พักผ่อน
Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2549
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
23 พฤศจิกายน 2549
 
All Blogs
 

จดหมาย

ถึง พี่หมอ ด้วยความนับถือ

ผมเขียนจดหมายฉบับนี้ ขณะที่นั่งเบื่อๆ ระหว่างเดินทางกลับจากพักผ่อน ด้วยเหตุบังเอิญ เหลือบไปเห็นหน้าพี่แทรกอยู่หน้าในๆของนิตยสารต่างด้าวฉบับหนึ่ง มีบทความถ่ายทอดเรื่องราวที่พี่ไปเสวนา หรือปาฐกถา ก็ไม่แน่ใจ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ บัญญัติสิบประการภาคใหม่

อ่านดูแล้วผมก็เกิดอาการอยากรู้รายละเอียดเรื่องที่พี่นำเสนอต่อสาธารณชนในครั้งนี้

เรื่องบัญญัติสิบประการภาคพิเศษที่พี่คิดขึ้นมาพูดนั้น นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจจริงๆ เพื่อนๆที่เดินทางด้วยกันกับผมก็สนใจกันมาก แต่ผมต้องขอออกตัวเลยนะครับว่าผมและเพื่อนๆ ไม่ได้อยากจะเป็นผู้นำในแบบฉบับตามที่พี่กล่าวถึง พี่ก็คงทราบดีว่าผมและกลุ่มเพื่อนก็ได้แต่วิพากษ์วิจารณ์การเมืองด้วยความสนใจ แต่ไม่มีความทะเยอทะยานทางการเมืองกันหรอกครับ

ที่ผมสนใจมากเป็นพิเศษ ด้วยเหตุที่ผมรู้สึกตัวเองว่า ต่อมจริยธรรมของผมคงจะทำงานบกพร่องไปบ้างเล็กน้อย หากได้ข้อแนะนำจากพี่ ผมคงจะได้กระตุ้นตัวเอง ให้ได้เป็นคนดีกับเขาบ้าง สังคมรอบข้างตัวผมซึ่งเป็นหน่วยย่อยของประชาชาติ ก็จะได้รับอานิสงส์แห่งความดีนั้น

ด้วยตรรกะนี้ผมจึงได้คิดว่าผมควรเขียนจดหมายถึงพี่ และเคราะห์ดี ที่พีดีเอของผม ยังมีไฟอยู่เต็ม เมโมรี่ก็ยังเหลือเยอะ ผมจึงรวบรวมความคิดสติปัญญาของผมที่พอมีเท่าหางอึ่ง ลงมือเขียนจดหมายฉบับนี้ทันที กะว่าถึงกรุงเทพฯ จะได้รีบส่งให้พี่

……………………………………………………………………




ผมว่าเราไม่ได้พบกันนาน หลายขวบปีแล้วนะพี่ และจนถึงบัดนี้ผมก็ยังไม่ได้จัดเวลาเพื่อนำตัวเองไปพบพี่ ทั้งที่เวลาของผมนั้นมีอยู่เหลือเฟือ เพราะผมรีไทร์ตัวเองออกจากกิจการทั้งหลายทั้งปวง วางมือให้ลูกตัวกับลูกน้อง ช่วยกันทำงาน ดูแลกิจการทั้งสิ้น แต่ลูกๆก็ขอให้เหลือตำแหน่งลอยๆไว้ ให้ผมพิมพ์ใต้ชื่อในนามบัตร จะได้พอดูให้เห็นเป็นหลักเป็นฐาน จริงๆ ก็ไม่ได้มีหน้าที่รับผิดชอบใดๆในกิจการอีกแล้ว กระทั่งงบดุลกำไรขาดทุนรายรับรายจ่ายก็ไม่ได้สนใจดูมานานหลายปีดีดัก

