Group Blog
 
<<
มีนาคม 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
25 มีนาคม 2555
 
All Blogs
 
เผือก อาหารทิพย์จากธรรมชาติ


ผมไม่แน่ใจว่า เผือกเคยถูกยกให้เป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ทางอาหารของชาติใดหรือไม่ ผมรู้แต่เพียงว่าเผือกเป็นพืชพื้นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาแต่ยุคดึกดำบรรพ์ อาจเป็นอาหารหลักของคนแถวนี้ก่อนกินข้าวด้วยซ้ำ

ผมเกือบลืมไปแล้วว่าบ้านเราที่ดำเนินฯปลูกเผือกกันอย่างไร เมื่อเสร็จจากการเขียนบล็อกมันเทศ จึงนึกถึงเผือก หัวเผือกกับหัวมันจึงเป็นของคู่กัน หมดสมัยแล้วที่เผือกและมันเป็นสัญญาลักษณ์ของการไม่มีอะไรจะกิน พืชทั้งสองชนิดนี้น่าจะเป็นอาหารสำคัญของโลกในอนาตค

ตราบเท่าที่พลเมืองของโลกยังเพิ่มขึ้นในอัตราก้าวหน้าเดือนละ ๗ ล้านคน

ผมหลับตานึกถึงบริเวณที่ว่างใกล้ขนัดสวน จะมีพื้นที่รอบสวนปรับไว้สำหรับปลูกผักสวนครัว หรือใช้เพาะพันธุ์พืชอย่างต้นเผือก อนุบาลเผือกระยะเริ่มต้นด้วยขี้เถ้าแกลบ สีออกดำๆ หรืออาจเรียกว่าถ่านที่เผาจากแกลบเห็นจะไม่ผิดนัก เอาลูกเผือกเล็กๆที่เก็บพันธุ์ไว้จากการปลูกเมือปีกลาย การเก็บลูกเผือกให้ปลอดภัยจากนกหนู เห็นที่จะต้องเคลือบด้วยยาปราบศัตรูพืชอ่อนๆ สมัยนั้นเรียกว่ายา “เซฟวิน” ผงสีขาวๆ



การเพาะต้นเผือก จะฝังลูกเผือกเล็กๆในขี้เถ้าแกลบ แล้วคุมด้วยฟางข้าว ชาวบ้านแถวนั้นไม่ได้ปลูกข้าว แต่มีฟางข้าวใช้ได้ไม่ขาด ช่วงหน้าน้ำลด หรือย่างเข้าหน้าแล้ง จะมีเรือมาดบรรทุกฟางข้าว ฟางจะมากับเรือ มองไกลๆเหมือนแท่งสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่สีเหลืออร่ามลอยไปตามคลอง เจ้าของสวนรายไหนพอใจ ต่อรองราคากันเรียบร้อยแล้วก็ขนฟางข้าวที่มัดเป็นท่อนๆขึ้นฝั่ง

เมื่อหัวเผือกเริ่มแตกยอด มีรากอุกอุยแล้ว ก็ถึงเวลาแยกย้ายไปปลูก ที่ดำเนินฯ ไม่นิยมปลูกบนร่องสวนหรือที่แห้งๆ แต่จะปลูกข้างๆร่องติดชายน้ำ ยิ่งน้ำท่วนยิ่งดี แต่เมื่อแก่ได้ที่แล้ว จะปล่อยให้ขาดน้ำสักพัก แล้วจึงขุด

ด้วยเพราะน้ำท่าถึง จึงทำให้เผือกดำเนินฯหัวใหญ่มาก ใบใหญ่แทบจะปิดช้าง (ไม้) ทั้งตัวได้ทีเดียว หนอนที่มากัดกินใบเผือกจะมีขนาดนิ้วโป้งบ้าง นิ้วชี้บ้าง เอามือจับออกได้อย่างสบาย การจับตัวหนอนออกจากใบ ดูเหมือนจะเป็นวิธีที่นิยมกัน ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง เชื่อว่าเดี๋ยวนี้ก็ยังทำกันอยู่

ผมเข้าใจว่าเผือกหัวใหญ่ที่ดำเนินฯน่าจะเป็นพันธุ์เผือกหอม เมื่อเผือกเริ่มแก่ น่าจะราวๆ ๕-๖ เดือน ถึงเวลาที่ต้องขุดขึ้นมา การขุดเผือกจะใช้เครื่องมือเฉพาะของเขา เป็นเหล็กทั้งดุ้นคล้ายไม้พายหน้าตัดสั้นๆ มีความคม เพื่อใช้แทงดินข้างๆหัวเผือก มักจะแทงทีเดียวได้หัวเผือกขึ้นมาทั้งกระปิ

