ปัญหาทุกอย่าง มีทางออกเสมอ
Group Blog
 
 
เมษายน 2550
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
17 เมษายน 2550
 
All Blogs
 
รวบรวมเรื่อง ขำขำ มากมาย หลายรสชาติ จ้า Vol 3.

ชื่อเรื่อง : นักบวช สามหนุ่มชาวไอริช ซึ่งเป็นตัวเก็งที่จะได้เป็นนักบวช ผู้คุ้มกฏบอกว่า เขาทั้งสามจะต้องผ่านการทดสอบขั้นสุดท้ายเสียก่อน ซึ่งก็คือ การทดสอบเรื่องการละเว้นเรื่องเพศ ว่าแล้วผู้คุ้มกฏก็สั่งให้ทั

นักบวช สามหนุ่มชาวไอริช ซึ่งเป็นตัวเก็งที่จะได้เป็นนักบวช ผู้คุ้มกฏบอกว่า เขาทั้งสามจะต้องผ่านการทดสอบขั้นสุดท้ายเสียก่อน ซึ่งก็คือ การทดสอบเรื่องการละเว้นเรื่องเพศ ว่าแล้วผู้คุ้มกฏก็สั่งให้ทั้งสามถอดเสื้อผ้าทั้งหมด แล้วเอากระดิ่งเล็กๆ มัดไว้ที่ปลายอวัยวะเพศ สาวสวยก็เข้ามาในชุดนักเต้นนุ่งน้อยห่มน้อย หล่อนเต้นอย่างเร่าร้อนรอบๆ หนุ่มคนแรก *กริ๊ง กริ๊ง* "โอ้ แพทริค" ผู้คุ้มกฏกล่าว "ฉันเสียใจจริงๆ ที่เธอไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ไป...ไปอาบน้ำเย็น และสวดให้กับความอ่อนแอของเธอ" แพทริคเดินก้มหน้าไป นักเต้นเริ่มเต้นรอบหนุ่มคนต่อมา พร้อมๆกับค่อยเปลื้องผ้าออกทีละชิ้น ทันทีที่ชิ้นสุดท้ายหล่น *กริ๊ง กริ๊ง* "โจเซฟ..โจเซฟ" ผู้คุ้มกฏถอนหายใจ "เธอก็ไม่มีความอดทนเช่นกัน ไปอาบน้ำเย็นกับ แพทริค แล้วร่วมสวดขอขมา" สาวนักเต้นเริ่มเต้นเปลือยต่อหน้าหนุ่มคนสุดท้าย ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หล่อนเบียดร่างขึ้นลงแนบตัวเขา แต่ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ในที่สุดหล่อนก็หมดความพยายาม "ไมเคิล ไอ้ลูกชาย ฉันภูมิใจในตัวเธอมาก" นักบวชกล่าว "เธอเท่านั้นที่เหมาะสมกับการเป็นนักบวช เอาหล่ะ ไปอาบน้ำร่วมกับเพื่อนผู้อ่อนแอทั้งสองของเธอได้แล้ว" *กริ๊ง กริ๊ง*

ชื่อเรื่อง : ในเช้าวันหนึ่ง มีสามี-ภรรยาหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ได้ฝึกซ้อมตีกอล์ฟอยู่ที่สนามหน้าบ้าน ในขณะที่สามีหนุ่มสอนภรรยาสาวตีกอล์ฟ เธอได้หวดถูกลูกกอล์ฟเต็มเหนี่ยว ลูกปลิวไปทะลุกระจกหน้าต่างของบ้านหลังตรงข้ามเสี

