Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2555
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 
 
9 กุมภาพันธ์ 2555
 
All Blogs
 
น. ณ ปากน้ำ พบอะไรที่วัดมเหยงคณ์



ในหนังสือ "รอยอดีต" รวบรวมบทความหลายเรื่องของ น. ณ ปากน้ำ เรื่องวัดมเหยงคณ์ เป็นเรื่องหนึ่งในหนังสือเล่มนี้ ท่านได้เล่าเรื่องการสำรวจวัดนี้เมื่อก่อนปี พ.ศ. ๒๕๐๙

น. ณ ปากน้ำได้เพียรพยายามเข้าไปสำรวจถึง ๓ ครั้ง ประสบความสำเร็จในครั้งที่ ๓ กันเพื่อนของท่านอีก ๒ คน ความยากลำบากการเดินทางในสมัยนั้น นับว่าสาหัสเอาการ จากการบันทึกของท่าน ผมได้เรียบเรียงจากข้อเขียนของท่านบางส่วนดังนี้ (ข้อความสีเขียวทั้งหมด)

รอจนหมดฤดูเก็บเกี่ยว จึงล่องเรือไปตามลำน้ำป่าสัก เลี้ยวเข้าคลองบ้านม้า ลอดสะพานรถไปครู่หนึ่ง จะเห็นวัดดุสิตอยู่ขวามือ จอดเรือที่แพหน้าวัดแล้ว จึงเดินไปตามถนนหลังวัด สักพักหนึ่งก็ถึงวัดอโยธยาหรือวัดเดิม จากวัดเดิมเมื่อยืนบนคันถนนที่เลียบคลองกุฎีดาว จะมองเห็นยอดกุฎีวัดช้าง ซึ่งอยู่ใกล้กับวัดมเหยงคณ์ ดูไกลลิบไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

เดินตัดคลองกุฎีดาวที่แห้งและตื้นเขินหมดแล้ว ตรงไปทางทิศตะวันออก เลาะทุ่งนาไปไม่ไกลนัก ก็พบลำรางเล็กแคบๆ ตรงไปทางทิศใต้ มั่งใจว่าคือแนวคลองมเหยงคณ์ ซึ่งขนานกับคลองกุฎีดาว เดินไปตามลำรางของคลองมเหยงคณ์ซึ่งแห้งสนิทและเป็นเส้นตรง อีกประมาณครึ่ง ก.ม. ลำรางเริ่มกว้างออกทุกที เห็นแนวตลิ่งสูง ทำให้มองเห็นว่าคลองมเหยงคณ์เป็นคลองกว้างยิ่งนัก บางตอนเป็นแอ่งน้ำ ต้องเดินลัดไปตามชายคลอง จนถึงวัดสีกาสมุด ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ทางเหนือของวัดมเหยงคณ์ เดินลัดเลาะข้ามฟากไปยังตัววัดที่อยู่บนเนิน จึงมองเห็นวัดมเหยงคณ์ห่างออกไปประมาณ ๒๐๐ เมตร

สำรวจเจดีย์วัดสีกาสมุดเรียบร้อยแล้ว จึงตรงไปยังวัดมเหยงคณ์ ซึ่งต้องผ่านลำคลองใหญ่โอบรอบวัด เห็นได้ชัดว่าเป็นวัดที่ใหญ่โตมโหฬารมาก เราลุยลำคลองบริเวณที่ตื้นเขินน้อยเข้าไปนั่งพักเหนื่อยที่ชายป่า ได้ยินเสียงเพลงจากวิทยุดังออกมาจากในกำแพงวัด เข้าใจว่ามีคนอยู่ข้างในจึงได้แหวกพงไม้ ไต่เถาวัลย์ขึ้นไปบนกำแพงอันสูงท่วมหัว