ที่น่าภูมิใจสำหรับผมคือ มีการบันทึกไว้เมื่อปี ๒๕๑๑ ว่า จังหวัดราชบุรีปลูกเผือกมากที่สุด และตรงกับช่วงเวลาที่ผมกำลังเล่าผ่านตัวหนังสืออยู่พอดี

นั่นแสดงถึงถิ่นที่อยู่แถวนี้มีห้วยหนองคลองบึงมากมายและมีดินดำน้ำชุ่ม ต้นเผือกจึงงอกงานอยู่ทั่วไป


Taro เป็นชื่อภาษาอังกฤษของเผือก ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า โคโลคาเซีย เอสคูเบนตา (แอล) ชอตต์ (Colocacia esculenta(L) Schott) มีมากกว่า ๒๐๐ พันธุ์ ในเมืองไทยเคยมีการรวบรวมไว้ได้ ๕๐ พันธุ์ หากจะแยกตามขนาดของหัวต่อต้น คงมีอยู่ ๔ ชนิด ได้แก่ เผือกหอมหัวใหญ่ เผือกเหลืองหัวเล็กลงมาหน่อย เผือกไหหลำหัวเล็ก และเผือกตาแดงคือมีหัวเล็กๆติดอยู่รอบหัวใหญ่เป็นกลุ่มจำนวนมาก

แบ่งตามกลิ่นจะมี ๒ ประเภทคือ ชนิดหอม (ต้มแล้วมีกลิ่นหอม) และไม่หอม

ถ้าแยกตามสีและเนื้อจะเป็น ๒ อย่างคือ เนื้อสีขาวหรือสีครีมอย่างหนึ่ง กับเนื้อสีขาวปนม่วงอีกอย่างหนึ่ง

ปัจจุบัน แหล่งที่ปลูกเผือกกันเป็นล่ำเป็นสัน ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ นครสวรรค์ พิษณุโลก นครราชสีมา สุรินทร์ สระบุรี อยุธยา สิงห์บุรี ปราจีนบุรี นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี เผือกที่นิยมปลูกคือเผือกหอม ส่งขายต่างประเทศก็มาก

ประเทศที่นำเข้าเผือกได้แก่ ออสเตรเลีย ฮ่องกง ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ และมาเลเซีย

โลกแห่งอาหารของคนไทยถูกคุกคามหรืออย่างไรไม่ทราบ หรือว่าส่งออกกันหมด เดี๋ยวนี้ในตลาดสดจะหาซื้อหัวเผือกหัวมันเทศไม่ค่อยจะได้ ทั้งๆที่มีการปลูกกันมากพอสมควร แต่ไฉนมีแต่มัมฝรั่ง แครอท สาลี่ แอปเปิล พรุน ลูกพลับ องุ่น... หรือว่าโลกเปลี่ยน ค่านิยมก็เปลี่ยนตาม ?

ตารางคุณค่าอาหารของเผือกในส่วนที่กินได้ ๑๐๐ กรัม










Create Date : 25 มีนาคม 2555
Last Update : 5 พฤษภาคม 2556 21:00:04 น. 29 comments
Counter : 6950 Pageviews.

 
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณข้อมูล
มีความสุขกับวันหยุดนะคะ
โหวต Diarist


โดย: pantawan วันที่: 25 มีนาคม 2555 เวลา:9:21:18 น.  

 




บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Insignia_Museum Diarist ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: pantawan วันที่: 25 มีนาคม 2555 เวลา:9:22:09 น.  

 



More Thank You Comments

###############
ขอบคุณที่แวะไปทักทายกัน ช่วงนี้อยู่ในระหว่างงานขอโทษด้วยที่หายแว๊ปไปแว๊ปมา นำภาพบรรยากาศบางส่วนมาฝากด้วยค่ะ คิดถึงอยู่เสมอค่ะคุณim


โดย: เกศสุริยง วันที่: 25 มีนาคม 2555 เวลา:11:35:13 น.  