ในเช้าวันหนึ่ง มีสามี-ภรรยาหนุ่มสาวคู่หนึ่ง ได้ฝึกซ้อมตีกอล์ฟอยู่ที่สนามหน้าบ้าน ในขณะที่สามีหนุ่มสอนภรรยาสาวตีกอล์ฟ เธอได้หวดถูกลูกกอล์ฟเต็มเหนี่ยว ลูกปลิวไปทะลุกระจกหน้าต่างของบ้านหลังตรงข้ามเสียงดังเพล้ง เมื่อทั้งคู่ตามไปชะเง้อมองดูผลงานของตนเองก็ใจหายวาบ เพราะเห็นมีตะเกียงโบราณแตกอีกดวงหนึ่งด้วย จากนั้นเพียงชั่วอึดใจหนึ่ง มีชายร่างใหญ่ซึ่งทั้งสองไม่เคยพบเห็นมาก่อน เดินออกมาจากบ้านหลังนั้น ทั้งสองสามีภรรยาละล่ำละลักขอโทษขอโพยเป็นพัลวัน หมอนั่นหัวร่อโฮ่ๆๆๆ แล้วว่า เจ้าไม่ต้องตกใจ ข้าต่างหากต้องขอบใจที่เจ้าทำให้ข้าออกมาจากตะเกียงได้ “เจ้ายักษ์กับตะเกียงวิเศษ” สามีร้องเสียงดัง เจ้ายักษ์รีบแจงว่า ทั้งคู่จะได้รับสุดยอดปรารถนา 3 ประการขอให้บอกมาได้เลย สามีบอกว่า "อยากได้เงินหมดทั้งโลก" เจ้ายักษ์ตอบว่า ในวันนี้ของทุกเดือนตัวเลขในบัญชีเงินฝากของท่านจะงอกเงย ครั้งละหลายล้านดอลลาร์ "์ ส่วนภรรยาบอกว่า "อยากช้อปปิ้งฟรี" เจ้ายักษ์ตอบว่า "พรุ่งนี้ท่านไปซื้อของที่ห้างไหนก็ได้ ทุกห้างจะไม่คิดเงินท่าน" แล้วเจ้ายักษ์ก็ถามว่า "แล้วพรอย่างที่ 3 ล่ะ พวกท่านปรารถนาสิ่งใด" สามีคิดไม่ออก จึงย้อนถามว่า "แล้วเจ้าล่ะต้องการสิ่งใด หรือเปล่า นอกจากการได้รับ อิสรภาพแล้ว" เจ้ายักษ์ตอบว่า "อืมมม...อันที่จริง ข้าห่างเหินเพศรสของอิสตรีมานานเหลือแสน ... ถ้าท่านให้ข้ายืมภรรยาก็จะไม่ลืมพระคุณเลย" ฝ่ายหนุ่มสาวคู่สามี-ภรรรยา เมื่อได้ยินความต้องการของเจ้ายักษ์ ทั้งคู่ก็หันหน้าเข้าปรึกษากัน แล้วก็ลงมติว่า ไหนๆ เจ้ายักษ์ก็ให้ในสิ่งที่อยากได้หมดแล้ว นึกว่าเห็นใจมันก็แล้วกัน แล้วตอบตกลงกับเจ้ายักษ์ เจ้ายักษ์กระหยิ่มยิ้มย่อง กอดตระกองประคองพาแม่ภรรยาสาวรูปงามของชายหนุ่ม เข้าไปในบ้านหลังดังกล่าว สองชั่วโมงแห่งความหฤหรรษ์ของเจ้ายักษ์และฝ่ายภรรยาสาวผ่านไป ในขณะที่สามีหนุ่มก็เฝ้ายืนรออย่างกระวนกระวายใจ เจ้ายักษ์เอียงคอไปถามเธอขณะนอนแผ่หราหมดแรงว่า สามีเธออายุเท่าไหร่แล้ว เธอตอบว่า 25 “ฮ่า ฮ่า ฮ่า” .........เจ้ายักษ์หัวเราะน้ำหูน้ำตาไหล "โตจนป่านนี้แล้วยังเชื่อเรื่องยักษ์ในตะเกียงอีกเหรอ !!!..." ภรรยาสาว @x$%Z?*<@ ????????


