่งหยุดตกอย่างนี้อากาศเย็นเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน คนก็ออกมาเดินกันน้อย ยิ่งบนสะพานชาลส์นี่ยิ่งน้อยไปใหญ่ ที่มาเดินส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักท่องเที่ยวเอเชียมากกว่า นานๆ ทีจะเห็นคนปรากจูงสุนัขออกมาวิ่งที

เดินเล่นชมวิวสักพักก็ได้เวลากลับไปกินอาหารเช้าที่โรงแรม อืม...อาหารเช้าที่โรงแรมนี้โอเคมากๆ มีผักต้มกะไส้กรอกด้วย โดนัทก็อร่อย จัดการอาหารเช้ากันเต็มคราบแล้ว ก็ได้เวลาลุยต่อ ถึงตอนนี้แดดเริ่มเปรี้ยง ฟ้าเริ่มเปิดเป็นใจแล้ว ตามแผนวันนี้คือข้ามไปยังฝั่งปราสาทปราก เช่นเคย โดดขึ้นรถเมล์สาย 133 แต่ด้วยความที่คงเป็นช่วงเวลาออกไปทำงานของคนปราก รถเมล์เลยแน่นมาก เราสามคนก็เลยต้องกระจายยืนเบียดกันไปคนละมุม สักพักนึงคนก็ลงไปเยอะเหมือนกัน เรากับเจ๊ร่วมทริปอีกคนก็เลยได้มายืนคู่กัน เท่านั้นแหละ เจ๊แกก้มลงดูกระเป๋าตัวเอง ปรากฏว่าเห็นซิปกระเป๋าเปิดอยู่ ใจหายกันทันที รีบสำรวจข้าวของในกระเป๋า แล้วก็ไม่รอด กระเป๋าสตางค์โดนล้วงเอาไปจนได้ แรกๆ ยังคิดในแง่ดีว่าคงลืมไว้ที่ห้องในโรงแรม หรือทำตกไว้แถวล็อบบี้ แต่พอมาทบทวนเหตุการณ์แล้ว สรุปกันได้ว่าคงโดนล้วงเอาไปแน่นอน ยังดีว่าพาสปอร์ตยังอยู่ กล้องสองตัวก็อยู่ครบ แล้วเงินยูโรที่เอาไปก็แยกเก็บไว้หลายที่ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ในกระเป๋าเจ๊แกก็มีทั้งเงินสามสัญชาติ บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต บัตรประชาชน แม้กระทั่งใบขับขี่ก็ไปด้วย เลยต้องรีบกลับโรงแรมกันด่วน เจ๊แกบอกว่าตอนโดนล้วงนี่ไม่รู้ตัวเลยแม้แต่นิดเดียว แถมคนรอบข้างก็ใส่สูทไปทำงานกันหมด เลยไม่ทันได้ระวังตัวมากเท่าไหร่ ทั้งๆ ที่ก็รู้นะว่าที่ปรากนี่ pickpocket ขึ้นชื่อมากๆ เฮ้อ....ถือว่าฟาดเคราะห์ละกัน

กลับมาถึงโรงแรมก็ลองถาม reception ดูว่าเห็นกระเป๋าตังค์มั่งมั๊ย ก็ว่าไม่เห็น แล้วก็ทำหน้าเหมือนเป็นเรื่องปกติ ถามกลับมาว่ายูโดนล้วงกระเป๋ามาใช่มั๊ย เออเนอะ รู้ด้วย แถมยังบอกอีกว่าไม่ต้องไปแจ้งตำรวจหรอก ไม่มีประโยชน์ เฮ้อ...ก็เลยได้แค่จัดการโทรกลับไทยอายัดบัตรทั้งหลายแหล่ เสียค่าโทรไปอีกร่วมพันบาท เล่นเอางานกร่อยไปเลย ไม่ค่อยมีอารมณ์เที่ยวกันเท่าไหร่แล้ว แต่ก็นะ มาแล้วจะไม่เที่ยวได้ยังไง ออกจากโรงแรมอีกที คราวนี้ขึ้น 133 ด้วยความระมัดระวังสุดฤทธิ์ กอดกระเป๋ากันแน่นเชียว หัวนี่แทบจะหมุน 360 องศาอยู่แล้ว 5555 มันผวาไปหมด ใครมายืนใกล้ๆ นี่จะสะดุ้งกันเลยนะนั่น