 
ได้ความรู้มากๆค่ะ อดเป็นห่วงเกษตรกรไทยไม่ได้เหมือนกันค่ะ พยายามเลือกซื้อผักผลไม้ในประเทศเหมือนกันค่ะ ไม่อยากให้ของจีนมาตีตลาดมากไปกว่านี้เลย


โดย: แม่น้องกะบูน วันที่: 25 มีนาคม 2555 เวลา:16:24:44 น.  

 
หวัดดีครับคุณอิม

ชอบรูปประกอบจังเลย สีแสงสุดยอด
บล๊อกนี้สาระเพียบสมบูรณ์มาก
ผมเป็นคนชอบเผือกชอบมัน ชอบใจ...ได้ความรู้เรื่องสารอาหาร
ทำคาวทำหวานอร่อยทั้งนั้น
คลิปสุดท้าย...เผือกหิมะ สุดโปรดครับคุณอิม


โดย: Dingtech วันที่: 25 มีนาคม 2555 เวลา:20:16:58 น.  

 
ชอบ เผือกหิมะ มากค่ะ
ทำง่ายดีด้วย
ไปทานที่ร้านอาหารจีนที่แถว ๆ ยานนาวา ติดใจมาก

ตอนนี้ ติดตามไปอ่านงานเขียนของ พ.ต.อ. พุฒ ต่อได้ที่ กลุ่มนักเขียน2 นะคะ

รักษาสุขภาพนะคะ


โดย: ธารน้อย วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:4:09:15 น.  

 
ภาพวาดสวยมากค่ะพี่ สัมผัสได้ถึงธรรมชาติของบ้านเรา บรรยากาศแบบนี้หนูชอบจังแต่คงไม่มีโอกาสได้สัมผัสของจริง
เผือกหิมะ ขนมเกล็ดมังกร อร่อยมากค่ะ แกงบวดเผือกก็พอไหว อ้อ เผือกฉาบหนองมนขอแบบแผ่นโต ๆ นะคะ กินได้ไม่เบื่อ เผือกกวนใส่กับบะจ่าง โหอย่าให้เซดค่ะ หอเจี๊ยะ แต่เผือกนึ่งขอบายค่ะ กินไม่เป็น 55555
โหวตแล้วเช่นเคยค่ะ


โดย: kimmy (kimmybangkok ) วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:9:00:31 น.  

 
เป็นภาพที่สวยงามมาก ๆ เลย ขอบคุณสำหรับวิธีปลูกเผือกด้วยค่ะ และก็ข้อมูลธาตุอาหาร และวิธีการประกอบอาหารพร้อม ตอนเด็ก ๆ ชอบเผือกมากเพราะจะมีกลิ่นหอม แต่พอมาตอนโตไม่ค่อยเจอแบบหอม ๆ ก็เลยแปลกใจว่าทำไมตอนเด็กเราถึงชอบนะ เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่ามีสองแบบ ทีนี้เวลาจะซื้อเราก็ไม่รู้อีกว่าแบบใหนหอมหรือไม่ แต่ไม่เป็นไรถึงไม่หอมก็อนุโลมไปก่อนเพราะอยากจะทำหม้อแกงเผือกจัง ในโลตัสมักจะมีเผือกมาขาย แต่มันเทศไม่ค่อยมี ตอนช่วงน้ำท่วม โลตัสมีเผือก มันเทศแบบหัวโต ๆ มาขายเป็นกระบุง ๆ ไม่ค่อยมีใครสนใจเท่าไร ตอนนี้เสียดายมาก ตั้งแต่ได้อ่านบล็อคมันเทศน่ะค่ะ หาซื้อไม่ค่อยได้เลย คงต้องไปตลาดขายส่งสักแห่งน่ะค่ะ

ผักบุ้งคงจะแน่นไปจริง ๆ ห่างกันประมาณ 1 นิ้ว เอง ไม่ทราบแน่นไปหรือเปล่าน่ะค่ะ


โดย: วันสดใส วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:9:14:18 น.  

 
LIKE


โดย: deco_mom วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:11:34:57 น.  

 
อ่านแล้วอยากกินเผือกกับลอดช่องใส่น้ำกะทิขึ้นมาเลยค่ะ ชอบกินเผือกเหมือนกัน จะเผือกต้มน้ำขิง เผือกแกงบวดก็อร่อยทั้งนั้น ยิ่งเผือกทอดกับกล้วยทอด โหย หย่อยอย่างให้เซดดดด




โดย: haiku วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:17:47:38 น.  

