Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
7 กุมภาพันธ์ 2554
 
All Blogs
 
ชายเฟือย



พื้นที่ริมคลองที่เจ้าของปล่อยทิ้ง หรือไม่ค่อยเอาใจใส่มักจะถูกน้ำกัดเซาะจนเว้าแหว่ง มีต้นไม้ต้นหญ้าปกคลุมแย่งกันขึ้นดูเขียวชอุ่ม เป็นเช่นนั้นอยู่ชั่วนาตาปี แม้เวลาจะผ่านไปสี่สิบห้าสิบปีก็ตาม เราเรียกบริเวณนั้นว่า "ชายเฟือย"

หวนระลึกถึงสำนวนไทยที่ว่า "หากินตามชายเฟือย" อันหมายถึงหาเลี้ยงชีพอย่างไม่เป็นล่ำเป็นสันได้ไหนเอานั่นไปเรื่อยๆ น่าจะเป็นการหาอาหารในสำธารสาธารณะ ไม่หวงห้าม มีเพียงเรือลำเดียวก็หากินได้ทั่วไป แค่จอดเรือในบริเวณชายเฟือย ตกปลาทอดแหไปตามเรื่อง เป็นการพึ่งตัวเองของคนสมัยก่อนที่ท้องน้ำยังอุดมสมบูรณ์ มีกุ้ง หอย ปู ปลาเต็มไปหมด



เด็กๆมักหวาดหวั่นเมื่อเข้าใกล้ชายเฟือย หากพายเรือผ่านต้องห่างเข้าไว้ ไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง มักคิดถึงความลึกลับต่างๆที่ซ่อนอยู่ จินตนาการไปต่างๆนานา เคยมีเรื่องเล่าที่ไม่อยากได้ยินอยู่บ่อยๆเกี่ยวกับผีสางนางไม้ ยิ่งกลางคืนด้วยแล้ว เห็นยอดอ้อชูสลอนเอนเอียงไปทางเดียวกันเหมือนภาพของการชุมนุมอะไรสักอย่าง มีเสียงหวีดหวิวชวนขนลุก มีแต่คนหาปลาหากบเท่านั้นที่กล้าหาญบุกชายเฟือยอย่างไม่เกรงกลัว

ต้ออ้อเป็นนางเอกของพื้นที่ชายเฟือย ผมเคยเห็นต้นอ้อล้อลมออกบ่อยไป ปล้องอ้อที่คุ้นเคยลำใหญ่ๆราวไม้พลองลูกเสือก็มี เวลาแห้งแล้วเหมือนกับไผ่ต้นเล็ก ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ใบที่ครมกริบกับละอองของลำต้นที่ชวนคันไม่น้อย คนกับต้นอ้อดูเหมือนจะไม่ค่อยมีความสัมพันธ์กัน เพียงแต่รับรู้ว่ามีอยู่ ไม่คิดหาประโยชน์ใดๆ และไม่อยากสู้รบตบมือกันพืชตระกูลหญ้าเหล่านี้ เจ้าของที่ดินมักไม่ค่อยใยดีกับชายเฟือยสักเท่าไร ปล่อยรกร้าง นอกจากว่ามันจะรุกล้ำคูคลองจนขัดขวางการไปมา นั้นแหละจึงจัดการสักที



ปัจจุบันทุกวันนี้ เรือพายหายไปจากท้องน้ำ ชาวบ้านที่หากินตามชายเฟือยไม่มีแล้ว ชายเฟือยกลายเป็นที่อยู่อันสงบสุขของแขกแปลกหน้าที่ไม่ได้รับเชิญ เขาคือสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง ตัวอ้วนใหญ่สีดำ มาจากไหนไม่มีใครรู้ อพยพมาอยู่ที่ดำเนินสะดวกของเราประมาณสิบกว่าปีมานี้ นับวันจะยิ่งเติบใหญ่อ้วนท้วนสมบูรณ์ขนาดน้องๆจระเข้ แม้ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกัน ต่างคนต่างอยู่ มันเริ่มคุ้นชินกับคน หากสบตากันโดยบังเอิญก็อดประหวั่นพรั่นพรึงไม่ได้


Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 12 สิงหาคม 2555 13:46:32 น. 23 comments
Counter : 1615 Pageviews.

 

เจิม
เจิม เจิม
เจิม เจิม เจิม



............................................

อึ๊ย ... เจ้าตัวทีว่าน่ากลัวมากครับ
เมื่อสักวันสองวันนี้มีข่าวว่าพระที่วัดอโศการาม สมุทรปราการ เลี้ยงดูอุ้มชูมัน เห็นแล้วพูดไม่ออก

ชายเฟือย คำใหม่ความรู้ใหม่
ขอบคุณครับ
แต่พืชที่ผมชอบน่าจะเป็นต้นกกครับ
เวลาเค้าไปจัดดอกไม้ดูสวยมาก
คนเราก็ช่างคิด จริงม่ะคับ


โดย: peeradol33189 วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:10:20:33 น.  