แต่เวลาของพี่คงมีไม่มากนัก เข้าใจว่าพี่คงมีคิวรับเชิญไว้ยาวเหยียด ตามคำบอกเล่าของคนใกล้ชิดพี่ ที่ได้ติดต่อผมเมื่อเร็วๆนี้ เขาบอกว่าคิวพี่ยาวมาก ยาวจากแม่สายยันสุไหงโกลกโน่นเลย นั่นคงทำให้ผมและพี่ไม่ได้มีโอกาสพบกัน
……………………………………………………………………



อย่างไรก็ดี ถึงแม้จะไม่ได้พบกันซึ่งหน้า ผมก็ยังได้ข่าวคราวของพี่เสมอๆ ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจติดตามข่าวคราวของพี่ เนื่องด้วยพี่ไม่ใช่ดาราคนโปรดของผม แต่ก็ได้ยินข่าวคราวของพี่อยู่เสมอ คงเป็นเพราะตำแหน่งราษฎรอาวุโส (ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้แต่งตั้งให้พี่ แต่ก็เอาเถอะ ฟังดูเป็นทางการดี ผมเข้าใจว่า คงจะตามอย่างฝรั่ง ที่มีซีเนียร์ซิติเซ่นนั่นแหละ) และคงด้วยพ็อพพิวลาริตี้ในสังคมชั้นอีลีท ที่พี่ได้สร้างสมมานาน ทำให้พี่เป็นข่าวอยู่เสมอ ไม่ตกจากหน้าข่าว เพราะความที่พี่พ็อพพิวล่าร์นี่แหละ ไม่ว่าพี่จะขยับตัวไปทางไหน จะเดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ขึ้นบน ลงล่าง คนเขาก็จรดจ้อง นักข่าวทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ต่างก็ติดตามไปทำข่าว นั่นก็ทำให้พี่เป็นข่าวได้

ที่ผมต้องเกริ่นมายาวยืดนี้ ด้วยเหตุที่ต้องการอธิบายให้ชัดเจนลงไปว่า ถึงแม้ผมไม่ได้ติดตามข่าวของพี่ ผมก็ได้รับข่าวพี่ในหลายโอกาส เท่านั้นแหละ
……………………………………………………………………


นอกจากนั้น ผมมีเหตุปัจจัย ทั้งภายนอกภายในหลายประการ ที่ไม่ได้พบปะกับพี่บ้างเลย ในระยะหลายขวบปีที่ผ่านมา ซึ่งผมจะขออรรถาธิบายเป็นขั้นเป็นตอน เป็นจังหวะจะโคนและพยายาม อย่างสุดความสามารถที่จะให้พี่ ได้เกิดจินตภาพ มโนภาพ จากนามธรรม ให้เห็นเป็นรูปธรรมว่า เหตุใด เราจึงไม่ได้พบกัน เหตุที่ว่าก็มีดังนี้

1) ไม่มีธุระปะปังอันใดที่จะต้องอาศัยรับใช้ไหว้วานกัน
เนื่องด้วยผมซึ่งอ่อนอาวุโสกว่าพี่ ผมก็ไม่มีธุระใดๆ ที่จะอาศัยไหว้วานพี่ และ ผมก็หวังว่าพี่ซึ่งมีอาวุโสสูงกว่า คงไม่มีธุระใดๆ ที่จะต้องไหว้วานผม

……………………………………………………………………

2) ไม่มีเรื่องจะคุยด้วย
เพราะผมชอบคุยเรื่องที่พี่ไม่อยากฟัง ส่วนพี่ ก็ชอบคุยเรื่องที่ผมไม่อยากฟัง
ดังนั้น การพบปะพูดคุยกันนั้น จะเป็นการอึดอัดขัดข้องท้องเฟ้อเรอเหม็นด้วยกันทั้งสองฝ่าย นับเป็นผลเสียอย่างยิ่งยวด ต่อสุขภาพกาย และสุขภาพจิต ทั้งของผมและของพี่ โดยเฉพาะกับพี่ ซึ่งมีวัยวุฒิมากกว่าผมมากมายหลายขวบปี ผมก็ไม่อยากให้พี่ต้องเสียสุขภาพเนื่องด้วยผมเป็นตัวต้นเหตุ
……………………………………………………………………