ชื่อเรื่อง : ห้องน้ำชาย VS ห้องน้ำหญิง วันหนึ่ง สมชาย เกิดปวดท้องขนาดหนัก หลังจากวิ่งหาห้องน้ำสาธารณะอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเขาก็เจอเป้าหมายที่ต้องการจนได้ แต่…โชคไม่เข้าข้างเขาแม้แต่น้อย หลังจากที่สมชายตรง
ห้
องน้ำชาย VS ห้องน้ำหญิง วันหนึ่ง สมชาย เกิดปวดท้องขนาดหนัก หลังจากวิ่งหาห้องน้ำสาธารณะอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเขาก็เจอเป้าหมายที่ต้องการจนได้ แต่…โชคไม่เข้าข้างเขาแม้แต่น้อย หลังจากที่สมชายตรงดิ่งเข้าไปในห้องน้ำชายและสำรวจทุกห้องที่มีอยู่ ปรากฏว่าห้องทั้งหมด ล้วนแต่กำลังมีคนใช้ทั้งสิ้น หลังจากที่เขาเดินกระวนกระวายอยู่หลายนาที มีหญิงสาวคนหนึ่งสังเกตเห็นเข้า เดาได้ไม่ยากว่าสมชายกำลังประสบกับปัญหาทุกข์หนักเช่นใด หญิงสาวจึงตรงเข้ามาหาพร้อมกับพูดด้วยความเห็นใจว่า “คุณคะ ๆ ห้องน้ำหญิงว่างอยู่ค่ะ” “แต่ว่า…อ่า…” สมชายยังมีอาการลังเล “ชั้นเห็นใจค่ะ ชั้นยินดีจะเฝ้าเอาไว้ให้ ถ้าคุณจะสัญญา กับชั้น 3 ข้อ” หญิงสาวยื่นเงื่อนไข “ครับ ๆ ๆ ๆ…ผมตกลง สัญญาอะไรบ้างครับ” สมชายรับปากด้วยความเต็มใจยิ่ง เนื่องจากอะไรต่อมิอะไรในท้องกำลังจะระเบิดออกมา ให้ขายขี้หน้าอยู่มะรอมมะร่อ “ข้อแรก คุณต้องรีบใช้ห้องน้ำให้เร็วที่สุดในระหว่างที่ชั้นเฝ้าให้ เพราะว่าชั้นอยู่เฝ้าได้ไม่นาน เดี๋ยวอาจจะมีสุภาพสตรีที่ต้องการใช้ห้องน้ำมาที่นี่ แล้วเธออาจจะตกใจได้ถ้าเจอคุณอยู่ในนั้น” หญิงสาวเอ่ยขอคำสัญญาข้อแรก “อูยยย…เร็ว ๆ ครับ รีบบอกข้อ 2 ข้อ 3 มาด่วนเลย” “ข้อ 2 คุณต้องใช้ห้องน้ำหญิงอย่างสะอาด ห้ามทำให้เลอะเทอะสกปรกเด็ดขาด พวกผู้ชายน่ะ ชอบใช้ห้องน้ำสกปรก” “ข้อ 3 มาเลยครับ เร็ว ๆ ๆ ๆ” “ข้อสุดท้ายนี้สำคัญที่สุด คุณต้องสัญญาว่า ห้ามกดปุ่มใด ๆ ทั้งสิ้นในห้องน้ำหญิง นอกเหนือจากปุ่มชักโครก” ซึ่งข้อสุดท้ายนี้ สมชายแม้ค่อนข้างจะงง ๆ ว่า มันจะมีปุ่มอะไรในห้องน้ำหญิง แต่เขาก็รับคำเนื่องจากปวดท้องจนทนไม่ไหวแล้ว “โอเคครับ โอเค….” ว่าแล้วสมชายก็วิ่งปร๊าดเข้าไปในห้องน้ำ ปิดประตูปัง หลังจากนั้นเสียงปู้ดป้าดก็ตามมาสนั่นหวั่นไหว หลังจากกิจธุระอันหนักหน่วงเรียบร้อย สมชายจึงมีโอกาสได้เหลียวมองพิจารณาบรรยากาศในห้องเล็ก ๆ โดยรอบ มันก็ไม่ต่างกับห้องน้ำชายสักเท่าไรนะ…สมชายนึกในใจ แต่แล้ว เขาก็อดทำหน้าสงสัยไม่ได้ เมื่อเขาพบกับปุ่มแปลกประหลาดจำนวน 3 ปุ่ม สีเขียว สีฟ้าและสีแดงอยู่ที่ผนังห้องน้ำ มันปรากฏอักษรย่อที่ปุ่ม ติดว่า “น.