|
|
| | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
ไตเติล ตอนที่ 6 ไม้จริง อัดประสาน
ย้อนกลับไป เมื่อประมาณ 30 ปีก่อน
สายน้ำ ในแม่น้ำ ไหลเชี่ยวกราก เหนือลำน้ำ เต็มไปด้วย เรือยนต์ และ ท่อนซุง ลอยเป็นแพ
สมัยก่อน ป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ต้นไม้ ที่ถูกตัดเป็นซุง แต่ละท่อน ล้วนลำต้นอวบใหญ่ ยาวระฟ้า
เมื่อซุง ถูกเปิดปีก ขึ้นม้าไม้ ไม้ที่ถูกแปรรูป นำมาใช้แต่ละท่อน
มีหน้ากว้างอย่างน้อย ก็ 8" ยาวไม่น้อยกว่า 2 เมตร เป็นอย่างต่ำ
แต่เมื่อปริมาณไม้ ถูกตัดใช้ไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการรองรับ ปริมาณการใช้งาน
ที่นับวัน มีแต่จะเพิ่มมากขึ้น ทำให้ ต้นไม้ต่างๆ เริ่มหายาก หรือไม่
ก็มีขนาดเล็กลงไป ทุกที ทุกที และทุกที 
แน่นอน มนุษย์ต้องมีการพัฒนา แต่เป็นการพัฒนา เชิงไม่ค่อยสร้างสรรค์ซะเท่าไหร่
เรา จึงมีการพัฒนา ให้ไม้ที่เหลือเพียงท่อนเล็กๆ ให้ใหญ่ และยาวขึ้นได้
โดยใช้วิธีการอัดประสาน ซึ่งจะมี 3 กระบวนการ ที่เรารู้จักกันดี
1.การอัดประสานตรง (laminate Board)
เป็นกระบวนการ ที่กำเนิดขึ้นมาก่อน เพื่อให้ไม้ มีหน้ากว้างที่ใหญ่ขึ้น ให้ขนาดเพียงพอใช้งาน
โดยการทากาว ที่ขอบสันความหนาของไม้แต่ละท่อน ประกบติดกัน จนได้หน้ากว้างตามต้องการ
โดยใช้แม่แรงบีบอัด หรือในโรงงาน ที่พบได้บ่อย จะใช้เครื่องอัดชิงช้า ซึ่งมีหลายแขน
สามารถอัดเพาะ ได้จำนวนหลายๆแผ่น หรือไม่ก็
เครื่องจักรรุ่นใหม่ ที่สามารถ ไส, ทากาว, อัด, อบ เสร็จในเครื่องเดียว ในระยะเวลาสั้น
ในกรณี การอัดประสานทั้งหมดนั้น พระเอกของเรื่องตัวจริง คือ กาว
ความแข็งแรง จะอยู่ที่กาว และการบีบอัด ซึ่งบางครั้งไม่เพียงพอ
จึงได้มีการเพิ่มความแข็งแรง โดยวิธีเสริมลิ่ม หรือรางลิ้นในตัว เข้าไปด้วย
จริงๆแล้ว วิธีการนี้ ถูกพัฒนามาจากการปูพื้นไม้ต่างๆ นำมาประยุกต์ใช้กับงานเฟอร์นิเจอร์
ตัวอย่างงาน ที่เราเห็นกันบ่อยๆ ก็คือ แผ่นไม้จริง ซึ่งเราจะเห็นขายกันในสโตร์
ที่นำมาทำเป็นชั้นวางของต่างๆ นั่นแหละครับ
2.ไม้ฟิงเกอร์จ๊อยท์ (Finger Joint)
หรือไม้โครงจ๊อยท์ ที่เราทั่วไปรู้จักกัน เวลาทำงานขึ้นโครง
(จำคำเรียก ฟิงเกอร์จ๊อยท์ ไว้ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะมีเรื่องพูดถึงไม้จ๊อยท์อีกประเภท)



