เมษายน 2554

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
23
24
25
26
27
28
29
30
 
ฮ่องกง-มาเก๊า ก่อนสงกรานต์ ตอนที่2
วันนี้มื้อเช้าก็เป็นติ่มซำแต่เปลี่ยนร้าน 9 โมงเช้าไปที่ท่าเรือเพื่อข้ามฝั่งไปมาเก๊า วันนี้ไกด์ท้องถิ่นไม่ได้ไปด้วย มีแต่หัวหน้าทัวร์พาไป ก่อนเข้า ตม. เค้าบอกว่าพอผ่านแล้วไปที่ช่อง 13 พวกลูกทัวร์ผ่านเข้าไปแล้วบางคนก็รออยู่ด้านใน บางคนก็เดินเข้าไปเลย บางคนไม่รู้ว่าจะต้องไปทางไหนก็มารอๆกันอยู่ปากทาง สักพักก็มีคนไปถามเจ้าหน้าที่แล้วก็เดินเข้าไป เราเห็นลูกทัวร์กรุ๊ปเราส่วนใหญ่เดินเข้าไปตามทางเลื่อนเราก็เลยเดินตามไป จนไปถึงประตูหมายเลข 13 ก็เจอคนนั่งรอกันอยู่เยอะแล้ว นั่งกันอยู่สักพักจนมีคนเห็นว่าใกล้เวลาเรือออกแต่ไม่มีเจ้าหน้าที่มาที่ประตูเลย มีคนเดินย้อนกลับไปถามเจ้าหน้าที่ประตูก่อนหน้า ปรากฎว่าต้องไปเข้าประตูก่อนหน้านั้น เค้าจึงมาตามคนที่นั่งรออยู่ตรงนี้ทั้งหมดให้ไปลงประตูเดียวกัน พอลงไปแล้วระหว่างเดินไปขึ้นเรือนั่นแหละ จึงเห็นหัวหน้าทัวร์ของเราเดินมาตามลูกทัวร์ (แล้วทำไมไม่บอกให้รอกันก่อนเพื่อไปพร้อมกัน บอกอย่างนี้คนที่ไม่รู้ ไม่เคยมา มันจะไปถูกมั๊ยฟระ)


เรือใช้เวลา 1 ชั่วโมง เราได้ที่นั่งแถวหลังสุด ไม่เห็นวิวอะไรเลย เมาเรืออีกต่างหาก (กำๆๆๆ) พอเรือมาถึงท่าระหว่างรอผ่าน ตม. ก็มีทัวร์จีนล้งเล้งเข้าและจะมาแทรกแถว คนในกลุ่มทัวร์เราพูดจีนได้จึงไล่ลุงๆ พวกนั้นให้ไปต่อแถว ตรงนี้คนเยอะและแถวค่อนข้างมั่ว อาจจะเพราะสายมากแล้วก็ได้

ผ่าน ตม. มาได้ก็มาเจอกับไกด์ท้องถิ่นทีมาเก๊าอีกที คนนี้เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ เนื่องจากกรุ๊ปทัวร์เราประสานงานยังไงก็ไม่รู้จึงทำให้ได้ไกด์เป็นคนมาเก๊า พูดภาษาไทยไม่ได้ ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ ระหว่างขึ้นรถไกด์บอกว่าตอนนี้เกือบจะเที่ยงแต่ภัตตาคารเต็มหมดจะได้ที่ว่างในเวลาเกือบบ่ายสอง แต่จะให้ไกด์ท้องถิ่นคอยเร่งให้ จึงจะพาลูกทัวร์ไปเที่ยวกันก่อน



ที่แรกที่ไปคือ เจ้าแม่กวนอิมริมทะเล มาถึงก็ปล่อยลุกทัวร์เดินถ่ายรูปกันไป ไกด์ก็โทรศัพท์ติดต่อร้านอาหารอย่างเดียว เราเลยไม่รู้ว่าที่นี่มีประวัติ ความสำคัญอย่างไร ออกจากที่นี่ก็ไปวัดเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งที่นี่ไกด์ก็ยังคงปล่อยให้ลูกทัวร์เดินดูกันเอง ทั้งที่เราคิดว่าน่าจะเป็นสถานที่สำคัญ มีประวัติ หรืออะไรน่าสนใจ แต่กรุ๊ปเราไม่รู้อะไรซักอย่าง จนพักนึงมีกรุ๊ปทัวร์ไทยอีกกรุ๊ปเข้ามา เราจึงไปฟังไกด์เค้าบรรยายให้ลูกทัวร์ของเค้าฟัง เราจึงจะพอรู้บ้าง แต่ก็ไม่ได้ฟังทั้งหมดเพราะถึงเวลาที่เราต้องไปแล้ว