อ.” ที่ปุ่มสีเขียว “พ.ล.” ที่ปุ่มสีฟ้า และก็ “ด.ผ.อ.น.ม.” ที่ปุ่มสีแดง “เอ…ที่ห้องน้ำชายมันไม่ยักมีปุ่มพวกนี้นี่หว่า” สมชายคิด ด้วยความอยากรู้อยากเห็น อดไม่ได้ที่ต้องล่วงละเมิดคำสัญญาลองกดปุ่มแรกที่เขียนว่า “น.อ.” ดู ทันใดนั้น สิ่งน่าประหลาดใจก็เกิดขึ้น ปรากฏมีสายน้ำอุ่นพุ่งขึ้นฉีดล้างทำความสะอาด ก้นของเขาอย่างนุ่มนวล แผ่วเบา และอุ่นสบาย “โอ้โห น.อ. ย่อมาจากน้ำอุ่นนี่เอง ทำไมห้องน้ำขายไม่มีอย่างนี้บ้างวะเนี่ย” สมชายนึกอิจฉาอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับห้องน้ำหญิง เสียไม่ได้…”ไหน ๆ ลองอีกปุ่มดูซิ” หลังจากกดปุ่มที่เขียนว่า “พ.ล.” ทันใดนั้น ก็มีสายลมพัดพุ่งตรงใส่ก้นของเขา เป่าให้แห้งอย่างนุ่มนวล แผ่วเบาและอุ่นสบายเช่นเคย “โอ้โห แจ๋วจริงๆ เลย พ.ล.แปลว่าพัดลมนั่นเอง ทำไมห้องน้ำชายไม่มีอย่างนี้บ้างวะเนี่ย สุดยอด ๆ “ สมชายอดรำพึงขึ้นมาไม่ได้ และแล้ว แน่นอนว่า สมชายอดไม่ได้ที่จะลองกดปุ่มที่มีอักษรย่อยาวที่สุดว่า “ด.ผ.อ.น.ม.” ว่าแล้วเขาก็เอื้อมมือไปกดปุ่มสุดท้าย พลางนึกว่าปุ่มนี้น่าจะเป็นทีเด็ดสุดยอดแน่ ๆ ทันใดนั้น เกิดเหตุการณ์รวดเร็วราวกับสายฟ้าแล่บขึ้นมา สมชายมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ฟื้นขึ้นที่โรงพยาบาล ทันทีที่ลืมตาขึ้น เขาก็ถามพยาบาลที่อยู่ตรงหน้าทันทีว่า… ”นี่มันที่ไหนกัน ผมอยู่ที่ไหนเนี่ย เกิดอะไรขึ้น ผมจำได้ว่าผมเข้าไปใช้บริการที่ห้องน้ำหญิงมา แล้วผมมาอยู่นี่ได้ไง” “คุณอยู่ที่โรงพยาบาลค่ะ ที่คุณต้องมาอยู่ที่นี่ก็เพราะว่าคุณไปกดปุ่มสีแดงเข้านะซิ” เมื่อเห็นสมชายทำหน้างง พยาบาลสาวนางนั้นจึงเฉลยว่า “ก็ปุ่มสีแดงที่มีอักษรย่อว่า “ด.ผ.อ.น.ม.” มันแปลว่า “ดึงผ้าอนามัย” ไง…" ”อ้อ…แล้วเสียใจด้วยนะคะ คุณหมอต่อให้คุณไม่สำเร็จค่ะ เครื่องมันจัดการดึงแล้วยัดลงชักโครกไปแล้วล่ะค่ะ”