3) ผมไม่ได้เป็นโรคที่ต้องปรึกษาพี่
ด้วยเหตุที่เลือดของผม ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ยังเป็นเลือดดีปกติ ทั้งยังหวังไปถึงอนาคตอันไกลโพ้น ว่า เลือดผมยังคงจะดีอยู่เหมือนเดิม ถึงจะมีเลือดชั่วปะปนอยู่บ้าง ก็เพียงเล็กน้อย พอเป็นกระสายเท่านั้น ไม่น่าจะเป็นแฟคเตอร์ใหญ่ อันจะทำให้เลือดของผม มีปัญหากับผมได้ โดยส่วนตัว ผมเองก็ไม่อยากจะมีปัญหา กับเลือดของตัวเองอยู่แล้ว

อนึ่ง หากผมมีปัญหาใดๆ อันเกี่ยวกับเลือดของผมขึ้นมาจริงๆ ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องโดยตรง หรือโดยอ้อม ผมก็คงไปปรึกษาเพื่อนของผมนั่นแหละ ซึ่งเขาก็เป็นนักเรียนแพทย์ เรียนดีเลิศ ได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหมือนพี่ และได้ทุนไปร่ำเรียนเมืองนอกเมืองนามาพอสมควร ได้เกียรตินิยมสูงสุดจากเมืองฝรั่ง ทั้งยังทำผลงานวิจัยเรื่องเกี่ยวกับโรคเลือด ตีพิมพ์ ในวารสารการแพทย์ ในระดับอินเตอร์แนชั่นแนล ให้ฝรั่งอ้าปากค้างจนหุบไม่ลงมาแล้ว ซึ่งพี่ก็รู้จักเพื่อนผมคนนี้ดี ตอนนี้เขาก็เป็นรองศาสตราจารย์ กินตำแหน่งนี้มาหลายปีดีดักแล้ว อีกไม่ช้าไม่นานเกินรอ เขาก็คงได้เป็นศาสตราจารย์เหมือนกับพี่

ด้วยเหตุฉะนี้ ผมก็คงไม่ขัดข้องเคอะเขินอันใด ที่จะไปปรึกษาเพื่อนคนนี้ ผมคงไม่อยากไปรบกวนปรึกษาพี่หรอก เพราะรู้ว่าพี่คงจะยุ่งๆอยู่
……………………………………………………………………


4) ไม่ได้ไปงานเดียวกัน อาจเป็นเพราะว่า
4.1) งานใดๆที่คนเขาเชิญพี่ไป ผมมักไม่ได้รับเชิญ
4.2) งานใดๆที่คนเขาเชิญผมไป พี่มักไม่ได้รับเชิญ
4.3) งานใดๆที่คนเขาเชิญทั้งพี่ทั้งผมไป ผมมักจะไม่ไป หรือมีเหตุขัดข้องไม่ได้ไป หรือมีเจตนาอันแรงกล้าที่จะไม่ไป ขอบอกกับพี่ตรงๆอย่างนี้แหละ

โดยเฉพาะงานไหนที่พี่จะต้องขึ้นไปยึดครองไมโครโฟน (ภาษาทางการเรียกว่า ปาฐกถา) อันเป็นที่รักยิ่งของพี่แล้วละก็ ผมต้องพยายามจนสุดความสามารถที่จะปฏิเสธการร่วมงาน ชนิดที่ว่า ปฏิเสธไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องปฏิเสธให้ได้ด้วยกล