ออกจากวัดเจ้าแม่กวนอิมไปกินข้าวที่ภัตตาคารจีนเหมือนเดิม (ตอนนี้เอียนสุดๆเลย) พอกินข้าวเสร็จคราวนี้ได้ไกด์คนไทยมาแล้ว ไกด์พาเดินจากร้อนอาหารไปที่เซนาโด้ สแควร์ เมื่อมาถึงก็บอกว่าเนื่องจากตอนนี้บ่ายสองโมงครึ่งแล้ว อยากใช้เวลาเดินที่นี่หรือที่เวเนเชี่ยนมากกว่ากัน ส่วนใหญ่จะไปเวเนเชี่ยน ไกด์จึงพาเดินผ่านไปเฉยๆ เพื่อไปถ่ายรูปกับซากโบสถ์เซนต์ปอลต์ 15 นาที และขึ้นรถไปเวเนเชี่ยนกัน (แผนกินนมตุ๋น และทาร์ตไข่เจ้าอร่อยของเราต้องพับไป)



มาถึงเวเนเชียนบ่ายสามโมง มีเวลาอยู่ที่นี่ถึงห้าโมงครึ่ง เราไม่เล่นและไม่ช๊อปก็เลยไม่รู้จะดูอะไร เดินชั่วโมงกว่าๆก็ครบรอบแล้ว เสียดายเซนาโด้เป็นบ้าเลย ออกจากที่นี่เราผ่านกาแลกซี่ คาสิโนที่กำลังจะเปิดใหญ่ ใหญ่โตอลังการมาก มาครั้งหน้าคงจะสร้างเสร็จแล้ว (จะมาอีกเหรอ??)



คืนนี้เราพักกันที่โรงแรมไทปาสแควร์ ไกด์ให้เอาของไปเก็บ 20 นาที ห้องพักที่นี่กว้างกว่าที่ฮ่องกงเยอะ แต่เตียงแข็งมากนอนไม่สบายตัวเลย

ถึงเวลานัดเราลงมาทานมื้อเย็นที่ชั้น 3 ของโรงแรม เราถามไกด์ถึง food street ไกด์บอกว่าอยู่ไกลต้องนั่งแท็กซี่ไป เราบอกว่าเห็นในเน็ตเค้าบอกว่าอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมพอเดินไปได้ ไกด์เค้าบอกว่า พี่ก็หาทางเดินไปเองละกัน (โห อีนี่ พูดจายังงี๊กับลูกค้าเหรอฟะ) มื้อนี้ยังคงเป็นอาหารจีนอยู่ แต่อาหารที่นี่ไม่อร่อยอย่างแรง เราไม่รอจนอาหารออกครบก็ลุกจากโต๊ะ ตอนนี้เอียนอาหารจีนเต็มที นอกจากเลี่ยนแล้วยังไม่เคยมีมื้อไหนอร่อยเลยอ่ะ คิดกับเพื่อนว่าถ้าเรามาทัวร์ที่แพงกว่านี้ จะได้กินอะไรที่อร่อยกว่านี้มั๊ยนะ