ชื่อเรื่อง : เรื่องสนุกๆ ไม่คาดคิด ในร้านอาหารอิตาเลียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ นี่แหละครับ มีบัญชากับ มาลี สองสามีภรรยาเป็นเจ้าของ ทั้งสองคนช่วยกันทำมาหากินมีความสุขไปตามอัตภาพ เที่ยงวันหนึ่ง.... มี ชายตาบอด คนหนึ


เรื่องสนุกๆ ไม่คาดคิด ในร้านอาหารอิตาเลียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ นี่แหละครับ มีบัญชากับ มาลี สองสามีภรรยาเป็นเจ้าของ ทั้งสองคนช่วยกันทำมาหากินมีความสุขไปตามอัตภาพ เที่ยงวันหนึ่ง.... มี ชายตาบอด คนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน บัญชาซึ่งขณะนั้นอยู่หน้าร้านพอดี ก็รีบไปเปิดประตูต้อนรับพร้อมกับจัดที่นั่งดีที่สุด “จะรับอะไรไม่ทราบครับ“ บัญชาถาม พร้อมกับจัดเก้าอี้ให้เข้าที่เข้าทาง “คุณก็เห็นผมตาบอด อ่านเมนูของคุณไม่ได้ คงตอบอะไรคุณไม่ได้หรอกว่าอยากกินอะไร“ ชายตาบอดตอบและ...บอกต่อไปว่า “เอาอย่างนี้ คุณหาช้อนหรือส้อมที่ลูกค้าคนอื่นๆ ทานเสร็จมาให้ผมด้วยก็แล้วกัน” บัญชางง ไม่รู้ว่าชายตาบอดจะมาอีท่าไหน แต่...ก็ยอมทำโดยดี เขาหยิบส้อมจากโต๊ะ ข้างๆ ที่เพิ่งลุกออกไป แต่ยังไม่ได้เก็บโต๊ะมาให้ชายตาบอด ชายตาบอดรับส้อมจากมือบัญชาแล้วนำมาจ่อที่จมูกของตัวเอง “อืมมม... มักกะโรนีเนื้อราดด้วยซอส มะเขือเทศ “ ชายตาบอดตอบเหมือนมองเห็น “ผมเอานี่แหละช่วยทำให้ผมด้วย “ บัญชางงอีกเป็นคำรบสองเพราะไม่คาดคิดว่าชายตาบอดคนนี้จะมีความสามารถพิเศษล้ำลึกถึงเพียงนี้ เขาเดินเข้าครัว แล้วเล่าเรื่องนี้ให้ มาลีฟัง “ .....มาคราวหน้าเถอะฉันจะทดสอบดูว่าจะแม่นอย่างวันนี้หรือเปล่า” บัญชาบอกกับมาลีซึ่งเธอก็ได้แต่รับฟัง แต่...ไม่สนใจอะไรมากนัก หลังจากวันนั้นบัญชารอลูกค้าคนเดียวของเขา ซึ่งก็คือชายตาบอด แต่เขาต้องรอถึงสองสามอาทิตย์ และ....ทันทีที่เห็นลูกค้าคนสำคัญเข้ามาเขารีบวิ่งหาทันที เมื่อนั่งเรียบร้อยแล้ว บัญชายืนรอคำสั่งให้ไปหาส้อมมาให้ดมเมื่อชายตาบอดบอก “รอแป๊บหนึ่งนะครับ “ บัญชา พอเห็น .........เท่านั้นแหละบัญชารีบวิ่งเข้าไปในครัวบอกกับมาลีว่า “มาแล้ว...มาแล้ว.....เขามาแล้ว“ มาลีงง ” อะไรกัน .... “ "คนตาบอดมาแล้ว.....ฉันจะทดสอบเขาว่าคราวนี้แม่นจริงไหม และแน่ไหม...เอานี่” บัญชาพูด พร้อมกับยื่นส้อมอันหนึ่งให้มาลี “เธอเอามันถูกกับกางเกงในด้านหน้าของเธอนะ“ มาลีรับมาอย่างงงๆ ก่อนจะเลิกกระโปรงขึ้น เอาส้อมถูๆ ตามสามีบอกอย่างเสียมิได้ แล้วส่งคืนให้บัญชา เมื่อได้แล้วบัญชารีบวิ่งออกมาข้างนอกแล้วส่งส้อมให้ชายตาบอด บอดอัจฉริยะทำเหมือนครั้งก่อน คือ ดม...... คราวนี้เขาสูดหายใจลึกกว่าปกติ และดมหลายรอบมาก ก่อนจะยิ้มกว้างแล้วบอกว่า “....อืมม... ผมไม่รู้มาก่อนเลยนะนี่ว่า มาลี ทำงานที่นี่ด้วย”