เว้นเสียแต่ว่า งานนั้นเป็นงานที่ผมปฏิเสธไม่ได้จริงๆ จะอ้างว่าติดธุระก็ไม่ได้ เขาจะหาว่าไม่ให้เกียรติ(ที่จริงผมก็หวงนักหวงหนานะ เกียรติ เนี่ย เพราะได้ให้ผู้คนไป มากมายก่ายกอง จนนับจำนวนไม่ถ้วน ให้เสียจนเหลือน้อยเต็มทีแล้ว) ครั้นจะอ้างว่าไปเมืองนอกก็ไม่ได้ เพราะเขาก็ตรวจสอบว่าผมต้องอยู่ในประเทศแน่ๆ เขาจึงเชิญ หรือจะอ้างว่าป่วยกะทันหัน ก็ไม่ได้ เพราะการป่วยต้องแจ้งอาการและโรงพยาบาลให้กับผู้เชิญทราบ แล้วจะมีกระเช้าสวยงาม ตามไปเยี่ยมผู้ป่วย ตามธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติ หากผมไม่ได้ป่วยจริง กระเช้าสวยงามนั้น ก็คงไปไม่ถึงมือผม แถมผู้เชิญยังจับได้ว่าผมป่วยหลอก ไม่ได้ป่วยจริง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมก็สำนึกได้ว่า การหาเหตุอันเป็นเท็จเพื่อนำไปสู่การปฏิเสธโดยสมบูรณ์นั้น มันเป็นไปไม่ได้ จะไม่เข้าข่ายหลีกเลียงการรับเชิญโดยสุจริต

……………………………………………………………………

เมื่อหาเหตุเลี่ยงจนสุดความสามารถแล้ว ก็ยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ผมก็ต้องไป และผมก็จะรีบไปแต่เนิ่นๆ ก่อนเวลานัดหมาย ก่อนใครๆ แบบที่คนไทยโบราณเรียกว่า ก่อนไก่โห่ ที่สำคัญ ผมต้องไปถึงก่อนพี่ แล้วผมก็จะรีบเข้าไปทักทายเจ้าภาพ พูดอ้อมๆ ออกตัวถึงธุระปะปัง อันยากยิ่ง ที่จะวางตนอยู่ในงานให้ได้ตลอดรอดฝั่งจนงานเลิก พอเจ้าภาพยุ่งๆอยู่กับแขกรับเชิญอื่นๆ ผมก็จะหาโอกาสชิ่งแว้บออกจากงานก่อนที่พี่จะได้ขึ้นไปพร่ำเพ้อในสไตล์ไอดีลิซึ่ม

บอกตามตรง ผมฟังเรื่องพวกนี้ไม่ค่อยได้ จริงๆนะ ผมไม่ได้แกล้ง อาการที่ผมจะเล่าให้ฟังนี้ มันเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ เหนือการควบคุมใดๆ ทั้งจากทางร่างกายและจิตใจ หรือจากรีโมทคอนโทรล อินฟราเรด บลูทูธ อะไรก็ควบคุมไม่ได้ (ผมคิดว่าคงคล้ายกับคนเป็นลมบ้าหมู) คืออาการมันเป็นอย่างนี้ครับ

พอผมฟังเรื่องที่พี่พูดไปได้สักอึดใจหนึ่ง ก็จะเกิดอาการมึนตึ้บ ที่ศีรษะส่วนหน้า แล้วลุกลามไปยังศีรษะส่วนหลัง ตามด้วยการเกิดอาการวิงเวียนคลื่นไส้ อยากจอาเจียนขึ้นมาในบัดดล แถมด้วยการปวดมวนท้อง เหมือนมีคนหลายๆคนมารังแกผม บ้างก็เอาค้อนทุบหัว บ้างก็ดึงผม บ้างก็ล้วงคอ บ้างก็บิดลำไส้ เหมือนกับบิดผ้าที่ซักล้างเสร็จแล้ว และเตรียมจะตากผ้ายังไงยังงั้น บอกไม่ถูก
……………………………………………………………………

ด้วยความรักและเป็นห่วงตัวเองอย่างยิ่งยวด ทำให้ผมเกิดปริวิตกกังวลใจว่า หากผมเกิดอาการดังว่านี้ ในขณะที่พี่กำลังเจื้อยแจ้วอยู่บนเวที พี่ก็คงช่วยเหลือผมไม่ได้แน่ๆ ทำไมผมถึงคิดเช่นนั้น เพราะ ผมมีเหตุผลมารองรับ ว่าพี่ช่วยผมไม่ได้ ด้วยเหตุผลสองประการคือ

