พฤษภาคม 2554

2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
29
30
31
 
 
24 พฤษภาคม 2554
My Story
วันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๔ มันก็แปลกดีที่เวลาเขียนอะไรที่มันถูกอยู่แล้ว แต่รู้สึกว่ามันใช่แน่หรอ คงเพราะไม่ได้เขียนคำๆนั้นนานเกินไป

ห่างเหินจากการเขียนอะไรเรื่อยเปื่อยมาพอสมควร เหตุผลที่ไม่ได้เขียนมันก็มี แต่ถ้าการเขียนเรื่องราวส่วนตัวนี้เป็นการบ้านที่จำเป็นต้องส่งอาจารย์แล้ว เหตุผลของเราจะเป็นอันตกไป ขาดน้ำหนักโดยสิ้นเชิง อันที่จริง บางวันมันก็ไม่มีอะไรที่ดูน่าสนใจจะจดจำมัน เป็นแค่วันธรรมดาๆวันหนึ่งเท่านั้น ถ้าเขียนวันแบบนั้นบ่อยๆ ก็คงให้การคัดลอกแล้ววางได้เลย เพียงแค่เปลี่ยนวันที่เท่านั้นก็น่าจะพอ

หลายวันก่อน หลายวันจนจำไม่ได้แล้วว่าวันไหน ช่วยแม่ทำข้าวเย็น แม่ซื้อแผ่นเกี๊ยวมา บอกว่าวันนี้จะทำเกี๊ยวน้ำกินกัน แล้วมันทำยังไงล่ะเนี่ย แต่ไม่น่าจะยากนะ ก็เริ่มจากหั่นหมูเป็นชิ้นๆ ยัดมันลงเครื่องบด บดไปเรื่อยๆจนมันเหนียว...ใส่ซอสเห็ดหอม น้ำมันงา ซีอิ้ว แค่นี้ก็อร่อยแล้ว แต่ถ้ากลัวจะไม่อร่อยก็รสดีซักนิด รับรองอร่อยแน่ๆ เสร็จแล้วก็ตักหมูใส่แผ่นเกี๊ยว วางกุ้งตามลงไป โป่ะหมูทับอีกรอบ เอาน้ำทาที่ขอบเกี๊ยว แทนกาว...ฮะๆๆ แล้วก็พับมันเป็นสามเหลี่ยม เสร็จแล้วหย่อนลงไปในน้ำต้มกระดูกเดือดๆ รอให้แผ่นเกี๊ยวเป็นสีเหลืองอ่อนๆออกใสๆ ก็เป็นอันเสร็จ แต่ขอบอกว่ากว่าจะได้ทำได้เนี่ย นานมาก ต้องลองทำสองสามช้ินก่อน ชิมแล้วก็ชิม ว่ามันอร่อยยัง กว่าจะได้นะ หมดเวลาทำอาหารไปเยอะเลย แต่มันน่าภูมิใจ เกี๊ยวชิ้นโตเต็มคำแสนอร่อย พร้อมเสิร์ฟ ฝีมือตัวเอง ว้าว....นึกถึงมันแล้วหิวชะมัด ข้ามๆๆๆ อีกวันก็ทำทอดมัน แม้ว่าเมนูนี้จะดูไม่น่าสนใจ แต่มันทำยากนะ แม่ใช่ปลากระพงอย่างดีทำ เหมือนเดิมแหละ ปั่นมันซะ ใส่ไข่ เติมพริกแกง ซีอิ้ว ใส่ใบมะกรูดซอย ถั่วฝักยาวเยอะๆ แล้วก็ผงคนอร์อร่อยชัวร์ นิดนึง ปั่นเนื้อปลากันจนเหงื่อตก กว่ามันจะใช้ได้ ลงทอดในน้ำมันร้อน แต่ไฟไม่แรง ให้มันเป็นสีน้ำตาล เสร็จแล้ว อร่อยมากเลยนะ ภูมิใจอีกแล้ว.....จบและเรื่องอาหาร