วันนี้เรามีแผนจะไปดู dragon's treasure ที่ city of dreams เรานั่งแท็กซี่จากหน้าโรงแรมไป แท็กซี่ที่นี่บอกชื่อสถานที่เป็นภาษาอังกฤษไม่ได้ เค้าฟังไม่รู้เรื่อง ต้องบอกเป็นภาษาจีน เมื่อไปถึงก็เดินไปตามป้ายบอกทาง จำได้ว่าดูในรีวิวเมื่อเห็นบันไดเลื่อนให้ขึ้นไปเอาตั๋วฟรีชั้นบน เราก็ขึ้นบันไดไปเลย พอขึ้นไปแล้วหาไม่เจอ จึงกลับมาดูป้าย ปรากฏว่าเค้าเปลี่ยนจากลูกศรชี้ขึ้นเป็นชี้ไปข้างในชั้นล่าง ไปที่เคาท์เตอร์ถามเจ้าหน้าที่เค้าบอกว่าไม่มีตั๋วฟรีแล้ว จะดูต้องเสีย 30 mop แหงะ ทำไมล่ะเนี่ย แต่ไหนๆก็มาแล้วเลยซื้อตั๋ว 2 ใบ พอได้ดูแล้วชอบมากๆ แบบนี้ 30 mop ก็คิดว่าคุ้ม

ดูจบเราลงไปขึ้น shuttle bus ของ cod ไปลงท่าเรือ แล้วขึ้นรถ shuttle bus ของ Wynn มาเพื่อดูโชว์ dragon of fortune และน้ำพุเต้นระบำ เมื่อเราไปถึงน้ำพุยังไม่แสดงจึงเข้าไปดูโชว์ข้างในก่อน แต่เข้าไปแล้วไปไม่ถูก ถามเจ้าหน้าที่เค้าก็ฟังภาษาอังกฤษไม่ได้ กว่าจะเจอคนที่บอกทางได้ก็วนไปมาอยู่หลายรอบ ดูโชว์เสร็จออกมาที่ลานน้ำพุ เห็นคนเริ่มมายืนๆอยู่ ใกล้จะมีแล้วแน่ๆ เรายืนอยู่แป๊บเดียวก็เริ่มแสดง ดูจบแล้วก็ขึ้น shuttle bus ของ Wynn ไปลงท่าเรือ แล้วขึ้น shuttle bus ของเวเนเชียน ไปลงท่ารถ และนั่งแท็กซี่กลับโรงแรม



เนื่องจากมื้อเย็นเรากินไปนิดเดียวตอนนี้เลยเริ่มหิว แถวโรงแรมไม่ค่อยมีร้านอาหารเดินๆไปเจอร้านนี้
มีอยู่แค่ร้านเดียวที่ยังเปิด  มีรูปอาหารใหญ่เบ้อเร่ออยู่หน้าร้าน ใช้ชี้ๆรูปเอาน่าจะสั่งง่ายเลยเข้ามา ที่จริงเราสั่งข้าวกับบะหมี่อย่างละชาม แต่ยังไงไม่รู้เค้าเอาผัดผักมาให้ด้วยอีก 1 ชาม หรือเรา 2 คนช่วยกันชี้เค้าเลยนึกว่าเอา 2 อย่าง จะคืนไปก็ไม่กล้า หน้าตาคนขายดุมาก

โรงแรมนี้ตอนกลางคืนหนาวมาก ขนาดไม่ได้เปิดแอร์ยังหนาวเฮือก เราลองไปเปิดแอร์เผื่อจะอุ่นขึ่นแต่ก็ไม่ต่างกัน เสื้อผ้ากันหนาวอะไรก็อยู่กระเป๋าใหญ่ฝากไว้ที่ฮ่องกง ทรมานชะมัดเลย




วันนี้วันสุดท้ายแล้ว เราต้องนั่งเรือกลับไปฝั่งฮ่องกงและเป็นช่วงอิสระหรือเลือกดีสนีย์แลนด์ เราเลือกจะเที่ยวเองเพราะหาโปรแกรมไว้เยอะเลย แต่กว่าจะกลับมาตั้งหลักกันที่โรงแรมก็ 11 โมงแล้ว และหัวหน้าทัวร์นัดเจอที่โรงแรมตอน 6 โมงเย็น เราเลยต้องตัดโปรแกรมบางส่วนออกเพื่อให้ทันเวลาเริ่มจากสถานีจิมซาจุ่ย เราต้องไปจิมซาจุ่ยอีส เพื่อขึ้นรถสายสีฟ้าไปสถานี tai wai เพื่อไปวัดกังหัน นึกว่าจะง่ายๆ แต่เราก็หลงอยู่ในนั้นแหละ เพราะหาสายสีฟ้าที่จะไปสถานี tai wai ไม่เจอ เห็นมีแต่ไปสถานี hung hom สถานีเดียว แล้วจะไปต่อยังไงฟะ ถามคนอยู่ 2-3 รอบ ถึงเข้าใจว่า ไปลงที่ hung hom นั่นแหละ ออกจารถแล้วแล้วข้ามฝั่งไปอีกทีก็จะเจอขบวนที่ไป tai wai ได้ เฮ้อ...

