Group Blog
 
<<
มีนาคม 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
31 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 
สะพานรถ



สะพานที่ไร้รถยนต์วิ่งผ่านนานนับสิบปี

ผมตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อลอดสะพานข้ามคลองดำเนินสะดวก สะพานนี้น่าจะสร้างสมัยที่เริ่มแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 2 เป็นสะพานข้ามคลองสำหรับรถยนต์วิ่ง ผมไม่มีโอกาสขึ้นไปเดินบนสะพานเลย อย่างดีก็แค่นั่งเรือวิ่งลอดใต้สะพาน มันเป็นสิ่งก่อสร้างที่ไม่เข้ากับทิวทัศน์ เหมือนสัตว์ประหลาดสีขาวขวางลำน้ำ เป็นลางบอกว่าสักวันหนึ่งถนนจะเป็นที่สัญจรไปมาแทนแม่น้ำลำคลอง ประโยชน์ของมันมีเพียงอย่างเดียวที่บอกคนแถวนั้นว่า มันเป็นต้นทางของรถยนต์ที่จะเดินทางออกจากอำเภอไปได้ทั่วประเทศ

สะพานนี้เป็นรุ่นโบราณก็ว่าได้ มันมีการโบกปูนระหว่างเสาที่ปักลงดินในคลอง มันเหมือนพังผืดของสัตว์ยักษ์ชนิดหนึ่ง การปิดทึบของแนวเสาใต้สะพาน 2 ข้างจึงแบ่งคลองออกเป็น 3 ช่อง ช่องกลางจะกว้างที่สุดสำหรับเรือใหญ่หรือเรือเร็ว ส่วนเรือลำเล็กไม่ชอบอวดสมรรถนะจะวิ่งช่องข้างๆ เมื่อเรือยนต์วิ่งผ่านจะมีเสียงก้องกังวาลจนรู้สึกได้ ผมรู้สึกหวาดหวั่นทุกครั้งที่ต้องรอดใต้สะพานนี้ อยากไปให้พ้นๆ ดูเหมือนมันจะมีประวัติที่น่ากลัว แต่ผมจำรายละเอียดไม่ได้แล้ว



เรืออีป๊าบ


ที่ผมต้องนั่งเรือผ่านใต้สะพานนี้บ่อยๆ เพราะที่บ้านจะต้องเอาผักผลไม้ลงเรืออีป๊าบคาบเครื่องหางยาวข้างท้ายวิ่งไปตามคลองเพื่อไปยังท่าผัก ส่งของขึ้นรถบรรทุกซึ่งมีจุดหมายปลายทางที่ปากคลองตลาด กทม.ท่าผักจะคล้ายอู่เรือขนาดใหญ่ มีระบบยกเข่งจากเรือลอยสูงขึ้นไปอัดแน่นในรถบรรทุกด้วยลวดสริงจากกำลังของเครื่องยนต์ ท่าผักที่เก่าแก่มากเราเรียกว่าท่าคลองฮกเกี้ยน อีกท่าหนึ่งเรียกตามชื่อเจ้าของท่า เจ๊อะไรสักคน หรือท่าใหม่

ด้านหนึ่งของสะพานเป็นท่ารถ ทั้งท่ารถ บขส. รถสองแถวและท่ารถสิบล้อที่มารับผักผลไม้ บริเวณนี้ชาวบ้านเรียกว่า "หัวรถ" มีอาคารพาณิชย์หลายหลังที่ปลูกสร้างใหม่ อาคารหล่านี้ถูกจับจองโดยพ่อค้าที่เคยรุ่งเรืองจากการค้าริมน้ำ มองการณ์ไกลว่าความเจริญทางบกน่าจะตามมา พวกเขาจึงยึดหัวหาดทำเลดีๆไปก่อน อีกปลายด้านหนึ่งของสะพานยังไม่ได้ทำถนน งบไม่พอหรืออย่างไรไม่ทราบได้