เมื่อวานก่อนไปเที่ยวกับเพื่อนมา อันที่จริงเอาซีดีSJไปขายมา ซื้อมาตั้ง850บาท เมื่อหลายปีก่อนโน้น...ขายไป600พร้อมของแถม พวกโพสการ์ดทีไ่ด้จากพวกนิตยสารที่อ่านมาอีกที ขาดทุนนิดหน่อย แต่มันโอเค เก็บไว้ก็ไม่ได้ฟังแล้ว เพลงมันไม่่ค่อยถูกใจนัก มีอีกแผ่นที่อยากจะขายอยู่ รออีกซักหน่อย เดี๋ยวพอในท้องตลาดหาไม่ได้ ก็จะมีคนซื้อไปเองนั่นแหละ แต่ถ้าขายไม่ได้จริงๆก็ไม่ได้เป็นไรอยู่แล้ว เพราะมันแค่300บาทโดยประมาณ นัดกับน้องคนที่จะเอาเสร็จสรรพ ก็รีบกรี๊งหาเพื่อนทันที ไปเป็นเพื่อนกันหน่อยน้า...ทั้งหมดนี้ที่บ้านไม่รู้ และไม่อยากให้รู้ เรื่องจุกจิกเล็กน้อย บางทีไม่ต้องรู้บ้างก็ได้ไง ขี้เกียจจะอธิบาย ชวนเพื่อนไปด้วยก็ง่ายดีที่จะบอกว่าไปเที่ยวกับเพื่อน นัดกับน้องคนนั้นไว้บ่ายสองที่เดอะมอลล์ ไปถึงนู่นแค่บ่ายโมง โทรหาน้องเค้า ไม่น่าเชื่อว่าจะถึงแล้ว ดีเลยรีบเอาไปให้ ไปถึงก็แกะของให้น้องเค้าดูทุกอย่าง ด้วยความรู้สึกที่ว่าน้องเค้าจะได้สบายใจที่จะได้เห็นของก่อนที่เค้าจะเสียเงินที่อุส่าห์เก็บหอมรอมริมไว้ เพื่อมาซื้อในสิ่งที่เค้าชอบ ขืนน้องเค้าได้ของในคุณภาพที่ไม่พอใจคงไม่ได้ อยากที่เราเคยโดย แต่ยังโชคดีที่เจ้าของเค้ากลับมาเอาของเสียๆนั่นกลับไปพร้อมคืนเงินให้เรา มันคงจะดีถ้าเราทำให้น้องเค้ารู้จักการตรวจดูของอย่างถี่ถ้วน แต่ดูเหมือนน้องเค้าจะไม่ค่อยใส่ใจกับมัน คิดดูว่าถ้าเราเอาของเสียๆไปให้จะเกิดอะไรขึ้น คนนิสัยไม่ดีเดี๋ยวนี้มีเยอะแยะ ไม่น่าวางใจ ไม่ควรไว้ใจใครทั้งนั้น

เสร็จจากนั้น เรากับเพื่อนสองคนตรงดิ่งสู่พารากอน เป้าหมายคือร้านหนังสือคิโนคูนิยะ ขายหนังสือหลายภาษาโดนใจเรา ก่อนหน้านั้นไปสยามดิสก่อน จะไป lop ไปซื้อปากกาสี จากนั้นก็หิว...หาข้าวกินเดินวนจนถึงชั้นบนสุด โหว...หุ่นขี้ผึ้ง มาดามทุสโซอยู่นี่เอง แต่ต้องเสียตังค์ดู ไม่ล่ะนั่นไม่ใช่เป้าหมาย แต่ก็ได้เห็นตัวนึง โลนันโด นักเตะชาวโปตุเกส ที่เคยอยู่แมนยู ตอนนี้อยู่มาดริต (เขียนอะไรๆคงเขียนผิด เขียนไม่เป็นนี่หน่า หน้ากีฬาไม่ใช่ที่ของเรา) ตัวใหญ่จังหล่อดีด้วย เท่มากเลย เรากินข้าวที่ร้านอาหารญี่ปุ่น เครือเดียวกับโออิิชิ แต่ไม่ใช่ร้านโออิชิ จำชื่อไม่ได้แล้ว อาหารเค้าใส่ชามใหญ่เท่ากะละมัง...ใหญ่มาก ค่อนข้างเยอะ ราคาก็ปกติ เกือบๆสองร้อย ไม่ได้เพียงมาก หรือใครว่าแพง ไม่รู้สิ...ราคาขึ้นกับฐานะของแต่ละคน จริงๆอาจจะไม่ใช่ แล้วแต่ความเคยชินมั้ง น่าจะเป็นรูปแบบการใช้ชีวิตมากกว่า...พูดยากเรื่องแบบนี้ เรื่องรสชาติ ก็อร่อยนะ ถ้าต้องนั้นไม่ได้หิวมากจนตาลาย มันก็คงอร่อยจริงๆ แต่ตอนนั้นบ่ายสองกว่า และนั้นอาหารมื้อแรกนะ ห้าๆๆ