นั่งรถเมล์มาต่อรถไฟใต้ดิน แล้วก็ต่อรถรางอีกเพื่อไปปราสาทปราก แอบหลงนิดหน่อยตามธรรมเนียม แต่สุดท้ายก็มาถึงปราสาทล่ะนะ ถึงตอนใกล้จะเที่ยงพอดี เห็นคนออกันเพียบบบบเลย ก็เลยนึกขึ้นได้ว่า ตอนเที่ยงจะมีการเปลี่ยนเวรทหารยามรอบใหญ่ ก็เลยไปมุ่งๆ ออๆ ด้วย รอถ่ายรูป (แต่ก็ยังกอดกระเป๋าแน่นอยู่นะ เหอๆ) แอบสแกนสายตารอบแรก เอ่อ...พี่ทหารที่นี่หล่อใช่ย่อยนะ วะฮะฮ่า... รอไม่นานก็ได้ยินเสียงเครื่องดนตรี นั่นไง ทหารเดินมาแล้ว แต่....เรามองอะไรไม่ค่อยเห็น เพราะมาทีหลัง ด้านหน้าๆ ก็จะมีคนจับจองพื้นที่ไปหมดแล้ว พยายามยกกล้องขึ้นสูงให้เลยหัวฝรั่งมุง สุดท้ายก็ได้รูปก้นและหลังทหารมา 5555 อะนะ ระหว่างที่เค้าทำพิธีเปลี่ยนเวรยาม ซึ่งก็ใช้เวลาอยู่ เราก็วนเวียนแอบถ่ายรูปทหารที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก ก็แหม...หน้าตาเป็นนายแบบกันได้เลยนะ ถ่ายสักพักก็กลับไปเบียดข้างรั้วดูพิธีบ้าง แต่ก็เห็นแค่บางเสี้ยว ยืนดูสักพักก็เริ่มเบื่อ ไม่เห็นมีอะไรเลย เลยหันมาถ่ายรูปคู่กะทหารยามแทน 55 นักท่องเที่ยวถ่ายคู่กันใหญ่เลย แต่พี่ทหารยามแกก็ไม่มียิ้มซักแอะ อ้อ...แล้วก็มีโชคดีนิดหน่อย ตอนทหารทำพิธีเสร็จเดินเรียงแถวออกมา ทีนี้เราก็ได้เลยได้ถ่ายด้านหน้ามาบ้าง เสร็จพิธีจริงๆ แล้วฝูงชนก็เริ่มแยกย้ายกันไป เราก็เข้าไปซื้อตั๋วเข้าชม เลือกแบบ full option 350 czk ที่เข้าชมได้ทุกอย่าง ระหว่างนั้นก็หยอดเหรียญที่ระลึกที่เป็นรูปปราสาทปรากมาด้วย

จริงๆ แล้วตามแผนที่การเดินเราควรจะเข้าชม St. Vitus ก่อน ออกมาก็ค่อยเดินวนไปทางซ้าย แล้วจะไปจบที่ golden lane แต่เอาเข้าจริง โห...คนรอเข้าชมโบสถ์เยอะมาก แถวยาวสุดๆ จนจะอ้อมโบสถ์แล้ว เลยตัดใจเดินไปที่อื่นก่อน เลยเข้าชม Old Royal Palace กะ Basillica of St.George แทน แล้วก็ค่อยอ้อมกลับมา St. Vitus ใหม่ คราวนี้ไม่มีคนต่อแถวเลย ดีแฮะ แต่ข้างในคนก็เยอะอยู่ ภายในโบสถ์นี้สวยอลังมั่กมากอะ โดยเฉพาะ stained glass สวยทุกบานเลยจริงๆ ถ่ายรูปมาก็ไม่สวยเท่าตาเห็นเลย