 
สวัสดียามค่ำคืนค่ะ

ฟ้าตามมาอ่านเรื่องราวที่น่าสนใจด้วยคนค่ะ

ฟ้ามาส่งความคิดถึงและกำลังใจให้ค่ะ..คืนนี้เหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน
ขอให้พักผ่อนด้วยความสุขกาย สบายใจ ยิ้มรับความเหนื่อยล้า..
แล้วปิดตา..นิทราอย่างเป็นสุขกัน นะคะ

“มารายงานให้รู้ว่าฟ้ายังอยู่
แต่บางหมู่หายไปใจคิดถึง
เพราะงานมากเวลามารัดตรึง
ฝากคำนึงด้วยวอนกล่าวโปรดเข้าใจ

บรรจงมอบรักไว้ให้..จากใจฟ้า
เป็นสัญญาตรึงจินต์มั่นมิหวั่นไหว
มิตรภาพยั่งยืนนานข้ามกาลไป
จะอยู่ในดวงจิตทราบ...ตราบนิรันดร์”

มีความสุขกับความรัก..ความปรารถนาดีที่มีต่อกันอย่างมิจืดจาง นะคะ




โดย: พิรุณร่ำ วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:22:15:43 น.  

 
ชอบมากครับเผือก ทำอะไรก็อร่อย แกงจืดก็หอม แกงเลียงใส่ใบแมงลักก็เรี่ยม เอามาขูดให้เนียนๆผสมหมูสับปั้นเป็นก้อนๆแล้วทอด โห..อร่อยจริงครับคุณอิม


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 26 มีนาคม 2555 เวลา:22:24:40 น.  

 
สวัสดีค่ะ
มีสลัดกุ้งทอดบนรังเผือกมาฝากค่ะ




โดย: pantawan วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:0:25:17 น.  

 



More Hello Comments

---------------------------
อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณim


โดย: เกศสุริยง วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:7:26:12 น.  

 
ขอบคุณคุณ IM จะลองแยกปลูกดูค่ะ ถ้าฝืนปลูกไปก็แคระแกนแบบเดิมที่เคยปลูกน่ะค่ะ

เมื่อวานตัดใจซื้อมันเทศมาหัวละ 24 บาทจากโลตัส เอาแช่น้ำแล้วค่ะ ไม่แน่ใจว่ากี่วันจะงอกอย่างเค้าน่ะค่ะ เผือกเค้าก็มีขาย แต่คุณ อิมไม่ได้บอกวิธีการปลูกมา จำได้ว่าเคยเห็นในบล็อคเก่า ๆ นะคะ เดี๋ยวไปย้อนดูค่ะ

ไม่น่าเชื่อว่าจะกลายมาปลูกเผือกมันกินเองแล้ว รัฐบาลสมัยไหนที่คุณอิมว่านะที่ส่งเสริมให้คนทำสวนครัว ดีจริง ๆ ค่ะ เมื่อวานซืนเพื่อนบ้านมาหักต้นโหระพาที่เพิ่งปลูกครั้งแรกในชีวิต ไปสองต้นจากสี่ห้าต้นที่มี ต้นที่งามใบใหญ่ที่สุดด้วย สดใสยังไม่กล้าเด็ดเลยกะว่าจะรอซื้อมะเขือมาแกงเขียวหวาน แล้วก็จะเด็ดแต่ยอด ๆ ให้แตกพุ่มสวย ๆ คุณอิมว่าน่าเจ็บใจหรือเปล่าคะอีแค่ต้นโหระพา แต่ว่าเราปลูกเองเฝ้ารดน้ำ เค้ามาถึงขอ แล้วหักเหลือแต่ต้นไว้คืบเดียว ต้องหาธรรมะมาเยียวยาแทบแย่ พอดีมีหนังสือท่านพระพุทธทาสวางให้เห็น ๆ อยู่ เมื่อคืนนอนอ่านให้ตาต้าฟังแทนหนังสือนิทานไปเลยค่ะ เป็นคำกลอน เด็กเลยชอบฟัง อ่านแล้วก็วางได้ค่ะ ก็แค่พอเรามีก็คิดว่าเป็นของเรา ปล่อยให้มันเป็นของมันไป ไม่ใช่ของเรา แต่สดใสก็ได้ไอเดียจากเค้าน่ะค่ะ คือผักประจำบ้านนี้ใครก็ต้องการ ก็ว่าจะปลูกใส่กระถางตั้งไว้หน้าบ้านขายเลยค่ะ เมื่อก่อนเค้าก็มาขอตัดตะไคร้ เราเองยังไม่รู้เลยว่าตะไคร้เราโตพอตัดได้ แต่ก็ดีค่ะมีคนมาทดสอบความตระหนี่ของเรา สดใสเพิ่งรู้ว่ายังมีเต็มเอี๊ยดเลย มิน่าเค้าถึงต้องบำเพ็ญบารมีกันเป็นโกฏแสนชาติ ขออนุญาตมาบ่นให้ฟังหน่อยน่ะค่ะเพราะว่าทำใจกับต้นโหระพาแสนสวยแทบแย่เลยเผื่อว่าคุณอิมจะได้ชี้ช่องทางทำใจให้ค่ะ