 

เวลาไปตจว.
จะเห็นต้นกก...ชายเฟือย
สวยงามไปหมดเลยเน๊าะ
ยิ่งเห็นเวลาต้องลมลู่เอนไปมา
มองเพลินเชียวค่ะ



โดย: อุ้มสี วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:20:50:41 น.  

 
กกเป็นพืชที่สารพัดประโยชน์จริงๆ นะคะ ตัวมันเองก็ฟอร์มสวย ..
สุขสันต์ค่ำวันจันทร์นะคะ ..


โดย: Devonshire วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:21:55:08 น.  

 
ยินดีที่ได้รู้จักชายเฟือยค่ะ... ได้ยินคำนี้ครั้งแรกเลยค่ะ^^


โดย: namfaseefoon วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:22:35:27 น.  

 
คำนี้เป็นคำโปรด
ชอบใช้
ได้คำนี้มาจากการอ่านเรื่องมนัส จรรยงค์
และงานชุดรำพึงรำพัน โดย ลำพู
น่าเสียดายที่งานเขียนสะท้อนวิถีลูกทุ่งภาคกลาง
ไม่ค่อยมีใครเขียนอีก
ผมอ่านชุดดำเนินมาแต่แรก
แค่ใส่ตัวละครนะครับ รับรองเป็นเรื่องเล่าเร้าใจ
ฉากชัดเจน ทรงคุณค่า รอเวลานักแสดงลงโรงครับ


โดย: ดาวส่องทาง วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:8:28:56 น.  

 
ได้ยินคำนี้ครั้งแรกเหมือนกันค่ะ


โดย: hellojaae (hellojaae ) วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:10:31:15 น.  

 
แวะมาทักทายตอนเที่ยงค่ะ

รู้จักค่ะ แต่ไม่รู้ชื่อ "ชายเฟือย"

ขอบคุณนะคะ


โดย: jamaica วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:12:45:52 น.  

 
สำนวนคุณ im วันนี้ง่าย ๆ สั้น ๆ แตล้ำลึก

เขียนสารคดีขรึมขลัง แฝงแนวคิดแบบนี้ถือว่ามีชั้น และเขียนยาก

อยากขอจดจำเอาไปเป็นตัวอย่าง

ว่างานเขียนที่ดีไม่ต้องไปบอกหมด

เฮ้อ ผมว่าข้อเขียนของคุณ im เป็นประเภท "คมในฝัก"


โดย: pantamuang วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:14:49:46 น.  

 
เคยได้ยินคำว่าชายเฟือยแต่ไม่รู้ความหมาย ฟังคุณIMพูดแล้วเข้าใจเลยค่ะ



โดย: haiku วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:16:05:11 น.  

 
ชอบคิดถึงงู มากกว่าเจ้าตัวดำ ๆ ค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:16:42:08 น.  

 



ไม่เคยได้ยิน สำนวนคำนี้มาก่อนเลยค่ะคุณอิม
ตัวที่ว่านั่น ใช่ ตัวเงินตัวทอง หรือป่าวคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:18:22:54 น.  

 
ภาพถ่ายชายเฟือย ต้นอ้อและหยดน้ำ ถ่ายยากมาก ๆ

ความรู้ใหม่ ๆ ...ขอบคุณนะคะ


โดย: I_sabai วันที่: 8 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:19:40:18 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณ อิม.... รู้สึกเราจะสื่อถึงกันได้นะคะเนี่ย....เพราะกำลังคิดถึงอยู่เชียว....ว่าช่วงนี้ไม่ได้แวะมาเยี่ยม blog เลย งานยุ่งมากๆ ค่ะ....ขอบคุณนะคะที่แวะไปเยี่ยม....ไม่มาแต่ก็คิดถึงไม่เปลี่ยนค่ะ.....คุณอิมรักษาสุขภาพด้วยนะคะ


โดย: sansook IP: 223.206.53.132 วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:10:00:46 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
แวะมาทักทายค่ะคุณim สบายดีนะคะ เพิ่งกลับจากสอนเด็กเริ่มนั่งหน้าคอมเลยเพราะหายไปเสียหลายวัน คิดถึงนะคะ


โดย: เกศสุริยง วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:19:01:22 น.  

 
อ่านแล้วเพลินค่ะ มองภาพออกแล้วคิดถึงเมืองไทย แถบที่ยังมีธรรมชาติ ชนบทไทยๆให้เห็น ตัวชายเฟือยนี้ เมื่อไม่นานดูโทรทัศน์ที่นี่ มีฝรั่งไปเจอปลาที่มีฟันคมคล้ายจระเข้ ตัวยาวมาก สั้นกว่าจระเข้หน่อย แถบเมืองไทย เขาบอกว่ามันมาจากลุ่มน้ำอะเมซอน มีคนแอบลอบเข้ามาแถบเอเซีย และเมืองไทย เขาบอกว่าปลาพวกนี้แพร่พันธ์ได้ไวเพราะอากาศ และอุณหภูมิเป็นใจ

นี่ละหนอ เมื่อมนุษย์ฝืนธรรมชาติ สักวันคงโดนลงโทษ แต่มนุษย์ผู้ไม่ได้ทำผิดสิ มักจะโดนลงโทษแทน


โดย: It-ta-tee วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:4:21:23 น.  