ชมโบสถ์เสร็จก็ไปต่อที่ golden lane ถนนเล็กๆ สายนี้แบบว่า สวยและน่ารักไปหมด สีสันได้ใจมาก และก็ไปเสียทรัพย์ให้บ้านหลังสุดท้าย (แต่เลือกซื้อที่มันไม่แพงมากนะ เพราะของที่ระลึกในถนนนี้แพงไปหมด) ออกจาก golden lane มา ก็มีให้เข้าไปชมคุกได้ฟรี แอบน่ากลัวนิดหน่อย ดีที่ว่าคนเยอะ บรรยากาศก็เลยไม่หลอนแล้วก็ไม่วังเวง สุดท้ายออกมาเจอ toy museum ต้องเสียเงินเข้าต่างหาก แต่เราไม่ได้เข้าไปดูกัน ก็กลับกันออกมาเลย เดินเลาะลงบันไดข้างปราสาทมาเรื่อยๆ มองไปเห็นวิวเมืองปรากมุมกว้าง มองลงก็เห็นสวนสวยๆ อีก เดินลงมาสุดตรงที่เรามาขึ้นรถรางพอดี

ถึงตอนนี้ก็เกือบสี่โมงแล้ว จากตอนแรกว่าจะนั่งพักขากันตรงสวนสวยๆ ที่เดินผ่าน แต่ดูเวลาแล้ว เรายังต้องไป St.Nicholas church อีก ไม่แน่ใจว่ามันปิดไม่ให้ซื้อตั๋วตอนกี่โมง (เพราะอ่านเจอมาว่าหลายที่จะปิดไม่ให้เข้าชมก่อนเวลาประมาณ 15-30 นาที) อ่านข้อมูลที่เตรียมไปก็บอกแค่ว่าโบสถ์ปิดห้าโมง แค่นั้นแหละ ตาเหลือกแล้ว ก็อดดู พักขาคงต้องเก็บไว้ก่อน รีบจ้ำหาทางไปโบสถ์ด่วน ดูจากแผนที่ก็เดินไปได้ แต่จำได้ว่าเดินกันขาแทบหลุดเพราะรีบ (ถือเป็นการเดินที่เร็วที่สุด ตั้งแต่อยู่ในปรากมาสองวัน) ไปถึงประตูโบสถ์ก็ประมาณสี่โมงนิดๆ เห็นป้ายบอกว่าปิดไม่ให้เข้าตอน 4.45 น. สรุปว่าเรามาทันเวลา มีเวลาชมโบสถ์อีกเกือบชั่วโมง

เสียค่าเข้าชมเสร็จ ได้โปสการ์ดมาเป็นที่ระลึกด้วย เข้ามาในโบสถ์แล้วก็ต้องตะลึงกันอีกรอบ สวยมากกกอีกแล้ว เป็นความสวยคนละแบบกับที่ St.Vitus งาน fresco ที่นี่อลังการงานสร้างมากๆ ไหนจะงานปูนปั้นอีกเพียบ ต่างคนเลยต่างแยกย้ายกันไปถ่ายรูป ทำสมาธิ ดื่มด่ำกันสักพักจนเค้าจะปิดโบสถ์ก็เลยจรลีออกมาด้วยสภาพหิวโซ ตอนนี้ท้องเริ่มประท้วงแล้ว เพราะตั้งแต่มื้อเช้าที่โรงแรมแล้วก็ไม่มีอะไรตกถึงท้องอีกจนจะห้าโมงเย็น ตกลงปลงใจกันว่าจะกลับไปกินอาหารจีนแถว Old Town sq. ที่เมื่อวานเห็นป้ายโฆษณา ไปถึงดูราคาก็ไม่ถูกหรอก แต่อยากกินข้าวกัน ก็เลยเอา แต่ขอโทษเถอะ...แพงไม่ว่าแต่รสชาติไม่อร่อยด้วยนี่ เซ็งโคดดดเลยนะคะ เค็มมากกกถึงมากที่สุด แต่ก็ฝืนกินกันไปด้วยความหิวและงก เหอๆ