พอเราออกจากสถานีก็งงอีก เพราะเค้าบอกว่า “ออก exit B เดินลง Subway แล้วเลี้ยวซ้าย” เราออกมาแล้วมี 2 ทาง ทางซ้ายเป็นลานโล่งๆ ทางขวามันเป็นที่จอดรถอ่ะ และยังมีทางแยกซ้าย – ขวาอีกทีอีก ไม่เห็นมี subway เลย ต้องถามคนแถวนั้นเค้าชี้ให้กลับเข้าไปแล้วไปออกอีกทางออกนึง อ้าว..ชั้นออกมาแล้ว เข้าไปก็ต้องซื้อตั๋วใหม่ดิ เลยเดินไปทางที่จอดรถแล้วเลี้ยวขวาไปทางที่เค้าชี้น่าจะไปเจอกันได้ พอออกจากที่จอดรถแล้วเป็นถนนก็จะเห็นป้าย Che Kung Temple โอ้โห ดีใจสุดๆ ป้ายชี้ให้ข้ามสะพานลอยไป เราเดินไปเรื่อยๆ ลงสะพานลอย แล้วเจอ subway ใช่แล้วๆ ตรงนี้แหละ ขึ้นจาก subway ก็เจอกำแพงสีแดง ถึงแล้ว วัดกังหัน



ตอนที่เรามาถึงคนไม่ค่อยมี เห็นเค้าจุดธูปไว้หันก็อยากไหว้บ้างแต่ไม่รู้ต้องทำยังไง เห็นป้าคนขายกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ก็ไปยืนๆ มอง สักพักป้าวางโทรศัพท์แล้วถามเราว่า Thailand? เราพยักหน้าป้าบอกราคาชุดูปเป็นภาษาไทยด้วย โห..แสดงว่ามีคนไทยมาเยอะแน่ๆ ได้ธูปแล้วก็ไปให้เจ้าหน้าที่เค้าจุดให้ แต่ไม่รู้ว่าต้องปักยังไงเพราะธูปมีเกือบยี่สิบดอก พอดีเห็นชาย-หญิงคู่นึงเดินมา ดูหน้าตาแล้วคิดว่าน่าจะเป็นคนไทย เลยเข้าไปถามว่าเป็นคนไทยใช่มั๊ย แล้วถามวิธีปักธูปกับเค้า เย้..เจอคนไทยด้วย ดีใจมากๆ

ทีแรกคิดว่าจะไปวัดนางชี แต่ดูเวลาแล้วอาจจะได้ดูไม่ทั่วจึงตัดออก เอาไว้มาคราวหน้าละกัน ขากลับเดินลอด subway ที่เดิมแล้วเลี้ยวขวาเพื่อข้ามถนนเลย ไม่ต้องอ้อมไปขึ้นสะพานลอยอีก จำไว้ คราวหลังมาออกที่จอดรถแล้วเลี้ยวซ้ายลง subway เลย อย่าเลี้ยวขวา.....

คราวนี้เรานั่งสายสีฟ้า ไปเปลี่ยนเป็นสายสีแดงที่สถานี prince edward เพื่อไปลง central เราจะไป central–mid-levels escalators บันไดเลื่อนที่ยาวที่สุดในโลก ตอนที่หาข้อมูลและดูจากแผนที่เหมือนจะงงๆ แต่พอไปถึงออก exit C แล้วเลี้ยวซ้าย เดินตรงไปเรื่อยๆก็เจอแบบไม่รู้ตัว 555



