work&travel #4 (on the way2)
หลังจากแวะพักที่ ฮ่องกง ประมาณ สองชั่วโมง คราวนี้เราต้องบินยาวไปนิวยอร์กแล้วหละ จาก HK - NYC JFK ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15-16 ชั่วโมง บนเครื่องหลังพนักพิงจะมีจอทีวีเล็กๆ มีหนังให้ดู มีเกมส์ให้เล่น ก็พอจะแก้เบื่อได้บ้าง แต่สำหรับผมมันน่าเบื่อสุดๆ หนังไม่มีซับไทย ซับอังกฤษก็ไม่มี เกมส์ก็ติงต๊อง หลังจากสำรวจจอทีวีอยู่สักพักก็ค้นพบว่ามันมีข้อมูลการบินให้ดูด้วย เราอยู่ตรงไหนแล้ว มีพิกัด มีภาพใต้เครื่อง โอโหเจ๋งสุดๆ แต่ภาพใต้เครื่องเห็นแต่ไฟสีแดงๆกระพริบปริบๆ แค่นั้น ดูเข็มนาฬิกาหมุนยังเพลินกว่าเลย สรุปหลับดีกว่า

อาหารบนเครื่องจะเสิร์ฟ 3 มื้อ แต่ละมื้อก็มีให้เลือก หมู ไก่ ปลา เนื้อ ซึ่งรายละเอียดของมันผมก็จำไม่ค่อยได้นะครับขออภัย จะมีน้ำให้บริการตลอด น้ำอัดลม น้ำผลไม้ เบียร์ กาแฟ ชา น้ำเปล่า ประมาณนี้ แล้วก็จะมี มาม่าให้สั่งได้ด้วย ถ้าเบื่อจัดๆ ขอไพ่เล่นได้ด้วยแหนะ หรืออาจจะขออะไรได้มากกว่านี้ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ด้วยความโง่+อายทำให้ผมได้กินแต่อาหารหลักๆที่แอร์จะมาสะกิดแล้วถามเท่านั้น จะสั่งมาม่าขอไพ่มาเล่นก็ไม่รู้จะพูดยังไง สรุปก็กินๆ นอนๆ จนเครื่องถึงสนามบิน NYC JFK

พอเครื่องใกล้จะถึง ผมเลยเปิดดูจอทีวีดูภาพใต้เครื่อง ก็เห็นเป็นไฟหลากสี ดูแล้วรู้สึกตื่นเต้นดี ก่อนถึงแอร์จะเดินแจกบัตรอะไรสักอย่างให้เรากรอก ไว้ใช้ยื่นกับ ตม. ของที่นู่น ซึ่งผู้โดยสารบางคนก็เอาบางคนก็ไม่เอา แน่นอนครับ ผมเอาไว้ก่อน เกินดีกว่าขาดจริงไหม ถึงไม่รู้ว่ามันเป็นใบอะไรก็ตาม พอจะออกจากเครื่องแอร์ก็มายืนต้อนรับ อ้าวแอร์สวัสดีเป็นภาษาไทยเฉยเลย(แล้วเมื่อกี้คุณจะ พอร์ค บีฟ ชิดเก้นทำไมวะครับ) สรุปผมผิดเองครับไม่ดูป้ายชื่อเธอดีๆ ว่าเป็นคนไทย

พอออกจากงวงช้างมาอากาศหนาวมากครับ หนาวจนผมรู้สึกคันมือเลยทั้งๆที่ใส่ถุงมือ ความรู้สึก ณ ตอนนั้น หนาว ตื่นเต้น สับสน กังวล เบลอ งง ต้องทำอะไรแล้วไงต่อ คำถามปุดขึ้นเป็นดอกเห็ดแล้วไอ้ใบที่ถืออยุ่ในมือคืออะไรกรอกตรงไหน สุดท้ายก็ลอกเพื่อนตามเสต็ป ใบที่ให้เรากรอกนี้ก็เป็นข้อมูลของเราคราวๆเพื่อใช้ยื่นให้ ตม. พร้อมกับวีซ่า เอกสารนู่นนี่ (ยุ่งจังนะประเทศนี้)