เมื่อยืนตั้งหลักบนสันกำแพงได้แล้ว รู้สึกเสียวสันหลังวูบ เพราะภายในวัดเต็มไปด้วยป่ารกชัฏ มีต้นไม้อันมีหนามแหลมคมขึ้นอย่างหนาทึบ สลับกับต้นหมามุ่ยทอดพวงระย้าเต็มไปหมด เราตะลุยเข้าไปในดงทึบนี้ มองไม่เห็นผู้คนแม้สักคนเดียว เห็นพระอุโบสถสูงใหญ่มหึมาตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ซึ่งเป็นฝีมือของพระเจ้าท้ายสระ ในพระราชพงศาวดารบอกไว้ว่า

"ในปีฉลูเอกศกนั้นมีพระราชบริหารให้ช่างปฏิสังขรณ์วัดมเหยงคณ์ เสด็จพระราชดำเนินไปให้ช่างกระทำการวัดนั้นเนื่องๆ บางทีก็เสด็จอยู่ที่พระตำหนักริมวัดมเหยงคณ์เดือนหนึ่งบ้าง สองเดือนบ้าง ว่าราชการอยู่ในที่นั้น สามปีเศษ วัดนั้นจึงสำเร็จแล้วบริบูรณ์"

สมเด็จพระอนุชาธิราช กรมพระราชวังบวรมงคลให้ช่างปฏิสังขรณ์วัดกุฎีดาวอันใหญ่ในปีเถาะ ตรีศก เสด็จไปทอดพระเนตรการที่วัดนั้น เดือนหนึ่งบ้าง สองเดือนบ้าง เหมือนพระเชษฐาธิราช สามปีเศษ วัดนั้นจึงสำเร็จแล้วบริบูรณ์"

ในพระราชพงศาวดารฉบับหมอบรัดเลระบุไว้ว่า วัดมเหยงคณ์สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสามพระยา มีข้อความว่า

"มุขมนตรีออกไปเชิญเสด็จเจ้าสามพระยา ณ เมืองชัยนาท เข้ามาครองราชสมบัติ ถวายพระนามสมเด็จพระบรมราชาธิราชเป็นที่สอง แลเสด็จไปตีเมืองนครหลวงกัมพูชาได้ แล้วทรงสร้างวัดมเหยงคณ์"

แต่หลักฐานจากโบราณวัตถุระบุไว้ว่า

เจดีย์ทรงลังกาสูง อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระอุโบสถ เรียกว่าเจดีย์ทองแดง เป็นฝีมือช่างสมัยพระเจ้าท้ายสระอย่างมิต้องสงสัย



พระอุโบสถ กว้าง ๑๘ เมตร ยาว ๓๖.๘๐ เมตร


พระอุโบสถมหึมา การวางแปลนโดยเจาะช่องหน้าต่างด้านละ ๓ บาน ลายซุ้มประตูหน้าต่าง เป็นฝีมือเดียวกับวัดกุฎีดาว บ่งชัดว่าเป็นการปฏิสังขรณ์โดยฝีมือช่างสมัยพระเจ้าท้ายสระ



น้ำท่วมปี พ.ศ. ๒๕๕๔


พบใบเสมาทำด้วยหินชนวนสีเทาขนาดใหญ่ นอนจมดินอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของพะอุโบสถใบหนึ่ง เป็นใบเสมาแบบเดียวกับใบเสมาของพระเจ้าอู่ทองที่วัดพุทไธสวรรย์ และเก่ากว่าใบเสมาแบบพระราเมศวร ทำให้อยากยืนยันว่าวัดนี้ได้สร้างมาก่อนสมัยเจ้าสามพระยาอย่างแน่นอน อย่างต่ำสุดก็ตั้งแต่สมัยพระเจ้าอู่ทอง หรืออาจจะยิ่งกว่านั้น



พบพระเจดีย์ใหญ่ทรงลังกาหลังพระอุโบสถ มีฐานทักษิณ ซึ่งมีซุ้มช้างล้อมแบบเดียวกับสุโขทัย คือเป็นช้างโผล่หัวออกมาจากซุ้ม ชาวบ้านนับดูได้ถึง ๙๙ ตัว และเล่าต่อไปว่าไปครบ ๑๐๐ ตัวที่วัดช้าง ซึ่งอยู่ใกล้ๆกัน เรื่องจำนวนช้างปูนปั้นนี้ไม่กล้ายืนยัน เพราะบางส่วนชำรุดหักพังเสียหมด ทั้งเต็มไปด้วยป่าหนาม กว่าจะบุกรอบองค์เจดีย์ก็แทบเลือดตากระเด็น