 
การถ่ายภาพของหนูก็เพื่อประกอบภาพเท่านั้นค่ะ
ตอนนี้กำลังจะพยายามศึกษาพัฒนาฝีมือบ้าง
กลับจากเยาวราชแล้วก็ยังอินไม่ไหายค่ะ
กำลังอ่านหนังสือกินอร่อยย่านเยาวราช
เพิ่งได้รู้ว่าย่านนั้นก็มีวัดที่น่าสนใจอยู่หลายวัด
อ่านเรื่องของหม่อมไกรสร แล้วสนใจอยากไปดูที่วัดปทุมคงคาค่ะ
แล้วตะลุยหาของกินอีกหลายๆรอบ


โดย: hellojaae (hellojaae ) วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:12:58:33 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
แวะมาทักทายค่ะคุณim คลาสสิคมากบ้านนี้ กดให้แล้ว๑โหวตค่ะสาขาdiarist blog


โดย: เรือนเรไร วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:14:23:34 น.  

 
ยอมรับนะครับว่าเพิ่งเข้าใจคำว่า "ชายเฟือย" จากบล็อกคุณอิมนี่แหละ

ริมตลิ่ง สมัยผมเด็กๆ ที่มีหญ้ารกๆ บางจุดน้ำสูงถึงยอดอก ยอมรับเหมือนกันครับว่ากลัว กลัวตลิ่งนั้นมีโพรง และมีอะไรลี้ลับซุกซ่อนอยู่ แต่ปัจจุบันผมว่าหาชายเฟือยยากซะแล้วครับ โดนถม ปลูกสิ่งฟุ่มเฟือยกันหมดไม่เหลือนะสิ


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:15:39:58 น.  

 
แก่จนป่านนี้ก็เพิ่งรู้ว่าเรียกชายเฟือย

อยู่ต่างจังหวัดก็ได้เห็นสิ่งเหล่านี้บ้าง ลูกๆอยู่ในกรุง แค่ใบกะเพรากะโหระพายังแยกไม่ออก น่าห่วงมากค่ะ

ช่วงนี้ห่างบล๊อกไปเพราะลูกสาวจากเยอรมันพาครอบครัวกลับมาเยี่ยมบ้านค่ะ วันที่ 19ก็จะขึ้นกรุงเทพ อีก ช่วงนี้ชีพจรลงเท้า คงกลับมาบ้านต้นมีค. คราวนี้คงอยู่ติดบ้านยาวถึงเชงเม้งค่ะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:19:04:35 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับคุณอิม

ตื่นเช้าตี 3 กว่า มาไหว้เทวดาตามธรรมเนียมจีน เลยมีเวลาท่องบล็อกทักทายกันครับ

ธรรมดาเวลานี้จะวิ่งอยู่ในสวนสุขภาพครับ กลับมาก็ดูข่าว ดูคันปาก เริ่มงานก็ 9 โมงเช้าโน่น


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:5:56:29 น.  

 


สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณInsignia_Museum


โดย: jamaica วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:8:40:20 น.  

 
อันไม้ใหญ่ใกล้ฝั่งยังรอล้ม
แต่ชายเฟือยอยู่ตมผสมสิน
ไม่เคยกลัวทั้งน้ำลมอยู่จมดิน
ทนกว่าหินโอ้ชีวิตน่าคิดเอย....


โดย: pantamuang วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:9:25:29 น.  

 
สมัยก่อนผู้ชายที่ถูกเรียกว่า ชายเฟือย นั้น มีภาพลักษณ์ที่ไม่ค่อยดี
เหมือนจะเป็นคนที่ไม่ค่อยมีหลักฐาน ประมาณหนุ่มเจ้าสำราญ
ไม่มีงานการที่มั่นคงครับ.


โดย: เจียวต้าย วันที่: 10 เมษายน 2554 เวลา:13:13:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Insignia_Museum
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 65 คน [?]




ความตั้งใจในการทำบล็อกเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เริ่มต้นด้วยการเขียนถึงถิ่นที่อยู่ในวัยเด็ก ต่อมาเป็นเรื่องเครื่องหมายต่างๆ เรื่องศิลปะ ภาพถ่ายในยุคก่อนๆ อาหารการกิน และอะไรต่อมิอะไรที่ประสบพบเห็น สนใจอะไรขึ้นมาก็อยากรู้ให้มากขึ้น กลุ่มเนื้อหาจึงแตกแขนงไปเรื่อยๆ
New Comments
Friends' blogs
[Add Insignia_Museum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.