หนึ่ง โรคที่ทำให้เกิดอาการดังว่านี้ ก็ไม่ได้อยู่ในสายงานความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของพี่ และ สอง การที่พี่จำต้องเสียสละไมโครโฟนอันเป็นที่รักสูงสุด เพียงเพื่อที่จะลงมาดูอาการของผม ซึ่งจริงๆแล้ว อาการผมก็อย่างที่บอก มันอยู่นอกเหนือขอบเขตความชำนาญเฉพาะทางของพี่ ถ้าพี่สละไมโครโฟนจริงๆ มันจะเกิดปฏิกริยาระดับฟิวชั่น อันจะทำให้ผมรู้สึก กิลตี้ จนไม่อาจให้อภัยตัวเองได้ ซึ่งพี่ก็คงเห็นด้วยกับผมว่า มันเป็นเรื่องที่ไม่เกิดผลดีต่อทั้งสองฝ่าย
……………………………………………………………………


ไหนๆก็เขียนจดหมายมาถึงพี่แล้ว และ ผมก็เป็นคนที่เขียนจดหมายได้ผลิตผลในปริมาณต่ำมากๆ ถ้าจัดอันดับแบบบิลลบอร์ดหรือบ็อกซ์ ออฟฟิส ผมคงหลุดจากชาร์ท หรือถ้ายังจะพอติดอันดับได้ ผมคงจะอยู่ในอันดับท้ายๆสุด ไม่มีโอกาสที่กรมไปรษณีย์ โทรเลข จะรับรองให้เป็นระดับ เฟลโลว เมมเบอร์ และความที่ผมไม่ได้เขียนบ่อยๆ ผมก็จะถือโอกาสอันงามนี้แหละ ขอหมายเหตุท้ายจดหมายสักหลายๆข้อ

ซึ่งหมายเหตุดังต่อไปนี้ จะเป็นเรื่องที่ผมต้องขออาศัยไหว้วานพี่แล้วละครับ

หมายเหตุ 1
ท่านพี่ใช้ยาย้อมผมยี่ห้ออะไรครับ
กรุณาตอบคำถาม
เพราะว่าผม(หมายถึงผู้เขียน) มีปัญหากับผม(หมายถึงเส้นผมบนศีรษะ)พอสมควรแล้วครับ ยังอยากผมดำขำเหมือนพี่ ดูในทีวียังออกจะโก้

……………………………………………………………………

หมายเหตุ 2
ผมเข้าใจเอาเองว่า บัดนี้ต่อมจริยธรรมของผม มันคงจะทำงานไม่ปกติแล้ว ผมต้องขอรบกวนพี่ช่วยตอบคำถามของผมด้วยครับ
เรื่องก็คือ ผมอยากจะขอตำแหน่งที่ตั้งบนพิกัดเส้นแกนเอ็กซ์ วาย แซด ของต่อมดังว่า (ขอแม็ปปิ้งด้วยนะครับ ถ้าเป็นซีดีก็เยี่ยม) ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป

ไหนๆพี่ก็ออกมาพูดเรื่องนี้สู่สาธารณชนแล้ว ผมก็หวังว่า ต่อมจริยธรรมดังว่านี้ คงไม่ได้เป็นความลับทางการค้า ความลับทางราชการ หรือความลับทางวิชาชีพใดๆ ถ้าผมเข้าใจถูกต้อง พี่ก็ช่วยบอกตำแหน่งตามที่ผมขอ พร้อมทั้งอินสตรัคชั่น แมน่วล วิธีการกระตุ้นต่อมดังว่าให้ด้วย รวมไปถึงเครื่องไม้เครื่องมือที่จำเป็น และ ยากระตุ้น(ถ้ามี) และขอคำอธิบายถึงข้อดี ข้อเสียของการกระตุ้นต่อมจริยธรรมนี้