ต่อมาอีกหลายปีจึงสร้างถนนอีกด้านหนึ่งของสะพานไปยังอัมพวาและแม่กลองเป็นระยะทาง 29 กม. สะพานข้ามคลองดำเนินสะดวก จึงเป็นสะพานที่สร้างคอยถนนอีกข้างนานนับสิบปี เส้นทางดำเนินฯ-แม่กลองต้องตัดถนนผ่านลำคลองจำนวนมาก จึงมีสะพานรุ่นน้องๆของสะพานที่ผมว่าข้างต้นเกิดตามมาอีกมากมาย เพียงแต่รูปทรงทันสมัยกว่า ถ้านับในระยะทางที่เท่ากันเส้นทางนี้น่าจะมีสะพานรถข้ามคลองมากที่สุดในประเทศไทยก็ว่าได้ ผมไม่รู้ว่าเส้นทางนี้ถูกโค่นแชมป์ไปหรือยัง เพราะช่วงหลังๆมานี้ที่ดำเนินฯมีการตัดถนนวกไปเวียนมาจนน่ามึนหัวครับ


Create Date : 31 มีนาคม 2554
Last Update : 3 มกราคม 2555 11:53:31 น. 3 comments
Counter : 3128 Pageviews.

 
มาอ่านต่อค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 29 กรกฎาคม 2554 เวลา:12:53:54 น.  

 
ขอร่วมย้อนรอยอดีต "หัวรถ" ที่ดำเนินสะดวกด้วยคนนะครับ หัวรถที่เห็นในภาพนี้เป็นหัวรถไปกรุงเทพฯ จะมีหัวรถที่ท่าหนึ่งวิ่งไปราชบุรีกับ อ.โพธาราม จะอยู่คนละฟากสะพานกัน เมื่อ 20-30 ปีที่ผ่านมาบริเวณหัวรถนี้คึกคักน่าดู รถที่วิ่งมาสิ้นสุดที่หัวรถนี้ ผู้โดยสารจะต้องลงไปต่อเรืออีกต่อหนึ่ง เนื่องจากยังไม่มีถนนเข้าไป เสียงเรือยนต์ เสียงผู้คนค้าขายสนุกดีครับ น้ำในลำคลองดำเนินสะดวก ไม่เคยหยุดนิ่ง เพราะมีเรือใหญ่น้อยวิ่งกันทั้งวัน มีคนกล่าวกันว่า คนที่เกิดในแถบคลองดำเนินฯ ไปไหนคนที่อื่นจะรู้กันเลย เหตุเพราะ
1. จะพูดเสียงดัง เนื่องจากต้องพูดแข่งกับเรือที่วิ่งหน้าบ้านจนเป็นความเคยชิน
2. จะไม่ค่อยใส่รองเท้า เนื่องจาก คนอยู่ริมคลองเวลาไปไหนมาไหนก็ลงกระโดดลงเรือไม่จำเป็นต้องใส่รองเท้า


โดย: อลังการ เจริญสุข IP: 192.168.2.18, 118.175.74.224 วันที่: 31 มกราคม 2555 เวลา:13:56:48 น.  

 
ตอนผมเกิด แม่ผมเคยขายผลไม้ อยู่แถวๆริมคลอง เมื่อก่อนมีร้านไอติมอยู่ใต้สะพานด้วย ผมจำได้ร้านเดียวเลย ครับ


โดย: คันคลอง IP: 223.205.177.37 วันที่: 26 เมษายน 2556 เวลา:8:59:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Insignia_Museum
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 65 คน [?]




ความตั้งใจในการทำบล็อกเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เริ่มต้นด้วยการเขียนถึงถิ่นที่อยู่ในวัยเด็ก ต่อมาเป็นเรื่องเครื่องหมายต่างๆ เรื่องศิลปะ ภาพถ่ายในยุคก่อนๆ อาหารการกิน และอะไรต่อมิอะไรที่ประสบพบเห็น สนใจอะไรขึ้นมาก็อยากรู้ให้มากขึ้น กลุ่มเนื้อหาจึงแตกแขนงไปเรื่อยๆ
New Comments
Friends' blogs
[Add Insignia_Museum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.