คติการสร้างเจดีย์ช้างล้อมก็ดี และเจดีย์ทรงลังการะฆังผายฐานเตี้ยแบบนี้ในสายตาของช่าง ข้าพเจ้าของยืนยันว่าเป็นของเก่ากว่าแบบเจดีย์สามองค์ที่วัดพระศรีสรรเพชรมากมายนัก ซุ้มปูนปั้นที่ช้างโผล่หัวออกมาเป็นซุ้มแบบระฆังผายออก เป็นศิลปะแบบเก่า ดูคลับคล้ายคลับคลากับซุ้มเจดีย์ที่สุโขทัยที่สุด ฐานเจดีย์เหนือฐานทักษิณขึ้นไปเจาะเป็นช่องโดยรอบ บรรจุพระพุทธรูปซึ่งสลักด้วยหินทรายขนาดใหญ่ แสดงว่าเป็นสมัยอยุธยาตอนต้น หรืออาจจะเก่ายิ่งกว่านั้น

การสำรวจของเราได้รับความยากลำบากเหลือประมาณ เพราะต้องผจญกับหนามและดงหมามุ้ย จึงต้องถอยทัพกลับ โดยถอยออกหลังวัด ได้พบชาวบ้านแถวนั้น จึงซักถามเรื่องราวต่างๆ มาปะติดปะต่อได้ดังนี้

เคยมีทหารยกขบวนมาขุดเจดีย์และตามที่ต่างๆภายในวัดหลายพวกด้วยกัน จะได้อะไรไปหรือเปล่าไม่แน่ชัด ต่อมามีฝรั่งมาตั้งแคมป์ขุดของเก่า ซึ่งไม่ได้อะไรไปเลย แต่ก่อนวัดนี้ผีดุ ไม่มีใครกล้าเข้าไป เรื่องนี้เห็นจะจริง เพราะเราได้ยินเสียงวิทยุดังออกมาจากวัด แต่เมื่อเข้าไปกลับไม่พบวี่แววมนุษย์มนาอยู่ในนั้นเลย เขายังเล่าว่า แต่ก่อนมีพระเก่งทางใบ้หวยองค์หนึ่ง มาอาศัยอยู่บนเจดีย์ทองแดง คนขึ้นกันมาก พอท่านรวยแล้วจึงสึกจากพระ หายหน้าไป

การได้ไปสำรวจวัดมเหยงคณ์ครั้งนี้ พบหลักฐานใหม่หลายประการ คือ พบลำรางของสายน้ำเก่าแถบวัดมเหยงคณ์และวัดช้าง ตัดตรงยาวเหยียดอย่างเป็นระเบียบ คูคล้ายจะเป็นเมืองเก่าและพบหลักฐานยืนยันทฤษฏีใหม่ว่า เจดีย์ทรงลังกาอันอาจมีมาแล้วแต่สมัยอยุธยาตอนต้นหรือเก่าไปกว่านั้น และได้พบกลุ่มวัดใหญ่โตมโหฬาร รวมกระจุกอยู่ในแถบนั้น บางวัดใหญ่โตกว่าวัดในตัวเกาะเสียอีก ชวนให้น่าคิดว่า ดินแดนแถบนี้อาจจะเป็นเมืองอโยธยาจริงตามที่นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีสงสัยอยู่ก็เป็นได้




แรงบันดาลใจจากการอ่านเรื่องของท่าน น. ณ ปากนี้ ทำให้ จขบ. ลุยเดี่ยวไปวัดมเหยงคณ์ เมื่อ ๒๐ กว่าปีมาแล้ว ตอนั้นยังเป็นวัดร้างไม่มีผู้คนเช่นเดิม แต่มีถนนเข้าถึงแล้ว ผมนั่งรถรับจ้างผ่านเส้นทางที่ชาวบ้านริมถนนยังเผาถ่านขาย เมื่อไปถึงวัด เดินอยู่โดดเดียวเดียวดาย ชมโบราณสถานอันรกร้างใหญ่โตแต่ผู้เดียว รู้สึกเสียวสันหลังวาบๆเหมือนกัน เพราะความเงียบสงบ ไม่พบผู้คน ด้วยเพราะไปตอนกลางวันแสกๆ ทำให้อุ่นใจขึ้นบ้างครับ

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต


Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2555 17:39:25 น. 15 comments
Counter : 9791 Pageviews.