โดย: วันสดใส วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:8:06:45 น.  

 
ผมก็เป็นอีกคนที่ชื่นชอบการหม่ำเผือกเหลือเกิน
และก็เป็นอีกคนที่ชอบดูรายการภัตตาคารบ้านทุ่งของคุณสตางค์มากเ่ช่นกัน...
ผมว่ารายการนี้เค้าตีโจทย์รายการทำกับข้าวแตกต่างจากรายการอื่นที่มีมานะครับ สุดยอดมาก



โดย: peeradol33189 วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:8:44:13 น.  

 
ชอบเผือกครับ รสชาติเฉพาะตัวจริงๆ


โดย: แมวหง่าว (chaiwatmsu ) วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:10:21:07 น.  

 
มาโหวตหมวดไดอารี่ให้ค่า


โดย: haiku วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:12:30:09 น.  

 
ภาพวาดสวยมาก ๆ

ถ้าว่าเผือกจะชอบเผือกนึ่งจิ้มน้ำตาล เผือกกวน กับบัวลอยค่ะ

รายการนี้ ดูบ่อยเท่าที่โอกาสจะอำนวยค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 27 มีนาคม 2555 เวลา:15:06:20 น.  

 
สวัสดีค่ะ

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: nathanon วันที่: 28 มีนาคม 2555 เวลา:4:59:40 น.  

 
ขอบคุณค่ะ เหมือน ๆ กับว่างกน่ะค่ะ แต่น่าจะเป็นเพราะเรารักต้นไม้ที่เราปลูก เพราะเวลาเราซื้อกระเทียม ขิง แบบยกกระสอบมา ก็ยังแบ่งให้เค้าได้ไม่เสียดาย ต้องทำใจแบบคุณอิมแนะนำค่ะ ได้บุญกุศล แล้วก็บ้านเค้าก็มีกระถางใบใหญ่ ๆ หน้าบ้านหลายใบก็ไม่ยอมปลูก คงจะอายจริง ๆ แต่ที่บ้านแม่สดใสเค้าปลูกกันหน้าบ้านแข่งกันเลยค่ะ ใครไม่ปลูกกลายเป็นน่าอาย ไม่มีความคิดสร้างสรรไปเลย ปลูกกันแม้แต่ตะไคร้ พริก โหระพา แล้วก็ไม่มีใครมาเด็ดของใครด้วยค่ะ คงเป็นเพราะสังคมอยู่กันแบบห่าง ๆ นะ อย่างรายเพื่อนบ้านสดใสเราคงสนิทกันมากไปหน่อย ก็อาจจะดีที่จะได้ทดสอบบทปล่อยวาง ทำใจได้เก่ง ๆ แบบบรรดาผู้นำทั้งหลาย


โดย: วันสดใส วันที่: 28 มีนาคม 2555 เวลา:5:09:13 น.  

 
ยิ้มสวัสดีค่ะ

ฟ้ามาส่งยิ้มพร้อมกำลังใจให้ค่ะ..
มิตรภาพเป็นสิ่งที่มีค่า..แม้มีเงินตราก็มิอาจซื้อหากันได้..ใช่มั้ยค่ะ
ฟ้าขอบคุณในมิตรภาพอันล้ำค่าที่มีให้ฟ้าตลอดมาด้วย นะคะ

"อย่าแค่มองเพียงเปลือกแล้วเลือกคบ
สิ่งที่หลบอยู่ภายในนั้นไม่เห็น
อาจเป็นสิ่งเลิศล้ำค่ากว่าที่เป็น
มองให้เห็นถึงความจริงยิ่งเข้าใจ"

ขอให้มีความสุขและสนุกกับการทำงานกันอย่างไม่เหนื่อยล้านะคะ



โดย: พิรุณร่ำ วันที่: 28 มีนาคม 2555 เวลา:8:42:01 น.  