ชื่อเรื่อง : คุณล่ะ....จะเลือกผลไม้อะไร

มีคนอยู่ 3 คนชื่อนายแดง นายเขียวและนายเหลือ ทั้ง 3 คนนี้ทำความผิดร้ายแรงจึงถูกยมบาลลงโทษ โดยยมบาลให้ทั้ง 3 คนเลือกผลไม้ที่คุณชอบมา 1 ชนิดและแต่ละชนิดต้องนำมา 10 ผล แล้วทำการลงโทษถ้าใครทำไม่ผ่านจะถูกประหารชีวิต แต่ยมบาลจะไม่บอกว่าจะลงโทษอย่างไร คุณล่ะเลือผลไม้อะไรเลือกไว้
-นายแดงจึงเลือก..ส้ม... ยมบาลจึงให้นายแดงเอาส้มใส่ลงไปในทวารของตนเอง นายแดงก็เริ่มยัดส้มลงไป 1 ลูกผ่านไป พอจะยัดลูกที่ 2 ยัดไม่ได้ ก็ถูกยมบาลประหารชีวิต ก็ให้คนต่อไป คือ
-นายเขียวจึงเลือกผลไม้ นายเขียวเลือก...เชอร์รี่.. ก้เอาเชอร์รี่มา 10 ลูก ยัดเข้าไปในรูทวาร นายเขียวก็ยัดไปเรื่อย ๆ จากลูกที่ 1 ก็เป็น 2 และเรื่อย ๆ จนลูกที่ 9 ผ่านไป ก็กำลังจะยัดเชอร์รี่เข้ารูทวารลูกที่ 10 แต่ก็หัวเราะออกมาก่อนทำให้เชอร์รี่ที่ยัดไว้ก่อนหลุดออกมา ยมบาลก็นำตัวไปประหาร กลายเป็นวิญญาญไปเจอกับนายแดง
นายแดงก็ถามนายเขียวว่า....ทำไมโดนประหารล่ะ แค่เชอร์รี่ 10 ลูกเอง ส่วนของนายแดงเป็นส้มก็ยัดใส่ทวารลำบากอยู่แล้ว
นายเขียวก็ตอบว่า....ก็จะได้แล้วล่ะ ลูกที่ 10 นะ แต่ตอนที่กำลังยัดใส่ทวารอยู่นะ ก็เหลือบไปมองนายเหลืองหน่อยหนึ่งเห็นนายเหลืองเลือกผลไม้ ....ทุเรียน...!
คุณลองคิดดูว่าทุเรียน 1 ลูกจะยัดเข้าได้ไหม แต่นี่ตั้ง 10 ลูกเขียวนะท่านผู้อ่านขา.....


