work&travel #8 (flagstaff)
เวลาประมาณ 5 ทุ่ม ของวันแรก ผมก็มาถึงสถานีนึง ที่นี่เราเจอปัญหาครับ คือทางสถานีขายตั๋วให้กับคนที่จะไปเมืองฟินิกส์ (เมืองที่ถัดจากสถานีปลายทางของเรา) โดยขายเกินที่นั่ง เขาไม่ยอมโคกับสถานีต้นทางว่าจำหน่ายตั๋วให้ทั้งหมดกี่ใบแล้ว ผู้โดยสารที่ลงระหว่างทางมีกี่คน ผู้โดยสารขึ้นมาระหว่างทางกี่คน ทำให้จำนวนผู้โดยสารมันเกินรถ สรุปคือต้องแย่งกันต่อแถวแย่งกันไป

สถานีนี้บรรยากาศละม้ายคล้ายหัวลำโพงมาก เต็มไปด้วยผู้คนที่นั่งตามทางเดิน ผมจำไม่ได้ว่าชื่อว่าสถานีอะไร รู้แต่ว่าเราใกล้จะถึง flagstaff เต็มที เพราะถ้าถึงเช้าเมื่อไหร่นี่ก็จะเป็นวันที่ 2 แล้ว สุดท้ายต้องแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มนึงไปก่อนแล้วอีกกลุ่มนึงจะตามไปทีหลัง กว่าจะได้เดินทางต่อเสียเวลาไปหลายชม. มากๆ

ระหว่างการเดินทาง ผมก็ได้เห็นหิมะ ตื่นเต้นดี อืมหิมะมันเป็นแบบนี้เองสินะ ซึ่งจากความรู้สึกคือไอ้ที่มันตกลงมบนพื้นแล้วมันเหมือนน้ำแข็งในตู้เย็นช่องฟรีซจริงๆ พอไปถึงสถานี flagstaff ก็เป็นเวลากลางคืน ที่จริงเราจะถึงสถานีปลายทาง ในตอนบ่ายๆ แต่เพราะไปเสียเวลาในการรอรถที่สถานี่ก่อนหน้านั้น ทำให้เราถึงจุดหมายปลายทางช้าลงมาก แล้วที่แย่กว่านั้นคือ กระเป๋าของเพื่อนบางคน มันยังมาไม่ถึงด้วยเหตุผลที่ว่ากระเป๋าจะไม่ได้มารถคันเดียวกันกับที่เรานั่งเสมอไป บางคันบรรจุไม่หมด เขาจะฝากกระเป๋ามาในคันถัดไป เราก็ต้องรอ ก็คิดว่าไม่เป็นไร นอนรอมันที่สถานีนี้ก็ได้ ผมเลือกม้านั่งยาวเป็นที่นอนจัดแจงเอาเป๋มาหนุน แล้วก็หลับไป

หลับไปได้ประมาณครึ่งชั่วโมง ความเฮียก็บังเกิด เมื่อสถานีอันอบอุ่นที่เรากำลังซุกหัวอยู่นี่ มันไม่ได้เปิด 24 ชม. เหมือนสถานีอื่นๆ มันดันปิดตอน 4 ทุ่ม ซะงั้น (ประมาณนะครับ) พนักงานก็เดินมาบอกว่าพวกคุณต้องออกไป เพราะที่นี่จะปิดเพื่อทำความสะอาดจะเปิดอีกทีตอนเช้า อืมมม........ ในใจคิด แล้วพวก กรู จะไปสิงสถิตอยู่ที่ไหนหละวะ เอาไปก็ไป ตอนที่พวกเราออกจากสถานี มี คนจรจัด เดินมาขอเงิน ขอกันดื้อเลยๆ ผมสังเกตุเห็นที่เอว มันเหน็บ มีดด้วย แต่เหมือนพวกเราเยอะ พอบอกไม่มี มันก็ไม่ทำอะไร แต่ยังคงเดินตาม เพื่อนคนนึงเลยเดินเข้าในสถานีฟ้องพนักงานซะงั้น ซึ่งพนักงานมันก็แสนดีมาก โทรแจ้งตำรวจให้เลย (จะแสนดีสุดๆถ้าไม่ไล่พวกเราออกจากสถานี)

หลับตาแล้วนับหนึ่งถึง 1-100 ตำรวจก็มาครับ มาไวจริงๆ น่าชื่นชมมาก และในขณะที่คุณตำรวจ เดินเข้ามาหาพวกเรา เราก็เล่าเหตุการณ์ให้ฟัง เขาถามว่าเราเป็นอะไรไหม เราบอกไม่เป็นไร เขาแค่มาขอเงิน ตำรวจก็แนะนำให้รีบออกไปจากแถวนี้ เขาจับไม่ได้เพราะคนจรจัดยังไม่ได้ทำอะไรพวกเรา ทำได้แค่ยึดมีด ในขณะที่คุณตำรวจเข้าไปค้นตัวและก็เจอมีดจริงๆ เราก็รีบเดินออกมาตามถนน สองมือก็ลากกระเป๋าเดินทุลักทุเล หนาวก็หนาว หนาวจนรู้สึกคันมือ แสบหน้าแสบตาไปหมด ตาก็มองหาโรงแรม ซึ่งเดินเป็นกิโลก็ไม่มี



Create Date : 15 มิถุนายน 2555
Last Update : 15 มิถุนายน 2555 18:57:44 น.
Counter : 1131 Pageviews.

2 comments
  
เอารูปลงให้ดูบ้างสิ :)
โดย: IzaAII วันที่: 28 มิถุนายน 2555 เวลา:21:12:57 น.
  
ขี้เกียจเขียนต่อแล้วงับ พักไว้ที่เท่านนี้นะ
โดย: คนัคเกิ้ล วันที่: 7 กันยายน 2555 เวลา:23:39:49 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Mangoyawn Lemonyell
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



มิถุนายน 2555

 
 
 
 
 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
15 มิถุนายน 2555