กินข้าวเสร็จสภาพก็ยังไม่ได้ดีขึ้น เนื่องด้วยขาลากและล้ากันสุดๆ แล้ว (นี่แค่วันที่สองนะ ) แต่ก็ยังไม่ยั่นกัน ขอไปจบที่ super albert ต่อ ซื้อของขนมกับบ้าน เอ๊ย โรงแรม ของที่ซุปเปอร์นี่บางอย่างก็ถูก บางอย่างก็แพง แน่นอนว่าแผนกขนมปังเค้าใหญ่มาก ไปได้เบียร์ Budweiser แบบ original จาก Czech มาฝากปะป๊า แต่นะมีปัญญาหิ้วแค่กระป๋องเดียว 5555 ไม่ใช่ไม่มีเงินซื้อ แต่ขี้เกียจแบก เพราะยังต้องมีภาระแบกกระเป๋าย้ายเมืองอีกหลายรอบ เหอๆ

กลับโรงแรมก็ต้องถ่างตาจัดกระเป๋าให้เสร็จอีก เพราะวันรุ่งขึ้นต้องตื่นเช้า (อีกแล้ว) เพื่อไปครุมลอฟ ไหนจะเมื่อยขา เมื่อยคอ (ที่ต้องแหงนดูนั่นดูนี่มาทั้งวัน) อีก สุดท้ายเลยหลับรวดเดียวด้วยความเพลีย




มื้อเช้า



บริเวณเกาะ campa ก็ไม่มีคนเลย



ก็ยังคงถ่ายรูปตึกอยู่



รูปปั้นบนสะพาน



สะพานชาล์สยามเช้า เงียบเหงา



Old Town sq.



มุมมหาชน



ดูเค้าเปลี่ยนเวรยาม



แอบหน้าตาดีอะ



โบสถ์ St.Vitus



ซูมโบสถ์



ภายในบริเวณปราสาทปราก



วิวจาก Old Royal Palace



อีกสักรูป



เพนต์ตราตระกูลขุนนางต่างๆ บนเพดาน



หน้า St.Basillica



ภายในโบสถ์ St.Vitus




Stained glass สวยๆ



นี่ก็สวย



ปากทางเข้า Golden Lane



เดินไปเรื่อยๆ



แต่ละบ้านผนังสีสันสวยงาม



สวยไม่แพ้กัน



เดินลงจากปราสาท ก็เห็นวิวสวยๆ ไม่แพ้กัน



ผ่านสวนสวยๆ



ทางผ่าน



ภายในโบสถ์ St.Nicholas



ภาพวาดและปูนปั้นสวยๆ



อลังการ



Create Date : 11 กรกฎาคม 2551
Last Update : 2 สิงหาคม 2551 10:02:40 น. 1 comments
Counter : 412 Pageviews.

 
สวยมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

บ้านเมืองเค้าดูมีศิลปะอยู่ทุกซอกทุกมุมเลย

น่าไปสุดๆเลยค่ะ


โดย: cherry (ความสวยเปล่งประกายในสายลมหนาว ) วันที่: 11 กรกฎาคม 2551 เวลา:15:28:38 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




...To Die For ARASHI...
Matsumoto Jun
Sakurai Sho
Ninomiya Kazunari
Aiba Masaki
Ohno Satoshi
Let's celebrate 10th anniversary of ARASHI...!!

Web Theme Song--7 things by Miley Cyrus









Everything by Arashi
Friends' blogs
[Add 's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.