ชื่อเรื่อง : สาวน้อยนางหนึ่ง อยากได้รอยสักที่โคนขาทั้งสองด้านจึงเดินทางไปหาร้านสักที่มีชื่อ เมื่อเจอและก็ได้คุยกับหนุ่มนักสัก ซึ่งคุยนักคุยหนาว่าสักได้เหมือนจริงเป็นที่สุด หลังจากแน่ใจว่าได้เจอนักสักชั้นยอดจริ


สาวน้อยนางหนึ่ง อยากได้รอยสักที่โคนขาทั้งสองด้านจึงเดินทางไปหาร้านสักที่มีชื่อ เมื่อเจอและก็ได้คุยกับหนุ่มนักสัก ซึ่งคุยนักคุยหนาว่าสักได้เหมือนจริงเป็นที่สุด หลังจากแน่ใจว่าได้เจอนักสักชั้นยอดจริงแล้ว สาวน้อยก็ตกลงที่จะสักโดยบอกว่า ขอให้สักโคนขาด้านซ้ายเป็นรูปประธานาธิบดี บุช ส่วนด้านขวาขอให้เป็นท่านนายกโทนี แบร์ ของอังกฤษ เจ้าหนุ่มนักสักก็เริ่มบรรเลงตามที่สาวเจ้าต้องการ เวลาผ่านไปไม่นานภาพทั้งสองก็เสร็จสมใจ หลังจากเพ่งพินิจอยู่นานสาวเจ้าก็เริ่มโวยวาย สาวน้อย: นี่คุณ ไม่เห็นเหมือนตัวจริงเลยสักคน นักสัก: เป็นไปได้ยังไงผมทำสุดฝีมือแล้วนะ เหมือนกันอย่างกับแกะอย่างนี้ คุณยังว่าไม่เหมือนได้ยังไง แล้วทั้งสองก็เริ่มโตเถียงกันรุนแรงขึ้น นักสัก: เอาอย่างงี้ดีกว่า เดียวมีใครผ่านมา คุณกรุณาเปิดให้เขาดู ถ้าเขาบอกได้ว่าเป็นใคร คุณก็จ่ายค่าสักมาซะดีๆ แต่ถ้าเขาบอกไม่ได้ว่าคือใคร คุณก็ไม่ต้องจ่ายค่าสักให้ผม ซึ่งสาวเจ้าก็เห็นดีด้วย เวลาผ่านไปสักครู่ก็มีลุงขี้เมาคนหนึ่งเดินผ่าน ทั้งสองก็เรียกให้หยุดพร้อมทั้งจะขอให้คุณลุงช่วยดูรอยสัก และช่วยเป็นกรรมการกลางให้หน่อย หลังจากทราบความจำนงของทั้งสอง คุณลุงก็ตกลงที่จะเป็นกรรมการให้ สาวเจ้าก็ถลกกระโปรงขึ้นให้ลุงดู สาวน้อย: เอ้าลุงดูซะแล้วบอกหน่อยว่าสองคนนี้เป็นใครกันบ้าง คุณลุงจ้องอยู่นานสองนานก่อนจะตอบว่า ลุง: อีหนูเอ๊ย ลุงไม่รู้หรอกว่าไอ้คนทางซ้าย หรือไอ้คนทางขวามันเป็นใครกันแน่ แต่ไอ้หนุ่มที่อยู่ตรงกลางนั่นนะลุงว่าเหมือนเจ้า บิล ลาเด็นอย่างกับแกะเลยว่ะ

ชื่อเรื่อง : วันหนึ่งเคทนักศึกษาสาวสวย ก็เดินเข้าไปในห้องของ อ.วิทย์ (อ.ผู้ชาย) พร้อมกับปลดกระดุมเม็ดบนแล้วพูดว่า นักศึกษาสาว : อาจารย์คะการสอบครั้งนี้ พอที่จะมีทางให้หนูได้เต็มมั๊ยค่ะ หนูยอมทำทุกอย่างเลย (พูดด้

วั
นหนึ่งเคทนักศึกษาสาวสวย ก็เดินเข้าไปในห้องของ อ.วิทย์ (อ.ผู้ชาย) พร้อมกับปลดกระดุมเม็ดบนแล้วพูดว่า นักศึกษาสาว : อาจารย์คะการสอบครั้งนี้ พอที่จะมีทางให้หนูได้เต็มมั๊ยค่ะ หนูยอมทำทุกอย่างเลย (พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน) อาจารย์ : มีทางซิ นักศึกษาสาว : (ตาโต) อาจารย์ : เธอยอมทำทุกอย่างแน่นะ นักศึกษาสาว : ค่ะ อาจารย์ : งั้นก็ช่วยตั้งใจเรียนหน่อยสิ !!!!