กระบวนการจ๊อยท์ เป็นกระบวนการ ที่สร้างสรรค์ขึ้นมาหน่อย
กระบวนการนี้ เกิดขึ้นในอีกรูปแบบ ที่ไม่เหมือนวิธีแรก
ซึ่งวิธีแรกนั้น เป็นการเพิ่มหน้ากว้าง แต่อันนี้ เป็นการเพิ่มความยาวครับ
โดยสาเหตุหลัก เช่นกัน ก็คือ ต้นไม้เล็กลง ซึ่งหมายถึงสั้นลงด้วย
สาเหตุต่อไป ซึ่งเป็นข้อดี นั่นคือเป็นการช่วยบริหารเศษเหลือ ของไม้ที่ใช้งาน
หลังจากเหลือเศษหัวไม้ ในการผลิต ในโรงงานเฟอร์นิเจอร์ ทั้งหลายด้วย
ก็เลยต้องหากระบวนการ เพิ่มความยาวขึ้นให้ได้
แต่การเพิ่มความยาว ถ้าทากาวที่หัวไม้ เพียงอย่างเดียว
หัวไม้ เป็นด้านที่ดูดซึมความชื้นได้ดีที่สุด รวมถึงเนื้อกาวที่ทาลงไปด้วย
ถึงจะพัฒนากาวให้ดีขึ้นแค่ไหน แต่กาวก็ยังไม่สามารถ ทำให้รอยต่อแข็งแรง
เพราะหัวไม้ จะดูดซึมเนื้อกาวเข้าไปหมด ก่อนที่กาวจะเซ็ตตัว ยึดติดไม้
ดังนั้น การพัฒนา จึงมุ่งเน้นไปทางให้มีหน้าสัมผัสกาวด้านข้างของไม้
จึงเกิดการตีหัวไม้ เป็นลักษณะฟันปลา เพื่อให้เกิดหน้าสัมผัสกาว ที่ไม่ใช่ด้านหัวไม้แทน
โดยตีหัวไม้แต่ละท่อน เป็นฟันสลับ ใช้ใบมีด 2 ใบ แยกเป็นใบมีดตัวผู้-ใบมีดตัวเมีย ทากาวในร่องฟัน อัดต่อเข้าไป
เมื่อเสร็จแล้ว เราจะเห็นรอยฟันปลา อยู่ที่หน้ากว้างของไม้ท่อนนั้น
ไม้รูปแบบนี้ เราจะพบเห็นกันได้บ่อย ในงานรับเหมา มักนำไปใช้งาน ที่เรียกว่า ไม้จ๊อยท์ นั่นแหละครับ
ไม้พวกนี้ จะมีข้อดี ในเรื่องการบิด-โก่ง จะน้อยกว่าไม้จริง
แต่มีข้อควรระวังที่รอยต่อจ๊อยท์ ถ้าฟันต่อไม่สนิท,กาวไม่ดี ความแข็งแรงจะลดหาย หักได้โดยง่าย
3.ไม้บัทจ๊อยท์ (Butt Joint)

กระบวนการผลิต คล้ายกับฟิงเกอร์จ๊อยท์ครับ
เพียงแต่ รอยฟันปลา จะไปเห็นที่ขอบสันความหนา ของไม้แทน
ไม้ลักษณะนี้ จะเห็นได้ในงานพวกขาชั้นวางหนังสือ หรือ งานโต๊ะกินข้าว ของโพเดียม
ที่ใช้บัทจ๊อยท์ มาอัดเพาะ เป็นพื้นโต๊ะกินข้าวอีกที ซึ่งจะมองเห็นเฉพาะรอยต่อตรงด้านบนเท่านั้น
เพียงแต่ ไม้บัทจ๊อยท์ จะมีโรงงานผลิตน้อยกว่า ไม้ฟิงเกอร์จ๊อยท์
เนื่องจาก เครื่องจักร ที่เข้ามาตอนแรก จะเป็นฟิงเกอร์จ๊อยท์ ซะส่วนใหญ่
ซึ่งไม่สามารถผลิต บัทจ๊อยท์ได้ เพราะรูปแบบการขึ้นรูปฟัน คนละทาง
ทั้งหมด คือ หลักๆ ของการอัดประสานไม้ ที่พบเห็นได้มากกว่า วิธีอื่นๆ
ที่ผมเน้น คำว่า ไม้จริง เนื่องจาก ไม้ทุกชนิด สามารถ ใช้วิธีเหล่านี้ได้ ไม่จำเพาะเฉพาะไม้ยาง หรือไม้สักนะครับ
เช่นเคยครับ เข้ามาแล้ว อย่าลืมแวะทักทายกันบ้างนะครับ
| Create Date : 08 ธันวาคม 2551 |
| Last Update : 20 สิงหาคม 2558 0:55:16 น. |
|
0 comments
|
| Counter : 6809 Pageviews. |
 |
|
|
|
|
|
|
|
Location :
[ดู Profile ทั้งหมด]
|
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 19 คน [?]

|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|