 
หนูเคยได้ยินชื่อวัดนี้ แต่ไม่รู้จักค่ะ แต่ตอนนี้รู้จักแล้วค่ะ

วันนี้ฝากให้พี่อินดูแลสุขภาพอันเนื่องจากอาการหัวใจโตนะคะ

1. หัวใจโต เป็นอาการไม่ใช่โรค สาเหตุมีมากมาย

2. ควรรับประทานอาหารแบบไหน ?
- หลีกเลี่ยง/เลิกของเค็ม และที่ใส่เกลือแม้ลิ้นจะบอกว่าไม่เค็ม

- หลีกเลี่ยง/เลิกอาหารหวาน ผลไม้หวาน, อาหารมัน ทอด เนื้อหมูสามชั้น เพราะเป็นการป้องกันเบาหวานและไขมันในเลือดสูง

- รับประทานผักผลไม้ (ที่ไม่หวานมาก) สัก 50% ของอาหารในแต่ละวัน ข้าวกล้อง ธัญพืช

- บุหรี่ แอลกอฮอล์ ห้ามเลยครับ แม้นั่งใกล้ๆคนสูบบุหรี่ก็ห้าม (เพราะได้ผลไม่ต่างกับคนที่สูบเอง)

และหนูจะเข้ามาช่วยให้ขนาดของหัวใจโตขึ้นทุกวันค่ะ


โดย: kimmy (kimmybangkok ) วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:9:07:40 น.  

 
เคยไปทำบุญที่วัดนี้เมื่อหลายปีก่อน นั่งเรือเข้าไปช่วงน้ำท่วม ภายในวัดร่มรื่นดีมาก มีรูปพระในโบสถ์น่าทึ่ง ไม่ว่าเรายืนจุดไหนท่านจะมองเราจุดนั้น แปลกดีครับ

ได้รู้ถึงอดีตวัดนี้อีกขอบคุณครับ


โดย: moresaw วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:9:48:34 น.  

 
Insignia_Museum Diarist ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
--------------------------------------------------
คุณimสบายดีนะคะ


โดย: เกศสุริยง วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:10:29:34 น.  

 
แวะมาย้อนเวลาหาอดีตด้วยคนครับ
เก่าแก่แบบนี้น่าเป็นห่วงหน้าน้ำปีนี้นะครับ
กลัวว่ามันจะกวาดดไปซะหมด


โดย: peeradol33189 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:10:42:44 น.  

 

แปะหัวใจให้ก่อนเลย



มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

ผมยอมรับว่าเคยแต่ไดยินชื่อวัดนี้ครับ แต่ก็ไม่ทราบมาก่อนว่าวัดนี้อยู่ที่ไหน ไม่น่าเชื่อว่าวัดนี้จะบอกประวัติความเป็นมาในสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี

น่าประทับใจมาก ๆ ที่ทราบว่า จขบ.นี้ได้เดินทางไปตามหาเรื่องราวต่าง ๆ ที่วัดนี้ด้วย

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:13:20:32 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Insignia_Museum Diarist ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
-------------------
เห็นโบราณสถานแล้วเริ่มเป้นห่วงค่ะ ถ้าน้ำท่วมอีกคงแย่แน่เลย