อีกประการหนึ่ง ที่ผมสนใจ และสงสัยเป็นอย่างยิ่งก็คือ ความพอเหมาะพอดีของการกระตุ้น มันจะขึ้นอยู่กับน้ำหนัก ส่วนสูง ความดันโลหิต มันจะ เหมือนกับการให้ยาคนไข้หรือไม่ เพราะขณะนี้ ผมคงโอเว่อร์เวจท อยู่เล็กน้อย

ซึ่งผมเข้าใจว่าคงเป็นการฝืนธรรมชาติของมนุษย์อยู่พอสมควร โดยเฉพาะถ้ามีการกระตุ้นมากเกินไป จะเกิดผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง จะกลายเป็นคนดีเกินมาตรฐานมนุษย์ใช่หรือไม่ครับ
พี่อย่าลืมนะครับว่า ผมไม่มีพื้นความรู้พื้นฐานทางการแพทย์ พี่ก็กรุณาอธิบายความอย่างชนิดที่คนธรรมดาอย่างผมฟังเข้าใจด้วยนะครับ
……………………………………………………………………





หมายเหตุ 3
หากพี่มีเพเพอร์ที่เป็นรายละเอียด งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับต่อมจริยธรรมดังว่า ขอให้พี่กรุณาแนะนำด้วยครับ ว่าจะหาอ่านศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้ที่ไหนบ้าง หากมีลงในอินเตอร์เน็ท ก็กรุณาบอกเว็บแอ็ดเดรสด้วยครับ

ผมได้พยายามในการช่วยเหลือตัวเอง โดยการเสิรชในอินเตอร์เน็ท ทั้งภาษาไทย อังกฤษ เยอรมัน สเปน เท่าที่ผมจะทำได้ ไม่มีปรากฏเรื่องราวดังว่า คงมีเฉพาะข่าวที่กล่าวถึงบทบรรยายของพี่เท่านั้น ที่ยังมีอยู่ในอาร์ไค้ฟ ของหลายๆเว็บ ซึ่งก็ไม่ได้มีเนื้อหา รายละเอียดทางด้านวิชาการ แต่อย่างใด หรือว่าผมจะใช้คีย์เวิร์ดผิดก็ไม่ทราบได้
……………………………………………………………………

หมายเหตุ 4
หรือหากพี่จะกรุณาแนะนำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเรื่องต่อมจริยธรรมนี้ และได้ดำเนินการให้ผลเป็นที่ยอมรับตามมาตรฐานสากลทางการแพทย์(ไม่รู้เรียกถูกหรือผิด) มีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อม และดำเนินการกระตุ้นต่อมจริยธรรมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด หรือต่าง ระเทศไหนๆก็ได้ ผมก็จะไป ถ้าพี่แนะนำมา ผมก็จะรีบติดต่อไป
……………………………………………………………………


หมายเหตุ 5
เกรงใจจริงๆ ขอพี่มาตั้งหลายเรื่อง หวังว่าพี่คงไม่รำคาญถือสาใดๆนะครับ
เพราะผมรู้สึกได้จริงๆนะครับว่า ต่อมจริยธรรมของผมคงจะบกพร่องเป็นแน่ ผมอยากปรับปรุงจริงๆ
ว่าแต่ว่า พี่ได้ตรวจสอบของพี่แล้วหรือยังครับ

หากพี่อ่านมาถึงตรงนี้ พี่อาจสงสงสัยว่า ทำไมผมต้องมาขออะไรจากพี่ตั้งมากมาย ผมก็จะขอชี้แจงไว้ล่วงหน้าเลยละครับว่า เหตุที่ผมขอจากพี่ เนื่องจากพี่เป็นคนเผยแพร่เรื่องนี้ต่อสาธารณชนโดยตรง และพี่ก็เป็นคนที่มีความสามารถพิเศษ ในการอธิบายความให้ยากเป็นง่าย ให้ง่ายเป็นยาก ผมเข้าใจเอาเองว่า เรื่องต่อมจริยธรรมที่พี่เผยแพร่ออกมานี้ คงจะเป็นเรื่องยากมากๆ ดังนั้น ผมจึงหวัง ที่จะได้รับความกรุณาในการอธิบายความง่ายๆจากพี่