ชื่อเรื่อง : ในรถยนต์คลาสสิคจากเยอรมัน โฟล์คเต่าปี 1966 ได้นำพา หนุ่มแว่นหนา กับสาวใจร้อนมุ่งตรงสู่แคลิฟอร์เนีย โดยใช้ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ที่ความเร็ว 60 กม/ชม วิ่งมาได้ 3 ชม. ด้วยความเร็วคงที่แบบกลัวยางสึก สาว

ในรถยนต์คลาสสิคจากเยอรมัน โฟล์คเต่าปี 1966 ได้นำพา หนุ่มแว่นหนา กับสาวใจร้อนมุ่งตรงสู่แคลิฟอร์เนีย โดยใช้ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ที่ความเร็ว 60 กม/ชม วิ่งมาได้ 3 ชม. ด้วยความเร็วคงที่แบบกลัวยางสึก สาวใจร้อนถึงขั้นทนไม่ไหวจึงเอ่ยไปว่า "ที่รักถ้าคุณเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นทุกสิบ กม./ชม. ชั้นจะถอดทีละชิ้น" สิ้นเสียงปุ๊ป คันเร่งก็ถูกกดลงโดยอัตโนมัติ 70 กม./ชม. เสื้อหลุด 80 กม./ชม. กางเกงหลุด 90 รองเท้า 100 ถุงน่อง 110 ยกทรง 120 กกน. ตอนนี้ตาหนุ่มน้อยไม่ได้อยู่ที่ถนนแล้ว เล่งที่.... อย่างเดียว รถเกิดตกไหล่ทางควบคุมรถไม่อยู่ สะบัดซ้ายทีขวาทีจนรถพลิกคว่ำสามตลบ เดชะบุญสาวซ่ากระเด็นหลุดออกมาได้ แต่หนุ่มน้อย ติดอยู่ในรถออกมาไม่ได้ โผล่มาแต่ขาข้างเดียว ด้วยความตกใจต้องหาคนมาช่วยแฟนหนุ่มออกจากรถ แต่ตัวเองไม่มีเสื้อผ้าติดกายสักชิ้นเดียว มองเห็นขาแฟนโผล่มาจึงไปถอดรองเท้าเพื่อเอามาปิดส่วนที่คิดว่าสำคัญที่สุด คิดได้ดังนั้นก็วิ่งออกมาบนถนนใหญ่เพื่อขอความช่วยเหลือ เอี๊ยดดดด.ด.ด.ด เสียงเบรคสุดชีวิตจากสิบล้อคันใหญ่ พร้อมกับหนุ่มกล้ามเป็นมัดโผล่หน้าพร้อมเสียงแบบหวานจัดเข้าไม่ได้กับหน้าว่า "มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับคุณผู้หญิง" "ค่ะช่วยด้วยคะช่วยด้วย...แฟนคะแฟน...แฟนชั้นติดอยู่ข้างในเค้าออกมาไม่ได้ ช่วยดึงเค้าออกมาทีคะ ช่วยด้วย" สิบล้อถึงกับหน้าซีดเมื่อมองไปที่รองเท้า "เออ...เห็นที่ผมคง จะช่วยไม่ไหวหรอกครับ แบบว่า..ถ้าเค้าเข้าไปลึกขนาดนั้น"

โปรดติดตาม Vol 4. ต่อไป สวัสดี



Create Date : 17 เมษายน 2550
Last Update : 17 เมษายน 2550 15:13:58 น. 0 comments
Counter : 267 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

KnightWin
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




รักแรก รักเดียว รักเธอ
ยินดีต้อนรับ เพื่อน ๆ ทุกคนครับ
ส่งอีเมล์ถึงเราได้ที่นี่ครับ
Tips for New Bloggers
Google

Friends' blogs
[Add KnightWin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.