หลังจากยื่นเอกสารเสร็จสับก็ไปยืนรอกระเป๋า อดสงสัยไม่ได้เหมือนกันว่าถ้าเกิดมีพวกมั่วนิ่มหยิบสลับจะทำยังไง แต่ไม่เป็นไรครับด้วยความบ้านนอกของผมจัดการเอาผ้าสีแดงผืนใหญ่มากผูกโดดเด่นเห็นแต่ไกล นั่นไงกระเป๋าผม 555+ ความแตกต่างแรกที่เจอคือ สุวรรณภูมิบ้านเรารถเข็นกระเป๋าใช้ฟรี แต่ที่นี่เสียตังซะงั้น แล้วที่ยิ่งไปกว่านั้นด้วยความไม่รู้ นึกว่ามีลุงใจดี เข็นกระเป๋าให้เรียกแท๊กซี่ให้อีก พอถึงที่เขาก็ขอเงินเราแบบงงๆ เราก็รวมตังค์ให้เขาแบบงงๆ ได้ประมาณ 7 เหรียญมั้ง เพระบางคนก็ไม่ได้แลกเป็นเงินย่อยมาซึ่งผมแลกไปแบงค์เล็กสุดคือ 20 ซึ่งผมก็คิดในใจนะ เยอะไปป่าว - -" นับเป้นค่าโง่อันแรกที่เสียไป

เอาหละจุดมุ่งหมายต่อไปคือ โรงแรม THE NEW YORKER ไปเองโดยที่เอเยนต์ของโครงการ รออยู่ที่นั่น...

ป.ล.เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย เรื่องเงินดอลล่า หน่วยเล็กที่สุดของที่นั้น คือ 1 เซนต์ ซึ่ง 100 เซนต์ก็จะมีมูลค่า = 1 ดอลล่าร์ โดยเหรียญที่มีจะมีเหรียญ 1เซนต์ (เรียกว่าเพนนี) เหรียญ 5เซนต์ (เรียกว่านิกเกิล) เหรียญ 10เซนต์ (เรียกว่าไดม์ *1ไดม์ = 3 บาท) เหรียญ 25เซนต์ (เรียกว่า ควอเตอร์) เหรียญ 50เซนต์ (เรียกว่า ฮาล์ฟดอลล่า) เหรียญ 1ดอล่า (เราก็เรียกว่า 1เหรียญ) ที่พิเศษสุดคือเหรียญ 25เซนต์ (ควอเตอร์) เพราะว่าด้านหลังของเหรียญจะมีสัญญลักษณ์แทนรัฐต่างๆของอเมริกาอยู่ 50รัฐ นับว่าน่าสะสมมากๆ ส่วนแบงค์ที่นี่จะมี แบงค์ 1,2,5,10,20,50,100 ซึ่งอัตตราการแลก แบงค์ 100ดอลล่าร์ เป็นเงินไทย จะมี rate ที่สูงกว่าชาวบ้านเขา (เฉพาะบางธนาคาร) ฉะนั้นเวลากลับเอาแบงค์ร้อยกลับมาเยอะๆหละ อย่าดูถูกความแตกต่างเพียงเล็กน้อยเชียว :P

ป.ล.2ข้อมูลที่ผมเขียนทั้งหมดนี้ และที่กำลังจะเขียนต่อไปเขียนจากความทรงจำนะครับ ถ้าตรงไหนผิดพลาด ผมขออภัยด้วยนะ แล้วถ้าตรงไหนผมนึกไม่ออกจริงๆก็จะไม่เขียนถึงเพราะไม่อยากมั่วขึ้นมาเอง :)



Create Date : 27 พฤษภาคม 2555
Last Update : 28 พฤษภาคม 2555 14:19:27 น.
Counter : 741 Pageviews.

1 comments
  
นึกถึงสมัยเด็กๆที่แม่ส่งไปเรียนซัมเมอร์ กับตอนแอบหนีไปเที่ยวมาเลคนเดียว ;P
โดย: IzaAII วันที่: 27 พฤษภาคม 2555 เวลา:21:24:27 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Mangoyawn Lemonyell
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



พฤษภาคม 2555

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
19
20
21
23
29
30
 
 
27 พฤษภาคม 2555