ขอขอบพระคุณไว้ล่วงหน้า
ถึงแม้พี่จะตอบจดหมายหรือไม่ก็ตาม ผมก็ขอขอบพระคุณ

ด้วยความนับถือ(อัตตา)เป็นอย่างยิ่ง
ผมเองครับ Klass
……………………………………………………………………

ปัจฉิมลิขิต

ผมต้องขออภัยเป็นอย่างสูงเทียมเมฆด้วยครับ ที่การเขียนจดหมายฉบับนี้ จะค่อนข้างประดักประดักประเดิด และใช้ถ้อยคำไม่เรียบสลวยดกดำเป็นเงางาม เนื่องด้วยผมขาดการแพร็คทิซ ในการเขียนจดหมายมานาน และจดหมายฉบับนี้คงเป็นฉบับที่ยาวที่สุดในชีวิตของผม เนื่องจากเป็นการเขียนในระหว่างการเดินทาง เวลาว่างเหลือเฟือ จะลุกเดินไปมาก็ไม่สะดวก นับเป็นเวลาที่เหมาะสมยิ่งนักในการเขียนจดหมายฉบับนี้
……………………………………………………………………

ก่อนที่จะจบจดหมายฉบับนี้ ผมก็ขอฝากกลอนให้พี่ได้อ่านสักหน่อย ด้วยเห็นว่าพี่ก็มีความนิยมในทางขีดๆเขียนๆกลอนอยู่บ้าง ลองอ่านกลอนของผมดูนะครับ ผิดถูกอย่างไรก็อย่าว่ากัน ถือว่าเป็นข้อแลกเปลี่ยนกับเรื่องที่ผมขอจากพี่ก็แล้วกัน

๏ ไม่ได้พบ กันนาน อาการหนัก
แต่ก่อนนี้ มีคนรัก ไปทุกแห่ง
พี่หมอคง กินยาซ้ำ ผิดสำแดง
มาแถลง จริยธรรม ผู้นำไทย

๏ ทั้งสิบข้อ ของพี่หมอ ขอต่อว่า
จะพบได้ ในชาติหน้า หรือชาติไหน
คนพันธุ์นี้ จะเกิดมี หรืออย่างไร
หากโคลนนิ่ง ออกมาใช้ ไทยเจริญ

๏ ส่งไปครอง ตำแหน่ง ทุกแห่งหน
ทั้งภาครัฐ เอกชน คนสรรเสริญ
ไม่รักโลภ โกรธหลง และกลัวเงิน
ไม่ต้องการ รวยเกิน กว่าที่มี

๏ จับคนคุก มาผ่าตัด ดัดแปลงใหม่
ต่อมจริยธรรม กระตุ้นให้ เดินเต็มที่
ออกจากคุก ไปบวชพระ และบวชชี
เมืองไทยนี้ ไม่มีคุก สนุกจัง

๏ ออกแบบสร้าง จริยธรรม ใส่ประปา
คนทั่วหล้า ดื่มกินไป เป็นความหวัง
น้ำประปา จะช่วยหลอม รวมพลัง
สามัคคี เป็นที่ตั้ง พลังชน

๏ ออกแบบใส่ จริยธรรม ในไฟฟ้า
ถึงเวลา ใครเปิดไฟ ให้เกิดผล
จริยธรรม ถึงทั่ว ทุกตัวคน
เป็นกุศล อย่างแรง ด้วยแสงไฟ

๏ ออกแบบใส่ จริยธรรม ในมือถือ
ใช้เครือข่าย เป็นสื่อ สัญญาณให้
จัดรายการ วิทยุ ทีวีไป
ออกอากาศ ทั่วไทย ให้คนดี