โดย: เรือนเรไร วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:16:10:17 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณอาอิม
เยี่ยมมากๆเลยค่ะ บล๊อกวันนี้
ได้สัมผัสกับเรื่องราวในอดีตที่ถูกบันทึกไว้
หนูก็เป็นแบบคุณอาค่ะ
เวลาที่ได้อ่านอะไรแล้วประทับใจก็จะจดไว้
และจะหาโอกาสไปให้ได้สักครั้ง
หนูเคยได้ไปไหว้พระที่อยุธยาบ่อยๆอยู่หลายวัด
มีมาช่วงหลังๆนี้ไม่ค่อยได้ไปค่ะ
แต่มาเมือ่ไม่นานหนูก็นั่งอ่านหนังสือ
เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทยที่รบกับพม่า
เห็นว่ามีบางวัดที่น่าสนใจและยังไม่เคยไป
คิดว่าเร็วๆนี้คงจะได้ไปน่ะค่ะ
แต่คุณอาอิมนี่สุดยอดนะคะ กล้าไปคนเดียวด้วย
ปล.อีกเรื่องหนึ่งค่ะ น้ำท่วมครั้งนี้ไม่รู้ความเสียหาย
เกิดขึ้นมากเท่าไหร่นะคะ รู้สึกเสียดายมากค่ะ


โดย: hellojaae (hellojaae ) วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:21:35:06 น.  

 
วันที่ไปเหมือนจะเห็นจิตรกรยืนวาดภาพอยู่เหมือนกันครับพี่
คือวิวที่ขุนวางนี่สวย
จนผมว่าใครเห็นก็อยากถ่ายภาพแน่ๆครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:22:57:59 น.  

 

Glitter by NickCS.com

ราตรีสวัสดิ์ค่ะคุณim


โดย: เกศสุริยง วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:0:16:38 น.  

 
คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ Insignia_Museum เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 1 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ
--------------
มาแปะหัวใจเพิ่มค่ะ


โดย: เรือนเรไร วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:0:42:34 น.  

 
มาแปะใจให้ยามได้เข้าเน็ต
ยังตลุยคู่อยู่ค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:20:45:58 น.  

 
วัด ณ.กาลปัจจุบัน คงแตกต่างกันอย่างหน้ามือเป็นหลังมือนะครับ ก็ดูสิ สมัยก่อนรอบวัดแวดล้อมไปด้วยคลอง มีต้นไม้หนามแหลมๆ มีต้นหมามุ่ยด้วย พูดก็พูดเถอะ ต้นหมามุ่ย ผมยังไม่เคยเห็นต้นจริงๆเลยนะคุณอิม


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:22:01:46 น.  

 
แวะมาทักทาย..ยามเช้าค่ะ..^^




โดย: Lika ka วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:7:44:35 น.  

 
หนูชอบลืมโหวตทุกครั้งที่เข้ามา แต่เมื่อนึกได้ จะโหวต ก็พบปัญหาว่า ไม่ทราบว่าจะโหวตสาขาไหนดี ก็เลยไม่ได้โหวตซะงั้น อยากให้ทีมงานบล๊อกแก๊งเพิ่มสาขาให้ได้ดั่งใจหนู แต่หนูก็ยังไม่ทราบว่าว่าจะเป็นสาขาใดดี
ตัวเองยังสับสนเลยค่ะ

หัวใจโต ต้องดูแลสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: kimmy (kimmybangkok ) วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:10:12:42 น.  

 
ขอโหวตเป็นสาขา Diarist อย่างเดียวในทุกๆบล็อกครับ

จะเขียนในหมวดนี้เป็นส่วนใหญ่

ขอบคุณครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:11:54:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#14


 
Insignia_Museum
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 60 คน [?]




ความตั้งใจในการทำบล็อกเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เริ่มต้นด้วยการเขียนถึงถิ่นที่อยู่ในวัยเด็ก ต่อมาเป็นเรื่องเครื่องหมายต่างๆ เรื่องศิลปะ ภาพถ่ายในยุคก่อนๆ อาหารการกิน และอะไรต่อมิอะไรที่ประสบพบเห็น สนใจอะไรขึ้นมาก็อยากรู้ให้มากขึ้น กลุ่มเนื้อหาจึงแตกแขนงไปเรื่อยๆ
New Comments
Friends' blogs
[Add Insignia_Museum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.