กลับมาที่พารากอนเข้าร้านหนังสือ และหมกตัวอยู่ในนั้นหลายชั่วโมงมาก...เดินดูหนังสือไปเรื่อยๆ ตั้งใจจะมาซื้อหนังสือหัดวาดการ์ตูนตัวเล็กๆหัวโตๆ แก้เบื่อซักเล่ม เป็นของเมืองจีน แพงพอตัว แต่อยากได้ก็ซื้อ เดินไปดูชั้นวางหนังสือสอนภาษาจีน อยากได้มาก มองราคาเข้าไปแทบหงายหลัง เล่มละห้าร้อยขึ้น เล่มไม่ได้หนาเท่าไหร่ ไว้มีตังค์ก่อน จะมาซื้อ ห่างเหินกับภาษาที่สามมากเกินไป ก็ยิ่งลืมหมด มองภาษาจีนเข้าไป ชอบก็ชอบเถอะ แต่มันทำให้ภาษาอังกฤษที่ไม่ค่อยชอบง่ายไปเลย จริงๆนะ ซักวันจะต้องพูดให้ได้ คอยดูนะ จากร้านหนังสือก็ไปซื้อขนมให้แม่ แล้วก็กลับบ้าน แวะส่งเพื่อนที่น่ารักที่ป้ายรถเมล์ใกล้บ้านเรา เพื่อนก็นั่งรถกลับบ้านต่อ ฟังดูแย่ แต่เพื่อนจ๋าจะให้ใส่ถึงบ้านคงไม่ไหว บ้านเธอไกลมาก...แต่ขอบคุณที่ไปเป็นเพื่อนกัน ขอบคุณที่อุส่าห์พาเราขึ้นทางด่วน แบบงงๆ โอ๊ะ..ล้อเล่น เค้าก็ผิดด้วยล่ะมัวแต่เมาท์กัน จนน้ำลายแตกฟอง

เมื่อวานไปหาหมอฟันมา ทำใจอยู่นาน เพราะวันนี้ต้องตัดเหงือก ฟังดูร้ายแรง มันก็ตามนั้นเลย หลังจากคุณหมอดึงฟันเสร็จ ก็จัดส่งตัวเราให้แฟนคุณหมอ ที่เป็นหมอฟันเหมือนกันตัดเหงือขูดหินปูด ลำพังแค่ขูดหินปูดก็มีช่วงเจ็บๆนิดหน่อยตามซอกฟันอยู่แล้ว คิดดูว่าเอามีดแหลมๆคมๆนั่นตัดฉึบเข้ามาที่เหงือกสีชมพูสดใส จะเจ็บขนาดไหน....หลังจากขูดหินปูน คุณหมอก็ลงเข็มฉีดยาชา...ต้องบอกว่าเจ็บมาก....ในบรรดาการทำทุกอย่าง ฉีดยาชาที่ปากเจ็บสุด เจ็บกว่าโดนเจาะเลือดตอนไปตรวจสุขภาพอีก เจ็บไม่พอ ยาชายังขมมาก อึ๋ย...ขนลุก พอเริ่มชา คุณหมอขาก็ลงมีด อ๊าก.....เกร็งสุดตัว มือนี่จับกันแน่น หลับตาปี๋ หมอก็มือหนักเอากระจกตรวจฟันกดใต้ลิ้นจนเจ็บไปหมด พูดไม่ออกบอกไม่ได้ ทำไงดี อ๊ากๆๆๆ ทนเอาลิ้นดันสู้ หมอๆๆๆเค้าเจ็บ แล้วอยู่ดีๆยาชามันก็ไม่ชาอะ แง....เจ็บคราวนี้มันเจ็บกว่าไอที่หมอกดใต้ลิ้นไว้ไง อ๋า...หมอ..เจ็บๆๆ ส่งเสียงออกไป หมอเลยจัดยาชาที่เหลืออีกครึ่งเข็ม โฮก....แม่เจ้า ขอยาสลบเลยได้มั้ย พอเริ่มชา หมอก็เถือเหงือกเราต่อไป ได้ยินเสียงด้วยนะ โอ๊ย...สุดจะบรรยาย แล้วหมอก็เรียกหมอดัดฟันมาดูว่าพอยัง เค้าก็คุยกันสองคนตามภาษาหมอๆ ซักเดี๋ยวผ้าก็อต ก็ถูกจับยัดใส่ปาก เป็นอันเสร็จ คุณหมอบอกว่ามันจะเหมือนเรากัดโดนปากตัวเอง จะปวดตุ้บๆ อาทิตย์หน้ามาให้ดูแผลด้วย หมอจ่ายยาแก้อักเสบกับยาแก้ปวดมาให้ ฮือๆๆๆ อีกอย่างที่จะบอก ไมไ่ด้ทำฟันแล้วน้ำตาล่วงมานานแล้วนะ ตั้งแต่ถอนฟันครั้งสุดท้ายตอน ป.4 ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุให้ต้องมาดัดฟัน ณ ตอนนี้ แล้ววันนี้มันเจ็บจนน้ำตาล่วงเลยล่ะ หมอเล่นตัดเหงือกที่คลุมฟันคุด เพื่อจะดึงมันมาใช้แทนฟันกรามที่เคยโดนถอดไป เจ็บโคตร....จะจดจำไปอีกนาน กลับบ้านมาจนวันนี้ ยังคงเจ็บไม่หาย กินอะไรไม่ค่อยได้ นอกจากโจ็ก กับข้าวต้ม ไม่ก็เข้าสวยกับน้ำแกงที่ไม่มีเครื่องอะไรเยอะแยะ นอกจากไข่ที่จนแตกเป็นเส้นๆ คงต้องกินไปอีกหลายวัน