เราขึ้นไปนิดเดียวเพราะเค้าบอกว่าขาลงต้องเดินลงมาเอง เราเดินวนเข้าซอยเล็กซอยน้อยเพื่อหาข้าวกิน ร้านแถวนี้ส่วนมากนั่งกินกันข้างทางเหมือนเมืองไทยเลย เราจะสั่งก็กลัวจะสั่งไม่ได้ เจอร้านนึงคนขายมาร้องเรียกลูกค้า เราดูแล้วเมนูมีรูปภาพด้วยจึงเข้าไป สั่งข้าวหน้าไก่ (เค้าเรียกยังงี๊ป่าวก็ไม่รู้) รสเหมือนกินข้าวขาหมู แต่เปลี่ยนหมูเป็นปีกไก่ตุ๋น อร่อยดี สั่งมาชามเดียวกินกัน 2 คน เพราะชามใหญ่มาก

อิ่มแล้วก็ไปขึ้นรถราง 2 ชั้น เพื่อไปเดินเล่นที่ causeway bays แต่เราไม่รู้ว่าตรงไหนมันต้องลงตรงไหนนี่สิ จำได้ว่ามีห้างโซโก นั่งไปจนคนลงหมดรถ เราจึงตามคนสุดท้ายลงกันบ้าง ดูแผนที่แล้วงง ว่าตอนนี้เราอยู่ตรงไหน ต้องถามคนแถวนัน ปรากฎว่าเราเลยมานิดนึง ต้องเดินย้อนกลับไปหน่อย เดินเล่นอยู่พักนึงจนเกือบห้าโมง จึงนั่งรถไฟกลับมาที่สถานีจิมซาจุ่ย หามื้อเย็นกิน อ่านในเน็ตว่ามีร้านข้าวหมูแดง หมูกรอบอร่อย เราจึงไปตามนั้น สั่งหมุกรอบ และเกี๊ยวน้ำมากิน แต่เราว่าไม่อร่อยเลยง่ะ อร่อยของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน ไม่เป็นไร ตามแผนเราว่าจะไปท่าเรือ ซื้อทาร์ตไข่ แต่ไม่ทันแล้ว

ออกจากร้านตอนนี้เริ่มเดินไม่ไหว แค่สถานีเดียวก็จริง แต่เวลาเหลืออีกไม่ถึง 10 นาทีจะ 6 โมงตามเวลานัด คุณเพื่อนเริ่มบ่นปวดขาแล้วด้วย เดินกลับไม่ไหวแน่และบอกว่าคงไม่มีใครมาเดินเที่ยวแบบนี้กับเราได้ทั้งวันหรอก เดินเยอะมากๆ (สงสัยโปรแกรมเราแน่นไป) เราจึงขึ้นรถไฟไป 1 สถานี ถึงโรงแรม 6 โมงเป๊ะเลย

เมื่อรอลูกทัวร์ครบแล้วรถก็ออกไปแวะรับคนที่ไปดีสนีย์แลนด์ และไปส่งเราที่สนามบิน เป็นการเดินทางที่ทั้งประทับใจ ทั้งหงุดหงิด ตอนนี้ยังติดใจมาเก๊าอยู่ เพราะยังเที่ยวไม่ครบ วัดอาม่าก็ยังไม่ได้ไป วัดเจ้าแม่กวนอิมก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่องเลย คราวหน้าก็คงมาทัวร์อีก เพราะถ้าให้เราเดินทางเอง คงหลงทางตลอดเวลาทั้งที่แผนที่ยังอยู่ในมือ 555



Create Date : 22 เมษายน 2554
Last Update : 26 ตุลาคม 2555 9:12:38 น.
Counter : 1710 Pageviews.

1 comments
  
อัพเดทข่าวสารฟรีได้ที่นี่ //wap.chickyclub.net/icw/?i=news เพื่อนๆ เข้าทางมือถือนะจ๊ะ
มีเกมเจ๋งๆ สำหรับมือถือ มาแชร์จร้า คาดว่าน่าจะรองรับได้กับมือถือทุกรุ่นนะจ๊ะเพื่อนลองเข้าได้ดูรายละเอียดได้ที่นี่จ๊ะ //pr.chickyclub.net/application/game แถมโหลดวันนี้เพื่อนจะได้รับสิทธิ์ ลุนซัมซุงด้วยนะ
โดย: wee IP: 115.87.66.85 วันที่: 11 เมษายน 2555 เวลา:15:58:33 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

เด็กหญิงฟ้าใส
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]