 


สวัสดีค่ะคุณIM...

ขอความคิดเห็นกันหน่อยค่ะ..

เนื่องในวันอาทิตย์ที่ 22 เมษายนนี้

คุณฝนคนสวยและลูกสาวจะมาพบปะเพื่อนๆกันค่ะ

ยังไม่ตกลงกันว่าจะไปทำบุญกันที่ไหน

แต่คุณฝนเสนอมาว่า..หลังจากทำบุญแล้ว

ให้นัดทานข้าวร้านอาหารริมแม่น้ำค่ะ

อ้อมแอ้มเลยขอความคิดเห็นว่า..

จะไปทำบุญที่ไหนดี ทานอาหารที่ไหนดี

คุณฝนเธอนับถือคริสต์นะค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็นจะได้รางวัลเล็กๆน้อยด้วยนะค่ะ

ขอบพระคุณค่ะ..แล้วพบกันนะค่ะ



โดย: คนผ่านทางมาเจอ วันที่: 28 มีนาคม 2555 เวลา:14:46:12 น.  

 
ยอดเยี่ยมเปี่ยมด้วยสาระชั้นยอด อยากกินเผือกต้มครับ ผมไม่ได้กินมานานเป็นปีแล้ว ต้องบอกภรรยาให้หามาต้มซะแล้ว

ว่าที่จริงทั้งเผือกและมันผมเคยปลูกมากับมือ แต่พอยุคนี้ข้างบ้านมีที่ดินแต่ไม่ยักมีใครปลูก อยากกินอะไรเอาแต่ซื้อ ๆ โอ้ผมละเครียดเลย

อยากกลับไปปลูกพืชต่าง ๆ กินอีกจังเลย โดยเฉพาะเผือก ไม่รู้จะหาพันธุ์ได้ไหม


โดย: pantamuang วันที่: 28 มีนาคม 2555 เวลา:19:41:22 น.  

 
ชอบเผือกหอม มากเลยค่ะ
นึ่ง จิ้มน้ำตาลกิน ก็มีความสุขแล้ว

ขอบคุณ คุณ IM ที่เอาความรู้ที่น่ารู้มาฝากเสมอนะคะ
และขอบคุณที่ยังแวะเวียนไปที่บล็อก แม้ว่านานๆจะอัพเดตบล็อกซะที


โดย: HoneyLemonSoda วันที่: 28 มีนาคม 2555 เวลา:22:06:49 น.  

 

นอนหลับฝันดี...ราตรีสวัสดิ์ค่ะ...



โดย: Lika ka วันที่: 28 มีนาคม 2555 เวลา:23:49:33 น.  

 
ผมจำได้ว่าสมัยก่อนช่วงที่ไม่ค่อยมีข้าวกิน (สมัยปู่ย่าตายาย) เขาก็จะเอาข้าวมาหุงกินปนกับเผือกครับ จะว่าไปเผือกก็มาอยู่ในวิถีชีวิตของคนไทยเยอะเหมือนกัน

+


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 29 มีนาคม 2555 เวลา:0:39:42 น.  

 

อรุณสวัสดิ์ค่ะ..^^




โดย: Lika ka วันที่: 29 มีนาคม 2555 เวลา:7:41:06 น.  

 
Insignia_Museum Diarist ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
----------------------
แวะมกดโหวตให้คุณimค่ะ สบายดีนะ


โดย: เกศสุริยง วันที่: 29 มีนาคม 2555 เวลา:21:41:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Insignia_Museum
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 57 คน [?]




ความตั้งใจในการทำบล็อกเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เริ่มต้นด้วยการเขียนถึงถิ่นที่อยู่ในวัยเด็ก ต่อมาเป็นเรื่องเครื่องหมายต่างๆ เรื่องศิลปะ ภาพถ่ายในยุคก่อนๆ อาหารการกิน และอะไรต่อมิอะไรที่ประสบพบเห็น สนใจอะไรขึ้นมาก็อยากรู้ให้มากขึ้น กลุ่มเนื้อหาจึงแตกแขนงไปเรื่อยๆ
New Comments
Friends' blogs
[Add Insignia_Museum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.