ส่วนวันนี้ ไปช่วยแม่ทำบัญชีบริษัทมา บริษัทเล็กๆส่วนตัว ที่เปิดมานาน กว่า25ปี งานที่คนแทบจะไม่รู้จัก และยากที่จะอธิบาย บอกได้แค่ว่าเป็นสาขาหนึ่งของวิศวะที่คนทำงานส่วนมากจะนั่งในแล็บ เกี่ยวกับมาตราฐานของทุกสิ่ง การันตีความถูกต้อง เช่นว่ามันเป็นหนึ่งกิโลกรัม แน่มั้ย อะไรทำนองนั้น แม่ไม่เคยเรียนบัญชี แต่ต้องช่วยป๊าทำบัญชีให้บริษัท จากการเรียนรู้งานเรื่อยๆ แม่ก็ทำได้บ้าง ค่อนข้างเยอะ แต่แม่ปิดงบไม่เป็น และไม่เคยปิด ส่งให้บริษัทรับทำบัญชีอีกที แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ ตัวเลขที่ไม่ตรงกันเลย น่าเหลือเชื่อว่า เงินสดในธนาคาร กับในใบนั้นที่เค้าทำให้มันต่างกับลิบลับจนเกินความเป็นจริง แม่โมโหมาก หลายปีแล้ว แต่ทำตัวเองทำไม่เป็นเลยทำไรไม่ได้ ต้องปล่อยเลยตามเลย แต่พอเราเรียนบัญชีกำลังจะขึ้นปีสาม แม่เลยเรียกมาช่วยหน่อย ได้เลยค่ะ ด้วยความยินดี มันรู้สึกดีมาที่ได้ช่วยที่บ้านทำอะไรที่มีประโยชน์บ้าง พ่อแม่อุส่าห์เลี้ยงเรามา เค้าก็จะหวังเพื่อเรา ถ้าเราทำไรได้ ก็ยินดีเสมอ ไปช่วยดูการลงบัญชี เทียบกับstatement บางอันมันก็ตกหล่น ลงผิด และที่แน่ๆ มันยังคงไม่กระจ่างว่าตัวเลขของบริษัทที่เราจ้างกับความเป็นจริงมันช่างต่างกัน แต่แน่ๆคือควรจะจัดการกับของๆเราให้ถูกต้องเสียก่อน ก็จะบอกว่าของคนอื่นมันผิดรึเปล่า เพราะไม่แน่ว่าอาจเป็นของเราที่ผิดเอง ทำกันจนเย็น ไม่เสร็จหรอก พรุ่งนี้ค่อยทำต่อ....หวังว่าจะเสร็จในเร็ววัน

กลับมาบ้านทำอาหารเย็นแทบไม่ทัน ดีนะว่ามีของเก่าๆที่พอเหลืออยู่ ก็ถูไถ กินกันไป

ดึกแล้วไปล่ะ ฝันหวาน บ๊ายบาย



Create Date : 24 พฤษภาคม 2554
Last Update : 24 พฤษภาคม 2554 0:48:07 น.
Counter : 222 Pageviews.

0 comments

Valentine's Month



jejungmylove
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]