๏ พูดกันมาก เรื่องต่อม จริยธรรม
ไม่เคยจำ พี่หมอรู้ อยู่ไหนนี่?
พี่ต้องตอบ ผมให้ได้ ในชาตินี้
ช่วยผมที อยากจะดี ด้วยสักคน

๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏๏

ด้วยความนับถือ (อัตตา) เป็นอย่างยิ่ง (อีกครั้ง)


ผมเองครับ Klass

……………………………………………………………………


ข้อสังเกต (สุดท้ายจริงๆครับ)

ผม (หมายถึงผู้เขียน) ว่า
ถ้าพี่ทำใจได้กับสีผม (หมายถึงเส้นผมบนศีรษะ) ซึ่งตามธรรมชาติ จะเป็นบัญญัติไตรยางศ์ กับอายุขัย
ผม (หมายถึงผู้เขียน) ว่า จะเป็นผลดีกับตำแหน่งราษฎรอาวุโสของพี่
เพราะพี่เป็นอาวุโสผู้นิยมปาฐกถาธรรม สอนให้ผู้คนละจากกิเลส
ละจากอัตตา ตัวกูของกู
แต่ผม (หมายถึงเส้นผมบนศีรษะ) ของพี่ในปัจจุบันน่าจะเป็นอัตตา ไม่ใช่อนัตตา เพราะว่ามันไม่ได้เปลี่ยนแปลงเป็นบัญญัติไตรยางศ์ อย่างที่ควรจะเป็น





ด้วยความเขลาทำเอางงนึกสงสัย
ว่าคนเขียนเป็นใครให้กังขา
เขียนถึงหมอคนไหนใครล่ะวา
ห้องนี้กลายเป็นข้างฝาในตาราง

ใครจะเขียนถึงใครฉันไม่รู้
อ่านไปหลายเที่ยวอยู่อยากรู้มั่ง
ใยไม่เขียนส่งทางเมล์เก๋กันจัง
หรืออยากให้คนโง่นั่งกุมกบาล

คนแก่เฒ่าคราวปู่ตามาพูดไว้
ก็ฟังได้เห็นความจริงทุกสิ่งสรร
ไม่ถูกใจใครบ้างต่างใจกัน
โลกมันเป็นอย่างนั้นแหละท่านเอย

…………………………………..

ไม่ได้บอกกันไว้ให้งงเล่น
ที่แลเห็นไม่ได้เป็นเช่นสงสัย
เปิดผนึกจดหมายน้อยค่อยส่งไป
บอกความนัยทุกสิ่งสรรอันสงกา

เรื่องพี่หมอนั้นไซร้ใช่ส่วนตัว
เปิดไปทั่วเช่นพี่ทำก้าวล้ำหน้า
อุดมคติพูดออกไปให้ประชา
ชนทั้งหล้าได้ฟังอย่างตั้งใจ
จริยธรรมผู้นำในโลกนี้
จะหาคนที่แสนดีหามีไม่
ฤานิมนต์พระมากู้ประเทศไทย
ก็แต่งตั้งตำแหน่งใหม่ “พระนายกรัฐมนตรี”




 

Create Date : 23 พฤศจิกายน 2549
3 comments
Last Update : 7 มกราคม 2551 18:07:57 น.
Counter : 292 Pageviews.

 

อ่านลำบาก ยากมาก แบคกราวน์ นี่ทำให้อ่านยาก

 

โดย: Zhang Fei 25 มกราคม 2551 20:42:51 น.  

 

ไม่รู้เรืองเลยคนเมาเปล่า/เอ๋
087-1106436

 

โดย: เอ๋ IP: 58.9.108.63 25 กุมภาพันธ์ 2551 14:54:47 น.  

 

ไม่รู้เรืองเลยคนเมาเปล่า/เอ๋
087-1106436

 

โดย: เอ๋ IP: 58.9.108.63 25 กุมภาพันธ์ 2551 14:55:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Klass
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Words are spears;
there are weapons with which to defend yourself
and with which to attack your enemies.
Words have the sharpest blades,
without them you will be warriors disarmed.



Friends' blogs
[Add Klass's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.